ตอนที่2 มีภารกิจพิเศษด้วยหรือ
เสียงราบเรียบจากระบบโกลาหลทักทายดังขึ้นว่า“สวัสดีโอนเนอร์ ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตไหม?”
เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีพลางตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น แล้วตอบโดยไม่ยั้งคิดว่า “อยากสิ!”
เขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดีเพราะปัญหาในชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปช่างมีมากมายนักโดยยังคิดหาทางแก้ไขไม่ได้สักเื่
พอได้ยินคำถามจากระบบที่เขามั่นใจว่ามาจากดาวเอวาด้วย จึงตอบกลับอย่างมีความหวัง
ระบบตอบกลับเสียงราบเรียบว่า“หากโอนเนอร์ยอมรับระบบแล้ว ในอนาคตไม่สามารถแก้ไขหรือยกเลิกได้จนกว่าโอนเนอร์จะเสียชีวิต.....ยืนยันหรือไม่?”
เสิ่นอี้กดปุ่มยืนยันในหัวอย่างไม่คิดอะไรมากว่าพลางกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ยืนยันสิ!...รออะไรละ?!”
“ติ๊ง !.....ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบโกลาหลนับแต่นี้ต่อไปโอนเนอร์ไม่มีสิทธิยกเลิกการใช้งาน รวมทั้งต้องปฏิบัติตามคำสั่งของระบบอย่างเคร่งครัดหากทำผลงานได้ดี รางวัลย่อมเป็สิ่งที่โอนเนอร์คาดไม่ถึง.....ขอให้โชคดี”
“ฮะ! ต้องทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดด้วย? แล้วแกจะให้ฉันทำอะไรบ้างละ?” เสิ่นอี้ถามขึ้นมาด้วยความกังวลใจ
ระบบโกลาหลตอบกลับมาว่า“โปรดรอสักครู่ ระบบกำลังตรวจสอบคุณลักษณะของโอนเนอร์อยู่โอนเนอร์มีสิทธิเสี่ยงโชคจากการติดตั้งครั้งแรก โปรดสุ่มเลือกจำนวนภารกิจตลอดชีวิตและของขวัญที่อาจจะได้รับ”
พลันเกิดภาพฮอโลแกรมในหัวที่เปลี่ยนแปลงจากภาพร่างของปราชญ์จอมเพี้ยนกลายเป็ภาพฮอโลแกรมมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีฟ้าจำนวนสามอันขนาดเท่ากันและเรียงติดกัน
อันแรกเป็ลักษณะข้อมูลพื้นฐานของเขาซึ่งข้อมูลที่ระบุไว้มีดังนี้
โอนเนอร์ เสิ่นอี้
เพศชายอายุยี่สิบสองปี สูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเิเ น้ำหนักเจ็ดสิบสี่กิโลกรัม
วันเดือนปีเกิดวันที่สิบ เดือนตุลาคม ปีคริสต์ศักราชสองพัน
ติ๊ด !
พลันมีเสียงเตือนจากระบบดังแทรกขึ้นมาว่า“พบข้อมูลขัดแย้ง.....วันเดือนปีเกิดถูกแก้ไข”
“เฮ้ย!เป็ไปได้ยังไง?!” เสิ่นอี้อุทานด้วยความประหลาดใจ
เขาจดจำได้ั้แ่เด็กที่เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยเขาจำได้แม่นยำว่าวันเกิดคือวันนี้อย่างแน่นอน
ชั่วครู่หนึ่งเสียงจากระบบดังขึ้นมาว่า“พบวันเกิดที่แท้จริงคือ วันที่หนึ่ง เดือนตุลาคม ปีคริสต์ศักราชสองพัน”
เสิ่นอี้นั่งนิ่งทบทวนความทรงจำด้วยความแปลกใจสักพักเขาสอบถามระบบด้วยความอยากรู้ว่า
“ระบบบอกฉันได้ไหมว่าใครเป็คนแก้ไข?แล้วอย่างนี้จะมีผลยังไงกับฉัน?”
