"ไอ้หนูคนนี้... มีคุณสมบัติแห่งราชัน!"
สุรเสียงอันทรงพลังของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ะเิก้องไปทั่วฟ้าดิน!
ชั่วพริบตาเดียว ผู้คนทั้งหมดต่างสั่นสะท้านเฮือก ตกตะลึงจนิญญาแทบหลุดออกจากร่าง!
นี่คือคำประกาศิตที่หลุดออกมาจากปากยอดฝีมือขอบเขตโหวเชียวนะ! ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็ถึงขอบเขตโหวที่มีเปอร์เซ็นต์ทะลวงขึ้นสู่ 'ระดับราชัน' มากที่สุดอีกด้วย!
แม้กระทั่งครูฝึกทั้งห้าคนยังอดไม่ได้ที่จะหน้าซีดเผือด!
ชายวัยกลางคนยิ่งตื่นเต้นจนตัวสั่นเทิ้ม เก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ นับั้แ่หมดยุคของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์เป็ต้นมา มณฑลเจียงหนานก็ไม่ได้กำเนิดยอดฝีมือที่ก้าวข้ามระดับปรมาจารย์มานานแสนนานแล้ว!
ในฐานะมณฑลขนาดใหญ่ของแคว้นต้าเซี่ย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามณฑลเจียงหนานล้าหลังกว่ามณฑลอื่นไปมากโข
และตอนนี้ การที่โหวหอกศักดิ์สิทธิ์ออกปากการันตีด้วยตัวเอง ย่อมหมายความว่า มณฑลเจียงหนาน... กำลังจะมีอัจฉริยะระดับ 'ราชัน' ถือกำเนิดขึ้นมาอีกคนแล้ว!
ร่างเงาของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์เอามือไพล่หลัง ยืนตระหง่านอยู่บนชั้นฟ้าทั้งเก้าอย่างเงียบงัน ทอดสายตามองลงไปยังหอคอยภาพลวงตา
"ขอดูหน่อยเถอะ ว่าขีดจำกัดของเ้าหนูนี่จะไปสุดที่ตรงไหน... หากสามารถบดขยี้ชั้นที่สี่สิบไปได้ล่ะก็..." แววตาของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์สาดประกายเจิดจ้า ประโยคครึ่งหลังถูกกลืนหายลงไปในลำคอ
อันที่จริง การที่นักสู้ระดับขอบเขตปราณโลหิตริอ่านจะฝ่าด่านชั้นที่สี่สิบให้ได้นั้น มันเป็เื่ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย!
ต้องเข้าใจก่อนว่า ต่อให้เป็ยอดฝีมือขอบเขตหลอมโลหิต หากมีระดับปราณโลหิตไม่ถึงห้าสิบแต้ม ก็อย่าหวังว่าจะรอดพ้นชั้นที่สี่สิบไปได้
การที่ซูอวี่ตะเกียกตะกายทะลวงมาถึงชั้นที่สามสิบแปดได้ ก็นับว่าวิปริตผิดมนุษย์มากพอแล้ว!
ท้ายที่สุด ปราณโลหิตของซูอวี่ในตอนนี้... มีแค่เก้าแต้มถ้วนเท่านั้น!
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป สายตาทุกคู่ต่างเบิกกว้างจ้องเขม็งไปที่หอคอยภาพลวงตาตาไม่กะพริบ ไม่มีใครยอมพลาดเสี้ยววินาทีแห่งการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่นี้เลย!
ชั่วอึดใจต่อมา... หอคอยภาพลวงตาก็สั่นะเืเบาๆ
แสงสว่างจ้าบนชั้นที่สามสิบแปด... พลันดับวูบลงในชั่วพริบตา!
ขณะที่ทุกคนกำลังกลั้นหายใจรอลุ้นแสงของชั้นถัดไป ทว่า... ร่างของซูอวี่กลับถูกหอคอยดีดกระเด็นออกมาปรากฏตัวต่อหน้าฝูงชนแทน!
