เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 ฆ่าเชื้อโรค

            เฟิงจิ่วแอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเขาจินตนาการอย่างเงียบๆ ว่าหากวันหนึ่งนายท่านรวมแผ่นดินซีเฮ่าให้เป็นหนึ่งเดียวกันพอถึงตอนที่ติงเหว่ยสองแม่ลูกเข้าใกล้วังหลังขึ้นเรื่อยๆได้เห็นนายน้อยสวมเสื้อคลุมมังกร ฉากนั้นคงจะดูน่าอัศจรรย์ไม่เบาพี่ติงจะดีใจจนร้องไห้หรือว่าตกตะลึงจนตาค้างกันแน่?

            แต่น่าเสียดายที่เฟิงจิ่วจินตนาการไว้สวยหรูเกินไปโดยไม่ได้นึกถึงความเป็นจริงจินตนาการช่างห่างไกลเกินไปมากนัก นายท่านเป็นวีรบุรุษผู้หาที่เปรียบไม่ได้ในใจของเขาเกือบจะถูกทำให้กลายเป็นขันทีไปเสียแล้ว

            แน่นอนว่านี่ก็เป็นเรื่องราวทั้งหมดในภายหลัง

            คืนนั้นในลานกว้างของจวนสกุลอวิ๋นทุกคนต่างก็กำลังนอนหลับฝันหวานแต่ยกเว้นอยู่คนหนึ่งซึ่งก็คือลุงเหว่ยที่อยู่ในห้องตะวันออก เขามองไปที่เพดานห้องหัวสมองของเขาก็คิดไปมาไม่หยุดจนกระทั่งฟ้าสางถึงได้ฝืนให้ตนเองหลับไปชั่วขณะหนึ่ง

            เมื่อเขาลุกขึ้นอีกครั้งก็เกือบจะเป็นเวลาเที่ยงแล้วติงเหว่ยก็ยังไม่เห็นผู้อาวุโสออกมากินอาหารเช้านางจึงกังวลว่าเขาจะไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าก็เลยตั้งใจทำตั้นเกิงซึ่งเป็นอาหารที่เขาชอบที่สุดและสามารถย่อยได้ง่ายที่สุด

            ผู้อาวุโสเหว่ยเห็นแล้วก็รู้สึกอบอุ่นในใจและเขาก็ยิ่งมีความมุ่งมั่นมากขึ้นในการตัดสินใจของเขาเมื่อคืนนี้

            “สาวน้อย ทำไมกระต่ายและหมูป่าที่ข้าผ่าท้องไปเมื่อไม่กี่วันนั้นช่วงแรกๆยังดีอยู่เลย แต่ทุกวันนี้บาดแผลกลับเน่าเปื่อยและตายไปแล้ว? วันนี้หากเจ้าไม่ติดธุระอะไรก็ลองไปดูสักหน่อยสิหรือเป็นเพราะว่าฝีมือการเย็บของข้านั้นหยาบเกินไปหรือ?”

            ติงเหว่ยมองผู้อาวุโสที่นอกจากขอบตาดำคล้ำแล้วสีหน้าก็ไม่มีร่องรอยความผิดปกติใดๆเดิมทีนางคิดว่าเขารอคอยหญ้านิรันดร์จนอดหลับอดนอนเสียอีก เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็บอกว่า“อันที่จริงเมื่อวานข้ามีเรื่องจะบอกท่านผู้อาวุโสเรื่องหนึ่งแต่ว่าข้ายุ่งก็เลยลืมไปเสียสนิท”

            “เกิดอะไรขึ้น?”ถึงแม้ผู้อาวุโสเหว่ยจะโอ้อวดว่าตนเองเป็นหมอเทวดาและอยู่กับสมุนไพรมาตลอดทั้งชีวิตแต่เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็ถูกแนวคิดแปลกใหม่ของติงเหว่ยทำให้อดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้เช่นเดียวกันกับการเย็บบาดแผล หากไม่เป็นเพราะว่านางพูดออกมาก่อนใครเล่าจะรู้ว่าผิวหนังของมนุษย์สามารถเย็บได้เหมือนกับเสื้อผ้านี่ไม่เพียงแต่ทำให้เลือดไหลน้อยลง ทั้งยังทำให้ฟื้นตัวได้ง่ายและช่วยประหยัดยารักษาได้ไม่น้อย นับว่าเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดจริงๆ

