ผู้ชายของเจ้าพ่อ 2 [I’m loser baby] - จบแล้ว

    บทที่ ๔ ท่านชายดีใจหาย

            [รามพาร์ท]

            หลังจากที่เมื่อคืนผมหลับสนิทไปทั้งคืนเนื่องจากร่างกายอ่อนเพลีย จนถึงตอนเช้า ผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะผมได้ยินเสียงเคาะประตูห้องจากนั้นผมก็เห็นมาบ้านเดินถือชุดสูทเข้ามาแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าให้ผมแล้วแม่บ้านก็เดินเข้ามาบอกผมว่า

            "คุณรามคะ คุณเควินสั่งให้คุณรามรีบอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็ให้ลงไปทานอาหารเช้ากับคุณเควินตอนนี้คุณเควินรอคุณรามอยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วค่ะ"

            "ครับ ขอบคุณครับ"

            "อ้อ คุณรามคะ คุณเควินฝากมาบอกคุณรามด้วยนะคะว่า...ดอกไม้รอวันตายค่ะ"

            "เอ่อ! คะ...ครับ"

            "ถ้างั้นดิฉันขอตัวนะคะ"

            "คะ...ครับ"

            พอแม่บ้านแจ้งคำสั่งของมาตินให้ผมได้ทราบเสร็จแม่บ้านก็เดินออกจากห้องไป เหลือทิ้งไว้เพียงปริศนาคำใบ้ของมาตินที่เขาฝากแม่บ้านมาบอกผมว่า ดอกไม้รอวันตาย

            ผมไม่รู้ว่าคำคำนี้หมายความว่ายังไงแต่มีรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดีเลย เมื่อผมได้ยินคำคำนี้เพราะมันฟังดูน่ากลัวจนขนลุก แต่ผมก็ยังปลอบใจตัวเองว่า...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมก็จะเข้มแข็งต่อไปเพื่อพิสูจน์ให้มาตินได้เห็นว่า...ผมคือผู้บริสุทธิ์ผมอยากให้มาตินรู้ว่า...ผมไม่ใช่ผู้ร้ายอย่างที่เขากล่าวหาผมไม่ได้ล่อลวงน้องชายของเขาไปฆ่าผมไม่ได้เจตนาปล่อยมือน้องชายของเขาให้หลุดตกหน้าผาและผมไม่ได้๻้๪๫๷า๹ที่จะแย่งวายุจากคุณเควิน

            ผมรีบลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วผมก็เดินลงไปหามาตินที่โต๊ะอาหารด้านล่าง พอผมเดินไปถึงโต๊ะมาตินก็เลื่อนเก้าอี้ที่ติดกับที่นั่งของเขาออก แล้วมาตินก็พูดกับผมเสียงเรียบว่า

            "มาแล้วเหรอ? เชิญนั่งสิ"

            "ขอบคุณครับ"

            มาตินเชิญให้ผมนั่งข้าง ๆเขา แต่ผมเลือกเดินเลยไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว ที่อยู่ห่างจากมาตินไปเล็กน้อยพอมาตินเห็นผมไม่นั่งเก้าอี้ที่เขาเลื่อนให้มาตินก็พูดเสียงรอดไรฟันออกมาอย่างไม่พอใจว่า

            "ใครบอกให้คุณไปนั่งตรงนั้น!กลับมานั่งข้าง ๆ ผมเดี๋ยวนี้"

            "ไม่เป็๞ไรครับผมนั่งตรงนี้ก็ได้"

            ผมปฏิเสธมาตินออกไปโดยไม่ได้คิดอะไรมากเพราะผมคิดว่ามันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ใหญ่อะไร และอีกอย่าง ผมก็ไม่อยากนั่งใกล้มาตินอยู่แล้วแต่พอผมไม่สนใจที่จะทำตามคำสั่งของเขา เขาก็เลยเริ่มไม่พอใจแล้วเขาก็ใช้กำปั้นทุบโต๊ะเสียงดัง ตุ๊บ หลังจากนั้นเขาก็พูดเสียงแข็งออกมาว่า

