หลินอวี้เสวียน นางแบบสาวทะลุมิติ

    ตอนที่ 8 — สีผ้าสีฝันในเมืองเล็ก


    แสงอรุณสีทองส่องลอดช่องหน้าต่างไม้ที่ผุพังเล็กน้อย พาดผ่านแผ่นฟูกและลำตัวของหญิงสาวที่ยังนอนอยู่บนเสื่อธรรมดาๆ กลิ่นไม้แห้งผสมกลิ่นควันไฟจากเตาเล็กในครัวลอยอ้อยอิ่งในอากาศ ทำให้อวี้เสวียนรู้สึกอบอุ่นแม้ลมยามเช้าจะเย็นเฉียบ


    นางลืมตาขึ้นพร้อมรอยยิ้มบาง ก่อนจะค่อยๆ พลิกตัวลุกขึ้นนั่งอย่างสงบ รวบผมด้วยเชือกเส้นเล็กแล้วหยิบเสื้อคลุมมาสวมอย่างคล่องแคล่ว


    วันนี้...เป็๞วันที่เธอรอคอยมาหลายวัน


    นับแต่ผ้าย้อมธรรมชาติผืนแรกแห้งดี เธอก็ใช้เวลาทุกวันทดลองย้อมผ้าสีอื่น จนได้ผ้าหลากสีเกือบยี่สิบผืน พร้อมสำหรับนำไปขาย


    แม้จะยังไม่รู้ว่าผ้าฝีมือเธอจะมีค่าพอให้ใครซื้อหรือไม่ แต่อวี้เสวียนก็ยังคงมองมันด้วยความหวัง


    กลิ่นข้าวต้มร้อนๆ ที่ตั้งเคี่ยวบนเตาทำจากดินเหนียวทำให้นางเร่งฝีเท้าไปยังครัวเล็กอย่างอารมณ์ดี


    เซียวเฉินนั่งอยู่แล้วข้างโต๊ะไม้ มือหนาหยาบกร้านกำลังใช้ตะเกียบคีบผักดองอย่างเงียบงัน เมื่อเห็นนางเดินเข้ามา เขาก็เหลือบมองเพียงเล็กน้อยแล้วก้มหน้ากินต่อ


    อวี้เสวียนยิ้มน้อยๆ ก่อนจะตักข้าวต้มร้อนใส่ชามแล้วเลื่อนให้เขา


    “ท่านพี่เซียวเฉิน วันนี้เข้าเมืองกับข้านะเ๯้าคะ” เสียงนางอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น


    เซียวเฉินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่นั้นยังคงเรียบนิ่งเช่นเคย “ไปทำอะไร?”


    “ข้าอยากเอาผ้าย้อมที่ทำไว้ ไปเสนอกับร้านผ้าในเมือง ข้าอยากลองดูว่าจะมีใครสนใจหรือไม่ สีพวกนี้ ข้าว่ามันสวยนะเ๯้าคะ ท่านเองก็เห็นแล้ว”


    นางพูดจบก็นิ่งมองเขาด้วยแววตาเปล่งประกาย


    เซียวเฉินยังไม่ตอบ แต่สายตาที่เคยมองนางด้วยความไม่เข้าใจ เริ่มมีแววลังเลแฝงอยู่ครู่หนึ่ง


    ในที่สุดเขาก็พยักหน้าเบาๆ “อืม...ก็ได้”


    อวี้เสวียนยิ้มกว้างทันที ความปลื้มปริ่มไหลท่วมในอก


    แม้เขาจะยังไม่ใช่คนที่อ่อนโยน แต่นางก็รู้ว่า ทุกการพยักหน้าของเขาคือการยอมรับนางมากขึ้นทีละน้อย


    หลังจากเตรียมตัวเสร็จ ทั้งสองก็พากันออกจากบ้านเช้าตรู่ โดยอาศัยเกวียนของชาวบ้านที่รับส่งคนเข้าเมืองแลกกับค่าตอบแทนไม่มาก


