มิตรภาพท่ามกลางเศษไม้และคมเขี้ยว: การพบกันของเสือและมนุษย์
หลังจากที่เซนและเอลินได้ช่วยเหลืออาณาจักรเอลฟ์จากการรุกรานของทัพเงาของเผ่ามารจนได้รับความไว้วางใจจากเ้าหญิงเมฟิน่าแล้ว พวกเขาตัดสินใจออกเดินทางทำเควสต์ต่อเนื่องมุ่งหน้าสู่ เมืองท่าบาร์คัส (Barkas) เมืองการค้าทางตะวันตกสุดของจักรวรรดิที่ขึ้นชื่อเื่ความดิบเถื่อนและเป็แหล่งรวมนักสู้จากหลากหลายเผ่าพันธุ์
บรรยากาศของเมืองท่าแห่งนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้ง กลิ่นอายเค็มของทะเลที่พัดมาจากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่โชยมาปะทะจมูก ปนเปไปกับกลิ่นเหล้าหมักราคาถูกที่หกเรี่ยราดตามทางเดินไม้กระดาน ลมพัดแรงหอบเอาความชื้นและเสียงอึกทึกของกะลาสีที่กำลังขนถ่ายสินค้า ท่าเรือที่นี่คลาคล่ำไปด้วยพวกนักผจญภัยหน้าใหม่ที่ดวงตาเต็มไปด้วยความหวังจะสร้างชื่อจากท้องทะเล และพวกหน้าเก่าที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยาแ
[ณ ร้านเหล้า 'สมอหัก' เมืองท่าบาร์คัส... การพบกันของเสือและมนุษย์]
ภายในร้านเหล้าที่แสงสว่างสลัวจากตะเกียงน้ำมัน บรรยากาศที่เคยครึกครื้นกลับเงียบกริบลงชั่วขณะเมื่อเกิดเสียง...
โครม!
เสียงโต๊ะไม้โอ๊คหนาหนักหักสะบั้นครึ่งซีกด้วยแรงเหวี่ยงอันมหาศาลของนักรบเผ่าเสือขาวร่างั์ที่มีมัดกล้ามดุจหินผา ขนสีขาวลายพาดกลอนของเขาสั่นระริกด้วยความโกรธจัดจนดูน่าเกรงขาม ดวงตาสีเหลืองอำพันวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มผมน้ำตาลที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า
"เ้ามนุษย์! เ้ากล้าิ่เกียรติของนักรบเผ่าเสือขาวอย่างนั้นรึ! เ้ารู้หรือไม่ว่ากรงเล็บของข้าเคยฉีกกระชากมอนสเตอร์มานับไม่ถ้วน!" ชายเผ่าเสือคำรามโฮก เสียงของเขาดังกัมปนาทจนแก้วเหล้าบนโต๊ะรอบข้างสั่นะเืจนน้ำเหล้ากระฉอกออกมา
"เกียรติยศมันกินไม่ได้หรอกเ้าแมวั์! ฝีมือต่างหากคือของจริง! ถ้ามัวแต่พ่นน้ำลายแล้วดาบในมือสั่นแบบนั้น ก็กลับไปนอนเลียอุ้งเท้าที่บ้านไป๊!" เซนะโสวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว แววตาของเขาฉายแววท้าทายพร้อมกับควงดาบไม้คู่ใจในมืออย่างคล่องแคล่ว ซึ่งแปลกประหลาดนักที่นักผจญภัย Rank A อย่างเขากลับเลือกใช้มันบ่อยกว่าดาบเหล็กเล่มใหม่ที่เหน็บข้างเอวเสียอีก
ทั้งคู่พุ่งเข้าใส่กันทันทีโดยไม่มีคำเตือน หมัดหนักๆ ที่แฝงไปด้วยพละกำลังมหาศาลปะทะกับดาบไม้ที่เสริมด้วยเวทไร้ธาตุ [Hardening] จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเหล็กกระทบกัน ทั้งคู่ซัดกันจนเก้าอี้และโต๊ะในร้านพังพินาศกลายเป็เศษฟืนในชั่วพริบตา ลูกค้าคนอื่นต่างพากันหนีตายกันอลหม่านออกไปนอกร้านเพื่อเลี่ยงโดนลูกหลง
