ทุกคนในเผ่าก็เข้ามาดูด้วยความประหลาดใจ แล้วมองหน้าหัวหน้าเผ่าด้วยความสงสัย
“ พวกเ้าทั้งสาม ทำอะไรกับลูกชายของข้า เ้าเสกมนตร์อะไรให้มัน ทำไมมันถึงเป็แบบนี้” หัวหน้าเผ่าหันมามองเทพกับพวกด้วยสายตาหาเื่
คนในเผ่าก็เลยผสมโรง ทำท่าข่มขู่พวกของเทพตามไปด้วย เซไกรีบร้องออกมาว่า
“ พวกเราผ่านมาเห็นเ้าเสือสมิงตัวนี้จะกินเด็กสาวเลยช่วยเอาไว้ สุดท้ายมันก็กลายร่างเป็แบบนี้”
“ เ้าโกหก ลูกชายของข้าเป็มนุษย์จะกลายร่างเป็เสือไปได้อย่างไร พวกเ้าใช้มนตร์ดำกับลูกของข้าใช่ไหม รีบคลายมนตร์ดำให้ลูกของข้าเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้น พวกเราไม่ยอมปล่อยพวกเ้าไปแน่”
เด็กสาวใหนักมาก เห็นพ่อกับแม่กลับมาก็ร้องห่มร้องไห้รีบวิ่งเข้าไปหา แล้วบอกว่า
“ พี่ชายพวกนี้เป็คนดี พวกเขาช่วยข้า เสือตัวนั้นถูกตีแล้วกลายเป็แบบนี้จริงๆ”
“ ตอแหล นี่เอ็งไปเข้าข้างคนนอกเผ่าได้อย่างไร ทุกคนจับพวกมันเอาไว้” หัวหน้าเผ่าหน้าแดงด้วยความโกรธ
ชาวบ้านนับร้อยเดินเข้ามาจะจับตัวเทพกับพวก เทพที่นิ่งอยู่นานก็เดินก้าวไปข้างหน้า แล้วหัวเราะออกมาเสียงดังกังวานไปทั่วป่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!!!
เทพปล่อยพลังเสียงราชสีห์คำรามออกมาระดับที่มนุษย์ทั่วไปอยากจะทนได้ ชาวบ้านได้ยินเสียง ถึงกับต้องลงไปคุกเข่ากับพื้น
“ หัวหน้าเผ่า เ้านี่มันผิดแล้วผิดอีก ชั่วช้าสามานย์ แถไปเรื่อย โยนความผิดให้ผู้อื่นอย่างหน้าด้านๆ วันนี้ข้าจะเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของเ้าออกมา ให้ทุกคนได้รับรู้ ว่าแท้จริงแล้ว เ้าก็ไม่ต่างกับลูกของเ้าหรอก”
เทพเอ่ยจบ ก็มีไม้พญาคิ้วดำ อยู่ในมือของเขา แล้วไม้สีดำก็ขยายตัวพุ่งเข้ากลางลำตัวของ หัวหน้าเผ่า ที่ยืนมองด้วยความใ จนหงายหลังไปกองกับพื้น
“ ฮึ่ม ในพวกแกอยากเห็นความร้ายกาจของข้า ดีมาก ข้าก็จะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว พวกแกต้องตายไปทั้งหมดนี่แหละ” ชายชราเด้งตัวขึ้นมาเหมือนคนเป็หนุ่มสาว ร่างกายที่เป็มนุษย์ก็เริ่มมีลายเสือเหมือนของลูกของมัน แล้วร่างกายก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็เสือโคร่งตัวใหญ่กว่าลูกชายสามเท่า ชาวบ้านที่เห็นเช่นนี้แตกตื่นลนลาน วิ่งหนีกันไปในทันที
“ มาเลยข้าให้โอกาสเ้า ข้าจะใช้เพียงมือเปล่าเท่านั้นสู้กับเ้าเอง” เทพเก็บไม้นางพญางิ้วดำ แล้ว ปลดปล่อยพลังจักระที่หลอมพลังภายในร่างทั้งหมดออกมา เสื้อของเทพฉีกขาดกระจุย เผยให้เห็นมัดกล้าม อันแข็งแกร่ง
