เด็กน้อยหลินเมิ่งมุ่งตรงไปยังห้องของเขาก่อนที่จะปิดประตูและนั่งขัดสมาธิลงบนเตียงของเขา
“ไม่คิดเลยว่าแค่การปีนต้นไม้แค่นี้พวกนางจะมาวุ่นวายกับเราได้ถึงเพียงนี้”
ด้วยการที่เขากลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้งแน่นอนว่าย่อมต้องมีความรู้สึกผูกพันกับสถานที่ที่เติบโตมาดังนั้นวันนี้เขาจึงทดลองปีนต้นไม้ที่ครั้งอดีตเขามักจะปีนขึ้นไปอยู่เสมอระหว่างที่เขากำลังซึมซับความหลังอดีตอยู่นั้นกลุ่มคนรับใช้ก็มาขัดจังหวะเสียก่อนคราแรกเขาไม่สนใจกลุ่มคนที่เรียกร้องให้เขาลงมาแต่ว่าภายหลังนั้นเป็แม่นมโจวมาเอง ด้วยความรู้สึกผูกพันราวกับมารดาแท้ๆหลินเมิ่งจึงเชื่อฟังวาจาของแม่นมโจวอยู่บ้าง
“นี่ก็ผ่านมา5ปีแล้วสินะที่เราย้อนเวลากลับมายังอดีตอีกครั้งหนึ่ง”
หลินเมิ่งหลับตาลงเขาพยายามนึกถึงเื่ราวต่างๆที่เขาเคยประสบพบเจอมาในชาติก่อน
“พวกปีศาจปรากฎตัวครั้งแรกเมื่อศักราชว่านสุ่ยที่10035นั่นหมายความว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง13ปีเท่านั้นก่อนที่จะเกิดการบุกรุกครั้งใหญ่ของเหล่าปีศาจ”
ความทรงจำของหลินเมิ่งล้วนแจ่มชัดเขายังคงจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดีเป็ปีที่เขาอายุได้18ปี ปีศาจได้ปรากฎตัวทั้ง7ทวีปเมืองที่เขาอยู่อาศัยนั้นคือเมืองซานหูแห่งแคว้นอวี้ตั้งอยู่บนทวีปหนานฟาง(แดนใต้)ทวีปหนานฟางประกอบไปด้วย4แคว้นใหญ่แต่ระยะเวลาเพียง1ปีทั่วทั้งทวีปเต็มไปด้วยควันไฟา4แคว้นในทวีปหนานฟางนั้นๆม่ค่อยให้ความสำคัญกับการปรากฎตัวของปีศาจมากนักรู้ตัวอีกทีพวกมันก็กลายมาเป็ภัยพิบัติของมวลมนุษย์เมืองซานหูที่เขาอาศัยอยู่นี้โดนฆ่าล้างสังหารสิ้นประชาชนกลายเป็เพียงอาหารให้เหล่าปีศาจให้เข้มแข็งขึ้น
พวกปีศาจจะกินมนุษย์เป็อาหารและแพร่พันธุ์พวกมันไม่สนใจสิ่งมีชีวิตพวกมันมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคืุ์ ด้วยความโชคดีเขาเป็เพียงไม่กี่สิบคนที่เอาชีวิตรอดมาได้ไม่ถึง3ปีทวีปหนานฟางก็ล่มสลายจนทำให้เขาต้องออกร่อนเร่พเนจรอยู่หลายปี
เมื่อคิดถึงตรงนี้สีหน้าของหลินเมิ่งแปรเปลี่ยนไปใบหน้าของเด็กชายเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ฮึ่มข้าเหลือเวลาเพียง13ปีเท่านั้นข้าต้องฉกฉวยทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเข้มแข็งขึ้นก่อนที่ปีศาจจะปรากฎตัว”
ไม่รอช้าหลินเมิ่งรวบรวมสมาธิก่อนที่จะดูดซับพลังปฐมฟ้าดินที่กระจายอยู่รอบเข้าสู่ร่างกายกลิ่นอายของพลังปฐมฟ้าดินล้วนกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกอณู แต่พลังของมันอ่อนบางเป็อย่างมากพลังปฐมฟ้าดินค่อยๆไหลเข้าสู่ร่างกายของหลินเมิ่งอย่างช้าๆ
