ทางด้านาาทั้งเมื่อสี่ตั้งสติได้รีบทะยานร่างตามจักรพรรดิัทองมา แต่สายไปแล้วเมื่อมาถึงทั้งสี่กลับพบเพียงร่างไร้ิญญาของหวงชิงหลงและภรรยานั่งพิงหินอยู่ที่ริมหน้าผา
"พี่หวงคนดีอย่างท่านไม่สมควรได้รับจุดจบเช่นนี้ หวงเทียนจิน เ้าสารเลวนั่น สักวันข้าหม่าเหล่ยจี๋จะฉีกเนื้อมัน ล้างแค้นแทนท่านและภรรยา "
าาอาชาเทพสายฟ้ากล่าวออกมาด้วยความโกรธแค้น
าาอินทรีย์วายุทมิฬ และ าาพยัคฆ์เมฆา ยืนนิ่งกำหมัดแน่นสายตาเต็มไปด้วยความแค้นที่มีความโศกเศร้าผสมอยู่ ส่วนาากิเลนอัคคีเพียงยืนมองร่างไร้ิญญาของหวงชิงหลงด้วยความอาวรณ์
ไม่นานบริวารของกองกำลังอาชา์ก็มาถึง าาอาชาเทพสายฟ้าจึงได้สั่งให้นำร่างของหวงชิงหลงและภรรยาไปทำพิธีที่กองกำลังอาชา์อย่างสมเกียรติ
" พี่หวงยังมีลูกชายอีกหนึ่งคน ภรรยาของเขาพึ่งจะคลอดก่อนที่เ้าสารเลวพวกนั้นจะบุกเข้ามา ข้าจะออกตามหาลูกของพี่หวง พวกท่านทั้งสามมีความเห็นอย่างไร " าาอาชาเทพสายฟ้ากล่าวขึ้นมาเมื่อบริวารนำร่างของหวงชิงหลงและภรรยาออกไปแล้ว
" ชนเผ่าของข้ากำลังเกิดปัญหาภายใน ขออภัยที่ข้าคงช่วยได้เพียงเท่านี้ หากเด็กน้อยคนนั้นยังมีวาสนาอยู่ วันข้างหน้าข้าย่อมต้องให้ความช่วยเหลือเขาแน่ ขอตัวก่อน " าากิเลนอัคคีพูดขึ้นเป็คนแรกก่อนจะทะยานออกไปพร้อบกับสายลมหอบหนึ่ง
" เมื่อตอนก่อนเริ่มการต่อสู้ พี่หวงได้บอกกับข้าว่าถ้าหากเกิดเหตุผิดพลาด เขาจะให้คนสนิทพาภรรยาและลูกชายหนีลงใต้ไปหาข้าที่พรรคอินทรีย์วายุ ข้าจะรีบเดินทางกลับพรรค ป้องกันการพลัดหลงกัน เวลาไม่เคยรอใคร ข้าขอตัว " าาอินทรีย์วายุทมิฬกล่าวจบ เหินร่างขึ้นเหนือยอดไม้หายไปด้วยวิชาตัวเบา
" ตัวข้าเป็ฝ่ายธรรมมะ คงไม่สะดวกทำการอย่างโจ่งแจ้ง ข้าจะเดินทางกลับหมู่ตึกพยัคฆ์เมฆาทะยาน ระหว่างทางจะตามหาร่องรอยของบุตรชายพี่หวงไปด้วย ป้องกันเหตุผิดพลาด พี่หม่าโปรดรักษาตัว " าาพยัคฆ์เมฆากล่าวจบทะยานร่างหายไปอีกคน
5 วันต่อมา เมืองเซี่ยหยู
เมืองเซี่ยหยูอยู่ในอาณาเขตของพรรคอินทรีย์วายุ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเฟิงสิงศูนย์กลางการปกครองของพรรคอินทรีย์วายุ นับว่าเป็เมืองด่านหน้าเพราะทิศเหนือติดกับทุ่งม้าป่า ทิศตะวันตกติดกับตอนใต้ของทะเลทรายไท่หยาง
