พรึ่บ~ พรึ่บพรึ่บ~~!
สัตว์อสูรนกยักษ์ระดับ 5 ค่อยๆตีปีกลงเหยียบพื้นดินห่างจากหมู่บ้านไป๋ไปราว 1 กิโลเมตร การใช้งานสัตว์อสูรบินตรงเข้าหมู่บ้านเล็กๆไม่ใช่เรื่องดี มันจะทำให้สัตว์ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ทำอาหารหวาดกลัวจนถึงขั้นหายออกไปจากหมู่บ้าน
“อสรพิษตงฟาง เจ้ามาถึงก่อนพวกข้าได้ยังไงกัน”
คนจากสถาบันดาราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ พวกมันมั่นใจว่าสัตว์อสูรระดับ 5 ไม่มีตัวไหนสามารถบินได้เร็วกว่าของพวกมันแล้ว หากไม่ใช่สัตว์อสูรระดับ 6 ไม่มีทางชนะความเร็วในการบิน
“ข้ามาถึงก่อนพวกเจ้าไม่นาน ไม่ต้องสนใจหรอก คาดว่าคนอื่นๆจะมาถึงตอนไหน”
“ไม่น่าจะเกิน 1 วัน”
“จะเข้าไปในหมู่บ้านก่อน หรือว่าจะรอเข้าไปพร้อมกัน”
ตงฟางถามคนของสถาบันดารา เขามาถึงตั้งแต่เมื่อวานก่อน กลับยังไม่เข้าไปในหมู่บ้านเพราะกลัวจะนำปัญหาเข้าไป ไม่เพียงเท่านั้นเขาก็กลัวว่าปัญหาในหมู่บ้านจะเป็นปัญหาใหม่ของเขา จึงพักอยู่ข้างนอกเฝ้ารอกลุ่มของเขาที่มาทำภารกิจด้วยกัน
“แถวนี้มีเพียงสัตว์อสูรระดับ 1 เท่านั้น พักข้างนอกก็ได้ ไว้พวกเราเดินทางมาทั้งหมดค่อยปรึกษาแผนกัน”
“อืม”
ตงฟางพยักหน้า จากน้ำเสียงการพูดของตัวแทนสถาบันดารา เขารู้สึกว่าพวกเขามีความระแวงโรคที่เดินทางมารักษาเป็นพิเศษ การพักค้างแรมข้างนอกเพื่อหลีกเลี่ยงโรคคงเป็นจุดประสงค์ที่พวกเขาวางเอาไว้
—------------------------------
“พ่อคะ พวกเขาจับตามองตลอดเลยเหรอคะ”
ซิงเยียนรับรู้ได้ถึงกลุ่มคนที่ดักรอด้านนอกหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าของเธอ หลังจากการประมูลยาระดับ 7 จบลงเมื่อ 6 วันก่อน กลุ่มคนที่ต้องการรู้ตัวตนผู้หลอมยาระดับ 7 ต่างวางกำลังกันไว้ทั่ว พวกมันต้องการตามตัวคนที่เดินทางมารับเงินจากการประมูล
“ใช่ มองดูมาหลายวันแล้ว เราจำเป็นต้องส่งใครสักคนออกไปไม่อย่างนั้นเราจะตกเป็นเป้า”
“หนูเตรียมไว้แล้วค่ะ กลางดึกเขาจะเดินออกจากหอประมูลของเรามุ่งหน้าไปยังทุ่งหญ้าสัตว์อสูร จากนั้นจะไม่มีใครตามเขาได้อีก”
“แล้วเรื่องหอประมูลอีกฝั่งล่ะ”
“พ่อไม่ต้องไปสนใจมันหรอก มันมีเงินก็ให้มันใช้ไป หากทุกอย่างที่มีราคาของมันใกล้หมด เราค่อยยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อมัน”
—--------------------------
ปัง~!
