[รามพาร์ท]
หลังจากที่เมื่อคืนผมหลับสนิทไปทั้งคืนเนื่องจากร่างกายอ่อนเพลีย จนถึงตอนเช้า ผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะผมได้ยินเสียงเคาะประตูห้องจากนั้นผมก็เห็นมาบ้านเดินถือชุดสูทเข้ามาแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าให้ผมแล้วแม่บ้านก็เดินเข้ามาบอกผมว่า
"คุณรามคะ คุณเควินสั่งให้คุณรามรีบอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ให้ลงไปทานอาหารเช้ากับคุณเควินตอนนี้คุณเควินรอคุณรามอยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วค่ะ"
"ครับ ขอบคุณครับ"
"อ้อ คุณรามคะ คุณเควินฝากมาบอกคุณรามด้วยนะคะว่า...ดอกไม้รอวันตายค่ะ"
"เอ่อ! คะ...ครับ"
"ถ้างั้นดิฉันขอตัวนะคะ"
"คะ...ครับ"
พอแม่บ้านแจ้งคำสั่งของมาตินให้ผมได้ทราบเสร็จแม่บ้านก็เดินออกจากห้องไป เหลือทิ้งไว้เพียงปริศนาคำใบ้ของมาตินที่เขาฝากแม่บ้านมาบอกผมว่า ดอกไม้รอวันตาย
ผมไม่รู้ว่าคำคำนี้หมายความว่ายังไงแต่มีรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดีเลย เมื่อผมได้ยินคำคำนี้เพราะมันฟังดูน่ากลัวจนขนลุก แต่ผมก็ยังปลอบใจตัวเองว่า...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมก็จะเข้มแข็งต่อไปเพื่อพิสูจน์ให้มาตินได้เห็นว่า...ผมคือผู้บริสุทธิ์ผมอยากให้มาตินรู้ว่า...ผมไม่ใช่ผู้ร้ายอย่างที่เขากล่าวหาผมไม่ได้ล่อลวงน้องชายของเขาไปฆ่าผมไม่ได้เจตนาปล่อยมือน้องชายของเขาให้หลุดตกหน้าผาและผมไม่ได้้าที่จะแย่งวายุจากคุณเควิน
ผมรีบลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วผมก็เดินลงไปหามาตินที่โต๊ะอาหารด้านล่าง พอผมเดินไปถึงโต๊ะมาตินก็เลื่อนเก้าอี้ที่ติดกับที่นั่งของเขาออก แล้วมาตินก็พูดกับผมเสียงเรียบว่า
"มาแล้วเหรอ? เชิญนั่งสิ"
"ขอบคุณครับ"
มาตินเชิญให้ผมนั่งข้าง ๆเขา แต่ผมเลือกเดินเลยไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว ที่อยู่ห่างจากมาตินไปเล็กน้อยพอมาตินเห็นผมไม่นั่งเก้าอี้ที่เขาเลื่อนให้มาตินก็พูดเสียงรอดไรฟันออกมาอย่างไม่พอใจว่า
"ใครบอกให้คุณไปนั่งตรงนั้น!กลับมานั่งข้าง ๆ ผมเดี๋ยวนี้"
"ไม่เป็ไรครับผมนั่งตรงนี้ก็ได้"
ผมปฏิเสธมาตินออกไปโดยไม่ได้คิดอะไรมากเพราะผมคิดว่ามันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร และอีกอย่าง ผมก็ไม่อยากนั่งใกล้มาตินอยู่แล้วแต่พอผมไม่สนใจที่จะทำตามคำสั่งของเขา เขาก็เลยเริ่มไม่พอใจแล้วเขาก็ใช้กำปั้นทุบโต๊ะเสียงดัง ตุ๊บ หลังจากนั้นเขาก็พูดเสียงแข็งออกมาว่า
"ราม? ลุกขึ้น!แล้วมานั่ง ข้าง ๆ ผมเดี๋ยวนี้"
"ครับ"
ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วผมก็ย้ายที่นั่งไปนั่งลงข้าง ๆ มาตินตามคำสั่งของเขา เพราะผมรู้ว่า...ถ้าผมไม่ทำตามต้องเกิดเื่แน่ๆ ผมจริงพยายามหลีกปัญหาโดยการเงียบและไม่โต้เถียงอะไรเขาอีก
มาตินเลื่อนถ้วยข้าวต้มมาตรงหน้าผมแล้วเขาก็หยิบช้อนขึ้นมายื่นให้ผม และบอกผมว่า
"ทานข้าวต้มก่อน เดี๋ยวอีกสักพักจะมีแขกคุณเตรียมตัวไว้ดี ๆ ด้วย"
"แขกเหรอครับ? "
"อืม"
"เพื่อนคุณมาตินเหรอครับ?"