            แล้วยังมีแนวคิดการรักษาด้วยการผ่าตัดลำไส้อีกถึงแม้จะยังทดสอบไม่สำเร็จ ทว่าหากคิดหาวิธีการออกมาได้จริงๆไม่แน่ว่าในอนาคตจะสามารถช่วยชีวิตคนได้อีกไม่รู้ตั้งกี่คน

            เมื่อคิดเช่นนี้เขาไม่แม้แต่จะกินตั้นเกิงและยังรีบเร่งติงเหว่ยว่า “เรื่องอะไรกันแน่เจ้ารีบพูดออกมาเร็วเข้า”

            ติงเหว่ยเองก็รู้ว่าผู้อาวุโสกำลังหมกมุ่นอยู่กับการรักษานางจึงพูดออกไปโดยไม่เยิ่นเย้อแม้แต่น้อย

            “เมื่อวานตอนที่ข้าเห็นนายน้อยและคนอื่นๆ ดื่มเหล้า จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้ว่าการจัดการกับบาดแผลนั้นไม่สามารถเย็บเฉยได้ๆต้องมีการฆ่าเชื้อด้วย”

            “ฆ่าเชื้ออย่างนั้นหรือ?” ผู้อาวุโสเบิกตากว้าง“เดิมทีก็ไม่มีพิษอยู่แล้ว เหตุใดต้องพูดถึงเรื่องแก้พิษด้วย?”

            ติงเหว่ยส่ายหน้านางเทชาออกมาดื่มหนึ่งถ้วยเพื่อให้ชุ่มคอสักหน่อย จากนั้นก็พูดว่า“ท่านผู้อาวุโสเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่พิษของยาพิษ อืม จะอธิบายยังไงดีก็เหมือนกับอาหารที่พวกเรากิน หากเอาไปวางตากแดดนานเกินไปก็จะขึ้นรา บาดแผลของคนก็เช่นกันหากว่าจัดการได้ไม่ดีหรือปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปบาดแผลก็จะเน่าเหมือนกันดังนั้นที่ข้าพูดเรื่องฆ่าเชื้อเมื่อครู่นี้ก็คือการป้องกันไม่ให้บาดแผลเน่าเปื่อย”

            ผู้อาวุโสเหว่ยยิงฟังก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆและเขาก็ลุกขึ้นโพล่งมาว่า“เจ้ารู้หรือไม่ว่าทุกคนที่ได้รับบาดเจ็บภายนอกมากกว่าครึ่งนั้นเสียชีวิตเพราะบาดแผลเน่าเปื่อยจริงๆ?หากว่าเจ้าสามารถแก้ปัญหานี้ได้จริงๆเกรงว่าทุกคนที่อยู่ในแวดวงการแพทย์คงต้องเรียกเจ้าว่าอาจารย์”

            “ข้าจะกล้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้นได้ยังไง?” ติงเหว่ยเองก็ตกใจเช่นกันนางเองก็ไม่นิยมให้เหล่าผู้อาวุโสเรียกนางว่าอาจารย์

            “ข้าเองก็แค่บังเอิญเจอวิธีนี้เหมือนกัน ส่วนที่ว่าจะได้ผลหรือไม่ก็ยังต้องให้ท่านลุงเหว่ยพิสูจน์ต่อให้สำเร็จขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้าเลยแม้แต่น้อย”

            ผู้อาวุโสเหว่ยกลับไม่สนใจเรื่องเหล่านี้เขาพูดเร่งอย่างร้อนใจ “เจ้าบอกมาเร็วเข้า สรุปว่าต้องใช้วิธีการอะไรกันแน่?”

