นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 5 ปกติกับผิดปกติ (2) เล่มที่ 5 บทที่ 142 อุโมงค์ใต้ดิน (2)

            “...คือว่า บนหน้าข้ามีสิ่งใดติดอยู่หรือไม่?”

            ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด หลังจากลงมาในอุโมงค์ใต้ดิน โม่จ้านมักรู้สึกว่าสายตาที่ซีนั่วมองตนแปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดอย่างยิ่ง ให้ความรู้สึกร้อนแรงมิต่างกับแฟนบอลที่กำลังชมการแข่งขันติดขอบสนาม

            “เอ่อ อ่า ไม่มี ไม่มีสิ่งใดทั้งสิ้น”

            มังกรกึ่งมนุษย์เองก็รู้สึกว่าสายตาของตนร้อนแรงเกินไปเช่นกัน ตนรีบกลับมาเผยรอยยิ้มการค้าดังเช่นเมื่อก่อน จากนั้นจึงเดินยืดอกเชิดหน้าไปข้างหน้า

            ‘ไม่มีสิ่งใดทั้งสิ้น’ มันสื่อได้กี่ความหมายกัน...

            มุมปากของโม่จ้านกระตุก จากนั้นจึงเดินตามซีนั่วเข้าไปในส่วนลึกของอุโมงค์ใต้ดิน

            เหนือความคาดหมายของโม่จ้าน ทางเดินในอุโมงค์มินับว่าแคบนัก เพียงพอให้คนสี่คนเดินเรียงกัน โม่จ้านเดินอย่างเงียบเชียบพร้อมกับนับจำนวนฝีก้าว เมื่อนับถึงฝีก้าวที่หนึ่งพันห้าร้อย ซีนั่วพลันชะงักฝีเท้าลงก่อนจะชี้ไปยังเหนือศีรษะ โม่จ้านหรี่ดวงตา มองเห็นเพียงความมืดสนิทเท่านั้น

            “ที่นี่คือจุดสิ้นสุดของอุโมงค์ใต้ดิน ตลอดทางที่พวกเราเดินมา ใต้ฝีเท้าล้วนแต่ฝังดินปืนเอาไว้”

            ครั้นเห็นแววตาระทึกขวัญของโม่จ้าน ซีนั่วเผยหนึ่งรอยยิ้มบางที่มุมปากขึงตึงมิน้อย ตามด้วยล้วงหยิบแผ่นแก้วแกะสลักด้วยลวดลายเวทมนตร์ออกมาหนึ่งแผ่นก่อนส่งให้โม่จ้านด้วยสองมือ

            “รอกระทั่งท่านกับเหล่าเด็กๆ ออกไป ใช้พลังเวทขับเคลื่อนสิ่งนี้จากนั้นโยนเข้ามาด้านในทางเดิน ทางเดินทั้งหมดจะถูกระเบิดทิ้งทันที”

            โม่จ้านรับแผ่นแก้วมา สีหน้าฉายความรู้สึกซับซ้อน “เช่นนั้นพวกเจ้า...”

            “พวกเราจะพยายามยื้อเวลาเอาไว้ให้นานที่สุด ทำให้กองทัพพันธมิตรมิอาจไล่ตามพวกท่านได้ทัน หลังจากเข้ายึดครองตรอกขี้เถ้า พวกเขาจะต้องค้นพบอุโมงค์ลับแห่งนี้อย่างแน่นอน ทว่าก่อนถึงยามนั้นพวกเราจะพยายามต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย”

            ซีนั่วพยักหน้า นัยน์ตาแนวตั้งเช่นสัตว์ป่าฉายแววเด็ดเดี่ยวระคนหนักแน่น

            “ต้องฝากชะตากรรมของเผ่าปีศาจไว้กับท่านแล้ว”

            ภายในใจของโม่จ้านเกิดหลายอารมณ์ผสมปนเป แผ่นแก้วภายในมือกลับกลายเป็นหนักอึ้งมิต่างกับแผ่นตะกั่ว