            "ราม? ลุกขึ้น!แล้วมานั่ง ข้าง ๆ ผมเดี๋ยวนี้"

            "ครับ"

            ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วผมก็ย้ายที่นั่งไปนั่งลงข้าง ๆ มาตินตามคำสั่งของเขา เพราะผมรู้ว่า...ถ้าผมไม่ทำตามต้องเกิดเ๹ื่๪๫แน่ๆ ผมจริงพยายามหลีกปัญหาโดยการเงียบและไม่โต้เถียงอะไรเขาอีก

            มาตินเลื่อนถ้วยข้าวต้มมาตรงหน้าผมแล้วเขาก็หยิบช้อนขึ้นมายื่นให้ผม และบอกผมว่า

            "ทานข้าวต้มก่อน เดี๋ยวอีกสักพักจะมีแขกคุณเตรียมตัวไว้ดี ๆ ด้วย"

            "แขกเหรอครับ? "

            "อืม"

            "เพื่อนคุณมาตินเหรอครับ?"

            "เปล่าหรอกแต่เขาเป็๞หุ้นส่วนคนใหม่ของผม"

            "แต่คุณเพิ่งจะมาทำงานแทนคุณเควินได้แค่สามอาทิตย์เองนะครับแล้วทำไมคุณถึงได้รู้จักหุ้นส่วนคนใหม่แล้ว คุณเอาเวลาไหนไปรู้จักเขาเหรอครับ"

            "ผมรู้จักเขามานานแล้วล่ะแต่ผมรู้จักเขาในนามของเควิน และเขาก็ไม่รู้จักผมด้วยเพราะฉะนั้น...เวลาอยู่ต่อหน้าเขา คุณต้องเรียกผมว่า...เควิน คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม?"

            "ครับ เข้าใจแล้วครับ"

            "อืม...รีบทานข้าวต้มสิเดี๋ยวจะเย็นหมด"

            "ครับ"

            ผมก้มหน้าทานข้าวต้มไปอย่างเงียบๆ พลางคิดในใจด้วยความสงสัยว่า มาตินไปรู้จักหุ้นส่วนคนใหม่ตอนไหนนะทำไมผมไม่เคยได้ยินคุณเควินเล่าเ๹ื่๪๫หุ้นส่วนคนใหม่ให้ผมฟังเลย

            ผมสบัดหัวไล่ความคิดนี้ออกไปจากหัวของผมแล้วผมก็รีบทานข้าวต้มไปเรื่อย ๆ จนหมดถ้วย และพอผมทานเสร็จแล้ว มาตินก็ถามผมว่า

            "อร่อยหรือเปล่า? "

            "ครับ อร่อยมากครับ"

            "หึ...ผมทำเองแหละ"

            "ห๊ะ! คุณเนี่ยนะครับ?"

            "อืม...ทำไม? คิดว่าผมจะทำไม่เป็๞หรือไง? "

            "เอ่อ...เปล่าหรอกครับผมแค่คิดไม่ถึงว่ามันจะอร่อยแบบนี้ ผมนึกว่าคุณจะทำเป็๲แค่ข้าวคลุกน้ำปลาซะอีก"

            "ใคร? ใครทำข้าวคลุกน้ำปลา?ผมไม่เคยทำสักหน่อย อย่ามาพูดมั่วนะ"

            "ขอโทษครับ"

            "ไม่เป็๞ไร ผมจะให้อภัยคุณก็ได้ในฐานะที่วันนี้คุณ..."