เสือสมิงั์ ยืนเผชิญหน้ากับเทพ มันส่งเสียงก้องคำราม ไปทั่วป่า เหมือนจะบอกว่า ป่าแถบนี้มันครองความยิ่งใหญ่ ไม่มีใครมีอำนาจไปกว่ามันแล้ว สิ้นเสียงคำรามมันก็กระโจนพุ่งเข้าใส่เทพอย่างรวดเร็ว เทพก็เช่นกันวิ่งเข้าใส่มันซึ่งหน้าไม่ได้มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เสือสมิงร่างั์ใช้มือที่ใหญ่โตทั้งสองข้าง หมายตะปบร่างเทพทีเดียวขาดกลาง แต่ว่าเทพคล้ายไม่ใส่ใจ พุ่งตัวเหินลอยเหนือกรงเล็บ ทำให้เสือมสมิงพลาดเป้าหมายไป แต่หมัดของเทพที่ปล่อยออกมา คล้ายกับ ดอกบัว 16 กลีบ อัดกระแทกเข้าหน้าผากเสือสมิงหมัดเดียว
โพล๊ะ !! หน้าผากเสือถึงกับทะลุกลวงโบ๋ ร่างอันใหญ่โตของมันถึงกับหยุดนิ่ง เืไหลทะลักออกมาจากหน้าผาก นอนตายตาเหลือกถลนออกมา
ชาวบ้านกับเพื่อนทั้งสองของเทพ มองภาพนี้ถึงกับอ้าปากตาค้าง ไม่อยากเชื่อสายตา หมัดเดียวของมนุษย์ สามารถหยุดเสือสมิงั์ได้อย่างง่ายดาย
เทพล้างมือของตนแล้ว ใส่เสื้อใหม่ ไม่สนใจสภาพศพที่กลายเป็ ครึ่งเสือครึ่งคนเหมือนลูกของมัน ชาวบ้านเข้ามาก็ก่นด่า สาปแช่งที่ถูกเสือสมิงทั้งสองตัวนี้หลอกกินชาวบ้านมานานหลายสิบปี เริ่มเอามีดไม้ที่มีรุบสับร่าง ของทั้งพ่อลูก จนกลายเป็ เนื้อสับ หมดสภาพพ่อปู่เสือสมิงไปเลย
“ นี่มันคือ เ้าทาเคชิที่พวกเราเคยรู้จักมาก่อนใช่ไหม?” เซกิเอ่ยเบาๆ กับ เซไก ที่ยังคงตะลึงงันกับภาพข้างหน้า
“ หากไม่ใช่มันแล้วจะเป็ใครกันเล่า”
เทพได้รับการเคารพเทิดทูนจากชาวบ้านมากมาย แต่เทพก็ไม่อยากอยู่นาน เลยควบม้ากลับไปกรุงศรีต่อ ผ่านด่านเจดีย์สามองค์ เข้าเมืองสุพรรณ ก็พลบค่ำ
จึงได้พักผ่อนกันที่วัดแห่งหนึ่งมีชื่อว่าวัดแค เทพกับพวกขอเ้าอาวาสพักผ่อน หนึ่งคืน ท่านเมตตาให้ไปนอนที่ศาลาวัดได้ตามสบาย โดยมีเด็กวัดชื่อ เที่ยงคอยอำนวยความสะดวกให้ เทพเลยมอบทองคำไปถวายเ้าอาวาส 1 ถุง และให้ เ้าเที่ยงเด็กชายวัย สิบสี่ปีไปอีก 1 ถุง มันเลยเตรียมที่นอนหมอนมุ้งมาให้อย่างเต็มที่ พร้อมกับเล่าว่า
“ คืนนี้เป็คืนป่าช้าแตก พวกพี่ชาย ไม่ต้องกลัวนะ ข้านำพระพุทธรูป และ พระรูปปั้นอาจารย์คง มาวางเอาไว้รอบศาลาวัดแล้ว หากพบเห็นสิ่งแปลกก็ห้ามทัก ห้ามโต้ตอบ มิเช่นนั้น ของที่ไม่ดี ไม่เป็มงคงจะเข้าตัว”
“ คืนป่าช้าแตกคืออะไร?” เซกิถามด้วยความสงสัย
“ คืนจันทร์เต็มดวงเป็คืนที่ิญญาที่ยังไม่ผ่านการสวดทำพิธี ยังไม่ไปผุดไปเกิด เพราะตายไปโดยไร้ญาติขาดมิตร จึงกลายเป็สัมภเวสีเร่ร่อนไป แต่ด้วยร่างกายของพวกเขายังอยู่ในป่าช้า จึงได้แต่ ส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญ หาญาติมิตรหรือไม่ก็ สวดภาวนาเพื่อขอให้คนมีบุญมีจิตเมตตาช่วย มอบบุญกุศลให้ได้ยินแต่เฉพาะคนในวัดแคนี้เท่านั้น
ท่านเ้าอาวาสเองก็สวดเมตตาไปมากแล้ว แต่พวกที่เหลืออยู่นี้ มีเวรมีกรรมหนักนัก ต้องรอให้ผู้ที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เท่านั้น มาปลดปล่อย แต่ถ้าสมัยที่อาจารย์คงยังอยู่ เื่นี้คงไม่เกิดขึ้นแน่ ท่านจัดการได้อยู่แล้ว”
“ อาจารย์คง เก่งขนาดนั้นเลยรึ?”
