ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 100 ตี้หลิงหานผู้ชั่วร้ายหาใดเปรียบ

            เมื่อได้ยินคำของตี้หลิงหาน ดวงตาของจีอู๋ซวงพลันเบิกกว้างด้วยความตระหนก

            “เจ้าว่าอย่างไรนะ?”

            ทว่าตี้หลิงหานกลับเต็มไปด้วยบรรยากาศเย็นชาล้ำลึกวาจาของเขาน้อยนัก ไร้ซึ่งความคิดจะอธิบาย

            เป็นเช่นนี้ย่อมมิได้การ

            “อาหาน ตกลงว่าเจ้าฟังที่ข้ากล่าวไม่เข้าใจหรือ?เบื้องหลังของสตรีผู้นั้นมีนักปรุงยาที่มิอาจมีผู้ใดเทียบฝีมือได้อยู่นั่นหมายถึงโอกาสที่จะช่วยชีวิตเจ้าได้ย่อมมีมากขึ้น”

            จีอู๋ซวงกล่าวอย่างจริงจังเคร่งขรึม

            “เช่นนั้นแล้วอย่างไร?”

            ตี้หลิงหานถามกลับอย่างเฉยเมย

            เช่นนั้น? เช่นนั้นแล้วอย่างไรน่ะหรือ? นี่เรียกว่าคำพูดอันใดกัน!

            จีอู๋ซวงโมโหจนจะตายแล้ว

            “เช่นนั้นพวกเราจึงมิอาจทำให้สตรีผู้นั้นขุ่นเคืองเป็นอันขาดอย่างไรเล่า?นางกล่าวชัดเจนแล้วว่าวันพรุ่งจะมารับเงินเจ้าให้ข้าผลัดนางออกไปอีกสามวัน ทำเช่นนี้ไปเพื่ออันใด? อีกทั้งเจ้ามีความคับแค้นอันใดกับนางกันแน่ถึงขั้นกล่าวว่าแม้นางตายก็จงตายอย่างไร้ที่กลบฝัง?”

            จีอู๋ซวงงุนงงเป็นอย่างยิ่ง

            ทว่ายิ่งเขาพูดสีหน้าของตี้หลิงหานก็ยิ่งไม่น่ามอง

            อั้นจิ่วยืนนิ่งอยู่ข้างๆกระทั่งหายใจแรงก็ยังไม่กล้า

            จีอู๋ซวงรู้จักนิสัยของตี้หลิงหานดีหากอีกฝ่ายไม่ต้องการเอ่ย ต่อให้เขาจะระเบิดโทสะจนฟ้าถล่มดินทลายก็มิอาจถามได้ความใดเพิ่มเติม

            “ทำตามที่ข้าบอกก็พอ”

            “ไม่ได้ หากเจ้าไม่อธิบายให้ชัดเจนอย่างไรข้าก็ไม่ยอมตกลง”

            เวลานี้จีอู๋ซวงมีท่าทีแน่วแน่เป็นพิเศษ

            เขาเป็นนักปรุงยาและรู้ว่าคนที่ปรุงยานี้ได้มีความสามารถสูงส่งเพียงใด อีกทั้งสตรีผู้นั้นที่สามารถนำโอสถวิญญาณออกมาได้มากมายนางย่อมต้องมีสถานะไม่ธรรมดา ดังนั้นเขาจึงมิอาจสร้างเรื่องให้นางตามที่อาหานบอกได้

            ใบหน้าของตี้หลิงหานเย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งทว่าใบหน้าของจีอู๋ซวงก็แข็งกระด้างไม่แพ้กัน ไม่มีกระทั่งรอยยิ้มทะเล้นเช่นอย่างเคยนั่นเพราะเขาใส่ใจเรื่องชีวิตของตี้หลิงหานมากกว่าชีวิตของตัวเขาเองเสียอีก จู่ๆ ก็ค้นพบความหวังเช่นนี้ย่อมหมายความว่าเขามิอาจยอมแพ้โดยง่ายเป็นแน่

            “อาหาน”