            "อะไรเหรอครับ? "

            "ในฐานะที่วันนี้คุณน่ารักกว่าทุกวัน"

            "เอ่อ...ขอบคุณครับ"

            "หึ หึ หึ"

            พอผมได้เห็นมาตินหัวเราะออกมาเบาๆ ก็พอทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาได้บ้างเพราะผมไม่เห็นมาตินยิ้มหัวเราะมากว่าสามอาทิตย์แล้วแต่ถึงผมจะชอบให้เขายิ้มหัวเราะมากแค่ไหนผมก็ยังคงเขินอายทุกครั้งที่เขามองมาที่ผม เหมือนอย่างตอนนี้ถึงเขาจะยิ้มออกมาอย่างกับว่า...เขากำลังมีความสุข แต่เขาก็จ้องหน้าผมไปด้วยจนผมรู้สึกร้อนเห่อขึ้นมาที่หน้า แล้วผมก็รีบพูดขัดสายตาโลมเลียของมาตินขึ้นมาว่า

            "คุณมาตินครับผม...ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ"

            "ไม่ครับ ผมไม่ให้คุณไป"

            "เอ่อ ทำไมเหรอครับ?"

            "เพราะผมรู้ว่าคุณไม่ได้อยากไปเข้าห้องน้ำแต่คุณกำลังเขินผมอยู่"

            "เอ่อ...ถ้างั้นไม่ไปก็ได้ครับ"

            "หึ...เราไปกันเถอะได้เวลาแล้วล่ะ"

            "ไปไหนครับ? "

            "ไปที่ห้องทำงานของผมตอนนี้ทุกคนคงมากันพร้อมแล้วล่ะ"

            "ครับ"

            ผมไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่มาตินพูดเท่าไหร่แต่ผมก็ลุกขึ้นและเดินตามมาตินไปบนชั้นสอง เพื่อที่จะไปที่ห้องทำงานของมาตินแต่พอผมเดินมาถึงหน้าห้อง มาตินก็ยื่นมือของเขามาให้ผม แล้วมาตินก็พูดกับผมว่า

            "ยื่นมือมาสิครับ? "

            "เอ่อ! มะ...มือเหรอครับ?"

            "ครับทันทีที่คุณก้าวเข้าไปในห้องทำงานของผม ชีวิตของคุณก็จะเปลี่ยนไปแล้วนะครับต่อไปนี้คุณคือผู้ชายหมายเลขหนึ่งของผมครับ และวันนี้ผมจะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักคุณครับ"

            "เอ่อ...ครับ"

            "ยื่นมือมาสิครับ"

            "คะ...ครับ"

            ผมยื่นมือไปให้มาตินจับอย่างกล้าๆ กลัว ๆ เพราะผมรู้สึกไม่คอยชินเอาซะเลย ที่วันนี้มาตินเปลี่ยนไปมากในรอบสามอาทิตย์เขาทั้งอบอุ่นและพูดเพราะกับผม และยังดูเหมือนให้เกียติร์ผมมากด้วย

            มาตินเดินจูงมือผมเข้าไปในห้องทำงานของเขาและในห้องประชุมตอนนี้มีคนมากหน้าหลายตาที่ผมไม่คุ้ยเคยนั่งรออยู่ในห้องประชุมย่อย

            มาตินจูงมือผมเดินเข้ามาถึงกลางห้องประชุมแล้วมาตินก็บอกกับทุกคนในห้องประชุมว่า

            "สวัสดีหุ้นส่วนของผมทุกท่านครับผมเควินครับ ที่ผมนัดทุกท่านมาประชุมย่อยที่บ้านของผมในวันนี้เพราะผมมีเ๱ื่๵๹สำคัญจะแจ้งให้พวกท่านทราบครับและเ๱ื่๵๹สำคัญของผมคือ...วันนี้ผมขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกับ...รามผู้ชายหมายเลขหนึ่งของผมครับ"

            หลังจากที่มาตินแนะนำให้ทุกคนในห้องประชุมย่อยได้รู้จักกับผมทุกคนก็ต่างปรบมือและบางคนยังลุกขึ้นโค้งให้กับมาติน เพื่อแสดงความยินดีอีกด้วย