“ โอ้ ..ท่านเป็เกจิอาจารย์ชื่อดัง เป็ถึงอาจารย์ของ ขุนแผนแสนสะท้าน จอมขมังเวทย์ชื่อดังก้องอยุธยา ท่านไม่รู้จักกันเลยหรือ?”
“ ไม่รู้จัก” เซกิ กับ เซไกส่ายหัวพร้อมกัน
“ พวกท่านเป็คนต่างชาติ จะไปรู้จักได้อย่างไรกันเล่า”
เทพได้ฟังอยู่ก็หัวเราะในใจ นี่มันเป็นิทานเื่เล่า ชัดๆ เ้าเที่ยงนี้ก็กล่าวซะยังกะเป็เื่จริงอย่างนั้น จึงตัดบทว่า
“ ไปนอนเถอะ ดึกมากแล้ว”
ทุกคนเข้านอนในมุ้งที่กันหมด ส่วนเทพก็นั่งสมาธิตามเคย กลางดึกเสียงที่เ้าเที่ยงเอ่ยเอาไว้ ก็เริ่มดังขึ้น มีเสียงกรีดร้องของเปรต เสียงร้องของสัมภเวสีเร่ร่อน เสียงของภูตพรายลอยมาในอากาศ เทพมองเห็นเหล่าิญญาพวกนี้ก็รู้สึก อเน็จอนาจใจนัก
จึงเริ่มท่องบทสวดแผ่เมตตาให้ไป บุญกุศลของเทพที่มีพลานุภาพสูงสุดของผู้มีบุญมาจุติ ทำให้ เหล่าสัมภเวสีทั้งหลาย เข้ามากราบกราน ด้านหน้าศาลาเป็จำนวนมาก ส่วนเซกิ กับ เซไก รวมทั้งเ้าเที่ยงไม่สนใจ นอนคลุมโปงในผ้าห่มอันเดียวโดยถือพระคนละองค์ไม่ออกมาเลย
ไม่นานนักแสงแห่งบุญกุศลก็ ส่องไปที่เหล่าสัมภเวสีทั้งหลาย สลายหายไปจนหมด เหลือเพียงชายชราสองคน ที่ยังคุกเข่าอยู่ ไม่ไปไหน เทพเอ่ยถามทางจิตกับคนทั้งสองว่า
“ เหตุใดเ้าทั้งสอง ถึงยังไม่ยอมไปผุดไปเกิดเล่า บุญของข้าที่มียังไม่เพียงพอรึ?” เทพเอ่ยด้วยความสงสัย
“ มิได้ บุญบารมีของท่านนั้นเปี่ยมล้นถึงที่สุดแล้ว ข้าเคยััถึงบุญบารมีนี้มีแต่องค์พระมหากษัตริย์เท่านั้น ที่มี นึกไม่ถึง ตัวท่านเป็เพียงเด็กหนุ่มต่างชาติกลับมีบุญบารมีเช่นนั้น” ิญญาชายชรารูปร่างผอมเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า
“ พวกเรายังไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ เพราะพวกเราทำกรรมหนักเอาไว้กับ สตรีผู้หนึ่ง ทำให้นางต้องตายโดยไร้ความผิด และยังถูกตราหน้าว่า เป็คนชั่ว คนไม่ดี
ด้วยแรงกรรม แรงเวรที่พวกเราไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเื่เช่นนี้ จึงทำให้พวกเราไม่ได้รับการอโหสิกรรมจากนาง บัดนี้เหตุการณ์ผ่านไปแล้ว ร้อยกว่าปี พวกเรายังคงต้องกลายเป็สัมภเวสีเร่ร่อนอยู่เช่นนี้ตลอดไป” ชายชราร่างอ้วนหัวล้าน เอ่ยอย่างรู้สึกผิด
“ ถ้าเช่นนั้นข้าเอง ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ”
“ ท่านช่วยได้” ิญญาชายร่างผอมรีบเอ่ยขึ้นทันที
“ ช่วยอย่างไร?”