ฝ่ามือทุบทำลายข้าวของภายในห้องพักด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทุกอย่างที่ถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นแจกัน หม้อ ไห ล้วนแล้วมีราคาไม่ต่ำกว่าล้านหินวิญญาณ ถึงอย่างนั้นความโกรธของชายร่างอ้วนกลับไม่ลดลงเลยสักนิด ตลอดสองเดือนที่ผ่านมานี้ หอประมูลของมันแทบไม่ใช่หอประมูลอีกต่อไป คนที่เคยมีมากมายต่างหายไปทั้งหมดแทบจะนับได้ด้วยนิ้วมือ
สิ่งที่ทำให้มันโกรธมากไม่ใช่เพียงแค่คนที่หายไป เหล่าตระกูลมากมายที่ค้าขายสมุนไพรและแร่ต่างๆ รวมไปถึงของหายากล้วนแล้วฉีกสัญญาที่ให้ไว้กับมันไปทำสัญญาใหม่กับหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าทั้งหมด
ตั้งแต่มันแพ้ในงานประลองหลอมยา หอประมูลของมันก็ค่อยๆมีผู้คนน้อยลง ของที่เก็บตุนไว้ขายหลายอย่างก็เริ่มเสียหาย ยามากมายที่เก็บเอาไว้ล้วนขายไม่ได้สักเม็ดเพราะยาของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามีคุณภาพมากยิ่งกว่า ยันต์ อาวุธ หลายสิ่งหลายอย่างต่างมีคุณภาพที่ดีกว่าของพวกมัน ตอนนี้ของหอประมูลโคมกระจ่างที่เคยใหญ่โตกลับไม่มีใครให้ความสนใจ แม้มันจะนำอาวุธระดับ 7 ออกมาประมูลก็ตาม กลับมีคนเข้าประมูลไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ
“ท่านโจว แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” ชายร่างเล็กวิ่งเข้ามาในห้องผู้เป็นนายด้วยความแตกตื่น
“มีอะไร รีบๆพูดแล้วก็รีบๆไปซะ”
“คน คนที่เราจ้างไปจัดการสองพ่อลูกตายทั้งหมด ระดับผันแปร ระดับราชา ล้วนตายทั้งหมด”
ปัง~!
เงินก้อนสุดท้ายที่คิดว่าหากทุ่มลงไปจะทำให้มันสามารถฟื้นตัวได้ หายไปในพริบตา เมื่อการจ้างคนของเมืองหลวงในช่วงนี้ ฆ่าคนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไม่สำเร็จ
“เป็นไปได้ยังไง”
“พวกมันรู้ว่าเราจ้างนักฆ่า จึงทำข้อเสนอกับนักฆ่ากลุ่มหนึ่งด้วยการมอบเม็ดยาระดับ 7 ให้ นักฆ่ากลุ่มนั้นจึงรับงาน ”
พลังระดับผันแปรวิญญาณระดับ 7 ระเบิดไปทั่วห้อง สร้างความกลัวให้กับชายร่างเล็กไม่น้อย ทันใดนั้นชายอีกคนก็วิ่งเข้ามาในห้องช่วงดึก ยื่นจดหมายที่มีตราประทับของตระกูลใหญ่ให้เจ้าของหอประมูลได้อ่าน
กรอด~!
“ไอ้พวกตระกูลกู่”
ความโกรธปะทุออกมาอีกครั้งเมื่อตระกูลกู่ส่งจดหมายมาขอยกเลิกสัญญาทั้งหมดรวมไปถึงขอเงินที่เคยทำสัญญาลงทุนคืน ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ในช่วงกลางดึกยังมีคนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าวิ่งเข้ามาส่งจดหมาย ที่ทำให้มันโกรธจนหน้าแดง
“ไอ้พวกสารเลวเอ๊ย ข้าสร้างมันมาหลายสิบปีดูถูกกันเกินไปแล้ว”
—-------------------------------
ซิงเยียนปิดสมุดบัญชีทุกเล่มพลางมองไปยังมู่เอ๋อที่กำลังยืนรอรายงานบางอย่าง หลังจากคนของพวกเธอเดินทางไปส่งจดหมายฉบับแรกให้กับหอประมูลโคมกระจ่างเป็นที่เรียบร้อย
“มู่เอ๋อ เจ้าไปนอนได้แล้วล่ะ ”
“คุณหนู”
“ข้ากำลังจะไปนอนเช่นกัน”
“ค่ะ”
—---------------------------------
วิ๊ง~!