            ขณะที่โม่จ้านมิทันรู้เนื้อรู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลเชิงภววิสัยหรืออัตวิสัย ตนล้วนแต่ค่อยๆ ยอมรับตัวตนที่เป็นเผ่าปีศาจ แต่ในขณะเดียวกัน ก้นบึ้งภายในใจของผู้ที่มีความคิดอิสระเช่นตนยังคงรู้สึกปฏิเสธและไม่อยากยอมรับสถานการณ์ในยามนี้

            ล้วนแต่กล่าวกันว่าความกลัวเกิดจากความไม่รู้ เพียงแต่หลังจากผ่านการหนีเอาตัวรอดอย่างโดดเดี่ยว ได้พบเก๋อจือกับลาถีเท่อ ได้พบเจียนั่ว และได้ใกล้ชิดกับพวกซีนั่ว ตนค่อยๆ มีความรู้เกี่ยวกับเผ่าปีศาจมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าหลังจากยิ่งรู้จักมากขึ้น ความสับสนภายในใจกลับมิเคยได้รับการคลี่คลาย ความหวาดกลัวที่ถูกกดข่มไว้ในก้นบึ้งของหัวใจกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น --- ตนมิเพียงแต่ถูกดึงให้เข้าร่วมเหตุการณ์สำคัญ กระทั่งต้นสายปลายเหตุของเหตุการณ์สำคัญคือสิ่งใดกลับยังมิรู้แน่ชัด

            ...สงครามระหว่างกองทัพพันธมิตรกับเผ่าปีศาจเป็นเพียงการประกาศสงครามกวาดล้างคนกลุ่มหนึ่งเพื่อ ‘รักษาสันติภาพ’ เท่านั้นจริงหรือ?

            ขณะที่ตนได้ใกล้ชิดกับเผ่าปีศาจ กลับมิพบว่าเผ่าปีศาจได้กระทำเรื่องนอกกรอบอันใด ในทางกลับกัน ทางฝั่งสันตะสำนักกลับพยายามไล่ล่า ใช้แหล่งข้อมูลประชาสัมพันธ์มหาศาลเพื่อสร้างกรอบความคิดให้ผู้คน กระทั่งตำราของโรงเรียนเวทมนตร์ยังถูกพวกเขาลักลอบยัดเยียดข้อมูล ปลูกฝังความรู้ความเข้าใจโดยใช้ความหวาดกลัวครึ่งหนึ่งและการคุกคามอีกครึ่งหนึ่ง ทำให้เผ่าปีศาจกลายเป็นฝั่งชั่วร้ายโดยสิ้นเชิง

            ยามนี้เรื่องมาถึงเพียงนี้แล้ว ต่อให้ตนสามารถพาเด็กๆ เผ่าปีศาจหลบหนีไปได้อย่างสบายใจ กระนั้นยังจะสามารถใช้ชีวิตสันโดษอย่างการปลูกผักล่าสัตว์ได้จริงหรือ?

            อย่าว่าแต่พาเด็กกลุ่มหนึ่งไปด้วย ต่อให้ตนหลบหนีไปลำพังก็ยังมีโอกาสที่จะถูกพบได้สูงเช่นกัน ด้วยท่าทีหากไม่กวาดล้างเผ่าปีศาจให้สิ้นซากก็คงมิยอมรามือของสันตะสำนัก เกรงว่าครึ่งชีวิตที่เหลือจะต้องมิต่างอันใดกับอดีตราชาปีศาจ ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงไปจนแก่เฒ่าท่ามกลางแรงกดดันขนาดใหญ่อย่างการถูกไล่ล่า หรืออาจจะถูกจับไปลงทัณฑ์เป็นครั้งที่สอง

            ชาติก่อนต้องอมทุกข์ ชาตินี้ยังต้องมีเรื่องหนักใจ ชีวิตบัดซบไม่ต่างอันใดกันเช่นนี้มันมากเกินพอแล้ว...