“ ท่านพาิญญาของเราไปหานาง แล้วขอให้นางยกโทษ อโหสิกรรมให้กับเราทั้งสอง ต่อหน้าท่าน แล้วพวกเราอาจได้ไปผุดไปเกิดเสียที”
“ พวกผีแร่ร่อนอย่างพวกเ้า เหตุใดเชื่อว่าข้าจะพาพวกเ้าไปกับข้าได้?”เทพเริ่มสงสัย
“ อาจารย์คง ผู้ที่เป็อาจารย์ของข้า เคยบอกเอาไว้ว่า วันหนึ่งจะมีผู้มีบุญบารมีเทียบได้กับ กษัตริย์ จะมาที่วัดแห่งนี้ และจำนำพาิญญาของเราทั้งสองคนไปพบการแสงสว่าง หนทางแห่งการหลุดพ้นในครั้งนี้”
“ อาจารย์คง เป็อาจารย์ของท่าน?” เทพเริ่มสงสัย ชายชราผอมบางผู้นี้หรือว่าเื่เล่า นิทานที่ได้ยินมาจะเป็เื่จริง
“ ใช่แล้ว ข้าคือศิษย์ของท่านอาจารย์คง ข้าชื่อพลายแก้ว หรือขุนแผนแสนสะท้าน
ส่วนนี่คือ ขุนช้าง เพื่อนของข้าเอง”
“ ขุนช้าง ขุนแผน?” เทพใไม่คิดว่า ในโลกนี้ จะมีขุนแผนจริงๆ น่าเสียดาย ที่พวกเขาตายไปหมดแล้ว หากยังอยู่ก็คงเป็ ดารากันไปหมดแล้ว
“ ขอให้พ่อหนุ่ม ได้ช่วยพาพวกเราไปหาแม่พิม ด้วยเถิด หากว่าท่าน้าสิ่งใด หากว่าข้าให้ได้ ก็จะให้ทันที”
“ ไม่ต้องหรอก ข้าไม่้าสิ่งใด แล้วพวกท่านจะให้ข้าพาไปหา แม่พิมที่ไหนกัน”
“ วัดตะไกร เมืองกรุงศรีอยุธยา เป็ที่ปะานาง จนตาย”
“ ได้ วัดตะไกร เป็ทางผ่านอยู่แล้ว ตอนนี้พวกท่านกลับเข้ามาอยู่ในมิติหนังของข้าก่อนก็แล้วกัน” เทพใช้มือ ดูดร่างิญญาของทั้งสองมาเก็บเอาไว้ใน แผ่นหนังมิติทันที
รุ่งเช้าทั้งหมดเดินทางมุ่งหน้าเข้ากรุงศรีอยุธยา ผ่านร้านตลาดก็ได้พักม้าเข้าไปหาร้านอาหาร ได้ยินชาวบ้านกล่าวว่าบัดนี้ กองทหารวังหน้าถูกทหารของออกญาเสนาภิมุข ไล่ฆ่าฟัน ว่ายน้ำหนีข้ามฟากทางแม่น้ำป่าสัก ส่วนพระมหาอุปราชพระพันปีศรีศิลป์ได้ข่าวว่าถูกจับได้แล้ว โดนจับไปทุบด้วยท่อนจัน ที่วัดโคกพระยาเรียบร้อยแล้ว
“พี่ชายแล้ว พระเ้าทรงธรรมท่านไม่ห้ามปรามรึ?” เซกิเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ พระาาเสด็จตไปแล้ว ตอนนี้พระเชษฐาธิราช พระโอรสวัย 15 ชันษาได้บัลลังก์แล้ว โดยมีออกญาศรีวรวงศ์ เป็ผู้สำเร็จราชการแทน นี่พวกเอ็งเพิ่งเข้ามาในเมืองหลวงล่ะซิ ถึงได้ไม่รู้เื่ราวใดๆ เลย ตอนนี้ คนของพระอุปราช ถูกจับ ถูกไล่ฆ่าปะา ตายกันเป็เบือ เลย ช่างน่าสงสารจริงๆ ทั้งที่บัลลังก์ต้องเป็ของพระองค์ท่านโดยชอบธรรมแท้ๆ” ชาวบ้านเอ่ยออกเสียงเบาๆ ไม่กล้าให้คนอื่นได้ยินมากนัก กลัวพระราชอาญาของ กษัตริย์องค์ใหม่เช่นกัน