ในขณะที่การต่อสู้กำลังดุเดือดจนฝุ่นคลุ้ง เมฟิเรียราลาน่า (เมฟิน่า) เ้าหญิงเอลฟ์ในชุดเดินทางหรูหราที่เพิ่งกลับจากทำธุระส่วนตัวในเมือง เดินก้าวเข้ามาในร้านแล้วต้องชะงักกับสภาพเละเทะตรงหน้า เธอเห็นเอลินยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของนักบวชสาวเต็มไปด้วยความกังวลและพยายามร้องห้ามทั้งสองคนแต่ไม่มีใครยอมฟังเสียงใครเลย
"เอลิน! เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย? เ้าคนบ้าพลังนั่นไปหาเื่ทะเลาะกับใครที่ไหนอีก?" เมฟิน่าถามพลางขมวดคิ้วเรียวงามมองร่างั์ของเผ่าเสือขาวที่กำลังแลกหมัดกับเซนอย่างบ้าคลั่ง
"ท่านหญิงเมฟิน่า! คือ... นักผจญภัยเผ่าเสือขาวคนนั้นน่ะค่ะ ข้าเองก็ไม่รู้จักชื่อเขาเหมือนกัน" เอลินตอบเสียงหอบจากการพยายามะโห้าม
"เื่มันเริ่มจาก... พวกเราสั่งเอล (Ale) พร้อมกันพอดี แต่บริกรเอามาเสิร์ฟที่โต๊ะเราก่อน ทางนั้นเขาก็เลยหาว่าเราไม่ให้เกียรติแรงค์ B อย่างเขา แล้วก็โวยวายจนลงเอยอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ!"
"น่ารำคาญจริงๆ พวกสมองกล้าม... สู้กันจนลืมหัวนอนปลายเท้า แค่เื่เหล้าแก้วเดียวเนี่ยนะ!" เมฟิน่ายืนกอดอกพลางส่ายหัวอย่างระอา
เธอไม่รอช้า ชี้คทาสื่อเวทสีเงินวาวไปทางทั้งคู่ที่กำลังง้างหมัดหมายจะซัดหน้ากันอีกรอบ
"????ข้าแต่จิติญญาแห่งเหมันต์ผู้หลับใหล... จงตื่นขึ้นจากการจองจำของกาลเวลา... รวบรวมไอเย็นจากห้วงอวกาศอันว่างเปล่า... กลั่นกรองเป็พายุคลั่งที่แช่แข็งได้แม้แต่ดวงตะวัน... จงกวาดล้างความวุ่นวายเบื้องหน้าให้สิ้นซากภายใต้ปีกแห่งหิมะนฤมิต! [Ice Age: Glacial Tempest!] "
พายุหมุนน้ำแข็งขนาดย่อมะเิออกกะทันหัน แรงอัดอากาศที่เย็นจัดเสียดแทงกระดูกเป่าร่างของเซนและนักรบเสือขาวจนปลิวหวือกระเด็นออกนอกร้านไปกองรวมกันที่กองขยะท้ายตรอกในสภาพสลบเหมือดทั้งคู่ ท่ามกลางละอองหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างผิดฤดูกาลภายในร้านเหล้าที่บัดนี้เงียบสงัด
เมื่อเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ทั้งคู่ค่อยๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมาในสภาพมอมแมมหัวทิ่มอยู่ในกองขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง พวกเขามองหน้ากันในความมืดสลัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นสภาพที่น่าตลกของอีกฝ่ายแล้วะเิเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง มิตรภาพลูกผู้ชายที่เรียบง่ายถูกสร้างขึ้นในวินาทีนั้นเอง
"ข้าชื่อ เทียมุส เป็นักผจญภัยอิสระแรงค์ B... ฝีมือเ้าใช้ได้เลยนี่หว่าเ้ามนุษย์ ดาบไม้นั่นแข็งชะมัดอย่างกับเหล็กกล้า!" นักรบเผ่าเสือขาวแนะนำตัวพลางหัวเราะร่าด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ฟังกังวาน