ภาพเหตุการณ์นี้หากมีผู้บ่มเพาะพลังมาเห็นเข้าคงต้องเกิดความแตกตื่นเป็อย่างมากในโลกใบนี้คนส่วนใหญ่จะเริ่มฝึกการบ่มเพาะพลังเมื่ออายุราว7ขวบและปรากฎการณ์เบื้องหน้านี้การที่หลินเมิ่งสามารถรวบรวมพลังปฐมฟ้าดินให้เข้าสู่ร่างกายได้ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นอย่างน้อยก็เมื่อฝึกมาไม่ต่ำกว่า2ปีเท่านั้นการที่เด็กวัย5ขวบสามารถทำเื่เช่นนี้ได้นั้นนับว่าแหกกฎ์อย่างแท้จริง
ผ่านไป2ชั่วยามร่างกายหลินเมิ่งเต็มไปด้วยเหงื่อจากการรวบรวมพลังเป็ระยะเวลานานสีหน้าของหลินเมิ่งเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าไม่นานนักหลินเมิ่งพลันลืมตาขึ้นแม้สีหน้าจะแฝงแววความเหนื่อยล้าแต่ั์ตานั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า
“ฟู่แม้เราจะรวบรวมพลังปฐมฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายได้แล้วก็ตามแต่ยังคงห่างไกลจากระดับขั้นพื้นฐานลมปราณอยู่มากนัก”
หลินเมิ่งนึกย้อนเข้าไปในความทรงจำของเขาเหตุการณ์ที่เขาได้ตายลงและได้พูดคุยกับตี้เทียนนั้นสลักลงแน่นภายในจิตใจราวกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
หลินเมิ่งจดจำได้เป็อย่างดีหลังจากที่เขาหมดสติไปเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งร่างกายของเขาขยับไม่ได้รอบกายล้วนแต่เป็สีดำมืดมิดน่าแปลกแม้เขาไม่ได้หายใจแต่เขายังคงมีชีวิตอยู่ได้เวลาผ่านไปหลายวันแม้จะไม่มีข้าวสักเม็ดตกถึงท้องแต่เขาก็ยังคงมีชีวิตไม่นานเขารับรู้ได้ถึงพลังชีวิตที่ถูกส่งมายังสะดือของเขาหลินเมิ่งรู้ทันทีว่าตอนนี้เขาอยู่ในครรภ์มารดานั่นเอง
แม้ว่าร่างกายจะขยับเขยื้อนไม่ได้แต่จิตใจของเขาล้วนเป็อิสระไม่ได้ถูกผูกมัดไว้กับกายเนื้อห้วงความคิดของเขาทำงานอย่างรวดเร็ว
‘หากเราปรารถนาที่จะแก้แค้นเราต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าอดีตหากเราดำเนินชีวิตเส้นทางเดิมผลสุดท้ายเราก็คงถูกสังหารอยู่วันยังค่ำเช่นนั้นเราต้องเป็ผู้บ่มเพาะพลังให้เร็วที่สุด’
ในอดีตชาติที่แล้วของหลินเมิ่งการเป็ผู้บ่มเพาะพลังนั้นยากมากนอกจากจะอาศัยพร์ยังต้องชาติตระกูลหรืออาจารย์ที่ดีคอยถ่ายทอดวิชาความรู้น่าเสียดายที่หลินเมิ่งไม่มีทั้ง2อย่าง ตระกูลหลินแม้จะเป็ตระกูลใหญ่ในเมืองซานหูแต่สถานะของตระกูลหลินไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากนักเป็เพียงตระกูลของสามัญชนทั่วไปยากที่จะมีตำราหรือวิชาการบ่มเพาะพลังที่สืบทอดต่อกันมา
