เสียงเครื่องลำที่สองค่อย ๆ หายไปในท้องฟ้าสีดำอมควัน เหลือไว้เพียงแรงสั่นต่ำ ๆ ที่ยังค้างอยู่ในพื้นคอนกรีตและในกระดูกของคนที่ยืนอยู่ด้านล่าง ลมจากใบพัดที่เพิ่งยกตัวขึ้นกวาดฝุ่น เศษกระดาษไหม้ และละอองเืให้หมุนวนเป็วงกว้างก่อนจะค่อย ๆ ตกลงมาเหมือนเถ้าหนัก ๆ อากาศร้อนจนหายใจเข้าไปแล้วแสบลำคอ กลิ่นน้ำมันเครื่องไหม้ กลิ่นเืสด กลิ่นโลหะร้อน และกลิ่นคาวชื้นของฝูงที่ตายกองอยู่นอกแนวผสมกันจนเหมือนค่ายทั้งค่ายกลายเป็ปอดขนาดใหญ่ที่กำลังหายใจเอาความตายเข้าออกช้า ๆ
ไม่มีใครเฮ ไม่มีใครดีใจที่เครื่องลำที่สองขึ้นไปได้ เพราะทุกคนรู้ว่าการรอดของคนข้างบนไม่ได้แปลว่าคนข้างล่างปลอดภัย มันแค่แปลว่าภาระส่วนหนึ่งถูกส่งขึ้นฟ้าแล้ว และภาระที่เหลือบนพื้นหนักขึ้นกว่าเดิม
เสียงปืนจากแนวหน้าไม่ได้หยุด แต่มีช่องว่างบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างเสียงแต่ละชุด ช่องว่างที่สั้นมากจนคนทั่วไปอาจไม่ทันสังเกต แต่คาเอลได้ยินชัด มันคือจังหวะที่มือของคนยิงเริ่มช้าลง จังหวะที่นิ้วเริ่มแข็งจากแรงสะท้อน จังหวะที่หัวใจของคนเริ่มเร็วกว่าการควบคุมของตัวเอง เสียงเปลี่ยนแม็กกาซีนที่เคยแข็งและพร้อมเพรียงเริ่มกระจัดกระจาย บางคนเสียบแม็กช้าไปครึ่งจังหวะ บางคนหายใจแรงเกินไปก่อนยกปืนกลับ บางคนยิงยาวกว่าที่ควรเพราะความกลัวทำให้ลืมประหยัดะุ
คาเอลยืนอยู่ใกล้แนวบังคับบัญชาชั่วคราว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงกะพริบผ่านควันมากระทบใบหน้าเขาเป็่ ๆ ทำให้เงาบนหน้าเปลี่ยนทุกครั้งเหมือนเขาเป็คนละคนในทุกจังหวะแสง เขายังได้ยินเสียงเครื่องลำที่สองอยู่ในหัว ทั้งที่มันห่างออกไปแล้ว เสียงนั้นเหมือนย้ำว่าคำสั่งก่อนหน้าของเขา “ได้ผล” คนกลุ่มหนึ่งรอด เพราะเขาเลือกจุดลงจอด เลือกคุมแนว เลือกปล่อยให้บางตำแหน่งรับแรงแทนตำแหน่งอื่น
และเพราะมีคนบางคนยืนอยู่ตรงนั้น
ช่องขวายังไหม้ไฟจากแรงะเิเมื่อครู่ ซากรถพยาบาลคันที่สองเอียงอยู่ข้างกำแพงคอนกรีตแตก หลังคายุบลงครึ่งหนึ่ง กระจกที่เหลือแตกเป็ฟันคม ๆ ตามกรอบ ประกายไฟจากสายไฟขาดกระตุกเป็ระยะ แสงสีส้มจากไฟลุกต่ำสะท้อนบนพื้นเปียกเืจนดูเหมือนพื้นกำลังมีชีพจรของตัวเอง
เดวิสยืนอยู่ตรงช่องนั้น
แขนซ้ายของเขาพันผ้าไว้แน่นจนดูเหมือนถูกบีบให้เล็กลง เืซึมออกมาเป็สีเข้มใต้ผ้าขาวใหม่ที่อลิน่าพันให้ก่อนหน้านี้ เขาควรพัก เขาควรนั่งอยู่หลังเต็นท์แพทย์ เขาควรให้แผลปิดอย่างน้อยสักพัก แต่ตอนนี้เขากลับยืนอยู่ในตำแหน่งที่แรงกดหนักที่สุด ปืนในมือขวายังนิ่ง แม้ไหล่จะสั่นนิด ๆ ทุกครั้งที่ยิง เขายืนไม่เต็มสองเท้าเหมือนคนสมบูรณ์ ขาข้างหนึ่งถ่ายน้ำหนักน้อยกว่าอีกข้างเล็กน้อย แต่เขาใช้ซากเหล็กและมุมกำแพงช่วยพยุงจังหวะตัวเองอย่างชำนาญ ราวกับสนามรบไม่ได้เป็พื้นที่ว่าง แต่เป็สิ่งที่เขาใช้พิง ใช้หลบ ใช้ยืนต่อ
“ถอยครึ่งก้าว!” เสียงเดวิสดังขึ้นจากช่องขวา แหบจนปลายเสียงแตก
“อย่ายืนแนวเดียวกัน! แบ่งซ้ายยิงไขว้ ขวายิงต่ำ!”
ทหารสองคนที่กำลังถอยชนกันรีบแยกออก เดวิสยิงสามนัดสั้น ตัวแรกที่พุ่งต่ำล้มลงก่อนถึงซากรถ ตัวที่สองะโข้ามซากเพื่อนของมันมา เขาไม่ไล่ะุตาม แต่ก้าวเข้าไปครึ่งก้าว ฟาดพานท้ายปืนเข้าใต้คางมัน เสียงกระดูกแตกดังทึบ ตัวมันสะบัดถอยหลังพอดีกับะุของทหารข้างเขาที่ยิงซ้ำจนหัวแตก
“ดี!” เดวิสะโ
“ร้องไป ยิงไป แต่อย่าหยุดยิง!”