เขาขยับร่างกายั์ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเพื่อปัดเศษฝุ่นและคราบอาหารออกจากขนสีขาวสั้นละเอียดที่มีลายพาดกลอนพาดผ่าน่แขนอย่างลวกๆ หูเสือที่ตั้งตระหง่านอยู่บนกลุ่มผมสีขาวสั้นเกรียนพยับไปมาเพื่อสลัดความมึนงง ในขณะที่หางหนาที่ปกคลุมด้วยขนสีขาวสะบัดไปมาอย่างร่าเริงผิดกับอารมณ์ดุร้ายในร้านเหล้าเมื่อครู่
เซนที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นพิงกำแพงอิฐเก่าๆ ที่ผุพัง พ่นไอสีขาวออกจากปากพลางหันมามองร่างั์ตรงหน้าอย่างถูกใจ เขาเหลือบมอง่ล่างของเทียมุสที่แม้จะมีโครงสร้างส่วนใหญ่เหมือนมนุษย์ แต่่ขาที่แข็งแกร่งและรูปทรงที่ดูคล้ายอุ้งเท้าสัตว์ป่านั้นอธิบายได้ชัดเจนว่าทำไมเมื่อกี้ไอ้เสือตัวนี้ถึงได้พุ่งเข้าใส่เขาได้รวดเร็วปานลมพายุ
"ข้าชื่อเซน... ส่วนยัยเอลฟ์หน้าดุนั่นชื่อเมฟิน่า และนั่นเอลิน" เซนบุ้ยปากไปทางเพื่อนร่วมทีมที่เดินตามออกมาดูผลงานด้วยสายตาที่ต่างกันสุดขั้ว คนหนึ่งจ้องเขม็งอย่างรำคาญ ส่วนอีกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เซนยกหลังมือขึ้นปาดรอยเืที่มุมปากอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเหลืองอำพันของเทียมุสตรงๆ
"เฮ้... ฝีมือเ้ามันน่าสนใจดีนี่นา แถมความบ้าดีเดือดนั่นก็เข้าท่าไม่เลว มีปาร์ตี้หรือยังล่ะเ้าเสือขาว? ถ้ายังไม่มี... มาร่วมทางกับ 'รุ่งอรุณนิรันดร์' ของพวกข้าไหม? แรงค์ B ที่มีพละกำลังขาเหลือล้นอย่างเ้า ถ้ามาอยู่กับ Rank A อย่างพวกเรา รับรองว่ามีงานสนุกๆ (และเหล้าดีๆ) ให้ทำจนหายเบื่อแน่!"
เทียมุสตากระตุกเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจที่จู่ๆ ก็ถูกชวนทื่อๆ ท่ามกลางกองขยะแบบนี้ เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอจนแผงอกกระเพื่อม ก่อนจะยื่นอุ้งมือั์ที่มีกรงเล็บคมซ่อนอยู่ด้านในออกมาจับมือหนาของเซนไว้แน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ
"หึ... ชวนกันง่ายๆ แบบนี้เลยรึ? ไม่ถามประวัติ ไม่ขอดูบัตรแนะนำตัวเลยเนี่ยนะ?" เทียมุสแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวสีขาวสะอาด
"แต่เอาเถอะ... ข้าก็เริ่มเบื่อการนั่งกินเหล้าคนเดียวในเมืองท่าพรรค์นี้พอดี ตกลง! ข้าไปกับพวกเ้าด้วย! แต่อย่าร่วงไปก่อนข้าก็แล้วกันเ้ามนุษย์!"
และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่เทียมุสกลายเป็เพื่อนรักที่ร่วมเดินทางและดวลฝีมือกับเซนไปทุกที่ สถิติการดวลกันตลอดหลายปีคือ 500 ครั้ง เซนชนะ 50 ครั้ง แพ้ 49 ครั้ง และที่เหลืออีกกว่า 401 ครั้งจบลงด้วยผลเสมอ... เพราะโดนเมฟิน่ารำคาญจนแช่แข็งทั้งคู่ก่อนจะรู้ผลแพ้ชนะนั่นเอง
ความลับในท้องหนอนั์ (บันทึกโดย มินอสผู้ร่าเริง)
"สวัสดีค่ะ! ฉันชื่อ มินอส และถ้าคุณกำลังอ่านบันทึกนี้อยู่ล่ะก็... สาบานมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าความลับเื่ 'เมือกหนอน' จะตายไปกับคุณด้วย! ไม่งั้นฉันจะเอาปืนเวทคู่ใจนี่จ่อกบาลแล้วเคาะให้แยกเลย! (ถึงฉันจะไม่เคยยิงคนจริงๆ ก็เถอะ ฮึ่ม!)