            ตนร้องขอมากเกินไปเช่นนั้นหรือ? แค่เพียงการมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเรียบง่ายและมิต้องหลบซ่อนเท่านั้น? ตนมายังตรอกขี้เถ้าเพียงเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับความจริงเท่านั้น มิคาดคิดว่าสถานการณ์ของตรอกขี้เถ้าจะคับขันถึงขั้นนี้เสียแล้ว

            ตนสามารถอดทนกับชีวิตที่ต้องหลบหนีลี้ภัย หากแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางดึงอีกสามคนเข้ามาเกี่ยวข้อง

            แต่ไหนแต่ไรมา ในขณะที่ตนดูแลคนอื่น ตนก็ยังได้รับการดูแลจากคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเก๋อจือ ลาถีเท่อ หรือว่าเจียนั่ว ภายในใจของตนล้วนแต่เห็นคนทั้งสามเป็นดังครอบครัว หากว่ากันถึงแก่นแท้แล้ว เหตุที่คนกลุ่มเล็กต้องเข้ามาในตรอกขี้เถ้าล้วนแต่เป็นเพราะตน หากคนทั้งสามต้องเป็นอันตรายเพราะเหตุนี้ เกรงว่าตนคงต้องใช้ชีวิตอยู่ในสภาพยากสงบใจไปตลอดชีวิต

            ขณะมองมังกรกึ่งมนุษย์ค่อยๆ ปีนบันไดขึ้นไปทีละน้อย โม่จ้านถอนหายใจออกมา ตามด้วยตบใบหน้าของตนอย่างแรงหนึ่งฉาด

            ความรู้สึกเจ็บส่งผ่านใบหน้าซีกขวา ทำให้สมองของโม่จ้านที่ถูกความสับสน ความกังวลและความเสียใจภายหลังอันเป็นความรู้สึกด้านลบพัวพันได้สติกลับมาทันใด

            ...โม่จ้านอาโม่จ้าน เหตุใดจึงยังจมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์ขุ่นมัวอีก ความเด็ดเดี่ยวที่เจ้าเห็นเป็นความภูมิใจเล่า?

            ซีนั่วปีนบันไดขึ้นไปได้ครึ่งทาง เตรียมจะเปิดฝาปิดเพื่อออกจากอุโมงค์ใต้ดิน ทันใดนั้นกลับได้ยินเสียงตบดังมาจากด้านหลังจึงหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ โม่จ้านกุมใบหน้าด้านหนึ่งพลางยกยิ้มขออภัย บอกใบ้ว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้น

            เรื่องราวเกิดขึ้นแล้ว ต่อให้กังวลหรือสับสนถึงเพียงนั้นแล้วยังจะมีประโยชน์อันใดเล่า? หาข้ออ้างนับหมื่นไปก็ไร้ประโยชน์ ตนมิอาจมัวเสียเวลามากระเง้ากระงอดได้อีกแล้ว มิสู้คิดหาวิธีรับมือเถิด

            โม่จ้านกำหมัดเข้าหากันพลางถอนหายใจออกมา สายตาแปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

            ซีนั่วออกแรงดันฝาปิดอุโมงค์ใต้ดิน ทางฝั่งโม่จ้านทอดมองท้องฟ้าสวยงามยามค่ำคืน แสงจันทร์สีเงินลอดผ่านปากอุโมงค์ใต้ดิน สาดส่องลงบนใบหน้าฉายแววหนักแน่นของโม่จ้าน ปีศาจหนุ่มงอเข่าทั้งสองข้าง หนึ่งการกระโดดดีดตัวพลันกระโดดออกมานอกทางอุโมงค์ หยุดลงบนพื้นหญ้าที่รอบข้างเปียกชุ่ม

            “ที่นี่คือป่าเล็กบริเวณเขตชายแดนของอาณาจักรข่ายเจ๋อ หากเดินไปทางตะวันออกสักระยะก็จะถึงป่าดั้งเดิม หากท่านสามารถพาเด็กๆ หนีเข้าไปในป่าดั้งเดิมก่อนที่ตรอกขี้เถ้าจะถูกตีพ่ายก็นับว่าปลอดภัยชั่วคราว”