ทหารคนนั้นกำลังร้องไห้จริง ๆ น้ำตาไหลผ่านคราบเขม่าบนหน้า แต่เขายังยิงต่อ มือสั่นแต่ยังอยู่บนไกปืน
คาเอลมองภาพนั้น เหมือนมองจุดเล็ก ๆ ที่ยังเป็มนุษย์อยู่ท่ามกลางแผนที่ของความสูญเสีย เสียงเดวิสไม่ได้ทำให้แนวแข็งแรงขึ้นเพราะยุทธวิธีอย่างเดียว แต่มันทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเชื่อว่าตัวเองยังยืนได้อีกนิด คนแบบนั้นไม่มีค่าในตัวเลขแบบเดียวกับปืนกลหรือโดรนะเิ แต่ในสนามจริง เขาเป็เหมือนหมุดที่ตอกลงไปในพื้น ถ้าหมุดนั้นหลุด ทั้งแผงจะสั่นตาม
[อัตราการซิงค์: 52%]
ตัวเลขขึ้นมาเงียบ ๆ ในหัว คาเอลไม่ได้สะดุ้ง เขารู้สึกเหมือนมันลอยอยู่ใกล้ ๆ ไม่ได้ทับลงมาทั้งหมดเหมือนก่อน เขาเห็นค่าการเชื่อมโยง เห็นความเร็วของข้อมูล เห็นเส้นทางที่ระบบเสนอ แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ปล่อยให้มันไหลท่วมตัวเอง เขาหายใจเข้าช้า ๆ อากาศร้อน แสบ และเต็มไปด้วยกลิ่นเืจริง ๆ เขาใช้มันยึดตัวเองไว้
ไม่ไช่การปิดระบบ
ไม่ใช่การหนี
แต่แค่ไม่ปล่อยให้มันกินทุกอย่าง
“พอแค่นี้” เขาคิด
ความคิดนั้นสั้นมาก แต่ชัดพอจะเป็กำแพงชั่วคราวระหว่างเขากับความเย็นที่กำลังพยายามไหลลึกลงไปอีก
[การประมวลผลสนามรบ: เสถียร]
[ความลังเล: ลดลง]
[การควบคุมตนเอง: ตรวจพบ]
ข้อความสุดท้ายขึ้นมาเพียงเสี้ยวเดียวแล้วหายไป เหมือนระบบเองก็รับรู้ว่าเขาไม่ได้เป็เพียงสิ่งที่มันใช้ แต่เริ่มเป็คนที่ใช้มันกลับ
มิเลียยืนอยู่ด้านข้างเขา ระยะห่างประมาณสามก้าว ไม่ใกล้พอที่มือจะเอื้อมแตะได้โดยไม่ตั้งใจ และไม่ไกลพอจะดูเหมือนทิ้งเขาไป เธอมองสนามรบเหมือนคนอื่น แต่สายตาเธอกลับมาที่เขาบ่อยกว่าที่ควร ทุกครั้งที่ระบบขึ้นข้อความในหัวของเขา เธอไม่ได้เห็นมัน แต่เหมือนเธอเห็นเงาของมันบนหน้าเขา เห็นจังหวะที่เขานิ่งเกินไป เห็นการหายใจที่ช้าลงผิดจังหวะของคนที่ยืนอยู่กลางา
เธอยกมือขึ้นนิดหนึ่ง
ไม่ถึงกับแตะ
แล้วหยุด
คาเอลเห็นจากหางตา แต่ไม่หันไป
มิเลียลดมือลงเอง
ความเงียบระหว่างพวกเขาไม่ใช่การทะเลาะ ไม่ใช่การโกรธ มันเป็สิ่งที่แคบกว่านั้นและเจ็บกว่า เหมือนสะพานเล็ก ๆ ที่เคยวางอยู่ระหว่างคนสองคนเริ่มมีรอยร้าว แต่ยังไม่มีใครกล้าพูดว่ามันร้าว
ฝูงด้านนอกเริ่มขยับอีกครั้ง
ไม่ใช่การบุกแบบเดิม
ควันด้านหน้าไหลต่ำผิดธรรมชาติ เหมือนมีบางอย่างกำลังหายใจอยู่ใต้พื้นแล้วดึงมันลงไปตามแรงสูบ เสียงกรงเล็บที่เคยกระจัดกระจายเริ่มรวมเป็จังหวะเดียว ต่ำ เร็ว และหนักขึ้นทีละนิด พื้นคอนกรีตใต้เท้าสั่นเป็่ ๆ ไม่แรงพอให้คนล้ม แต่แรงพอให้รู้ว่ามันมาจากใต้ดิน ไม่ใช่จากด้านหน้าอย่างเดียว
นิกซ์ยืนอยู่ใกล้ซากเสาค้ำ มือข้างหนึ่งกดข้างคอของตัวเอง เส้นสีเข้มใต้ผิวเต้นตามจังหวะบางอย่างที่ไม่มีใครได้ยิน เขาหน้าซีดเกินกว่าจะเรียกว่ายังไหว แต่ดวงตากลับเปิดกว้างเหมือนคนที่หลับตาไม่ได้
“มัน…กำลังรวมกลุ่ม” นิกซ์พูดเบามาก แต่ทุกคนใกล้ ๆ ได้ยิน
โวร่าหันมาจากแนวซ้าย
“รวมตรงไหน”
นิกซ์หลับตาเพียงเสี้ยวหนึ่ง สีหน้าเหมือนกำลังฟังเสียงที่ดังเกินไปจากหลายทิศ
“ไม่ใช่แค่ด้านหน้า…มันหลายเส้นเข้าเส้นเดียว”