"สุดทางแล้วงั้นรึ..." โหวหอกศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนตระหง่านอยู่บนท้องฟ้าฉายแววเสียดายออกมาวูบหนึ่ง แต่เพียงไม่นาน ความรู้สึกนั้นก็ถูกปัดทิ้งไป
ท้ายที่สุด ซูอวี่ก็มีระดับการบำเพ็ญเพียรแค่ขอบเขตปราณโลหิต การบดขยี้ด่านมาถึงชั้นที่สามสิบแปดได้ ก็นับว่าสร้างปาฏิหาริย์จนน่าสะพรึงกลัวสุดขีดแล้ว! แค่นี้ก็ถือว่าได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ลงในทำเนียบอย่างสมบูรณ์!
ซูอวี่เดินล้วงกระเป๋าออกมาอย่างเนิบนาบ ก่อนจะััได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ สายตาทุกคู่จากทั่วลานกว้างล้วนหยุดชะงักและจับจ้องมาที่เขาเป็ตาเดียว... สายตาที่มองมาราวกับกำลังจ้องมองสัตว์ประหลาดจากขุมนรก!
ซูอวี่ชะงักฝีเท้า เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยถาม
"เกิดอะไรขึ้น? พวกคุณมองผมแบบนั้นทำไมกัน?"
คำถามราบเรียบสบายๆ ไร้เดียงสาเบอร์นี้ เมื่อกระทบโสตประสาทของคนอื่นๆ ก็กลายเป็การอวดดีแบบหน้าตายขั้นสุด!
นั่นมันชั้นที่สามสิบแปดเลยนะลูกพี่! ยิ่งไปกว่านั้น นายเพิ่งจะอยู่แค่ขอบเขตปราณโลหิต... ถ้าทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตหลอมโลหิตได้เมื่อไหร่ นายจะไม่กระทืบผู้เฝ้าด่านทะลวงไปถึงชั้นที่สี่สิบได้สบายๆ เลยรึไง!
ต้องเข้าใจก่อนว่า แม้แต่สัตว์ประหลาดพร์ 'สีส้ม' อย่างหยางเสี่ยว ก็ยังต้องใช้ระดับการบำเพ็ญเพียรถึงขอบเขตหลอมโลหิตขั้นกลาง ถึงจะลากสังขารฝ่าด่านไปถึงชั้นที่สี่สิบกว่าได้แบบหืดขึ้นคอ!
ชั่วขณะนั้น เหล่าอัจฉริยะทั่วสารทิศต่างพากันใบ้รับประทาน พวกเขามองดูซูอวี่ด้วยสีหน้าซับซ้อนสุดจะพรรณนา
ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาในค่าย แต่ละคนต่างก็เชิดหน้าชูตา ยกหางตัวเองว่าเป็อัจฉริยะเหนือคน ทว่าพอได้มาอยู่ในค่าย และได้เห็นตัวประหลาดอย่างซูอวี่อาละวาดเข้า... พวกเขาถึงได้บรรลุสัจธรรม ว่าอะไรที่เรียกว่า 'อัจฉริยะของแท้'!
แบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าอัจฉริยะ! เมื่อเอาฝีมือระดับนี้ไปเทียบกับซูอวี่ พวกเขาก็เป็ได้แค่คนไร้ค่าที่ไม่มีอะไรเลยสักนิด!
"อะแฮ่ม! อะแฮ่ม!"
ชายวัยกลางคนกระแอมไอเสียงดัง เพื่อส่งซิกให้ซูอวี่แหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ซูอวี่เงยหน้ามองตามด้วยความมึนงง
ทันใดนั้น เขาก็เห็นร่างบุรุษกำยำล่ำสันร่างหนึ่ง ยืนตระหง่านค้ำฟ้าค้ำแผ่นดินอยู่เบื้องบน! ในมือเกาะกุมหอกยาวเอาไว้แน่น ปลายหอกชี้ทะยานราวกับจะแทงทะลุสรวง์ให้เป็รู! ร่างกายแผ่ซ่านแรงกดดันอันน่าสยดสยองออกมาประดุจูเาไฟที่กำลังรอวันปะทุ!