ฉันเกิดมาในตระกูลช่างตีเหล็กและวิศวกรที่หยิ่งยโสที่สุดในเมืองคนแคระที่ชื่อ นครรัฐศิลาเหล็ก ทุกคนในบ้านฉันน่ะมีกล้ามแขนเป็มัดๆ ถือค้อนั์กันได้ั้แ่ยังเดินเตาะแตะ แต่ฉันน่ะเหรอ? อย่าว่าแต่ตีดาบเลย แค่เชื่อมเหล็กสองชิ้นให้ติดกันฉันยังทำพังพินาศจนไฟลุกท่วมโรงงานมาแล้ว! พ่อชอบด่าว่าฉันเป็ 'ไอ้ตัวประหลาด' เพราะถึงฉันจะมีมานาไหลเวียนในร่างสูงปรี๊ดชนิดที่คนในตระกูลเทียบไม่ติด แต่ทักษะงานช่างหนักๆ ของฉันกลับเข้าขั้นติดลบ
แต่จะบอกอะไรให้... ฉันน่ะมีดีกว่านั้นเยอะ! ฉันไม่ได้ชอบไฟร้อนๆ ในเตาหลอมที่ทำให้อึดอัด แต่ฉันรักความแม่นยำของกลไกซับซ้อนอย่างพวกเฟืองนาฬิกาต่างหาก! อาจเป็เพราะฉันถนัดเวท [Eagle Eye] มาั้แ่เด็ก ทำให้สายตาของฉันดีกว่าใครเพื่อน มองเห็นฟันเฟืองจิ๋วๆ ที่คนอื่นมองไม่เห็นได้สบายมาก ฉันชอบแก้ปมกลไกยากๆ มากกว่าการฟาดค้อนทื่อๆ เป็ไหนๆ!
ในที่สุดฉันก็ทนแรงกดดันจากสายตาตาแก่พวกนั้นไม่ไหว ฉันตัดสินใจหนีออกจากบ้าน! แน่นอนว่าคนอย่างมินอสไม่ไปตัวเปล่าหรอก ฉันแอบย่องเข้าไปในห้องเก็บสมบัติประจำตระกูล แล้วฉก 'อาร์ติแฟกต์ปืนเวทมนตร์คู่' ออกมาด้วย! มันเป็สมบัติที่ไม่มีช่างคนไหนในตระกูลใช้งานได้จริง เพราะพวกเขาไม่มีมานามากพอที่จะจ่ายให้กลไกเวทสุดซับซ้อนนี่เดินเครื่องยังไงล่ะ ฮิๆ!
ฉันผันตัวมาเป็นักผจญภัยอิสระ เดินทางรับภารกิจไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงคราวซวยมหาศาล... ฉันรับงานคุ้มกันคาราวานข้ามทะเลทรายทางใต้ที่แสนร้อนระอุ แต่ดันเกิดพายุทรายบ้าบอพัดถล่มทำให้ฉันหลงทางกับขบวน แล้วจู่ๆ พื้นทรายที่ฉันยืนอยู่ก็ถล่มลงเหมือนหลุมยุบ!
มันคือ ...เ้า 'แซนเวิร์ม' (Sand Worm) ตัวใหญ่ั์มหึมา ขนาดของมันทำเอาปืนคู่ของฉันดูเหมือนไม้จิ้มฟันไปเลย! และที่ร้ายที่สุดคือ เ้าหนอนนั่นมันไม่มีดวงตา! (ขอย้ำว่าไม่มี!) ฉันพยายามใช้เวท [Eagle Eye] ที่ถนัดเพื่อหาจุดอ่อน แต่มองไปทางไหนก็เจอแต่หนังหนาๆ เละๆ ที่ไม่มีช่องโหว่เลย!
ฉันพยายามต่อสู้กับมันอย่างดุเดือด ยิงะุมานาอัดใส่ไม่ยั้งจนมานาแทบเกลี้ยงร่าง แต่ความซวยซ้ำซ้อนคือทรายที่ร่วนซุยทำให้ฉันทรงตัวไม่อยู่ และในวินาทีที่ฉันกำลังจะคว้าปืนขึ้นมายิงนัดสุดท้ายอัดใส่โคนเขี้ยวของมัน... เ้าหนอนนั่นก็อ้าปากกว้างเขมือบฉันลงท้องไปทั้งตัว!