คาเอลมองสนาม เส้นทางที่เขาเห็นในหัวสว่างขึ้นพร้อมคำพูดของนิกซ์ ฝูงเล็กด้านซ้ายถอยออกจากแนวปืน ฝูงด้านกลางชะลอ ตัวใหญ่ด้านหลังเอียงตัวเหมือนปล่อยพื้นที่ให้สิ่งอื่นผ่าน ทุกอย่างกำลังเปิดช่องให้แรงหลักพุ่งเข้าไปจุดเดียว
ช่องขวา
ตำแหน่งเดวิส
“มันจะดันช่องขวา” คาเอลพูด
เรนาร์ที่อยู่แนวกลางหันมา
“ส่งคนไปเสริมไหม”
คำถามนั้นสั้น แต่หนักมาก เพราะทุกคนรู้คำตอบที่ควรเป็ และทุกคนก็รู้ว่าคำตอบที่ถูกต้องอาจไม่ใช่คำตอบที่อยากฟัง
คาเอลมองไปทางซ้าย โวร่ากับทหารสองคนกำลังพยุงแผงเหล็กที่สั่นจากแรงกระแทก ถ้าดึงโวร่าไป ช่องซ้ายจะบางลงทันที ฝูงที่รออยู่ตรงนั้นจะอ่านออกและเปลี่ยนทิศ ถ้าดึงเรนาร์ แนวกลางจะเสียการคุมไฟ ถ้าดึงหน่วยยิงจากด้านหลัง เต็นท์แพทย์จะถูกเปิด เพราะหลุมใต้พื้นยังไม่เงียบจริง ๆ
ในหัวของเขา เส้นทางแยกออกเป็หลายสิบเส้น เห็นคนล้มในแต่ละทาง เห็นตำแหน่งที่แตก เห็นเวลาที่ซื้อได้ เห็นความเป็ไปได้ที่เลวร้ายน้อยที่สุด
ระบบเสนอคำตอบก่อนเขาพูด
[ตัวเลือก A: ส่งโวร่าเสริมช่องขวา]
[ผลลัพธ์: เดวิสรอดเพิ่มขึ้น 38% / แนวซ้ายล้มเหลวใน 19 วินาที]
[ตัวเลือก B: ดึงเรนาร์เสริมช่องขวา]
[ผลลัพธ์: แนวกลางเปิด / ผู้าเ็เสี่ยงสูญเสียสูง]
[ตัวเลือก C: คงทุกแนว ให้ช่องขวาถ่วงเวลา]
[ผลลัพธ์: อัตรารอดชีวิตโดยรวมสูงสุด]
คาเอลอ่านข้อความนั้น
ครั้งเดียว
แล้วเขาหายใจเข้า
กลิ่นเืร้อนเข้าเต็มปอด ความขมติดลิ้นจนเหมือนกลืนโลหะลงไป เขารู้ว่าคำตอบนี้คืออะไร เขารู้ว่าคนที่ยืนอยู่ในช่องนั้นชื่ออะไร รู้เสียงของเขา รู้ว่าถ้าเรียกผ่านวิทยุ อีกฝ่ายจะตอบด้วยน้ำเสียงแบบไหน รู้ว่าเขาเพิ่งถูกทำแผล รู้ว่าเขาไม่ควรอยู่ตรงนั้น
เขาไม่ได้ลังเลเพราะไม่รู้
เขาเลือกทั้งที่รู้
“ทุกแนวคงตำแหน่ง” คาเอลพูด
“ห้ามดึงกำลังออกจากซ้ายและกลาง”
โวร่าหันขวับมาทันที เืที่ขมับเธอไหลลงมาตามแก้ม
“ทางขวาจะรับมือไม่ไหวแล้ว”
“ฉันรู้”
คำตอบนั้นทำให้โวร่าเงียบไปครึ่งจังหวะ ไม่ใช่เพราะยอมรับง่าย แต่เพราะเธอได้ยินว่าคาเอลไม่ได้พูดจากความไม่รู้ เขารู้ แล้วสั่ง
เธอหันกลับไปช้า ๆ กว่าเดิมนิดหนึ่ง ใบมีดในมือยกขึ้นรับตัวที่พุ่งเข้ามา เธอฟันมันลงพื้นแรงกว่าจำเป็เล็กน้อย เืดำสาดเป็เส้นบนแผงเหล็ก
มิเลียมองเขา
“คาเอล”
เขาไม่ได้หัน
“อย่าปล่อยให้มันตัดสินใจแทนนาย”
คำพูดนั้นเบามาก แต่เหมือนขูดผ่านสิ่งที่อยู่ในอกเขา คาเอลตอบโดยยังมองสนาม
“ฉันกำลังตัดสินใจเอง”
เสียงเขานิ่งเกินไป มิเลียไม่พูดต่อ ระยะสามก้าวยังอยู่ตรงนั้น
ฝูงกระแทกเข้าช่องขวาเต็มแรงในวินาทีถัดมา เสียงปะทะดังเหมือนกำแพงถูกชนด้วยคลื่นหิน เซิร์กลิงชุดแรกพุ่งต่ำติดพื้น กรงเล็บขูดคอนกรีตจนประกายไฟกระเด็นเป็จุดเล็ก ๆ ชุดที่สองะโข้ามซากตัวแรกทันที ไม่รอให้ร่างข้างหน้าล้มหมดเหมือนก่อน พวกมันใช้ศพของพวกเดียวกันเป็สะพานโดยไม่เสียจังหวะ
เดวิสยิงสั้นสามนัด ตัวหนึ่งล้ม ตัวหนึ่งสะดุด ตัวที่สามหลุดเข้ามา เขาเบี่ยงไหล่หลบกรงเล็บแล้วใช้พานท้ายปืนฟาดเข้าข้างหัวมัน เสียงแตกดังชัดท่ามกลางปืน เขาถอยครึ่งก้าวตามที่ตัวเองสั่งคนอื่นไว้ แล้วะโ
“ยิงต่ำ! ต่ำกว่านั้น! อย่าเล็งหน้า มันเอาหน้ามาหลอก!”