            หลังจากพูดจบจู่ๆเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าการถามเช่นนี้อาจไร้มารยาทไปสักหน่อย จึงรีบพูดออกไปว่า“หากว่านี่เป็นเคล็ดลับที่สืบทอดประจำตระกูลของเจ้า เจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องบอกข้าขอแค่เอายาตัวนั้นออกมาให้ข้าลองใช้ก็พอแล้ว”

            ติงเหว่ยฟังแล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีนางโบกมือและพูดว่า “ลุงเหว่ยกล่าวหนักไปแล้ว มันเป็นแค่วิธีเล็กๆ น้อยๆก็เท่านั้น ไม่ใช่เคล็ดลับประจำตระกูลอะไร เอาอย่างนี้ก็แล้วกันตอนนี้ข้ายังไม่มีของสิ่งนั้นในมือชั่วคราวหากว่าท่านไม่ได้ยุ่งอยู่ก็ไปทำด้วยกันกับข้าเถอะ”

            “ตกลง” ผู้อาวุโสเหว่ยตอบรับทันที“เจ้าต้องการสมุนไพรอะไรรีบพูดออกมาได้เลย”

            “ข้าไม่ต้องการสมุนไพรอะไรเลย แค่ต้องการเหล้าที่แรงที่สุดห้าไหก็เท่านั้น”

            “เหล้าที่แรงที่สุด!” ผู้อาวุโสเหว่ยได้ฟังแล้วก็ประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมากมาย เขารีบวิ่งไปที่ลานแล้วตะโกนว่า “มีใครอยู่บ้างออกมาสักคนหนึ่ง?”

            หลินลิ่วที่กำลังยกตะกร้าผลไม้สดใหม่เพื่อมาแสดงความเคารพต่อนายน้อยบังเอิญเห็นผู้อาวุโสกำลังโหวกเหวกโวยวายเกรงว่าจะรบกวนการพักผ่อนและการทำงานของนายน้อยก็เลยรีบพูดออกมาว่า “ท่านหมอเทวดาท่านต้องการสั่งการสิ่งใด?”

            “เหล้าที่แรงที่สุด รีบไปเอาเหล้าที่แรงที่สุดมาให้ข้าสักสี่ห้าไห!”

            ท้องฟ้าแจ่มใสไม่ทันไรก็จะดื่มเหล้าเสียแล้ว แล้วยังเป็นเหล้าที่แรงที่สุดอีก!

            หลินลิ่วเม้มปากแต่ก็รู้ว่าผู้อาวุโสท่านนี้เป็นคนอารมณ์ไม่ดี ครอบครัวของเขาเองก็ต้องการความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายดังนั้นจึงรีบพูดออกมาว่า “ข้าเอาผลไม้ไปให้นายน้อยก่อนแล้วเดี๋ยวจะไปเอาเหล้าที่แรงที่สุดมาให้ท่านผู้อาวุโสทันที”

            แต่ผู้อาวุโสเหว่ยกลับคว้าตะกร้าผลไม้มาแล้วพูดด้วยความโมโหว่า “มันก็แค่ตะกร้าผลไม้เน่าๆ ตะกร้าหนึ่งเท่านั้น ไหนเลยจะสำคัญเท่าเรื่องของข้าเจ้ารีบไปเดี๋ยวนี้หากว่าล่าช้าไปแล้ว บางทีอีกหลายร้อยหลายพันปีข้างหน้าล้วนมีแต่คนสาปแช่งชื่อของเจ้า!”