ในท้องมันน่ะเหรอ? อย่าให้พูดถึงเลยค่ะ! ทั้งมืด ทั้งแคบ และเต็มไปด้วยเมือกเหนียวๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าแสบจมูกที่สุด ที่ร้ายที่สุดคือน้ำย่อยของมันเริ่มกัดกร่อนเสื้อผ้าของฉันจนขาดวิ่น ฉันเริ่มสติแตกแล้วคิดในใจว่า 'นี่ฉันต้องมาตายในสภาพชีเปลือยแช่น้ำย่อยหนอนโง่ๆ นี่จริงๆ เหรอเนี่ย?!'
แต่แล้ว... ฉัวะ! จู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบเข้ามา พร้อมกับคมดาบเหล็กที่ผ่าท้องหนอนนั่นออกเป็ทางยาวราวกับปาฏิหาริย์ ร่างของฉันร่วงกรงลงมาบนพื้นทรายข้างนอก พร้อมกับใครบางคนที่กระชากฉันออกมาจากกองเมือกที่น่าสะอิดสะเอียนนั่น
'เ้าไม่เป็ไรนะ?' เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความใ... วินาทีนั้นที่ฉันเงยหน้าขึ้นมอง แสงแดดที่ส่องลงมาข้างหลังทำให้เขามีออร่าอย่างกับเทพบุตรมาช่วยเ้าหญิง! ฉันรู้สึกเหมือนเจอ 'รักแรกพบ' เข้าอย่างจังเลยล่ะค่ะ... แต่แล้วหัวใจก็นกทันที! เพราะพอสติกลับมา ฉันก็เห็นนักบวชสาวสวย (เอลิน) ยืนทำหน้าเป็ห่วงอยู่ข้างๆ เขา แถมสายตาที่เขามองกันมันชัดเจนซะจนฉันอยากจะมุดทรายกลับลงไปในท้องหนอนอีกรอบเลย!
สภาพของฉันตอนนั้นคือสิ่งที่น่าอเนจอนาถที่สุดในประวัติศาสตร์คนแคระ เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่ง แถมตัวยังแฉะไปด้วยเมือกเหนียวหนึบส่งกลิ่นฉุนกึ้กไปสามบ้านแปดบ้าน ฉันรีบคว้าผ้าคลุมเก่าๆ ของเซนมาปิดร่างไว้อย่างลนลาน แล้วคำรามใส่พวกปาร์ตี้ของเขาที่ยืนทำหน้าอึ้งกิมกี่อยู่ตรงนั้นทันที
'ถ้าใครหน้าไหนบังอาจพูดเื่นี้ออกมาแม้แต่คำเดียว... ข้าจะเอาปืนคู่เล่มนี้ส่องกบาลให้เรียงตัวเลย จำไว้!' ฉันขู่ฟ่อทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวและแดงก่ำไปจนถึงใบหูเพราะความอายล้วนๆ! นั่นแหละค่ะ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันต้องจำใจเข้าร่วมปาร์ตี้กับเ้าพวกบ้าพลังนี้ เพราะพวกเขาทำสัตย์สาบานว่าจะเก็บความลับสุดยอดนี่ไว้จนวันตาย เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของอัจฉริยะกลไกอย่างฉันเอาไว้... และตอนนี้ฉันก็กลายเป็คนคอยซัพพอร์ตยิงสนับสนุนและดูแลอุปกรณ์อาร์ติแฟกต์ให้ปาร์ตี้นี้ไปโดยปริยาย (ถึงจะยังเจ็บใจที่นกั้แ่ 5 วินาทีแรกก็เถอะ!)"