"เปล่าหรอกแต่เขาเป็หุ้นส่วนคนใหม่ของผม"
"แต่คุณเพิ่งจะมาทำงานแทนคุณเควินได้แค่สามอาทิตย์เองนะครับแล้วทำไมคุณถึงได้รู้จักหุ้นส่วนคนใหม่แล้ว คุณเอาเวลาไหนไปรู้จักเขาเหรอครับ"
"ผมรู้จักเขามานานแล้วล่ะแต่ผมรู้จักเขาในนามของเควิน และเขาก็ไม่รู้จักผมด้วยเพราะฉะนั้น...เวลาอยู่ต่อหน้าเขา คุณต้องเรียกผมว่า...เควิน คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม?"
"ครับ เข้าใจแล้วครับ"
"อืม...รีบทานข้าวต้มสิเดี๋ยวจะเย็นหมด"
"ครับ"
ผมก้มหน้าทานข้าวต้มไปอย่างเงียบๆ พลางคิดในใจด้วยความสงสัยว่า มาตินไปรู้จักหุ้นส่วนคนใหม่ตอนไหนนะทำไมผมไม่เคยได้ยินคุณเควินเล่าเื่หุ้นส่วนคนใหม่ให้ผมฟังเลย
ผมสบัดหัวไล่ความคิดนี้ออกไปจากหัวของผมแล้วผมก็รีบทานข้าวต้มไปเรื่อย ๆ จนหมดถ้วย และพอผมทานเสร็จแล้ว มาตินก็ถามผมว่า
"อร่อยหรือเปล่า? "
"ครับ อร่อยมากครับ"
"หึ...ผมทำเองแหละ"
"ห๊ะ! คุณเนี่ยนะครับ?"
"อืม...ทำไม? คิดว่าผมจะทำไม่เป็หรือไง? "
"เอ่อ...เปล่าหรอกครับผมแค่คิดไม่ถึงว่ามันจะอร่อยแบบนี้ ผมนึกว่าคุณจะทำเป็แค่ข้าวคลุกน้ำปลาซะอีก"
"ใคร? ใครทำข้าวคลุกน้ำปลา?ผมไม่เคยทำสักหน่อย อย่ามาพูดมั่วนะ"
"ขอโทษครับ"
"ไม่เป็ไร ผมจะให้อภัยคุณก็ได้ในฐานะที่วันนี้คุณ..."
"อะไรเหรอครับ? "
"ในฐานะที่วันนี้คุณน่ารักกว่าทุกวัน"
"เอ่อ...ขอบคุณครับ"
"หึ หึ หึ"
พอผมได้เห็นมาตินหัวเราะออกมาเบาๆ ก็พอทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาได้บ้างเพราะผมไม่เห็นมาตินยิ้มหัวเราะมากว่าสามอาทิตย์แล้วแต่ถึงผมจะชอบให้เขายิ้มหัวเราะมากแค่ไหนผมก็ยังคงเขินอายทุกครั้งที่เขามองมาที่ผม เหมือนอย่างตอนนี้ถึงเขาจะยิ้มออกมาอย่างกับว่า...เขากำลังมีความสุข แต่เขาก็จ้องหน้าผมไปด้วยจนผมรู้สึกร้อนเห่อขึ้นมาที่หน้า แล้วผมก็รีบพูดขัดสายตาโลมเลียของมาตินขึ้นมาว่า
"คุณมาตินครับผม...ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ"
"ไม่ครับ ผมไม่ให้คุณไป"
"เอ่อ ทำไมเหรอครับ?"
"เพราะผมรู้ว่าคุณไม่ได้อยากไปเข้าห้องน้ำแต่คุณกำลังเขินผมอยู่"
"เอ่อ...ถ้างั้นไม่ไปก็ได้ครับ"
"หึ...เราไปกันเถอะได้เวลาแล้วล่ะ"
"ไปไหนครับ? "
"ไปที่ห้องทำงานของผมตอนนี้ทุกคนคงมากันพร้อมแล้วล่ะ"
"ครับ"
ผมไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่มาตินพูดเท่าไหร่แต่ผมก็ลุกขึ้นและเดินตามมาตินไปบนชั้นสอง เพื่อที่จะไปที่ห้องทำงานของมาตินแต่พอผมเดินมาถึงหน้าห้อง มาตินก็ยื่นมือของเขามาให้ผม แล้วมาตินก็พูดกับผมว่า
"ยื่นมือมาสิครับ? "
"เอ่อ! มะ...มือเหรอครับ?"