เสียงราบเรียบตอบกลับโดยไม่สนใจความรู้สึกของเขาว่า“หากโอนเนอร์สามารถปฏิบัติภารกิจได้ครบ ตามที่สุ่มเลือกไว้ตลอดชีวิตเมื่อนั้นระบบจะตอบคำถามของโอนเนอร์”
เสิ่นอี้กลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายระบบที่ไม่ยอมยืดหยุ่นหรือให้ความช่วยเหลือแก่ตนเลย
เขาจึงตรวจสอบลักษณะพื้นฐานของตนในกรอบอันแรกต่อโดยเกิดความรู้สึกอับอายขึ้นมาเพราะระบบตรวจสอบได้ลึกและละเอียดเกินไปซึ่งมีข้อความแสดงดังนี้
สถานภาพโอนเนอร์ โสด [ทักษะในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพศตรงข้ามต่ำ]
ทักษะพิเศษ ไม่มี [รอเปิดใช้งานหลังปฏิบัติภารกิจพิเศษสำเร็จ] มีปุ่มเล็กสีน้ำเงินแสดงอยู่ด้านข้างข้อความนี้
การศึกษาบริหารธุรกิจจากวิทยาลัยอันดับต่ำสุดของประเทศ [คะแนนเฉลี่ยเกือบต่ำสุดในคณะ]
อาชีพ ตกงาน [ทักษะในการทำงานต่ำ]
รายได้ ไม่มี
หนี้สิน ค่าเช่าห้องสามพันหยวน ค่าไฟฟ้าห้าร้อยหยวนหนี้ยืมเพื่อนที่ทำงานหนึ่งพันหยวน
ทรัพย์สินในปัจจุบัน เงินสดหนึ่งร้อยหยวนเงินในบัญชีธนาคารหนึ่งร้อยห้าหยวน
เสิ่นอี้กำลังจะอ้าปากสอบถามระบบเพราะพบข้อมูลเกี่ยวกับทักษะพิเศษที่รอเปิดใช้งานซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับตนเอง
พลันมีเสียงราบเรียบดังแทรกขึ้นมาก่อนว่า“โอนเนอร์ไม่ควรคิดที่จะถามแทรกขึ้นมา ระหว่างกำลังประมวลผลควรรอให้ระบบดำเนินการเสร็จเรียบร้อยก่อน”
เขาเม้มปากแน่นอย่างไม่พอใจทว่าเขาจำต้องรับฟังไว้ก่อนเพราะสังหรณ์ใจว่าหากตนโพล่งอะไรออกไปอาจทำให้ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังแน่นอน
จากนั้นมีข้อมูลแสดงในกรอบที่สองของภาพฮอโลแกรมในหัวเป็ข้อมูลชื่อภารกิจ รายละเอียดภารกิจแรกและรางวัลที่จะได้รับหากปฏิบัติภารกิจสำเร็จ ในชื่อภารกิจว่า “เปลี่ยนแปลงตัวเอง”
มีรายละเอียดแจ้งสิ่งที่เขาต้องปฏิบัตินั่นคือ การเปลี่ยนที่อยู่ ทรงผม การแต่งกาย พาหนะและอีกมากมายเกี่ยวกับการปฏิวัติตัวเอง ทั้งหมดนี้ระบุระยะเวลาไว้ว่า ภายในเจ็ดวัน
ถึงอย่างนั้นมีบางข้อความในกรอบที่สองที่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเป็กรอบเล็กที่ระบุรางวัลจะได้รับเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจโดยเป็จำนวนเงินมากถึงสิบล้านหยวน
อีกทั้งยังมีกรอบเล็กสีฟ้าจางซ่อนอยู่ด้านล่างสุดซึ่งเวลานี้กลายเป็สีฟ้าเข้มเพื่อให้โอกาสเสี่ยงโชคกับเขา
เสิ่นอี้ไม่คิดอะไรมากโดยเขาหลงลืมเกี่ยวกับคำเตือนของผู้เคยร่วมประดิษฐ์ระบบโกลาหลกับชายชราผู้เป็ปราชญเพี้ยนบนดาวเอวามาก่อนเขาพึมพำอย่างยินดีพร้อมกดยืนยันการเสี่ยงโชคทันที
“ในที่สุดฉันก็มีโชคเหมือนคนอื่นแล้วขอให้ได้รับโชคใหญ่ด้วยเถอะ”
เสิ่นอี้คาดหวังว่าตนจะมีโอกาสได้รับโชคใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตในโลกใหม่ให้ดีกว่าเดิมได้
ก่อนหน้าที่เขาจะมาเกิดใหม่ในโลกนั้นเขาขโมยอุปกรณ์สร้างระบบโกลาหลในห้องทดลองของปราชญ์เพี้ยนเพื่อนำไปขายต่อทว่าถูกทางการจับได้และยิงทิ้งอย่างไม่ไยดีถึงกระนั้นระบบโกลาหลก็ยังติดตัวเขามาด้วย
ติ๊ง !
พลันเกิดข้อความแสดงในกรอบการเสี่ยงโชคซึ่งแสดงสถานะว่า “กำลังทำการประมวลผลเสี่ยงโชค โปรดรอสักครู่”
จากนั้นมีสัญลักษณ์ในกรอบสีขาวขนาดเล็กเคลื่อนที่ภายในกรอบที่สองจากซ้ายไปขวาจนกลายเป็การหมุนวนอย่างรวดเร็วที่มองตามไม่ทัน กระทั่งมีกรอบสัญลักษณ์อันหนึ่งหยุดนิ่งตรงหน้าเขาพร้อมด้วยข้อความที่ทำให้เขาแทบะโตัวลอยอย่างมีความสุข นั่นคือเงินรางวัลสิบล้านหยวน
“ไชโย! เสี่ยงโชคครั้งแรกที่ก็ได้เงินตั้งสิบล้านหยวนแน่ะ”
ทว่าเขาต้องชะงักไปทันทีเมื่อพบคำเตือนจากการเสี่ยงโชคครั้งนี้ว่าหากปฏิบัติภารกิจพิเศษไม่สำเร็จ จะเหลือเงินรางวัลเพียงหนึ่งหยวนหากนำเงินรางวัลไปใช้ก่อนโดยปฏิบัติภารกิจพิเศษล้มเหลวโอนเนอร์จะถูกหักรางวัลครั้งต่อไปเหลือครึ่งหนึ่ง
“เฮ้ย! มีภารกิจพิเศษด้วยหรือ? ทำไมไม่บอกฉันล่วงหน้าละ? แล้วทำไมต้องลดเงินรางวัลด้วย การเสี่ยงโชคต้องไม่ลดลงสินี่มันระบบห่วยแตก!”