แสงสีแดงเลือดจากนิ้วของตงฟางยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า เรียกให้กลุ่มคนที่กำลังเดินทางผ่าน บินลงมาจอดในจุดที่พวกเขากำลังรวมตัวกัน
“พวกเจ้ายังไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้านสินะ”
“อืม ใช่แล้ว” ทุกคนมองไปยังตงฟางที่กำลังเอนตัวลงนอน หลังจากเขาเรียกให้คนจากสถาบันอี้หมิงลงมาจากท้องฟ้า เช้าที่กำลังจะถึงเขาคิดว่าคงได้เวลาเดินเข้าไปในหมู่บ้านเพราะตอนนี้ทุกคนเดินทางมาครบ 8 คนแล้ว
“คงไม่จำเป็นต้องเฝ้า แยกย้ายกันนอนเถอะ”
ศิษย์หลักทั้ง 7 ค่อยๆหามุมนอนพัก พวกเขาไม่จำเป็นต้องแบ่งกลุ่มกันเฝ้าเวร เนื่องจากว่ารอบๆนี้มีเพียงสัตว์อสูรระดับ 1 เท่านั้น เพียงแค่พวกเขาปลดปล่อยไอพลังออกมานิดหน่อยพวกเขาก็สามารถนอนหลับได้ถึงเช้า
“ทำไมท่านไม่นอนล่ะ”
ตงฟางพูดกับศิษย์หลักลำดับที่ 22 โดยไม่ลืมตา เขารู้สึกว่าชายคนนี้แปลกกว่าทุกคนในกลุ่มเพราะเป็นคนขี้กลัวและหวาดระแวง แม้ตัวเองจะเป็นระดับจารึกวิญญาณแล้วยังเป็นศิษย์หลัก กลับพยายามเข้ามานอนใกล้ๆเขา ทั้งๆที่คนอื่นมองว่าเขาอันตราย
“ข้ากลัว”
“ท่านเป็นถึงศิษย์หลัก ยังมีอะไรให้ท่านกลัวอีก”
“ข้าขอบอกตามตรงเลยนะ ข้าเป็นศิษย์หลักได้ไม่ใช่เพราะข้าแข็งแกร่งเรื่องต่อสู้ ข้าแข็งแกร่งเรื่องการหลอมยาและมีความสามารถในการแก้ไขค่ายกล”
“แล้วท่านชื่ออะไร”
“ข้าเหรอ ข้าป๋อเหวิน”
“งั้นท่านก็นอนเถอะ อีกอย่าง ท่านอย่าพยายามทำตัวตีสนิทกับข้า เพราะคนที่ตีสนิทกับข้ามักตายเร็ว”
“ได้ ข้าจะพยายาม”
ตงฟางหลับตานอนปล่อยให้เวลาผ่านไปช้าๆ ในระหว่างนี้เขาก็ไม่ลืมใช้ตาทิพย์สอดส่องทุกๆอย่างในระยะ 7 กิโลเมตรรอบตัว รวมไปถึงสำรวจภายในหมู่บ้านที่เขากำลังจะเดินทางเข้าไปในวันพรุ่งนี้ เขาจะไม่ยอมเดินเข้าไปโดยไร้ข้อมูล การเดินทางมาถึงของเขาเมื่อวันก่อน เขาได้ใช้ช่วงเวลารอคนทั้ง 7 เข้าสำรวจหมู่บ้าน จนพอจะรับรู้ได้ถึงจำนวนผู้คนที่นอนป่วยบนเตียงและผู้คนที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติแม้จะป่วยก็ตาม
แต่แล้วเขากลับย่นคิ้ว เมื่อจู่ๆในระยะการค้นหาของเขาปรากฎร่างของชายในเสื้อคลุมสีดำกำลังเดินลงจากหลังสัตว์อสูรของพวกมัน ทำให้เขารู้ว่าแผนการที่วางเอาไว้เพื่อให้พวกที่ไล่ล่าตามมาช้าใช้ไม่ได้ผลกับบางกลุ่ม เพราะดันมีกลุ่มคนที่ได้ข้อมูลจากสถาบันของเขาหรือไม่ก็สถาบันทั้ง 3 จนรู้ว่าเขามาทำภารกิจที่นี่
“ศิษย์พี่ป๋อเหวิน ข้ารู้ว่าท่านยังไม่หลับ”
“อืม”
“ข้าวานท่านเรื่องหนึ่ง ต่อไปนี้ท่านห้ามถามข้า ต่อให้ข้าจะออกไปไหนก็ตาม ส่วนพรุ่งนี้ถ้าเข้าไปในหมู่บ้าน ฝากท่านเตรียมห้องให้ข้าด้วย ข้าอาจไม่ได้เข้าไปพร้อมกับพวกท่าน”
“หมายความว่า”
“ข้าอยากให้ท่านช่วยแต่งเรื่องให้ข้าหน่อย ว่าข้าสำรวจรอบๆ”
“ได้”
“หากท่านอยากอยู่อย่างปลอดภัย”
ร่างของตงฟางเดินหายเข้าไปในเงามืด ก่อนที่เขาจะลอยตัวหลบหลีกไปตามสิ่งกีดขวาง มุ่งหน้าเข้าหากลุ่มคนที่กำลังมองจ้องดวงดาวและแผนที่ เพื่อหาตำแหน่งหมู่บ้านไป๋
ตุบ~!