            “อืม... ตรอกขี้เถ้ามีมาตรการเตรียมป้องกันอื่นอีกหรือไม่?” โม่จ้านเอ่ยถาม

            “จะว่ามีก็มี...ในปีนั้นยามพวกเราเชิญท่านจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่หลัวเล่อมาพัดเถ้าภูเขาไฟออกไปยังได้ฉวยโอกาสสร้างวงเวทย์โล่ธาตุลมขนาดใหญ่ กองทัพของสันตะสำนักมิกล้าบุกเข้ามาหากยังไม่มีการเตรียมพร้อมมากพอก็เพราะการมีอยู่ของมัน”

            สีหน้าของซีนั่วค่อนข้างเคร่งขรึม ความเป็นกังวลเด่นชัดเกินกว่าจะบรรยาย

            “หากวงเวทย์หลักที่อยู่ใจกลางจัตุรัสตรอกขี้เถ้าหรือวงเวทย์ควบคุมที่ซ่อนอยู่ถูกทำลาย โล่เวทมนตร์ก็จะไร้ผลโดยสิ้นเชิง นี่คือเหตุผลที่ข้าคอยจับตาดูจี๋เอ่อร์ป๋อเท่ออยู่ตลอด แม้ว่าข้าจะไม่พบร่องรอยของเขากับกองทัพพันธมิตร กระนั้นก็ยังมิอาจวางใจโดยง่าย..”

            “อืม จะต้องคุ้มกันวงเวทย์ทั้งสองนั้นให้ดี วงเวทย์ควบคุมไม่มีปัญหาใหญ่อันใดใช่หรือไม่?”

            โม่จ้านพยักหน้า นึกถึงคำอธิบายที่ตนได้อ่านในตำราเรียนของโรงเรียนเวทมนตร์ โล่ที่เป็นเวทมนตร์ป้องกันระดับสูงเช่นนี้ แท้จริงแล้วขอบเขตมิกว้างขวางนัก หากคิดอยากจะครอบคลุมทั้งตรอกขี้เถ้า จำเป็นต้องใช้วงเวทย์ควบคุมเข้าเสริม

            ปัญหาอยู่ที่ว่าเจ้าวงเวทย์ควบคุมเป็นสิ่งที่เอาแต่ใจอย่างมาก --- ไม่เพียงแต่ต้องอยู่ในขอบเขตของวงเวทย์หลักเท่านั้นจึงจะเกิดผล หากแต่สิ่งที่ผูกไว้จะต้องไม่มีคุณสมบัติทางเวทมนตร์ใดๆอีกด้วย ซึ่งนับเป็นเรื่องยากที่จะหาสิ่งที่ไม่มีคุณสมบัติทางเวทมนตร์และถูกเก็บซ่อนได้อย่างมิดชิด ดังนั้นจึงมีจอมเวทเพียงไม่กี่คนที่ใช้เวทมนตร์นี้ในสนามรบจริง

            “…วงเวทย์ควบคุมอยู่บนกายของเก๋อเหลยเกอหลี่” มังกรกึ่งมนุษย์มองสีหน้าตกตะลึงของโม่จ้านพลันเผยรอยยิ้มเจื่อนออกมา

            “ท่านมหาจอมเวทหลัวเล่อหาสิ่งที่ไร้คุณสมบัติทางเวทมนตร์มิได้จึงประทับวงเวทย์ควบคุมลงบนกายของเก๋อเหลยเกอหลี่ หากเก๋อเหลยเกอหลี่ออกจากตรอกขี้เถ้า วงเวทย์โล่จะกลับไปมีขนาดเท่าเดิมทันที”

            …ที่แท้เป็นเช่นนี้ ดังนั้นนี่คือสาเหตุแท้จริงที่เก๋อเหลยเกอหลี่จำต้องอยู่แต่ในตรอกขี้เถ้าใช่หรือไม่