            ……

            กงจื้อหมิงและนายน้อยฟางกำลังปรึกษาเรื่องสำคัญและเล่นหมากรุกเพื่อทำการรุกฆาตหมากรุกนี้ตั้งแต่ตอนที่ติงเหว่ยคิดค้นออกมาก็กลายเป็นที่ชื่นชอบของทั้งผู้ใหญ่และเด็กในจวนแห่งนี้กงจื้อหมิงเองก็เล่นได้อย่างใจนึก เขารุกฆาตจนสหายสนิทที่เป็นมือใหม่เหลือเพียงเบี้ยทหารหนึ่งตัวที่ปกป้องแม่ทัพอยู่เท่านั้น

            นายน้อยฟางโกรธมากจนร้องตะโกนออกมาในที่สุดเขาก็พับแขนเสื้อขึ้นและยังคงตะโกนว่าเล่นใหม่อีกรอบหนึ่ง

            ในขณะนั้นเองที่ผู้อาวุโสเหว่ยกำลังตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่ในสนาม

            กงจื้อหมิงเปิดหน้าต่างชะเง้อมองเขาเห็นใบหน้าที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีของติงเหว่ยที่ยืนอยู่หน้าห้องฝั่งตะวันออกก็เลยกวักมือเรียกให้นางก้าวมาข้างหน้า

            ติงเหว่ยเองก็ไม่ได้ปิดบังนางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ออกมาอย่างชัดเจน

            สุดท้ายนางก็พูดเสริมว่า“มันเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ เท่านั้น แต่ลุงเหว่ยชอบสมุนไพรมากเขาก็เลยจริงจังมากเกินไปหน่อย”

            หลังจากที่กงจื้อหมิงกับนายน้อยฟางได้ยินเช่นนั้นพวกเขาต่างก็มองไปที่ติงเหว่ย ดวงตาเป็นประกายทั้งสองคู่จ้องมองนางจนน่ากลัวอยู่บ้าง

            ติงเหว่ยขยับตัวไปมาอย่างไม่ค่อยสบายใจนางคิดไปคิดมาแล้วก็พูดเสริมอีกประโยคว่า“เหล้าที่เข้มข้นจะมีรสเผ็ดขึ้นมากหลังจากที่เอาไปต้มกลั่นหนึ่งถึงสองครั้งคนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่อากาศหนาวชอบดื่มเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น หากเอาไปต้มกลั่นหลายๆครั้งเข้าก็จะสามารถเอาไปใช้ฆ่าเชื้อที่บาดแผลและทำให้บาดแผลไม่เน่าเปื่อยโดยง่ายแต่เวลาที่เอาไปเช็ดจะรู้สึกเจ็บนิดหน่อย”

            กงจื้อหมิงเอามือทั้งสองจับที่ขอบหน้าต่างกล้ามเนื้อของเขาเกร็งอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนึกถึงทหารเหล่านั้นที่ไม่ได้ตายภายใต้คมดาบของศัตรู ทว่ากลับต้องนอนรอความตายในค่ายทหารแววตาของเขาก็ยิ่งมืดหม่นลงไปอีก “หลินลิ่วเจ้ารีบไปหาเหล้าที่แรงที่สุดมาเดี๋ยวนี้”

            “ตกลง นายน้อย” หลินลิ่วหันหลังเดินออกไปทันที กงจื้อหมิงกับนายน้อยฟางเองก็ทิ้งหมากรุกเอาไว้และเดินออกมานอกห้อง

            เมื่อติงเหว่ยเห็นดังนั้นนางก็เก็บความคิดที่จะเล่นสนุกออกไปจากนั้นก็รีบตะโกนเรียกให้เฟิงจิ่วไปเอาอิฐในห้องครัวเล็กมาก้อนหนึ่งทำให้หม้อเหล็กและฝาหม้อเอียงเล็กน้อยจนถึงระดับหนึ่ง

            จนหลินลิ่วส่งข่าวบอกให้ลุงอวิ๋นรีบมาเขาจึงอุ้มเหล้าที่แรงที่สุดเข้ามาคนเดียวสองไหติงเหว่ยก็เอาเหล้าเทลงในหม้อเหล็กทั้งหมด จากนั้นก็เติมฟืนทำให้ไฟลุกขึ้นมา