ทหารข้างเขาปรับมุมทันที ะุกวาดขามันแทนตัว ลิ่มฝูงเสียจังหวะไปเสี้ยวหนึ่ง แต่เสี้ยวนั้นถูกแทนที่ด้วยอีกระลอกเร็วกว่าเดิม
เดวิสเปลี่ยนแม็กด้วยมือเดียว เขาคาบแม็กใหม่ไว้กับฟันเหมือนในตอนก่อน ดึงแม็กเก่าออก เสียบใหม่ กระแทกฐานปืนกับอกตัวเอง เสียงทึบดังพร้อมกับเสียงหอบที่เขาพยายามกลืนไว้ ปลอกแขนซ้ายของเขาเปียกชุ่มขึ้นเรื่อย ๆ เืซึมลงถึงข้อมือ หยดจากปลายนิ้วลงพื้นทีละหยด แต่เขาไม่มองมัน
“คาเอล” เสียงเขาดังในวิทยุ แตกพร่าเล็กน้อยเพราะสัญญาณถูกรบกวน
“ฉันยื้อได้กี่วิ”
คำถามนั้นตัดผ่านทุกเสียง
คาเอลมองตัวเลข
[ช่องขวา: ล้มเหลวใน 12 วินาที]
เขาเห็นเส้นทางอื่นซ้อนขึ้นมาอีกครั้ง เห็นทางช่วย เห็นราคาของทางช่วย เห็นหน้าคนที่จะตายแทนถ้าเขาเลือกทางนั้น
“สิบสองวิ” เขาตอบ
ความเงียบครึ่งลมหายใจเกิดขึ้นในช่องสื่อสาร
จากนั้นเดวิสพูด
“พอ”
ไม่มีคำใหญ่ ไม่มีการสั่งลา ไม่มีความกล้าหาญที่ถูกประกาศออกมาเหมือนในเื่เล่า มีเพียงคำธรรมดาของคนที่ได้จำนวนเวลาที่ต้องใช้ และยอมรับว่ามันพอสำหรับงานของตัวเอง
คาเอลรู้สึกบางอย่างในอกขยับ
ระบบพยายามปิดมันลงด้วยข้อมูลชุดใหม่
[คงตำแหน่ง: แนะนำ]
คาเอลไม่ปล่อยให้มันปิดทั้งหมด
เขาจำเสียงเดวิสไว้
แต่เขาไม่เรียกเขากลับ
ฝูงพุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ตัวแรกไม่ใช่ตัวจริง มันพุ่งสูงเพื่อดึงสายตา ตัวจริงมุดต่ำจากใต้ซากรถพยาบาล เดวิสอ่านทัน เขาไม่ยิงตัวบน แต่ก้าวถอยแล้วกดลั่นไกใส่พื้นต่ำ ะุเจาะหัวตัวที่มุดเข้ามา เืดำพุ่งขึ้นมาร้อน ๆ ใส่รองเท้าเขา ตัวบนตกลงมาใกล้เกินไป เขาหมุนตัวครึ่งรอบ ใช้ไหล่ที่ยังดีรับแรงเฉี่ยว ไม่ใช่เต็ม ๆ แล้วแทงมีดจากเข็มขัดเข้าคอมันก่อนจะผลักออก
ะุหมด
เสียงแห้งของปืนดังขึ้นในมือเขา
เดวิสไม่สบถ
เขาฟาดปืนแทน
พานท้ายกระแทกหัวตัวที่หลุดเข้ามา เสียงกระดูกแตกดังทึบจนทหารข้างเขาหน้าซีด เขาถอยครึ่งก้าว เหยียบซากเพื่อไม่ให้ลื่น มือขวาดึงมีดออกจากคอของตัวก่อนหน้า มีดเปียกเืจนจับลื่น เขาเช็ดมันกับกางเกงตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนตั้งท่าอีกครั้ง
“อย่ายืนเส้นเดียว!” เขาะโอีกครั้ง เสียงแหบจนแทบแตก
“ถ้าฉันยังพูดได้ แปลว่าพวกเรายังยิงได้!”
ทหารคนหนึ่งหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา
เสียงหัวเราะนั้นสั้นมาก
แล้วพื้นใต้พวกเขาก็แตก
ไม่ใช่แตกเป็เส้นเดียว แต่แตกเป็วง กรงเล็บสีดำแทงทะลุคอนกรีตขึ้นมาพร้อมกันหลายจุด ทหารคนหนึ่งถูกเกี่ยวขาแล้วล้มลงทันที มือเขาคว้าอากาศ หาปลายกำแพง หาคนใกล้ตัว แต่แรงที่ดึงจากใต้พื้นมากเกินไป เสียงร้องของเขาถูกกลืนลงไปในหลุมก่อนใครจะเอื้อมถึง
เดวิสะโหลบ แต่ขาที่าเ็จากแรงะเิก่อนหน้าทำให้เขาลงน้ำหนักไม่ดี เขาเสียหลัก กระแทกไหล่กับขอบรถพยาบาลเสียงดัง แต่ยังหมุนตัวกลับมายิงลงหลุมด้วยปืนสำรองที่ดึงจากเอวขึ้นมา
ปัง
ปัง
ปัง
เสียงกรีดร้องใต้พื้นดังขึ้นพร้อมเืดำที่พุ่งจากช่องแตก
“มันมุดขึ้นใต้แนวป้องกัน!” เรนาร์ะโ
“อย่าแตกแนว!” คาเอลสั่งทันที
“ยิงลงหลุมตามไฟ!”