ส่วนพร์นั้นหลินเมิ่งไม่ได้มีเลยสักเศษเสี้ยวในอดีตกว่าเขาจะได้บ่มเพาะพลังเขาก็อายุ40เข้าไปแล้วเขาใช้เวลา10ในการเป็บรรลุถึงขั้นพื้นฐานลมปราณ
มนุษย์ชาติในยามนั้นแม้จะมียอดฝีมือเลิศภพจบแดนแต่พวกเขาล้วนประมาทต่อกำลังและความเ้าเลห์ของปีศาจน้อยเกินไปไม่สิพวกเขาไม่สนใจเลยต่างหากเพราะเหตุนั้นความประมาทและหยิ่งทรนงของตนเองเมื่อปีศาจเข้มแข็งขึ้นสังหารผู้คนกว่าพันล้านเป็ขุมพลังแก่พวกมันผู้บ่มเพาะพลังมารู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว
เมื่อคิดเช่นนั้นหลินเมิ่งที่เป็เพียงตัวอ่อนในครรภ์ก็เริ่มที่จะซึมซับพลังปฐมฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายของตนเองแล้วด้วยสภาวะที่เอื้ออำนวยหลินเมิ่งซึมซับพลังทั้งวันทั้งคืนอย่างไม่หยุดแม้จะเป็เพียงเศษเสี้ยวของพลังปฐมฟ้าดินที่เข้าสู่ร่างกายของเขา
‘ต่อให้เราไม่มีพร์ในการฝึกยุทธ์ก็ตามแต่ความพยายามของเราต้องไม่เหมือนใครแน่ข้าหลินเมิ่งฝึกวิชาั้แ่อยู่ในครรภ์ล้วนก้าวหน้ากว่าคนอื่นนับสิบเท่าเพียงเท่านี้ตัวตนของเราก็จะถูกมองว่าเป็อัจฉริยะแล้ว’
เคล็ดวิชาที่หลินเมิ่งใช้อยู่นั้นไม่มีแม้กระทั่งชื่อเรียกเขานั้นได้รับการถ่ายทอดจากหัวหน้าองครักษ์พิทักษ์หน้าบัลลังค์คนก่อน ด้วยเคล็ดวิชานี้ทำให้เขาได้กลายมาเป็หัวหน้าคนต่อไป
หลินเมิ่งยังคงบ่มเพาะพลังตลอดเวลาไม่มีหยุดพักจนกระทั่งวันที่เขาคลอดเขาไม่เคยร้องไห้แม้เพียงสักนิดความนิ่งเงียบนี้สร้างความกังวลใจต่อหมอตำแยเวลานั้นเป็อย่างมาก
แต่สิ่งที่หลินเมิ่งดีใจมากที่สุดนั่นก็คือตอนที่เขาได้เห็นใบหน้าของฉินมู่เหอ มารดาผู้ให้กำเนิดของเขานั่นเองเพียงแค่แวบแรกเท่านั้นเขาก็รู้ทันทีว่านี่คือแม่ของเขาแม้จะไม่เคยเห็นหน้าของอีกฝ่ายก็ตามนี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นหน้ามารดาของตัวเองในอดีตเขาเพียงรู้ชื่อของอีกฝ่ายเท่านั้นเพราะฉินมู่เหอนั้นตายหลังจากเขาคลอดไม่นาน
3วันหลังจากนั้นฉินมู่เหอก็ลาจากโลกนี้ไปด้วยสุขภาพที่ย่ำแย่ของนางนั่นคือตอนที่ทารกน้อยหลินเมิ่งร้องไห้ครั้งแรกหลังจากคลอดการร้องครั้งนี้ติดต่อกันเป็เวลานานราวกับว่ารับรู้การจากไปของมารดา
‘อดีตยังคงไม่เปลี่ยนไป เหนียงตายไปหลังจากเราคลอดทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม’
การตายของมารดาทำให้หลินเมิ่งมุ่งมั่นที่จะล้างแค้นพวกปีศาจเขาตั้งใจที่จะกำจัดพวกมันและเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ไม่ให้ซ้ำรอยอดีต