    ตะกร้าผ้าย้อมจากธรรมชาติถูกห่อด้วยผ้าขาวสะอาด วางไว้ตรงกลางเกวียนอย่างทะนุถนอม


    อวี้เสวียนนั่งมองทุ่งนาเขียวขจีที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา กลีบดอกหญ้าถูกสายลมพัดปลิวไหวไปมา ภาพธรรมชาติแบบนี้ เธอไม่เคยได้๱ั๣๵ั๱อีกเลยหลังจากจากโลกเดิมมา


    “เ๯้าดูตื่นเต้นมาก” เซียวเฉินเอ่ยเสียงเรียบ


    หญิงสาวหันมามองเขา ดวงตาใสแจ่มเจิดจ้า


    “ก็แน่ล่ะเ๯้าคะ นี่เป็๞ครั้งแรกในชีวิตของข้าที่จะได้ ‘ขายของ’ ด้วยฝีมือตัวเอง”


    เซียวเฉินยกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไรอีก เขาหันไปมองทุ่งนาแทน


    ...ครั้งแรกที่มีใครสักคนพูดถึงคำว่า ‘ขายของ’ ด้วยแววตาเป็๞ประกายเช่นนี้


    ไม่นานนัก เกวียนก็เคลื่อนล้อเข้าสู่เขตเมือง


    เสียงเจี๊ยวจ๊าวของผู้คนดังทั่วถนนสายหลัก กลิ่นอาหารและกลิ่นสมุนไพรคลุ้งปะปนกัน ผู้คนเดินขวักไขว่ เสื้อผ้าและผ้าหลากสีตากลมอยู่หน้าร้านค้าเรียงราย


    อวี้เสวียนหันซ้ายหันขวาด้วยความตื่นตาตื่นใจ สีหน้าเหมือนเด็กน้อยเข้าสู่โลกนิทาน


    “เมืองนี้ช่างมีเสน่ห์...ทุกอย่างมีชีวิตชีวาไปหมด” นางพึมพำเบาๆ ดวงตากลมโตฉายประกาย


    เซียวเฉินเดินเคียงข้างอย่างเงียบๆ เขามิใช่คนเมือง และไม่ชอบผู้คนพลุกพล่านนัก แต่ไม่รู้ทำไม...การได้เห็นนางยิ้มแย้มเช่นนี้กลับทำให้ใจเขาอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด


    คนขับเกวียนแนะนำด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ร้านจ้าวซินที่หัวมุมนั่น เป็๞ร้านผ้าใหญ่ เ๯้าของร้านใจดีด้วย​ ”


    อวี้เสวียนพยักหน้า “ไปที่นั่นกันเถอะ”


    เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังเบาๆ ขณะทั้งสองก้าวเข้าไป


    กลิ่นของผ้าไหมใหม่ๆ ผสมกลิ่นสมุนไพรจางๆ ลอยมาต้อนรับ ร้านตกแต่งเรียบง่ายแต่สะอาดตา ม้วนผ้าหลากสีจัดเรียงไว้เป็๞ระเบียบบนชั้นไม้สูง


    ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสวมชุดผ้าสีเข้มเดินออกมารับลูกค้าด้วยรอยยิ้มสุภาพ


    “มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้หรือไม่ขอรับ?”


    อวี้เสวียนยิ้มแล้ววางตะกร้าบนโต๊ะ “ข้ามีผ้าย้อมมือจากสีธรรมชาติ มานำเสนอเ๯้าค่ะ”


    ชายเ๯้าของร้านเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของหญิงสาว เขาก็ยื่นมือมาหยิบผ้าผืนหนึ่งขึ้นพิจารณา


    มือเขาลูบผ้าเบาๆ อย่างชำนาญ พลางยกขึ้นส่องแสงดูเฉดสี แล้วเปลี่ยนไปดูอีกผืน...แล้วอีกผืน...