            และหลังจากเสียงปรบมือเงียบลงมาตินก็ยังได้กล่าวต่อหน้าทุกคนอีกด้วยว่า

            "ทุกท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า...ตำแหน่งผู้ชายของเ๯้าพ่อสำคัญขนาดไหนดังนั้น...นับจากนี้เป็๞ต้นไป ผมอยากให้ทุกท่านให้ความเคารพนับถือและให้เกียรติผู้ชายของผม เสมือนหนึ่งเขาเป็๞คู่สมรสของผมนะครับ"

            ผมไม่เข้าใจในสั่งที่มาตินพูดเลยแต่ดูเหมือนทุกคนในห้องประชุมจะเห็นเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ เพราะเท่าที่ผมดูแล้ว ไม่มีใครซักถามอะไรมาตินเลยมีเพียงผมที่ยังคงสงสัยว่า...ทำไมมาตินถึงพูดแบบนี้ออกไปต่อหน้าทุกคน ทั้ง ๆที่เขาเองก็เคยบอกว่า...เขาเกลียดผมมาก

            แต่หลังจากนั้นไม่นาน มาตินก็บอกทุกคนให้เลิกประชุมและแยกย้ายกันกลับบ้านได้ส่วนผม ผมไม่อาจเก็บความสงสัยนี้เอาไว้ได้อีกต่อไปหามาตินซึ่งตอนนี้เขายังคงยืนจับมือของผมอยู่กลางห้องประชุม และผมก็ถามมาตินว่า

            "มาติน? ทำไมคุณถึงพูดกับทุกคนแบบนี้ครับ?"

            "แบบไหนเหรอครับ? "

            "ก็ที่คุณบอกให้ทุกคนเคารพผมเสมือนว่า...ผมเป็๲คู่สมรสของคุณน่ะสิครับ"

            "ทำไม? ไม่ดีใจเหรอที่ผมให้เกียรติคุณขนาดนี้"

            "คือ...ผมคิดไม่ถึงว่า...คุณจะให้เกียรติผมขนาดนี้ครับ

            "หึ...งั้นผมขอรางวัลหน่อยสิครับ"

            "เอ่อ! รางวัลอะไรครับ?"

            "รางวัลที่ผมได้มอบมงกุฏให้คุณไงครับ"

            "เอ่อ! ผมไม่มีรางวัลอะไรจะมอบให้คุณหรอกครับ"

            "น่า...นะขอรางวัลหน่อยครับ"

            "เอ่อ! แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะครับ?"

            "อืม..."

            "คะ...ครับ"

            "ขอรางวัลหน่อยครับตรงนี้..."

            มาตินยื่นหน้าของเขาเข้ามาหาผมจนปากของเราเกือบจะชนกันอยู่แล้ว แล้วมาตินก็ชี้ไปที่ริมฝีปากของเขาและย้ำกับผมว่า...ขอรางวัลหน่อย ผมเองไม่ใช่คนอ่อนหวานอะไรเท่าไหร่นักแต่พอโดนเขาพูดจาอ่อนหวานเข้าหน่อยผมก็เผลอใจรีบส่งจูบให้เขาทันทีโดยไม่ลังเลอะไรเลย หลังจากนั้นมาตินก็ยิ้มให้ผมและบอกผมว่า

            "ขอบคุณครับ"

            แล้วมาตินก็เดินไปที่ตู้เชฟของเควินและเปิดมันออกก่อนที่มาตินจะหยิบกล่องของขวัญเล็ก ๆ ยื่นให้ผมหนึ่งกล่อง มาตินบอกผมว่าข้างในเป็๲ของขวัญประจำแหน่งผู้ชายของเ๽้าพ่อ

            ผมค่อย ๆเปิดกล่องของขวัญออก แล้วผมก็ได้เห็นว่าข้างในเป็๞สร้อยเส้นเล็ก ๆและมีจี้เป็๞รูปขนนก และมีข้อความสลักด้านหลังปีกนกว่า...ผู้ชายหมายเลขหนึ่ง...


     

    .....

    sundog