เทพได้ฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ประวัติศาสตร์นั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปได้ แม้นว่าเรามีพลังอำนาจมากมาย แม้มั่นใจสังหารมันได้แน่ แต่ตัวเขาเองก็ไม่กล้าสังหารองค์ไล ผู้ที่จะเป็พระเ้าปราสาททอง กษัตริย์กรุงศรีองค์ที่ 24 จะทำให้ประวัติศาสตร์ในอนาคตในเปลี่ยนไปได้ ทุกสิ่งล้วนเป็ไปตามกรรม สงสารก็แต่พระเชษฐาธิราช กษัตริย์วัยเยาว์ คงอีกไม่นานก็คงต้องถูกทุบด้วยท่อนจัน ตามกันไปอีกคน
“ ทาเคชิ เป็อะไร?” เซไกเข้ามาถามเทพที่นั่งซึมไปพักใหญ่
“ ไม่เป็อะไร พวกเรากินข้าวแล้ว ไปโบสถ์กันก่อนดีกว่า”
“ นอนที่ไหนก็ไม่สบายเหมือนนอนที่โบสถ์หลวงพ่อฟานเกาเลย” เซกิเอ่ยยิ้มๆ
พอทั้งสามขี่ม้ามาถึงโบสถ์ ก็ใแทบสิ้นสติ โบสถ์คริสต์ที่ใหญ่โต จำได้ว่าพระเอกาทศรถ เป็ผู้ออกเงินทรงสร้างเอาไว้ มาบัดนี้ ถูกไฟเผาไหม้ เหลือแต่โครงสร้างพื้นฐาน เห็นหลวงพ่อฟานเกากับเด็ก นั่งอยู่ในเพิงไม้ ที่สร้างขึ้นมาเป็ที่พักชั่วคราว เด็กที่มีอยู่เหลือไม่ถึงครึ่ง
“ เกิดอะไรขึ้น หลวงพ่อ” เทพเข้าไปถามทันที
“ เมื่อคืนวาน พวกของเ้าซาโต้ มันมาตามหาเ้า พอมันรู้ว่าเ้าไม่อยู่ พวกมันก็ไม่พอใจ เข้าทำลายสิ่งของภายใน แล้วจุดไฟเผาโบสถ์ เด็กที่นอนอยู่ชั้นบนด้านหลังโบสถ์ สามสิบคน ถูกไฟคลอกตายจนหมด เหลือเท่าที่พวกเ้าเห็นนี่แหละ” หลวงพ่อฟานเกา เอ่ยอย่างอ่อนแรง น้ำตารินไหล สงสารเด็กกำพร้าสามสิบคนที่ต้องมาถูก ไฟคลอกตายจนหมด
“ ซาโต้ เ้าคนชั่ว ข้าขอสาบานต่อฟ้า วันนี้ถ้าข้าไม่อาจสังหารเ้าได้ ข้าจะไม่ขอใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป” เทพประกาศออกไปดังก้องกังวาน ท้องฟ้าผ่าลงมา เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ !! รับรู้ถึงแรงพิโรธของเทพ ที่ได้ยินไปจนถึงฟากฟ้า........