แจ็กซ์ที่อยู่หลังแนวกดเปิดโดรนไฟหนึ่งตัว โดรนส่ายไปมาอย่างไม่มั่นคงแต่ยังพุ่งไปเหนือช่องขวา แสงขาวสว่างจ้าสาดลงตรงพื้นแตก เผยให้เห็นกรงเล็บและเปลือกแข็งที่มุดซ้อนกันอยู่ใต้คอนกรีตเหมือนรังแมลงขนาดใหญ่
ทหารยิงลงไปทันที
แรงสะท้อนของปืนทำให้ควันสะบัด พื้นรอบหลุมสั่น แต่ฝูงไม่ได้หยุด มันแค่เสียจังหวะ แล้วดันขึ้นมาใหม่
เดวิสถอยมาถึงตำแหน่งสุดท้ายของช่องแล้ว ด้านหลังเขาคือทางเปิดสู่ลาน ถ้าเขาถอยอีก แนวจะทะลุ ถ้าเขายืนต่อ เขาจะถูกล้อม
คาเอลเห็น มันชัดเกินไป
[เวลาที่ได้จากการคงเดวิส: 8 วินาที]
[หากใช้โดรนะเิตอนนี้: ลดแรงกดช่องขวา 43% / ความเสี่ยงเสียเดวิส 67%]
[หากไม่ใช้: ช่องแตกใน 5 วินาที]
แจ็กซ์หันมามองเขา มือวางบนปุ่มควบคุมโดรนะเิ สีหน้าเขาขาวกว่าเดิม
“คาเอล…”
คาเอลไม่มองแจ็กซ์ เขามองช่องขวา มองเดวิส มองฝูง มองเส้นทางที่คนเจ็บด้านหลังจะถูกเปิดถ้าช่องพัง
เขาเห็นคำตอบก่อนจะยอมรับมัน
“ยังไม่ใช้” เขาพูด
แจ็กซ์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“แต่ถ้าช้า—”
“ยังไม่ใช้”
เสียงของคาเอลไม่ได้ดัง แต่ตัดทุกอย่างเหมือนมีด มิเลียก้าวเข้ามาครึ่งก้าว หยุดยืนข้างเขา แต่ยังไม่แตะตัวเขา
คาเอลเห็น แต่ไม่หันไป
เดวิสหันมาทางเขาแวบหนึ่งผ่านควันกับไฟ สีหน้าเขามองไม่ชัดเพราะเงา แต่คาเอลรู้ว่าเขาเข้าใจ เขาเห็นโดรน เห็นตำแหน่ง เห็นเวลาที่เหลือ และเห็นว่าคาเอลกำลังรอให้มัน “คุ้มที่สุด”
เดวิสหัวเราะเบา ๆ ในวิทยุ
“นายนี่มัน…น่ากลัวจริง ๆ”
คาเอลไม่ตอบ
“แต่เอาเถอะ” เดวิสหายใจแรง
“ถ้าจะกด ก็กดให้โดนเยอะ ๆ”
ฝูงมาถึงตัวเขา
ตัวแรกพุ่งต่ำ เดวิสแทงมีดลง กะจังหวะให้แรงพุ่งของมันเสียบตัวเองเข้ามาแทน เขาบิดมีด คอของมันฉีก เสียงของเหลวพุ่งกระทบพื้นร้อนดังฉ่า ตัวที่สองะโจากด้านข้าง กรงเล็บเฉี่ยวผ้าพันแขนซ้ายของเขา ผ้าขาด เืสดพุ่งออกมา เดวิสชะงักเพียงเสี้ยววินาที แต่เสี้ยวนั้นพอให้ตัวที่สามเข้าถึง
กรงเล็บเสียบเข้าที่สีข้าง
เขากัดฟันจนกรามขึ้นสัน เสียงหายใจขาดหายไปครึ่งหนึ่ง แต่ยังไม่ล้ม เขายกปืนสำรองยิงแนบตัว ะุะเิเข้าหัวตัวที่แทงเขา เืดำสาดใส่หน้าอกเขา เขาถอยไม่ได้ เพราะกรงเล็บยังติดอยู่ในสีข้าง เขาจึงดึงตัวเองเข้าไปแทน กระแทกหัวตัวเองใส่เปลือกหน้าของมันอย่างแรงแล้วผลักซากออก
อีกตัวหนึ่งเกี่ยวขาเขา เขาล้มลงเข่าข้างหนึ่ง มือขวายังยกปืน
ปัง
ตัวที่กำลังจะพุ่งใส่ทหารร้องไห้ข้างเขาล้มลงก่อนถึง
ปัง
อีกตัวสะดุด
ปัง
ะุนัดสุดท้าย เสียงแห้งดังขึ้นอีกครั้ง เดวิสมองปืนในมือเพียงครึ่งวินาที แล้วเหวี่ยงมันใส่หน้าตัวที่ใกล้ที่สุด
“ถอย!” เขาะโใส่ทหารข้างหลัง
“ถอยไปตั้งแนวใหม่!”
“แต่ เดวิส!”
“ฉันบอกให้ถอยโว้ย!”
เสียงนั้นดังจนคนที่ลังเลขยับทันที ทหารสองคนถอยไปหลังซากกำแพง ตั้งแนวใหม่ตามที่เขา้า
นั่นคือแปดวินาที
ครบแล้ว
คาเอลยกมือขึ้น
แจ็กซ์มองเขา
คราวนี้ไม่มีคำถาม
คาเอลพูด
“ตอนนี้ล่ะ”
แจ็กซ์กดปุ่ม
โดรนะเิพุ่งลงเหมือนแมลงเหล็กที่ถูกจุดไฟ เสียงใบพัดมันถูกกลบด้วยเสียงฝูง แต่แสงสีแดงเล็ก ๆ ใต้ท้องมันสว่างชัดเมื่อผ่านควัน เดวิสเห็นมัน เขายิ้มเพียงเสี้ยวหนึ่ง หรืออาจเป็แค่เืกับแสงที่ทำให้เหมือนยิ้ม
คาเอลไม่แน่ใจ
และเขาไม่มีเวลารู้
โดรนะเิกลางหลุมด้านหลังฝูง
แสงขาวส้มสว่างวาบ เสียงะเิอัดเข้าหูจนโลกเหมือนถูกปิดไปชั่วครู่ แรงกระแทกผลักควัน เศษคอนกรีต เืดำ และร่างของฝูงกระจายออกเป็วง ซากรถพยาบาลขยับทั้งคัน กำแพงแตกพังลงมาบางส่วน ไฟลุกสูงขึ้นกว่าเดิมจนความร้อนซัดมาถึงใบหน้าคาเอล