            โม่จ้านที่นิ่งงันไปครู่หนึ่งส่ายหน้าไปมาหลังจากได้สติกลับคืนมา หนึ่งแผนการที่ไม่นับว่าเป็นแผนการลอบก่อเกิดรูปร่างภายในใจ

            ในเมื่อตนเป็นผู้พาคนทั้งสามเข้ามายังที่แห่งนี้ เช่นนั้นตนก็จะเป็นผู้ส่งพวกเขาออกไปด้วยตนเอง ขอเพียงทำให้สันตะสำนักไม่รู้เรื่องคนทั้งสาม พวกเขาก็จะเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนเด็กๆ เผ่าปีศาจ ตนจะพาออกไปพร้อมกับคนทั้งสามและหาที่พักพิงชั่วคราว

            หลังจากนี้เล่า…เหอะ

            อุณหภูมิในป่ายามกลางดึกไม่สูงนัก สายลมเจือความชื้นพัดผ่านท่อนแขนเปล่าเปลือย นึกมิถึงว่าจะทำให้โม่จ้านถึงกับสะดุ้งโหยง

            …เย็นยิ่งนัก สัมผัสเดียวกับยามนอนข้างกายเจียนั่ว

            ภายในหัวพลันปรากฏภาพใบหน้าของอัศวิน โม่จ้านเลียริมฝีปากอย่างเจ้าเล่ห์ หรี่ดวงตาพลางเงยหน้ามองดวงจันทร์กลางท้องฟ้าดวงนั้น

            ตนยังมิทันมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเจียนั่วแย้มยิ้มผลิบานจนหนำใจ ยังมิทันได้บอกกล่าวชาติกำเนิดของตนกับอีกฝ่าย ถึงขั้นยังมิได้เปิดเผยความรู้สึกภายในใจกับอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ หากเรื่องเสี่ยงอันตรายในครานี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ตนจะบอกความจริงทุกสิ่งอย่างกับเขาอย่างแน่นอน และรอการตอบกลับของอีกฝ่าย ในเมื่อตัวตนเผ่าปีศาจยากปกปิด เช่นนั้นก็เปิดเผยออกไปตรงๆ เถิด

            …นี่นับเป็นการปักธงอีกหรือไม่?

            โม่จ้านยักไหล่พลางเผยหนึ่งรอยยิ้มหัวรั้น

            ความหวาดกลัวต่ออนาคตมิได้มาจากการมิอาจหยั่งรู้เท่านั้น ทว่ายังเป็นเพราะความไม่มั่นใจในความสามารถของตน ประการแรกนั้นทำได้เพียงพึ่งพาตนเองด้วยเพราะมิอาจทำสิ่งใดได้ หากแต่ประการหลังนั้นตนประจักษ์แจ้งแก่ใจ

            ซีนั่วที่อยู่ด้านข้างสังเกตเห็นการกระทำของโม่จ้านทั้งหมด ครั้นเห็นว่าท้ายที่สุดองค์ราชาปีศาจเผย ‘รอยยิ้มปล่อยวาง’ หินก้อนใหญ่ภายในใจพลันถูกวางลง —- ยามเมื่อตนมอบอุปกรณ์ควบคุมระเบิดให้แก่องค์ราชาปีศาจ สีหน้าขององค์ราชาปีศาจแลดูเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด จะต้องเป็นเพราะมิอาจหักใจละทิ้งผู้คนในตรอกขี้เถ้าเป็นแน่

            เพียงแต่ท้ายที่สุดองค์ราชาปีศาจยังคงใคร่ครวญได้กระจ่าง เพื่อการดำรงอยู่ต่อไปของเผ่าปีศาจ องค์ราชาปีศาจผู้เห็นมิตรภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่สั่นคลอนอีกต่อไป ตนสามารถเตรียมตัวสู้รบได้อย่างวางใจสิ้นแล้ว





    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663