            ในไม่ช้าทั้งลานก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของเหล้าทำให้บ่าวที่กำลังทำความสะอาดอยู่ที่เรือนนอกต่างก็ชะเง้อคอมองและยกจมูกสูดดมอย่างแรงเป็นระยะๆถึงแม้จวนสกุลอวิ๋นจะโอบอ้อมอารี แต่ของอย่างเหล้าก็ยังไม่อนุญาตให้ดื่มได้ทุกวันมีเฉพาะช่วงที่ไม่ได้อยู่เวรถึงจะแอบดื่มได้นิดหน่อย แต่วันนี้ที่เรือนด้านในราวกับว่านายน้อยและคนอื่นๆทำเหล้าหกทั้งไหอย่างไรอย่างนั้น กลิ่นหอมเข้มข้นของเหล้าทำให้คอเหล้าทั้งหลายต่างก็อยากดื่มพวกเขากำลังคาดเดาว่าวันนี้เจ้าบ้านมีเรื่องมงคลอะไร?

            แต่นึกไม่ถึงว่าภายในเรือนด้านในนอกจากติงเหว่ยที่กำลังยุ่งแล้วคนที่เหลือต่างก็ไม่มีอะไรทำ

            ผู้อาวุโสเหว่ยลุงอวิ๋น กงจื้อหมิง นายน้อยฟาง รวมไปถึงหลินลิ่วและเฟิงจิ่วและยังมีอวิ๋นอิ่งที่อุ้มเด็กต่างก็รวมตัวกันอยู่ใต้ชายคา พวกเขามองจนชะเง้อคอออกมา

            หลังจากความยากลำบากมากมายในที่สุดติงเหว่ยก็ยกไหเล็กๆ ใบหนึ่งออกมานางปาดเหงื่อบนหน้าผากและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เครื่องมือที่ใช้นั้นเรียบง่ายทว่าต้องเปลืองเหล้าชั้นดีไปมากมาย สุดท้ายก็ได้มานิดเดียว”

            ก่อนที่นางจะพูดจบผู้อาวุโสเหว่ยก็เป็นคนแรกที่รีบไปคว้าจอกนั้นและยกขึ้นมาจิบหนึ่งคำ ปรากฏว่าทันทีที่เข้าไปในปากก็รู้สึกได้ถึงรสเผ็ดจัดจนทำให้เขาไออย่างรุนแรง“อะแฮ่ม นี่... เหล้านี้มันแรงเกินไปจริงๆ!”

            ติงเหว่ยรีบเข้าไปตบหลังผู้อาวุโสจากนั้นก็พูดอย่างทำอะไรไม่ถูกว่า“ลุงเหว่ย สิ่งนี้เอาไว้ใช้ล้างแผล เข็มที่ใช้เย็บและมีดที่ใช้ล้วนต้องผ่านการฆ่าเชื้อทั้งหมดบาดแผลถึงจะไม่เน่าเปื่อยง่าย ไม่ใช่เอาไว้ให้ท่านดื่มสักหน่อย!”

            “ข้ารู้อยู่แล้ว แต่เจ้าบอกว่าเป็นเหล่าชั้นดีและเป็นเหล้าที่แรงที่สุดข้าก็เลยอยากชิมสักหน่อย”

            หลังจากพูดจบเขาก็ไม่สนใจคนอื่นเขารีบกอดไหเหล้าและวิ่งออกไปจากลานอย่างรวดเร็วราวกับสายลมคงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะต้องไปหากระต่ายและกวางป่าอะไรพวกนั้นเพื่อมาทำการทดลองอีกครั้ง

            นายน้อยฟางเองก็อยากรู้เช่นกันเมื่อเห็นดังนั้นเขาก็หุบพัดตีไปที่ฝ่ามือของตนเอง และพูดด้วยความโกรธว่า“ผู้อาวุโสท่านนี้ ยังไงก็ให้เราดูสักหน่อยแล้วค่อยเอาไปสิ”

            กงจื้อหมิงอยู่กับติงเหว่ยมานานกว่าหนึ่งปีแล้วและเขาก็รู้นิสัยที่รอบคอบของนางเป็นอย่างดี ตอนนี้เขาจึงไม่ได้พูดอะไร แค่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น