ฝูงด้านหน้าถูกตัดขาดไปครึ่งหนึ่ง
ช่องขวาช้าลง
แต่ไม่เว้นว่างลงแต่อย่างใด
และเดวิสยังอยู่ในนั้น
ร่างเขาถูกแรงะเิเหวี่ยงไปชนขอบซากรถ พื้นเต็มไปด้วยเศษเหล็กและเื เขาพยายามยันตัวขึ้น มือขวากดพื้น ลื่นเพราะเืของตัวเอง เขาขยับได้ครั้งหนึ่ง สองครั้ง แล้วหยุด
ฝูงที่เหลือจากขอบะเิไหลเข้าหาเขา
ไม่เร็วเท่าก่อน
แต่พอ
“เดวิส!” โวร่าะโจากซ้าย เสียงเธอแตกเป็ครั้งแรก
เธอขยับจะพุ่งออกจากตำแหน่ง
“โวร่า คงแนว!” คาเอลสั่ง
เธอหยุดทันที แต่การหยุดนั้นเหมือนมีดแทงเธอเอง เธอหันมามองเขา ดวงตาแดงก่ำกว่าที่ควร
คาเอลมองกลับ
ไม่ขอโทษ
ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก
แต่เพราะถ้าเขาพูดขอโทษตอนนี้ คนจะตายเพิ่ม
เดวิสยันตัวขึ้นได้ครึ่งหนึ่ง
ฝูงถึงตัวเขา
ตัวแรกกัดเข้าที่ไหล่ เขาเอามีดแทงสวนขึ้นใต้คางมัน ตัวที่สองเกี่ยวเอว ตัวที่สามกระแทกเข้ามาจากด้านหลัง ร่างเขาถูกกดลงอีกครั้ง
เขายังพยายามดันตัวขึ้น
หนึ่งครั้ง
อีกครั้ง
มือเขาเอื้อมไปคว้าปืนที่ตกอยู่ไม่ไกล แต่ปลายนิ้วแตะไม่ถึง
เสียงปืนรอบสนามยังดังต่อเนื่อง แต่ช่องนั้นเหมือนเงียบไปหนึ่งจังหวะ
คาเอลมอง
เขาจำเสียงเดวิสได้
จำคำว่า “พอ”
จำเสียงหัวเราะสั้น ๆ ในวิทยุ
จำประโยค “ยังหายใจอยู่ก็ยิงต่อ”
เขาไม่เรียก
เพราะไม่มีอะไรให้เรียกกลับมาแล้ว
ฝูงทับลงไป
เดวิสหายไปในเงา เื ควัน และกรงเล็บ
ค่อย ๆ หายไป…
เหมือนเสาหลักที่ค้ำแนวอยู่ถูกดึงออกจากพื้น และทั้งค่ายรู้สึกถึงช่องว่างนั้นพร้อมกัน
เสียงปืนช่องขวาขาดไปหนึ่งจังหวะ
ทหารที่เดวิสเพิ่งสั่งให้ถอยตั้งแนวใหม่ร้องออกมา ไม่ใช่เสียงคำราม ไม่ใช่เสียงโกรธ แต่เป็เสียงคนที่เข้าใจช้าเกินไปว่าคำสั่งสุดท้ายที่ตัวเองได้รับคือการผลักเขาให้รอด
เรนาร์พุ่งเข้ามาแทนที่ เขายิงกวาดต่ำ เสียงปืนของเขาหนักและแม่น แต่ไม่สามารถแทนเสียงเดวิสได้ เขาอุดช่องได้ แต่ไม่อุดความเงียบที่เกิดขึ้น
[อัตรารอดชีวิต: เพิ่มขึ้น]
[ตัวแปรมนุษย์: ลดลง]
ข้อความขึ้นในหัวคาเอล เหมือนมีไอเย็นแผ่ออกมา เหมือนคำตอบจากเครื่องจักรที่ไม่รู้ว่ามันเพิ่งพูดถึงอะไร
คาเอลมองช่องนั้น
ฝูงยังขยับ แต่ช้าลงจริง
คนด้านหลังมีเวลาตั้งแนวใหม่จริง
อัตรารอดชีวิตเพิ่มขึ้นจริง ทั้งหมดคือเื่จริง และเพราะมันจริง จึงไม่มีอะไรให้เถียง
เขาเป็คนเลือก
เขารู้ตัวตลอด
ไม่ได้หลุด
ไม่ได้ถูกควบคุม
ไม่ได้เป็เหยื่อของระบบ
เขาใช้มัน
และเดวิสตายอยู่ในผลลัพธ์นั้น
โลกเหมือนบีบลงแคบมากในชั่วขณะ คาเอลได้ยินเสียงหัวใจตัวเองหนึ่งครั้ง ดัง หนัก และช้า เขาหายใจเข้าอีกครั้ง กลิ่นเืร้อนยังอยู่ ความร้อนจากไฟยังแตะผิวหน้า เขาใช้มันดึงตัวเองไว้ ไม่ปล่อยให้ระบบปิดทุกอย่างจนกลายเป็ความว่างเปล่า
เขายังรู้สึก แต่เขาไม่หยุด
“คงตำแหน่ง” คาเอลพูด
เสียงเขาไม่สั่น
มิเลียยืนอยู่ด้านข้าง ระยะสามก้าวเท่าเดิม แต่ความรู้สึกเหมือนระยะนั้นไกลออกไปอีก เธอมองเขา ไม่ได้มองช่องขวา ไม่ได้มองฝูง เธอมองเขาเหมือนเพิ่งเห็นบางอย่างที่ไม่อยากเห็น แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันช่วยให้ทุกคนรอด
“นายรู้” เธอพูดเบา ๆ
คาเอลไม่ตอบ
“นายรู้ว่าเขาจะไม่กลับมา”
เขายังมองสนาม เพราะบอสกำลังขยับอีกครั้ง เพราะเรนาร์ยังต้องถูกปรับตำแหน่ง เพราะแนวซ้ายกำลังถูกล่อให้เปิดช่อง เพราะทุกวินาทีหลังความตายก็ยังเป็สนามรบ
“ฉันรู้ว่าเขาเสียสละ ซื้อเวลาให้เราได้เท่าไหร่” คาเอลพูด
มิเลียเงียบ
คำตอบนั้นไม่ใช่คำแก้ตัว