            จีอู๋ซวงยังคงเห็นตี้หลิงหานยืนอยู่อย่างนั้นร่างของอีกฝ่ายแผ่รังสีห้ามผู้อื่นเข้าใกล้ หลงจู้แห่งหออู๋หมิงเอ่ยพร้อมถอนหายใจเสียงเบาว่า“อาหาน เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าเหตุใดตอนนั้นข้าจึงรับช่วงดูแลหออู๋หมิงต่อนั่นมิใช่เพราะต้องการใช้ที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมโอสถสมุนไพรชั้นยอดหรอกหรือ?หลายปีที่ผ่านมา ข้าทำงานหนักลงแรงทั้งกายและใจก็เพื่อร่างกายของเจ้าจนท้ายที่สุดเมื่อพบความหวังเล็กๆ ที่หามาไม่ง่ายนี้ ข้าก็ไม่อยากปล่อยมือจากมัน

            ดังนั้นเจ้าช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าระหว่างเจ้ากับนางเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”

            น้ำเสียงของจีอู๋ซวงหนักอึ้งทว่าเป็นเพราะความอดกลั้นที่มิอาจทำอันใดได้เสียมากกว่า

            ตี้หลิงหานหงุดหงิดกับคำพูดของจีอู๋ซวงเขาไม่ต้องการเอ่ยถึงเรื่องใดก็ตามระหว่างเขาและแม่นางอันเหยียนแห่งตระกูลมู่ ทั้งยังพูดไม่ออกอีกด้วยแต่เขาทราบดีว่าจีอู๋ซวงทำเพื่อรักษาพิษในกายเขา อีกฝ่ายทำงานหนักมาหลายปีในเมื่อวันนี้ค้นพบความหวัง แล้วจะยอมแพ้ง่ายๆ ได้อย่างไร?

            ชั่วขณะหนึ่งทั้งสองตกอยู่ในภาวะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน

            ความอดทนของจีอู๋ซวงมีไม่มากนักโดยเฉพาะเมื่อตี้หลิงหานทำทีราวกับถึงตายก็ไม่ยอมเปิดปาก ยิ่งทำให้เขาโกรธจนอยากกระอักเลือดเสียจริงดังนั้นเขาจึงพูดกับอั้นจิ่วว่า “อั้นจิ่ว เจ้าก็รู้จักร่างกายของนายเจ้าดีมิใช่หรือว่าหากไม่อาจถอนพิษในร่างได้ เขาจะมีชีวิตอีกไม่เกินสามปีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาอาหานมีการสั่นสะเทือนทางอารมณ์เขาโกรธจนพลังปราณและเลือดไหลวนพลุ่งพล่าน ดังนั้นอาการกำเริบของพิษจึงรวดเร็วยิ่งขึ้นข้าเกรงว่าเขาจะมิอาจอดทนได้นานถึงสามปี เจ้าลองคิดดู ทุกเดือนเขาต้องได้รับความเจ็บปวดจากพิษยามเห็นวันคืนแห่งพิษจะหวนกลับมาอีกครั้ง เจ้าไม่อยากช่วยนายของเจ้าหรือ?”

            จีอู๋ซวงกล่าวต่อเนื่องไม่หยุดพัก

            หน้าผากของอั้นจิ่วมีเหงื่อเย็นไหลหยดเขาถูกคำของจีอู๋ซวงบังคับให้คุกเข่าลงกับพื้นทันที

            เขาพูดได้หรือ?บาดแผลที่เขาโดนแส้หวดยังไม่ทันหายและเจ็บอยู่มากนอกจากนี้ยังต้องถือว่าขอบคุณคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ด้วย ทว่าหากนายท่านไม่เปิดปากเขาก็มิกล้าเอ่ยคำใดที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ผู้นั้น

            “หากเจ้าไม่พูดวันพรุ่งเมื่อสตรีผู้นั้นมาหา ข้าจะไม่ยอมทำให้นางลำบากใจเป็นแน่”

            จีอู๋ซวงกล่าว

            ตอนนี้เขาทั้งโกรธทั้งสงสัยและยิ่งอยากรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างตี้หลิงหานกับสตรีผู้นั้นเป็นเช่นไรกันแน่