" หยุด โปรดแสดงตัวด้วย " เวรยามเฝ้าประตูเมืองทิศตะวันตก เอ่ยถามขึ้น
" พวกเรากองคาราวานจากชนเผ่าซาโม่ นำสินค้าไปค้าขายที่เมืองเฟิงสิงตามคำสั่งท่านข่าน เชิญตรวจได้ " ผู้นำกองคาราวานของชนเผ่าซาโม่กล่าวตอบพร้อมอนุญาตให้ตรวจเกวียนสินค้าได้
ภายในเกวียนสินค้าเล่มหนึ่ง มีชายวัยกลางคนแต่งกายด้วยชุดของชนเผ่าซาโม่อุ้มทารกน้อยไว้ในอ้อมอกกำลังกล่อมให้หลับอยู่ ชายคนนี้คือหลิวเตี้ยนนั้นเอง
" ให้ผ่านไปได้ " เสียงเวรยามหน้าประตูเมือง กองคาราวานกำลังจะเคลื่อนผ่านประตูเมือง " เดี๋ยวหยุดก่อน คำสั่งท่านข่านให้กองคาราวานทั้งหมดของชนเผ่าซาโม่กลับชนเผ่าด่วน " ฉับพลันปรากฏนักรบในชุดหนังสัตว์ขี่ม้ามาหยุดกองคาราวานเอาไว้
หลิวเตี้ยนได้ยินทุกอย่างพลันคิดในใจปลอมตัวหลบในกองคาราวานนำทารกน้อยไปเลี้ยงดูที่ทะเลทรายไท่หยางเปลี่ยนชื่อแซ่บางทีอาจจะปลอดภัยกว่าให้ทารกน้อยคนนี้อยู่ในที่แจ้งรอคนมาทำร้าย ทะเลทรายไท่หยางคนนอกชนเผ่าไม่นิยมเดินทางเข้าไปเนื่องจากภายในทะเลทรายไท่หยางตอนกลางวันอุณหภูมิร้อนจัดพอตกกลางคืนกลับหนาวจัดยากต่อการดำรงชีวิต หวงเทียนจินคนชั่วช้าคงคิดไม่ถึงว่าเขาจะนำนายน้อยหนีเข้าไปในนั้น
รอจนเติบใหญ่สั่งสอนวิชาบอกเล่าเื่ราวความแค้นสังหารบิดามารดา ส่วนจะทำสำเร็จหรือไม่แล้วแต่โชคชะตาจะลิขิต
1 เดือนผ่านไป เมืองก้านเร่อ ทะเลทรายไท่หยาง
หลังจากกองคาราวานเดินทางมาถึงเมืองก้านเร่อ เมืองเล็กๆด้านตะวันตกสุดของทะเลทรายไท่หยาง หลิวเตี้ยนตัดสินใจลงหลักปักฐานหวังให้ทารกน้อยเติบโตอยู่ที่นี่ ชาวเมืองก้านเร่อให้การยอมรับหลิวเตี้ยนเพราะเห็นใจที่จะต้องหอบทารกน้อยตะเวนไปในทะเลทราย ไม่นานหลิวเตี้ยนก็มีกระโจมเป็ของตัวเองหนึ่งหลัง นอกจากนี้ ยังมี แกะอีก 1 คู่ ลาอีก 1ตัว เสบียงอาหารสำหรับอยู่ไปได้อีกหลายวันและได้ทาบทามชาวเมืองแม่ลูกอ่อนมาเป็แม่นมให้ทารกน้อย ทั้งหมดนี้แลกมาด้วยแหวนหยกสมบัติชิ้นสุดท้ายของเขา
ทารกน้อยเมื่อได้ดื่มนมจากแม่นมจนอิ่มแล้วจึงหลับไป " นายน้อย ข้าหลิวเตี้ยนจะเลี้ยงดูท่านให้เติบใหญ่เป็ัผงาดขึ้นสู่ฟากฟ้าดั่งเช่นบิดาของท่าน " หลิวเตี้ยนมองหน้าทารกน้อยแล้วกล่าวออกมา