"ครับทันทีที่คุณก้าวเข้าไปในห้องทำงานของผม ชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนไปแล้วนะครับต่อไปนี้คุณคือผู้ชายหมายเลขหนึ่งของผมครับ และวันนี้ผมจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักคุณครับ"
"เอ่อ...ครับ"
"ยื่นมือมาสิครับ"
"คะ...ครับ"
ผมยื่นมือไปให้มาตินจับอย่างกล้าๆ กลัว ๆ เพราะผมรู้สึกไม่คอยชินเอาซะเลย ที่วันนี้มาตินเปลี่ยนไปมากในรอบสามอาทิตย์เขาทั้งอบอุ่นและพูดเพราะกับผม และยังดูเหมือนให้เกียติร์ผมมากด้วย
มาตินเดินจูงมือผมเข้าไปในห้องทำงานของเขาและในห้องประชุมตอนนี้มีคนมากหน้าหลายตาที่ผมไม่คุ้ยเคยนั่งรออยู่ในห้องประชุมย่อย
มาตินจูงมือผมเดินเข้ามาถึงกลางห้องประชุมแล้วมาตินก็บอกกับทุกคนในห้องประชุมว่า
"สวัสดีหุ้นส่วนของผมทุกท่านครับผมเควินครับ ที่ผมนัดทุกท่านมาประชุมย่อยที่บ้านของผมในวันนี้เพราะผมมีเื่สำคัญจะแจ้งให้พวกท่านทราบครับและเื่สำคัญของผมคือ...วันนี้ผมขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับ...รามผู้ชายหมายเลขหนึ่งของผมครับ"
หลังจากที่มาตินแนะนำให้ทุกคนในห้องประชุมย่อยได้รู้จักกับผมทุกคนก็ต่างปรบมือและบางคนยังลุกขึ้นโค้งให้กับมาติน เพื่อแสดงความยินดีอีกด้วย
และหลังจากเสียงปรบมือเงียบลงมาตินก็ยังได้กล่าวต่อหน้าทุกคนอีกด้วยว่า
"ทุกท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า...ตำแหน่งผู้ชายของเ้าพ่อสำคัญขนาดไหนดังนั้น...นับจากนี้เป็ต้นไป ผมอยากให้ทุกท่านให้ความเคารพนับถือและให้เกียรติผู้ชายของผม เสมือนหนึ่งเขาเป็คู่สมรสของผมนะครับ"
ผมไม่เข้าใจในสั่งที่มาตินพูดเลยแต่ดูเหมือนทุกคนในห้องประชุมจะเห็นเป็เื่ปกติ เพราะเท่าที่ผมดูแล้ว ไม่มีใครซักถามอะไรมาตินเลยมีเพียงผมที่ยังคงสงสัยว่า...ทำไมมาตินถึงพูดแบบนี้ออกไปต่อหน้าทุกคน ทั้ง ๆที่เขาเองก็เคยบอกว่า...เขาเกลียดผมมาก
แต่หลังจากนั้นไม่นาน มาตินก็บอกทุกคนให้เลิกประชุมและแยกย้ายกันกลับบ้านได้ส่วนผม ผมไม่อาจเก็บความสงสัยนี้เอาไว้ได้อีกต่อไปหามาตินซึ่งตอนนี้เขายังคงยืนจับมือของผมอยู่กลางห้องประชุม และผมก็ถามมาตินว่า
"มาติน? ทำไมคุณถึงพูดกับทุกคนแบบนี้ครับ?"
"แบบไหนเหรอครับ? "
"ก็ที่คุณบอกให้ทุกคนเคารพผมเสมือนว่า...ผมเป็คู่สมรสของคุณน่ะสิครับ"
"ทำไม? ไม่ดีใจเหรอที่ผมให้เกียรติคุณขนาดนี้"
"คือ...ผมคิดไม่ถึงว่า...คุณจะให้เกียรติผมขนาดนี้ครับ
"หึ...งั้นผมขอรางวัลหน่อยสิครับ"
"เอ่อ! รางวัลอะไรครับ?"
"รางวัลที่ผมได้มอบมงกุฏให้คุณไงครับ"
"เอ่อ! ผมไม่มีรางวัลอะไรจะมอบให้คุณหรอกครับ"
"น่า...นะขอรางวัลหน่อยครับ"
"เอ่อ! แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะครับ?"
"อืม..."
"คะ...ครับ"
"ขอรางวัลหน่อยครับตรงนี้..."
มาตินยื่นหน้าของเขาเข้ามาหาผมจนปากของเราเกือบจะชนกันอยู่แล้ว แล้วมาตินก็ชี้ไปที่ริมฝีปากของเขาและย้ำกับผมว่า...ขอรางวัลหน่อย ผมเองไม่ใช่คนอ่อนหวานอะไรเท่าไหร่นักแต่พอโดนเขาพูดจาอ่อนหวานเข้าหน่อยผมก็เผลอใจรีบส่งจูบให้เขาทันทีโดยไม่ลังเลอะไรเลย หลังจากนั้นมาตินก็ยิ้มให้ผมและบอกผมว่า
"ขอบคุณครับ"
แล้วมาตินก็เดินไปที่ตู้เชฟของเควินและเปิดมันออกก่อนที่มาตินจะหยิบกล่องของขวัญเล็ก ๆ ยื่นให้ผมหนึ่งกล่อง มาตินบอกผมว่าข้างในเป็ของขวัญประจำแหน่งผู้ชายของเ้าพ่อ
ผมค่อย ๆเปิดกล่องของขวัญออก แล้วผมก็ได้เห็นว่าข้างในเป็สร้อยเส้นเล็ก ๆและมีจี้เป็รูปขนนก และมีข้อความสลักด้านหลังปีกนกว่า...ผู้ชายหมายเลขหนึ่ง...
.....
sundog