            เมื่อได้ยินคำของจีอู๋ซวงใบหน้าของตี้หลิงหานพลันมืดครึ้ม เขากล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “อั้นจิ่วจงรั้งอยู่ที่นี่”

            พูดจบก็สะบัดแขนเสื้อจากไป

            ความหมายชัดเจนตามตัวอักษรมิต้องกล่าวเพิ่มก็เข้าใจ ให้อั้นจิ่วรั้งอยู่ หมายถึงหากต้องการถามสิ่งใดก็ให้ถามอั้นจิ่วโดยตรง

            ...

            จากนั้นไม่นานน้ำเสียงคาดไม่ถึงของจีอู๋ซวงก็ดังมาจากชั้นสองของหออู๋หมิง

            “อะไรนะ?เจ้าบอกว่าแท้จริงแล้วสตรีผู้นั้นคือคุณหนูมู่อันเหยียนหรือ?คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ที่หายตัวไปถึงสี่ปีคนนั้น? ผู้เป็นอดีตคู่หมั้นของอาหาน?”

            “เจ้าบอกว่าคนที่ขโมยดอกบัวพันปีของอาหานไปคือคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่คนนั้นหรือ?”

            “อะไรนะ?เจ้าบอกว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ มู่อันเหยียนไม่เพียงขโมยดอกบัวพันปีไปเท่านั้นแต่ยังบังคับจูบอาหานอีกด้วย?”

            เสียงของจีอู๋ซวงเปลี่ยนไปมาหลายระดับและไม่อาจใช้คำว่าตื่นตระหนกมาอธิบายแทนความหมายของเสียงนี้ได้อีกแล้ว

            อั้นจิ่วมีสีหน้าราวกับสีผัก [1] เขาพยักหน้าขึ้นลงและไม่กล้าพูดต่อ ว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ยัง...ถ่มน้ำลายใส่นายท่านของเขายิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงกลอุบายหลอกลวงของนาง

            “ฮ่าๆๆๆจริงหรือ? คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่เก่งกาจเพียงนั้นเชียวหรือ?ไอ้หยา ครั้งแรกที่ข้าพบสตรีผู้นั้นก็ทราบแล้วว่านางมิใช่คนธรรมดาที่แท้นางคือคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ มู่อันเหยียนนี่เอง มิน่าเล่า มิน่าเล่านี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นสตรีนางหนึ่งทำให้อาหานเสียเปรียบเช่นนี้ได้ทำข้าขบขันแล้ว ไอ้หยา ไม่ไหวแล้ว ข้าปวดท้องเหลือเกิน”

            จีอู๋ซวงที่รู้ความจริงของเรื่องนี้จากปากของอั้นจิ่วน้ำตาพลันไหลทะลักไม่หยุด เสียงหัวเราะของเขาแทบจะยกหลังคาชั้นสองของหออู๋หมิงให้ลอยลิ่วไป

            “คุณชายอู๋ซวงหยุดหัวเราะได้แล้วขอรับ”

            อั้นจิ่วถอนหายใจกล่าวอย่างอับจนหนทาง

            “ได้ ข้าไม่หัวเราะแล้วเจ้าพูดต่อเถิด”

            จีอู๋ซวงเช็ดน้ำตาพลางเอ่ยปากด้วยความอดกลั้นอั้นจิ่วช่างน่าเบื่อนัก ทำหน้าเย็นชาอยู่ได้ทั้งวัน เขาหัวเราะเสียนาน ทว่าคนผู้นี้กลับทำเพียงนั่งมองอยู่นานเช่นกัน

            “กล่าวคือคุณหนูมู่อันเหยียนถูกปลูก [2] อยู่ในมือของนายท่าน และได้มีการลงนามในข้อตกลง หากนางไม่อาจรวบรวมเงินจำนวนสามล้านตำลึงได้ภายในสามวันนางจะต้องเข้าจวนไท่จื่อในฐานะข้ารับใช้ แต่ถ้านางเก็บเงินได้เพียงพอความคับข้องใจระหว่างนางกับนายท่านก็จะถือเป็นเรื่องโมฆะทันทีขอรับ”