เสียงวัตถุหล่นกระแทกพื้นสร้างความตกใจให้กลุ่มคนที่กำลังมองจ้องแผนที่ จังหวะมองจ้องไปยังจุดตกของวัตถุพวกมันต่างนิ่งอยู่กับที่เพราะไม่สามารถสัมผัสพลังของคนที่เดินทางมาหาพวกมันได้
“ผู้อาวุโส พวกข้าแค่ผ่านทางมาเท่านั้น หากพวกข้าเข้ามาในพื้นที่ของท่านโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกข้าจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่ล่ะ พวกแกไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ของข้า แต่ข้าต้องการให้พวกแกตั้งค่ายอยู่ตำแหน่งนี้จนกว่าข้าจะมีคำสั่งใหม่”
วิ๊ง~!
คนนับร้อยรวมไปถึงสัตว์อสูรที่พวกมันขี่ล้วนแล้วยืนนิ่งเป็นตอไม้จากการถูกสะกดจิต ตงฟางจึงพยายามใช้โทรจิตออกคำสั่งกับพวกมันเรื่อยๆ เพื่อให้พวกมันตั้งกองกำลังอยู่รอบๆ ไม่ก้าวขาเข้าไปใกล้หมู่บ้าน เขาต้องการให้กลุ่มอื่นๆระแวงการเข้าใกล้หมู่บ้านเพื่อให้พวกเขาทำงานได้ง่ายขึ้น ทันใดนั้นเขาก็มองไปยังท้องฟ้าสูงเห็นกลุ่มคนขี่สัตว์อสูรกำลังบินผ่านเขาไป ตงฟางจึงยิงลำแสงสีแดงออกจากปลายนิ้วส่งสัญญาณให้พวกมันเห็น
“นั่นแสง….”
ยังพูดไม่ทันจบ กลุ่มคนนับร้อยบนหลังสัตว์อสูรหลากหลายชนิดก็เริ่มตาเหม่อลอย รับคำสั่งที่ตงฟางกำลังป้อนเข้าใส่หัว พวกมันจะต้องตั้งค่ายห่างจากหมู่บ้านไปราว 3 - 4 กิโลเมตร เพื่อให้กลุ่มอื่นๆที่เดินทางตามมาถึงทำตาม
“พวกแกรู้ได้ยังไงว่าฉันจะต้องมาหมู่บ้านไป๋”
ตงฟางเริ่มถามหัวหน้ากลุ่มที่ขี่สัตว์อสูร เขาอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับข่าวที่พวกมันได้ เขามั่นใจว่าการตามเขาด้วยกลิ่นทำไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะเขาบินบนท้องฟ้า แล้วเขาก็มั่นใจได้ว่ายันต์หรือของวิเศษมากมายหลายอย่างไม่น่าจะตามหาเขาได้ เพราะเขาป้องกันตัวเองทุกฝีก้าวด้วยพลังของค่ายกล รวมไปถึงยันต์ เขาพยายามลบตัวตนตลอดทางที่มายังหมู่บ้านไป๋
“มีคนนำข่าวมาขายให้พวกเรา”
“ใคร”
“ไม่รู้ พวกเราซื้อขายกันด้วยการใช้ลูกธนู คนให้ข่าวนำข่าวใส่แหวนเก็บของผูกติดกับธนู คนซื้อข่าวห้อยแหวนเก็บของใส่เงินกับธนู”
“งั้นเหรอ แล้วพวกแกมาจากไหน”
“เมืองต้วนอี้ ทางทิศใต้เมืองหลวง”
ตงฟางกระโดดกลับเข้าไปในเงา เฝ้าจับตามองหากลุ่มคนที่คาดว่าจะตามมาอีก คืนนี้เขานอนมากพอแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพักร่างกาย
—-----------------------
“อสรพิษตงฟางล่ะ” คนทั้ง 7 มองหน้ากัน พวกเขาสัมผัสการเคลื่อนไหวของตงฟางไม่ได้เลยสักนิด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเดินทางจากไปตอนไหน
“ข้าไม่รู้” คำตอบของป๋อเหวินค่อยๆลอยเข้าไปในขอบเขตการรับรู้ของหูทิพย์
“งั้นไปกันเถอะ”
กลุ่มคนทั้ง 7 เริ่มเดินทางมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านไป๋ ทันใดนั้นพวกเขากลับรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังตรวจสอบพวกเขาอยู่ต้นทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป
“อสรพิษตงฟาง” คนของสถาบันชิงอี้พูดขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นตงฟางยืนอยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านไป๋
“มีอะไร”
“ไม่มี”
“งั้นเข้าไปกันเถอะ ดูเหมือนจะมีคนมารอรับเราด้วย”