รูม่านตาของซูอวี่หดเกร็งวูบทันที!
วินาทีนั้น เสียงปราณของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นข้างหูซูอวี่
"นั่นคือร่างเงาของท่านโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ ท่านออกปากว่า้ารับนายเป็ศิษย์สายตรง"
พอได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของซูอวี่ก็พลันบิดเบี้ยวแปลกประหลาดขึ้นมาทันที
ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาค่ายอัจฉริยะ ตาเฒ่าหวังหลงเพิ่งจะบอกย้ำนักย้ำหนาว่ามี 'คนใหญ่คนโต' ้ารับเขาเป็ศิษย์ แล้วไหงตอนนี้... ท่านโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ก็มาโผล่กลางปล้องขอรับเขาเป็ศิษย์อีกคนล่ะเนี่ย?
เราในตอนนี้... เนื้อหอมเบอร์นั้นเลยเหรอ?
โหวหอกศักดิ์สิทธิ์ก้มมองซูอวี่ ยิ่งมองสำรวจก็ยิ่งพึงพอใจ เขาฉีกยิ้มกว้างแล้วเอ่ยว่า
"ว่าไงเ้าหนู สนใจกราบเปิ่นโหวเป็อาจารย์หรือไม่? บอกเลยนะว่าต่อให้เป็เหล่าอัจฉริยะจากเมืองหลวงหรือเมืองมารที่มีอยู่นับไม่ถ้วน... พวกนั้นต่างก็ปรารถนาอยากเป็ศิษย์ข้าจนตัวสั่น แต่พวกมันก็ไร้วาสนา!"
โดนยิงคำถามแสกหน้าแบบนี้ ซูอวี่ก็ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือคารวะเงาร่างบนท้องฟ้าแล้วเอ่ยตอบอย่างฉะฉาน
"ขอบพระคุณในความเมตตาของท่านโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ครับ! แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับปากผู้าุโหวังหลงเอาไว้แล้วว่าจะกราบสหายของท่านเป็อาจารย์ หากจู่ๆ ผมกลับกลอกเปลี่ยนใจไปกราบท่านโหวแทน... แบบนี้ผมคงถูกผู้คนประณามสาปแช่งว่าเนรคุณครับ"
คิ้วของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์กระตุกเข้าหากันทันที! เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าคนระดับเขาที่อุตส่าห์ลดตัวลงมารับศิษย์ด้วยตัวเอง... แต่กลับถูกไอ้เด็กเมื่อวานซืนปฏิเสธหน้าหงายกลับมาซะงั้น!
ถึงตรงนี้ ใบหน้าของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มดำทะมึน แผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาอย่างเห็นได้ชัด
ตัวเขาอยู่ในจุดไหนของห่วงโซ่อาหาร?! เขาคือตัวตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตโหว และเป็กลุ่มคนที่มีเปอร์เซ็นต์ทะลวงขึ้นสู่ระดับราชันมากที่สุด! ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่ขอบเขตราชันสำเร็จ เขาจะกลายเป็หนึ่งในบุคคลระดับปรมาจารย์ผู้คุมกฎของแคว้นต้าเซี่ยอย่างแท้จริง!
ทว่า... กลับมีไอ้เด็กเปรตกล้าปฏิเสธความหวังดีของเขาเนี่ยนะ?!