            อั้นจิ่วเปิดปากอธิบายอีกครั้ง

            ยามนี้จีอู๋ซวงหัวเราะจนเรี่ยวแรงหายไปทั้งร่างเขาทรุดตัวนั่งแผ่บนเก้าอี้ เมื่อได้ยินคำอธิบายโดยละเอียดของอั้นจิ่ว ที่สุดเขาก็เข้าใจทั้งเหตุและผลของเรื่องนี้แล้ว

            “ดังนั้นอาหานจึงตั้งใจจะไม่ปล่อยให้คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่รวบรวมเงินสามล้านตำลึงได้สำเร็จ จากนั้นนางจะได้เข้าจวนไท่จื่อในฐานะข้ารับใช้หรือ?”

            จีอู๋ซวงลูบคางตนเอง

            “ความคิดของนายท่านอั้นจิ่วมิกล้าเดาสุ่มขอรับ”

            อั้นจิ่วตอบ

            จีอู๋ซวงกลอกตานัยน์ตาที่ทั้งยาวและเรียวของเขากลิ้งไปมา “อาหานเองก็ชั่วร้ายเกินไปแล้ว คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่สิ้นเปลืองแรงกายแรงใจอย่างหนักเพื่อขายทั้งหญ้าวิญญาณลึกลับและผลไม้วิญญาณโลหิตสีชาดให้ข้าทั้งยังขายโอสถล้ำค่าสองขวดนี้อีก ไม่ง่ายเลยที่จะสะสมเงินให้ครบสามล้านตำลึงแต่อาหานกลับบอกให้ข้าริบเงินนาง ผลัดจ่ายไปอีกสามวัน เพียงเพื่อจะให้นางเข้าจวนไปเป็นข้ารับใช้ให้ได้เช่นนั้นหรือ?”

            อั้นจิ่วนิ่งเงียบฟังโดยไม่ปริปากอันใด

            “ทำเช่นนี้ นับว่าผิดศีลธรรมเกินไปแล้วกระมัง”

            จีอู๋ซวงกล่าวต่ออีกครั้ง

            อั้นจิ่วเม้มริมฝีปากหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นมาว่า “เมื่อครู่ที่คุณหนูมู่ยืนอยู่หน้ากำแพงนางออกปากด่านายท่านด้วยขอรับ”

            จีอู๋ซวงเลิกคิ้ว“ด่าว่าอันใด?”

            ใบหน้าของอั้นจิ่วมืดครึ้มเป็นอย่างยิ่ง“อั้นจิ่วมิกล้าพูด”

            ต่อให้ถูกตีจนตายเขาก็ไม่กล้าเอ่ยคำว่า ‘ไอ้สารเลว’ออกจากปาก

            จีอู๋ซวงไม่ต้องเดาก็ทราบว่าย่อมไม่ใช่คำที่ดีมิเช่นนั้นคงไม่ทำให้สหายของเขาระเบิดโทสะจนมีท่าทีเยี่ยงนี้

            “คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ถูกอาหานคิดบัญชีเอาไว้แล้วนางตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา แต่หากเรื่องนี้ทำให้นางไม่พอใจเช่นนั้นก็มิต้องกล่าวถึงนักปรุงยาเบื้องหลังนางว่าเป็นผู้ใด”

             

            เชิงอรรถ

            [1] สีหน้าราวกับสีผัก 面如菜色 (Miàn rú càisè) ใช้อธิบายถึงสีหน้าซีด หรืออาการตกใจจนหน้าเขียว (เปรียบเปรย)

            [2] ปลูก 栽 (Zāi) หมายถึง สูญเสียการลงทุน เสียเดิมพัน เปรียบเปรยถึงการโดนจัดการจนอยู่หมัดหรือสำหรับคู่รักที่กำลังจะแต่งงานร่วมสร้างชีวิตก็สามารถพูดได้ว่า “ชีวิตของฉันปลูกไว้ในมือของคุณแล้วนะ”

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668