บทสรุปของตำนานและการเริ่มต้นใหม่ (วัย 25 ปี)
10 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับฝันที่เคลื่อนผ่านไปเพียงชั่วข้ามคืน ปาร์ตี้ "รุ่งอรุณนิรันดร์" ก้าวขึ้นสู่แรงค์ A อย่างสง่างามและเป็ที่จดจำไปทั่วทุกสารทิศในฐานะปาร์ตี้ที่แข็งแกร่งและสามัคคีที่สุด พวกเขาพิชิตดันเจี้ยนโบราณที่ลึกลับมานับไม่ถ้วน ล้มบอสระดับตำนานที่น่าเกรงขาม และช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์จากภัยาไปทั่วทั้งทวีป จนกิลด์นักผจญภัยพยายามจะดันให้ปาร์ตี้ของพวกเขาขึ้นสู่แรงค์ S หลายต่อหลายครั้งเพื่อเป็เกียรติประวัติของกิลด์ แต่เซนกลับปฏิเสธอย่างไม่ใยดีทุกครั้งไป
"ถ้าข้ายังก้าวข้ามดาบไม้ของอาจารย์อัลคาร์ดไม่ได้ ข้าก็ยังไม่คู่ควรกับชื่อวีรชน Rank S" เซนกล่าวต่อหน้าประธานกิลด์สาขาหลักด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเชื่อมั่นอันหนักแน่น จนไม่มีใครกล้าเอ่ยปากโต้แย้งอีก
เย็นวันหนึ่งที่บ้านพักส่วนตัวอันแสนสงบและอบอุ่นในนครหลวงอาเคอเรีย แสงแดดสีส้มอ่อนๆ ยามอัสดงฉาบไล้ไปทั่วห้องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ เซนนั่งขัดดาบไม้คู่ใจอยู่ริมหน้าต่างอย่างตั้งใจ ท่าทางของเขาดูนิ่งสงบผิดกับตอนหนุ่มๆ ทันใดนั้น เอลินเดินเข้ามาหาเขาจากด้านหลังด้วยฝีเท้าที่เบาเงียบราวกับนก เธอวางมืออันอ่อนโยนลงบนไหล่กว้างที่ผ่านศึกมานับร้อยของเขาแล้วกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความตื้นตัน
"เซน... ข้าว่าเราต้องพักงานผจญภัยที่แสนวุ่นวายนี้สักพักใหญ่ๆแล้วล่ะค่ะ"
เซนหยุดมือจากการขัดดาบแล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเล็กน้อย เขาััได้ถึงแรงสั่นะเืในน้ำเสียงของเธอ
"ทำไมล่ะเอลิน? มีภารกิจอะไรที่เ้าไม่อยากไป หรือว่าเ้าเหนื่อยกับการเดินทางจนอยากพักผ่อนแล้วเหรอ?"
เอลินยิ้มอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต ดวงตาของเธอเป็ประกายแห่งความสุข เธอกุมมือหยาบกร้านของเซนมาวางลงบนหน้าท้องของเธออย่างแ่เบา
"ไม่ใช่หรอกค่ะ... แต่เป็เพราะในนี้... มี 'เซน' ตัวน้อยๆ กำลังเติบโตขึ้นเพื่อรอดูโลกกว้างไปพร้อมกับเราอยู่ค่ะ"
ตุบ!!
ดาบไม้ในมือเซนร่วงลงพื้นทันทีด้วยความตกตะลึง หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองรบ เขาตัวแข็งทื่อไปชั่ววินาทีก่อนจะรวบตัวเอลินมากอดไว้แน่นด้วยความดีใจที่หาที่สุดไม่ได้ น้ำตาแห่งความสุขเอ่อล้นออกมา สมาชิกคนอื่นๆ เมื่อทราบข่าวต่างก็มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งภายในบ้านพัก เมฟิน่าผู้เยือกเย็นกลับแอบหันหลังไปปาดน้ำตาที่คลอเบ้าเบาๆ เทียมุสหัวเราะร่วนเสียงดังสนั่นพลางตบบ่าเซนแรงๆ จนเขาแทบจะกระอักเืออกมา และมินอสสัญญาด้วยเกียรติของวิศวกรอัจฉริยะว่าจะสร้างของเล่นอาร์ติแฟกต์ที่เจ๋งที่สุดและปลอดภัยที่สุดในโลกให้หลานรักในอนาคต
10 ปีแห่งการผจญภัยที่ตรากตรำสิ้นสุดลง ปาร์ตี้ "รุ่งอรุณนิรันดร์" แยกย้ายกันไปตามเส้นทางที่ตกลงไว้ แต่ยังสัญญาอย่างเป็มั่นเหมาะว่าจะส่งข่าวถึงกันเสมอ เซนและเอลินที่กำลังตั้งครรภ์หอบหิ้วสัมภาระและหัวใจที่พองโตเดินทางกลับสู่หมู่บ้านดอนตะวันพราว สถานที่ที่ความทรงจำวัยเด็กของเซนยังคงชัดเจน