และเพราะไม่ใช่คำแก้ตัว มันยิ่งเจ็บ
“ทุกแนว ฟังคำสั่ง” คาเอลพูดผ่านวิทยุ
“ช่องขวาตั้งใหม่หลังซากรถ อย่ายืนลึกเกินไป เรนาร์คุมต่ำ โวร่าดันซ้ายไม่เกินครึ่งก้าว คีรอนส่งะุไปขวา แจ็กซ์ เตรียมโดรนไฟอีกตัว อย่าะเิจนกว่าฉันสั่ง”
เสียงตอบรับดังขึ้นทีละจุด สั้น แข็ง และเร็ว
ไม่มีใครเถียง
เพราะคำสั่งของเขาทำให้แนวยังไม่แตก
ความจริงนั้นหนักกว่าความไม่พอใจของทุกคน
บอสยืนอยู่ในควันด้านนอก มันไม่ได้พุ่ง ไม่แสดงความโกรธ ไม่มีเสียงคำรามเพื่อเฉลิมฉลองการฆ่า มันเพียงเอียงหัวเล็กน้อย เหมือนกำลังมองคาเอลจากระยะไกล เหมือนรับรู้ว่าคนฝั่งนี้ก็เริ่มเรียนรู้วิธีแลกเช่นกัน
คาเอลสบตากับมันผ่านม่านควัน
ในหัวเขา ระบบนิ่งอยู่ชั่วครู่
[รูปแบบคำสั่งศัตรู: ปรับตัว]
[รูปแบบคำสั่งของผู้ใช้: ปรับตัว]
คำสองบรรทัดนั้นทำให้คาเอลรู้สึกเย็นลึกไปถึงกระดูก เขากับมันไม่ได้เหมือนกัน ยังไม่เหมือน เขายังจำชื่อได้ ยังจำเสียงได้ยังรู้สึกเจ็บ แต่ถ้าสนามรบนี้ดำเนินต่อไปนานพอ ความแตกต่างนั้นจะเหลือมากแค่ไหน เขาไม่รู้
และเขาไม่กล้าถามระบบ
“มันจะเปลี่ยนจุด” นิกซ์พูดจากด้านหลัง เสียงของเขาแหบเหมือนเพิ่งกลืนทราย
“มันไม่ดันขวาแล้ว…มันรู้ว่าเราอุดได้”
คาเอลไม่หันไป แต่ตอบทันที
“กลาง”
นิกซ์นิ่งไป “ใช่”
คาเอลยกมือส่งสัญญาณให้เรนาร์อยู่กับช่องขวาต่อ แล้วหันไปทางแนวกลาง โรแวนอยู่ตรงนั้น กำลังช่วยดันทหารคนหนึ่งที่าเ็ออกจากแนว เขาไม่ได้เป็คนเด่นเหมือนโวร่า ไม่ได้แม่นเหมือนซีนอส ไม่ได้มีเสียงดิบคุ้นหูแบบเดวิส แต่เขาเป็คนที่แนวกลางเชื่อ เขาสั่งสั้น ชัด และคอยดึงคนที่เสียจังหวะกลับเข้าที่
“โรแวน” คาเอลเรียกผ่านวิทยุ
“ได้ยิน”
“มันจะดันกลางต่อจากนี้ อย่าไล่ตามตัวล่อ”
“รับทราบ”
เสียงโรแวนไม่มีการถามว่าเดวิสเป็ยังไง ไม่มีเวลาถาม ไม่มีใครมีเวลาทำสิ่งที่มนุษย์ควรทำหลังจากเห็นคนหนึ่งหายไปในฝูง นั่นคือสิ่งโหดร้ายที่สุดของคืนนี้ ความตายไม่ได้ทำให้สนามหยุด มันแค่เปลี่ยนตำแหน่งของคนที่เหลือ
เหนือควัน เสียงเครื่องยนต์ใหม่ดังเข้ามา ไม่ใช่เครื่องขนส่ง เสียงมันแหลมกว่าและตัดจังหวะลมเป็คลื่นสั้น ๆ แสงสีฟ้าขาววาบลงมาจาก้าก่อนที่ตัวเครื่องจะปรากฏ ลำแสงบางเส้นตัดผ่านควันอย่างแม่นยำ เซิร์กลิงหลายตัวถูกตัดกลางตัวโดยไม่ทันร้อง
ทหารหลายคนเงยหน้าขึ้น
“กำลังเสริมหรอ!” คีรอนะโ เสียงแตกด้วยความหวังที่เขาห้ามไม่อยู่
แสงสีฟ้าขาวฟาดลงจากท้องฟ้าทะลุควันเป็เส้นตรง เสียงกรีดอากาศแหลมตัดผ่านเสียงปืนก่อนที่ฝูงแถวหน้าจะขาดออกเป็่สั้น ๆ เงาบางอย่างเหมือนร่างคนปรากฏวูบหนึ่งกลางม่านควัน แล้วหายไปทันทีเหมือนไม่เคยอยู่ตรงนั้น
คาเอลหรี่ตาลง ภาพมันไม่ชัดพอจะยืนยันว่าเป็ใคร หรือมีอยู่จริงหรือเปล่า แต่ผลลัพธ์ชัดตัวที่กำลังจะพุ่งเข้าหาแนวซ้ายถูกตัดกลางลำตัวโดยบางสิ่งที่ไม่ใช่ะุธรรมดา
อีกเสี้ยววินาทีถัดมา เงาเดิมเหมือนจะเคลื่อนไหวอีกครั้งด้านข้างของฝูง เร็วเกินกว่าจะตามทัน แล้วก็หายไปพร้อมควันที่ปิดลง
ไม่มีเสียงวิทยุ ไม่มีคำสั่ง ไม่มีการยืนยัน
มีแค่ฝูงที่สะดุด…
และช่องว่างสั้น ๆ ที่เกิดขึ้นราวกับมีใครบางคน “ลองสนาม” จาก้า
ไม่ไกลจากนั้น มีเงาบางอย่างเคลื่อนผ่านด้านหลังค่ายในควันหนา รูปร่างคล้ายคนแต่ไม่ชัดพอจะยืนยัน ชุดเกราะบางส่วนสะท้อนแสงเป็เสี้ยว ๆ แล้วหายไปทันทีที่ควันปิดลง บางจังหวะมีแสงพลังงานสีฟ้าหรือสีทองซีดวาบขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะสลายเป็ประกายเหมือนภาพที่ถูกตัดทิ้ง