เสิ่นอี้ไม่สามารถอดกลั้นความไม่พอใจในระบบโกลาหลได้เขาจึงโพล่งด่าระบบออกมาโดยไม่ยั้งคิด
พลันมีเสียงราบเรียบดังขึ้นมาว่า“กล่าวถึงระบบโกลาหลด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ หักเงินจากการเสี่ยงโชคครึ่งหนึ่งหากพบการกระทำซ้ำอีกครั้ง หักอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือทันที”
เสิ่นอี้พลันเอามือปิดปากตัวเองไว้เพื่อไม่ให้พ่นคำด่าใส่ระบบอีกครั้งเนื่องด้วยเขาเหลือบมองเห็นตัวเลขเงินรางวัลในระบบลดลงเหลือเพียงห้าล้านหยวน เขารับรู้แล้วว่าระบบซ่อนอยู่ภายในร่างกายโดยที่ไม่สามารถลบออกไปได้จนกว่าจะตายจากกันทำให้เขาจำต้องยอมรับเงินรางวัลที่เหลืออย่างไม่เต็มใจ
“เอาก็เอา.....ฉันไม่บ่นไม่ด่าก็ได้”เสิ่นอี้พูดเสียงอ่อย
เขากดปุ่มรายละเอียดของภารกิจพิเศษเพื่อตรวจสอบงานที่ระบบมอบหมายให้ทำโดยเปิดตาดูเพียงข้างเดียวอย่างกังวลใจ เมื่อมีข้อความแสดงขึ้นมาเขาทิ้งตัวลงนอนพร้อมเบิกตากว้างด้วยความตื่นใอีกครั้ง พลางพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อในข้อความที่ปรากฏว่า
“ฮะ! จะให้ฉันไปตามหาเทเลพอร์ตงั้นหรือ? ระบบคิดจะทำอะไรกันแน่? ทำไมภารกิจมันถึงยากเย็นอย่างนี้? ข้อมูลที่ให้มาก็มีนิดเดียวเทเลพอร์ตถูกส่งมาอยู่ในโลกนี้ ั้แ่ยุคสมัยราชวงศ์ถังงั้นหรือ?”
เสิ่นอี้อยากร้องไห้ด้วยความเสียใจมากกว่าร้องไห้ด้วยความยินดีเขาไม่คาดคิดว่าระบบจะทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายและลำบากมากเพียงนี้
เปรี๊ยะ !
พลันเกิดอาการชาทั่วร่างกะทันหันคล้ายกับถูกไฟฟ้าชอร์ตพร้อมด้วยเสียงดังจากระบบเตือนเขาว่า
“โอนเนอร์ไม่ควรทำตัวอ่อนแอถึงเวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้ว อย่าทำตัวกากเหมือนเดิม”
เสิ่นอี้ดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันทีเพราะรับรู้แล้วว่าหากตนยังชักช้าอยู่อีกย่อมอาจถูกไฟชอร์ตแรงกว่าเดิมเป็แน่เขาไม่กล้าส่งเสียงบ่นให้กับระบบเพราะกลัวถูกหักเงินรางวัลอีกจึงได้แต่ทำปากขมุบขมิบอย่างไม่พอใจแทน
จากนั้นเขาให้ความสนใจในข้อมูลจากกรอบอันที่สามซึ่งระบบแสดงให้เห็นในหัวเป็กรอบว่างเปล่าที่มีเพียงปุ่มรอกดสุ่มจำนวนภารกิจตลอดชีวิตโดยมีตัวเลขแสดงทั้งหมดห้ากลุ่ม นั่นคือ เก้า สิบเก้า ยี่สิบเก้า สี่สิบเก้าและห้าสิบเก้า
เขาจ้องมองอากาศว่างเปล่าตรงหน้าอย่างลำบากใจเหตุเพราะคาดเดาว่าภารกิจจากระบบ อาจทำให้ชีวิตของเขาวุ่นวายไปอีกนานเท่านานทว่าเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีก จึงหลับตาแล้วตัดสินใจกดปุ่มในหัวเพื่อเดิมพันในจำนวนภารกิจตลอดชีวิตทันที
“ให้มันรู้ไปสิว่าฉันจะโชคร้ายไปเสียทุกอย่าง”เขาพึมพำด้วยความหดหู่ใจ