อย่างไรก็ตาม พร์ของซูอวี่ก็เย้ายวนจนน่าสะพรึงกลัวเกินไปจริงๆ สิ่งนี้ทำให้โหวหอกศักดิ์สิทธิ์ตัดใจสะบัดก้นหนีไปไม่ได้ เขาฝืนระงับอารมณ์ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแกมบังคับ
"ตาแก่หวังหลงนั่นมันจะไปรู้จักมักจี่ยอดฝีมือที่ไหนได้? อย่างมากก็เป็แค่ระดับปรมาจารย์เท่านั้นแหละ! เอาอย่างนี้ ขอเพียงเ้ายอมกราบข้าเป็อาจารย์ เื่ของตาแก่หวังหลงนั่น เดี๋ยวเปิ่นโหวจะเป็คนไปเคลียร์ให้เอง!"
"แต่ว่า..." ซูอวี่ยังคงแสดงท่าทีอิดออด
แม้แต่ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ยังร้อนรนจนเหงื่อแตกพลั่กแทน! นั่นคือโหวหอกศักดิ์สิทธิ์เชียวนะโว้ย! หากปล่อยโอกาสทองฝังเพชรนี้หลุดมือไป ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปากอีกเลย!
และในเสี้ยววินาทีแห่งความอึดอัดนั้นเอง! ไป๋จ่านก็กัดฟันก้าวพรวดออกมาข้างหน้า! เขารีบประสานมือคารวะโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ เม็ดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายเต็มหน้าผาก เขาฝืนยิ้มแหยๆ แล้วกล่าวอย่างนอบน้อม
"ท่านโหวหอกศักดิ์สิทธิ์... ซูอวี่ได้รับปากท่านผู้นั้นเอาไว้แล้วจริงๆ ครับ ขอท่านโหวหอกศักดิ์สิทธิ์โปรดเมตตา อย่าสร้างความลำบากใจให้กับผู้เยาว์เลยครับ"
พอชายวัยกลางคนเห็นไป๋จ่านก้าวออกไปแส่หาเื่โดยพลการ สีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง! เขารีบตวาดส่งเสียงเตือนผ่านปราณ "ไป๋จ่าน! ถอยกลับมาเดี๋ยวนี้! การตัดสินใจของท่านโหว ใช่เื่ที่แกจะสอดปากเข้าไปก้าวก่ายได้งั้นเรอะ!"
เมื่อโหวหอกศักดิ์สิทธิ์โดนขัดใจเข้าจังๆ สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็เ็าเยียบเย็นจับขั้วหัวใจ!
"โอ้? เปิ่นโหวล่ะชักอยากจะรู้ซะแล้วสิ... ว่าใครมันใหญ่โตค้ำฟ้าไปกว่าเปิ่นโหว!"
ตูมมมม!
ชั่วพริบตาเดียว แรงกดดันอานุภาพระดับโหวก็ถาโถมบดขยี้ลงมาดั่งูเาถล่ม! ร่างของไป๋จ่านราวกับถูกูเาั์ทั้งลูกทับกระแทก เข่าทรุดกระแทกพื้นดังลั่น ร่วงลงไปหมอบกระแตคลุกฝุ่นในเสี้ยววินาที!
"อั้ก!" ไป๋จ่านกระอักเืสดๆ ออกมาคำโต เขาฝืนเกร็งคอ ส่งเสียงผ่านปราณตะเบ็งบอกโหวหอกศักดิ์สิทธิ์อย่างยากลำบาก
"ท... ท่านโหวโปรดระงับโทสะ! คนที่ออกปาก้ารับซูอวี่เป็ศิษย์... ค... คือ 'ราชันพิฆาตั' ครับ!!"
เปรี้ยง!
ทันทีที่ได้ยินชื่อต้องห้ามหลุดออกมา ร่องรอยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงก็พาดผ่านใบหน้าของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ไปอย่างรวดเร็วจนแทบสังเกตไม่ทัน! เมื่อเขาก้มมองไป๋จ่านอีกครั้ง แววตาแข็งกร้าวกลับแปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งซ่อนอยู่ลึกๆ!
พรึ่บ!