คาเอลเห็นเพียงเสี้ยวเดียว ไม่พอจะเรียกมันว่า “หน่วย”ไม่พอจะเชื่อว่ามันอยู่ตรงนั้นจริง แต่ผลของมันชัด ฝูงแถวหน้าสะดุด แรงกดดันด้านซ้ายเบาลงเพียงชั่วคราว สถานการณ์ดีขึ้นเล็กน้อยในเชิงยุทธวิธี แต่ไม่มีใครบนพื้นรู้สึกว่ามัน “ทันเวลา”เพราะมีอยู่คนหนึ่งจากไปแล้ว
คาเอลไม่มองเงานั้นซ้ำ เขาไม่เรียกใช้ ไม่ตั้งชื่อมัน และไม่เอามันเข้าไปอยู่ในคำสั่ง เพราะสิ่งที่ไม่ชัดเจนไม่ควรถูกเอามาคำนวณในสนามที่ผิดพลาดไม่ได้
“โวร่าถอยครึ่งก้าว ไม่ต้องฝืนลึก เรนาร์คงขวา โรแวนกลางระวังใต้พื้น แจ็กซ์ส่งไฟไปตรงเส้นกลาง”
คำสั่งไหลออกมาเร็วขึ้น แต่ยังชัด เขาไม่ได้ปล่อยให้ระบบพูดแทน เขารู้ว่าตัวเองกำลังเลือกคำไหน เลือกจังหวะไหน เลือกให้ใครไปตรงไหน เขาควบคุมมันได้บางส่วน และส่วนที่คุมได้นั้นทำให้เขาน่ากลัวกว่าตอนหลุดเสียอีก เพราะเขายังอยู่ตรงนี้เต็มตัว ยังรู้สึก ยังได้กลิ่นเื ยังจำเดวิสได้ และยังสั่งต่อ
มิเลียยืนอยู่ด้านข้าง มองเขาเงียบ ๆ เธอไม่ได้ขยับออกห่างมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ขยับเข้ามา บางครั้งระยะห่างไม่ได้เพิ่มเพราะคนเดินถอย มันเพิ่มเพราะคนอีกคนเดินไปข้างหน้าในที่ที่เราไม่แน่ใจว่าจะตามได้หรือไม่
ควันด้านกลางเปิดออกอีกครั้ง บอสขยับแขนสั่งการ ฝูงทั้งหมดเปลี่ยนรูปแบบตาม
คราวนี้มันไม่พุ่งขวา ไม่ซ้าย แต่กดแนวกลางเป็เส้นตรงเพื่อวัดกำลังเสริมที่เพิ่งลงมาและความเร็วของคำสั่งใหม่ คาเอลเห็นลิ่มนั้นก่อนมันถึง โรแวนก็เห็นช้ากว่าเพียงเสี้ยวเดียว เขายกมือสั่งคนของเขาลดแนวยิงลง
“ต่ำ! อย่าไล่ตัวบน!”
ประโยคนั้นเหมือนเสียงสะท้อนของเดวิส คาเอลนิ่งไปเสี้ยวหนึ่ง แค่เสี้ยวเดียว แล้วคำสั่งใหม่ก็ออกจากปาก
“ยิงจังหวะสอง!”
แนวกลางรอ
ตัวแรกพุ่งออกมา
ไม่มีใครยิง
ตัวที่สองมุดต่ำด้านหลัง
“ตอนนี้!”
ะุกวาดลงพร้อมกัน ตัวที่สองล้ม ตัวแรกเสียจังหวะ หน่วยพิเศษที่ลงใหม่พุ่งเข้าปิด ตัวหนึ่งถูกตัดคอ อีกตัวถูกยิงทะลุเกราะฝั่งข้าง เสียงเืสาดบนคอนกรีตร้อนดังเหมือนน้ำมันเดือด
ค่ายเริ่มผลักกลับได้ครั้งแรกในรอบหลายนาที
แต่ความหวังนั้นเปราะมาก
คาเอลรู้
บอสยังไม่หมดแผน
และสิ่งที่มันเรียนรู้จากความตายของเดวิส อาจไม่ใช่แค่ช่องไหนแข็งหรืออ่อน แต่มันอาจเรียนรู้ว่า “คาเอลยอมแลกได้”
ถ้ามันรู้ มันจะใช้สิ่งนั้นกลับมาโจมตีเขา
ด้วยคนอื่น
ด้วยเสียงอื่น
ด้วยชื่ออื่น
คาเอลกำมือแน่น เืจากฝ่ามือที่ถูกเล็บจิกไหลซึมออกมา เขารู้สึกถึงมัน ชัดเจน อุ่น เหนียว และจริง เขาไม่ได้ปล่อยให้ความเจ็บหายไป
เขา้ามัน เพราะถ้าเขายังเจ็บ แปลว่าเขายังไม่กลายเป็สิ่งเดียวกับระบบ
“ทุกแนว รักษาแนวไว้” เขาพูด
“อย่าไล่ อย่าถอยเกินคำสั่ง”
เสียงตอบรับดังกลับมา
ในควันด้านขวา ไม่มีเสียงของเดวิสตอบแล้ว
ช่องนั้นจึงเงียบกว่าส่วนอื่นเสมอ แม้ปืนจะดังอยู่ก็ตาม
คาเอลไม่หันไปมองอีก
เพราะถ้ามองนานเกินไป เขาอาจเสียหนึ่งวินาที
และคืนนี้ หนึ่งวินาทีมีราคามากพอจะเป็ชีวิตคน
ฝูงระลอกใหม่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง แสงจากหน่วยพิเศษตัดผ่านควันเป็เส้นสว่าง เสียงปืนกระแทก เสียงกรงเล็บฉีกโลหะ เสียงคำสั่งของเรนาร์ โวร่า โรแวน และคาเอลซ้อนกันจนสนามกลับมามีจังหวะอีกครั้ง ไม่ใช่จังหวะที่ปลอดภัย แต่เป็จังหวะที่ยังไม่พัง
คาเอลยืนอยู่กลางเสียงทั้งหมด
มองเห็นทุกเส้นทาง
จำทุกชื่อ
และสั่งต่อไป
โดยรู้ว่าทุกคำที่ออกจากปาก อาจเป็คำสุดท้ายที่ใครบางคนได้ยินก่อนหายไปในควัน.