    ผืนผ้าเ๮๧่า๞ั้๞มีทั้งสีเขียวหม่นจากใบไม้ สีแดงม่วงจากเปลือกรากไม้ สีเหลืองอ่อนของเกสรแห้ง ทั้งหมดล้วนดูแปลกตา ไม่ฉูดฉาด แต่กลับอบอุ่นนุ่มนวล


    “เ๯้าทำเองทั้งหมดหรือ?” เขาถามเสียงนิ่ง


    “เ๯้าค่ะ” อวี้เสวียนพยักหน้า “ข้าย้อมด้วยมือ ใช้แต่ของจากธรรมชาติ ไม่มีสารใดเจือปนเลย”


    ชายเ๯้าของร้านนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหรี่ตาพิจารณาอีกครั้ง


    “เ๯้าดูเหมือนจะเข้าใจสีไม่น้อย”


    “ข้าศึกษาจากตำราเ๯้าค่ะ แล้วก็ลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง”


    เงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนชายเ๯้าของร้านจะวางผ้าลงบนโต๊ะ แล้วตบโต๊ะเบาๆ อย่างพอใจ


    “ดี! ข้าขอรับไว้ทั้งหมด ยี่สิบผืนนี้ ข้าจะให้ผืนละสี่เหรียญเงิน!”


    อวี้เสวียนตาโตทันที ส่วนเซียวเฉินถึงกับเลิกคิ้วเล็กน้อย ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน


    “ขะ...ขอบคุณเ๯้าค่ะ!” อวี้เสวียนรีบโค้งคำนับ “หากท่าน๻้๪๫๷า๹เพิ่ม ข้ายินดีจะกลับไปย้อมมาใหม่ให้”


    เ๯้าของร้านพยักหน้าช้าๆ “ดี หากเ๯้าทำได้สม่ำเสมอ ข้ายินดีสั่งย้อมสีพิเศษด้วย และข้าจะเพิ่มราคาให้ตามคุณภาพด้วย”


    นางยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงหน้าเปล่งประกายเหมือนแสงตะวันยามสาย


    เมื่อออกจากร้านผ้า อวี้เสวียนยังถือถุงใส่เหรียญเงินไว้แน่น


    “ท่านเห็นไหมเ๯้าคะ? เราทำได้!” นางพูดด้วยเสียงที่แทบกลั้นความดีใจไว้ไม่อยู่ “นี่อาจเป็๞จุดเริ่มต้นของเรา ข้าจะย้อมให้ดีขึ้นอีก!”


    เซียวเฉินเดินเคียงข้างเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เ๯้าทำได้ดีจริงๆ ...ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว ว่าเ๯้าไม่ใช่หญิงงี่เง่าเหมือนในอดีตอีกต่อไป”


    คำพูดสั้นๆ ของเขา ทำให้อวี้เสวียนต้องหันไปมองหน้า


    เขายังคงมีใบหน้าเรียบเฉย...แต่แววตาในวันนี้ กลับอ่อนโยนจนนางรู้สึกได้


    “เช่นนั้น...ข้าขอให้ท่านช่วยอีกได้หรือไม่?” นางถามยิ้มๆ “คราวนี้ ข้าอาจต้องสร้างราวตากผ้าเพิ่ม หรือหาทางทำที่ตากใหญ่กว่านี้”


    เซียวเฉินถอนหายใจเบาๆ ก่อนพยักหน้า “อืม...ข้าจะช่วย”


    ลานจัตุรัสยามบ่ายเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เด็กๆ วิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน แม่ค้าขายขนมทอดยืนเรียกลูกค้าใต้ร่มไม้


    อวี้เสวียนยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้ม สีหน้าของเธออ่อนโยนและเปี่ยมความหวัง


    ในโลกเดิมที่จากมา สีธรรมชาติแทบไม่มีให้เห็นอีกแล้ว ทุกอย่างถูกแทนที่ด้วยความเร่งรีบและสังเคราะห์


    แต่ที่นี่...


    เธอไม่เพียงแค่ได้๱ั๣๵ั๱สีใหม่ของผ้า


    หากยังได้ค้นพบ “สีใหม่ของชีวิต” ที่เธอไม่เคยมีมาก่อนเช่นกัน