ทว่า... ยิ่งเข้าใกล้เขตหมู่บ้าน หัวใจของเซนกลับยิ่งหนักอึ้ง เขาจำได้ว่าพ่อของเขา—นักรบชาวนาผู้กล้าหาญ—ได้สละชีวิตปกป้องหมู่บ้านจากมอนสเตอร์ไปั้แ่เขายังเด็ก ทิ้งไว้เพียงแม่เซรินที่คอยกัดฟันสู้ทนเลี้ยงดูเขามาเพียงลำพังด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเกวียนเคลื่อนผ่านรั้วไม้ซุงสองชั้นที่อาจารย์อัลคาร์ดเคยช่วยวางรากฐานไว้ เซนชะเง้อคอมองหาเงาร่างที่คุ้นเคยหน้ากระท่อมหลังเดิม แต่กลับพบเพียงความเงียบงันและแปลงผักที่เริ่มมีหญ้าขึ้นรกชัฏ
"แม่ครับ! แม่เซริน! ข้ากลับมาแล้ว!" เซนะโก้องพลางะโลงจากเกวียน ร่างกายกำยำสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
เพื่อนบ้านคนหนึ่งเดินออกมาด้วยสีหน้าหม่นหมอง เขาประคองมือเซนไว้แล้วเอ่ยเสียงสั่น
"เซน... เ้ามาช้าไปเพียงไม่กี่เดือน แม่เซรินของเ้า... นางป่วยหนักและจากไปอย่างสงบเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา นางเฝ้ารอเ้าทุกวัน... จนลมหายใจสุดท้าย"
โลกทั้งใบของเซนคล้ายจะพังทลายลงในพริบตา เขาเข่าทรุดลงหน้าประตูบ้านที่ไร้เงาของมารดา ความสำเร็จในฐานะนักผจญภัย Rank A หรือทรัพย์สินมหาศาลที่หามาได้ กลับดูไร้ค่าเมื่อไม่มีคนที่เขาอยากอวดความสำเร็จให้เห็นนั่งรออยู่ตรงนั้น
ในโลกที่ข่าวสารต้องเดินทางผ่านคมดาบและอันตราย ความล่าช้านี้คือความจริงที่แสนเ็ป
"ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษที่กลับมาไม่ทัน" เซนสะอื้นไห้ซบหน้าลงกับผืนดินที่แม่เคยพรวนดินเลี้ยงดูเขามา
ในจังหวะที่ความโศกเศร้าเข้าครอบงำ มืออันอบอุ่นของเอลินก็วางลงบนบ่าของเขา เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ดึงมือของเขาไปััที่หน้าท้องที่นูนเด่นชัดขึ้นกว่าเดิม แรงดิ้นเบาๆ จากสิ่งมีชีวิตตัวน้อยข้างในเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องทะลุผ่านเมฆหมอกแห่งความเศร้า
"เซนคะ... แม่เซรินไม่ได้จากไปไหนหรอกค่ะ ท่านยังอยู่ในตัวของเด็กคนนี้ และรอให้ท่านสานต่อชีวิตที่นี่... บ้านของเรา"
เซนปาดน้ำตาช้าๆ เขามองไปที่ท้องทุ่งกว้างใหญ่ที่พ่อและแม่ของเขาเคยลงหยาดเหงื่อแรงกายเพื่อรักษาไว้ เขาตัดสินใจในวินาทีนั้น... เขาจะไม่กลับไปจับดาบเพื่อชื่อเสียงอีกต่อไป แต่เขาจะใช้มือที่เคยฆ่ามอนสเตอร์คู่นี้ กลับมาจับจอบจับเสียม รับ่ต่อเป็ชาวนาเพื่อดูแลครอบครัวและแผ่นดินที่เขารัก
"ดอนตะวันพราว... ข้ากลับมาแล้วจริงๆ" เซนกระซิบกับสายลม "แม่ครับ พ่อครับ... ข้าจะดูแลที่นี่เอง และนี่คือลูกชายของข้า... ไค ผู้ที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของพวกเราต่อไป"
ไม่กี่เดือนต่อมา ท่ามกลางเสียงนกร้องยามเช้าของหมู่บ้านดอนตะวันพราว เสียงทารกร้องไห้จ้าก็ดังกังวานไปทั่วกระท่อมหลังเล็ก ไคได้ลืมตาดูโลกในฐานะลูกชายของอดีตนักรบผู้ยิ่งใหญ่และนักบวชหญิงผู้ใจดี เริ่มต้นปฐมบทใหม่ที่สวยงามบนกองขี้เถ้าของอดีตที่แสนขมขื่น