            ติงเหว่ยถูกเขามองจนหน้าแดงนางอดไม่ได้ที่จะมองกลับอย่างโกรธๆ จากนั้นก็พูดว่า “เอ่อที่ห้องครัวยังเหลืออยู่อีกหนึ่งกา เดี๋ยวข้าจะยกออกมาให้ทุกคนได้ชิมกันแต่อย่าดื่มมากเกินไป ลองจิบสักสองคำก็พอแล้ว”

            “ตกลง พวกเราจะไม่ดื่มมากเกินไปแน่นอน”

            ทุกคนต่างก็ดีใจมากและเอ่ยปากเร่งนางอย่างต่อเนื่อง

            ติงเหว่ยเดินกลับไปที่ห้องครัวแล้วรีบหยิบกาเหล้าออกมาหนึ่งกาและจอกเหล้าอีกหลายใบ

            นับจำนวนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นแม้แต่อวิ๋นอิ่งก็นับรวมอยู่ในนั้นด้วย ทุกคนต่างก็ได้คนละหนึ่งแก้ว

            กงจื้อหมิงก้มศีรษะลงและสูดดมเขารู้สึกถึงความเผ็ดร้อนที่พุ่งตรงเข้าไปในจมูก เขาจิบแค่คำเล็กๆแต่รู้สึกราวกับเปลวไฟลุกไหม้ตั้งแต่ในลำคอ กระเพาะ จนถึงลำไส้ของเขา และทั้งร่างกายก็รู้สึกร้อนขึ้นมาในทันที

            เขาอดไม่ได้ที่จะเป่าลมออกมาแรงๆและชมเชยว่า “ช่างเป็นเหล้าที่แรงจริงๆ!”

            นายน้อยฟางที่คุ้นเคยกับการดื่มเหล้าอ่อนๆหอนางโลม เมื่อครู่เขาจิบคำใหญ่เกินไปทำให้ใบหน้าของเขาตอนนี้แดงก่ำ และเขาก็ยอมรับว่า“เหล้านี้... แรงเกินไปจริงๆ!”

            เนื่องจากว่ามีนายท่านอยู่ข้างๆหลินลิ่ว เฟิงจิ่ว และอวิ๋นอิ่งทั้งสามคนต่างก็ไม่กล้าดื่มเยอะพวกเขาจิบแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นก็พากันแยกเขี้ยวยิงฟันออกมาเฟิงจิ่วรีบไปหาที่ล้วงคอ เขาอยู่ข้างกายนายท่านตลอดเวลาหากว่าเมาขึ้นมาคงกลายเป็นเรื่องตลก

            อวิ๋นอิ่งเองก็หันหลังกลับไปอุ้มอันเกอเอ๋อร์เข้าไปในห้องนางเกรงว่าอีกเดี๋ยวจะเวียนหัวและล้มลงทำให้เด็กน้อยที่แสนล้ำค่าบาดเจ็บเอาได้

            ติงเหว่ยมองอย่างสนุกสนานและพูดด้วยรอยยิ้มว่า“นี่แค่ต้มกลั่นสองครั้งเท่านั้นยังสามารถดื่มได้โดยไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเอาไปต้มกลั่นสักเจ็ดแปดครั้งก็จะกลายเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ซึ่งเอาไว้ใช้ล้างบาดแผลดีที่สุดทว่าคนไม่สามารถดื่มได้อีกต่อไป”

            ทุกคนต่างพยักหน้าและสุดท้ายก็เสียดายที่ไม่มีผู้บาดเจ็บมาลองใช้วิธีนี้เพราะอย่างไรกระต่ายและไก่ป่าก็ยังแตกต่างจากมนุษย์อยู่มาก

            ทุกอย่างบนโลกใบนี้ไม่มีความบังเอิญและยิ่งในเวลาเช่นนี้กลับได้ยินเสียงร้องของเหยี่ยวดังมาจากท้องฟ้าด้านบนจวนสกุลอวิ๋นทำให้ทุกคนต่างก็เงยหน้าขึ้นมอง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663