แรงกดดันมหาศาลถูกถอนกลับคืนไปอย่างรวดเร็วราวกับปัดเป่า อาการปางตายของไป๋จ่านถึงได้บรรเทาลง
"ข... ขอบพระคุณท่านโหวที่เมตตาขอรับ..." ไป๋จ่านลากสังขารขึ้นมาประสานมือคารวะพร้อมรอยยิ้มขมขื่น
โหวหอกศักดิ์สิทธิ์สูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด เขาตวัดสายตามองซูอวี่ด้วยความรู้สึกที่โคตรจะซับซ้อน
"ไม่นึกเลยจริงๆ... ว่าจะเป็ 'ท่านผู้นั้น' ลงมาทาบทามด้วยตัวเอง..."
ท่านโหวพึมพำแ่เบา ก่อนจะกระแอมไอแก้เก้อแล้วประกาศก้อง
"เอาเถอะ! ในเมื่อความจริงเป็เช่นนั้น เปิ่นโหวก็จะไม่บังคับฝืนใจเ้าแล้ว! รักษาตัวให้ดีล่ะไอ้หนู!"
สิ้นเสียงตวาด ร่างเงาตระหง่านฟ้าก็สลายกลายเป็ละอองแสง เลือนหายไปจากค่ายอัจฉริยะในชั่วพริบตา!
.....
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ตัดภาพไปยัง 'สมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์' ภายในกระโจมบัญชาการกองทัพของมนุษยชาติ
จู่ๆ ร่างจริงของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นก็สะดุ้งตัวโยน! ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเย็นเฉียบ แววหวาดผวาที่ยังตกค้างอยู่ไม่จางหาย
"เวรเอ๊ย! ใครมันจะไปรู้ว่าไอ้เด็กนั่นดันถูกท่านผู้นั้นเล็งไว้แล้ว! เกือบพาตัวเองไปลงนรกแล้วไหมล่ะ!"
โหวหอกศักดิ์สิทธิ์ตบหน้าอกดังป้าบๆ ก่อนจะลูบอกปลอบขวัญตัวเองพลางหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่
ทว่า! ในวินาทีที่เขากำลังถอนหายใจโล่งอกอยู่นั้นเอง!
สุรเสียงราบเรียบเยือกเย็นสายหนึ่ง ก็ดังกัมปนาททะลวงเข้ามาในห้วงจิตของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์โดยตรง!
"ไอ้หนู... แกใช่ไหมที่ริอาจมาคิดแย่งลูกศิษย์กับข้า?"
เฮือก!
ทันทีที่ได้ยินเสียงมรณะนั้น สีหน้าของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ก็พลันซีดเผือดยิ่งกว่ากระดาษในพริบตา! ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เขารีบละล่ำละลักแก้ตัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อ... อะแฮ่ม! ท่านราชันพิฆาตั... ผ... ผู้น้อยก็แค่ล้อเล่นขำๆ เท่านั้นเองขอรับ..."
ทว่ายังไม่ทันที่ท่านโหวจะได้แก้ตัวจนจบประโยค!
พลังกดทับอันแข็งแกร่งดุดันไร้เทียมทานขุมหนึ่ง ก็บดขยี้ทะลวงมาจากความว่างเปล่าทั่วทุกสารทิศ ก่อนจะพุ่งเข้ากระแทกใส่ร่างของโหวหอกศักดิ์สิทธิ์ในทันที!
ตูมมม!
พริบตาเดียว โหวหอกศักดิ์สิทธิ์ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตโหว... กลับถูกพลังลึกลับนั้นบีบอัดกระแทกจนรูปร่างบิดเบี้ยวหน้าตึงไปหมด!
"ถ้าแค่ล้อเล่นก็รับบทลงโทษเบาๆ ไปซะ... แรงโน้มถ่วงหมื่นเท่า เป็เวลาหนึ่งชั่วโมง!"
น้ำเสียงเย็นะเืประดุจมัจจุราช ดังก้องสะท้านจิติญญาขึ้นมาอีกครั้ง!