เช้าวันจันทร์ที่แสนสำคัญมาเยือนพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะกระดอนหลุดออกมานอกอก
เวลาตีห้าครึ่ง ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกวิงเวียนและคลื่นไส้เพราะความตื่นเต้นสะสม สัปดาห์สอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเป็ทางการเริ่มต้นขึ้นแล้วในวันนี้ วันแรกเป็วิชาสำคัญอย่างคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษที่มีค่าน้ำหนักคะแนนสูงที่สุด
ผมลุกขึ้นเดินกอดอกสั่นสะท้านเดินลงบันไดบ้านหวังจะหาตุนน้ำดื่มแก้ตื่นเต้น ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นบันไดกลิ่นหอมของเนย กระเทียม และแซลมอนทอดก็ลอยมาแตะจมูกทันที ช่วยปลุกจิติญญาอันแห้งเหี่ยวของผมให้ตื่นตัวขึ้น
ในห้องครัวกว้าง พี่ไมค์ในชุดแต่งกายเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตพอดีตัวพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและเส้นเืขอดอันทรงเสน่ห์ เขากำลังยืนผัดข้าวด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยแว่นตาส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ทันทีเมื่อเห็นผมเดินงัวเงียเข้ามา
"ตื่นแล้วเหรอครับคนดี? ไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะครับ พี่เตรียมข้าวผัดแซลมอนกับซุปมิโซะร้อนๆ ไว้ให้ ทานเสร็จจะได้รีบเดินทางไปสนามสอบกัน"
พี่ไมค์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มหวาน
"พี่ไมค์... ผมตื่นเต้นจนแทบจะกลืนอะไรไม่ลงแล้วครับ รู้สึกเหมือนหัวใจจะะเิตลอดเวลาเลย"
ผมสารภาพทำหน้าตาแห้งเหี่ยวเดินเข้าไปเกาะแขนเสื้อเขาอ้อนๆ
พี่ไมค์ชะงักมือ วางทัพพีลงชั่วคราวแล้วหันกลับมารวบร่างของผมเข้าไปกอดไว้หลวมๆ มือหนาลูบผมหน้าม้าที่ยุ่งเหยิงของผมอย่างเบามือ
"ตื่นเต้นได้ครับเป็เื่ปกติ แต่ห้ามอดอาหารเด็ดขาด สมอง้าพลังงานนะลูกคลื่น ถ้าเราไม่ทานข้าวเช้า... ตอนทำข้อสอบสมองจะล้าและคิดเลขไม่ออกเอาได้นะ พี่เลี้ยงคนนี้บังคับให้ทานข้าวหมดจาน ไม่อย่างนั้นจะไม่อนุญาตให้ออกบ้านเด็ดขาด"
คำขู่ปนดุแสนนุ่มนวลของเขาทำให้ผมยอมจำนนทันที ผมรีบวิ่งกลับขึ้นไปอาบน้ำสวมชุดนักเรียนรีดเรียบกริบ ทานอาหารเช้าแซลมอนแสนอร่อยที่พี่ไมค์เตรียมไว้ให้จนหมดจานอย่างไม่มีเงื่อนไข
วันต่อๆ มาในสัปดาห์นั้น เมนูอาหารเช้าก็ยังคงถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตและเปี่ยมล้นไปด้วยสารอาหารบำรุงสมอง วันอังคารเป็แร็ฟอกไก่ผสมอะโวคาโดสด วันพุธเป็ซุปผักโขมร้อนๆ กับขนมปังธัญพืชโฮลวีต และวันพฤหัสบดีเป็ข้าวต้มปลาเต๋าเต้ยรสเลิศ พี่ไมค์อธิบายคุณสมบัติของโอเมก้าสาม ไขมันดี และวิตามินต่างๆ ที่คอยช่วยบำรุงประสาทส่วนกลางของผมให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจนผมแอบล้อเลียนว่าเขาทำตัวประหนึ่งนักโภชนาการวัยเกษียณ
เวลาเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน พวกเราเดินทางออกจากคฤหาสน์ด้วยรถยนต์คันเก่งของพี่ไมค์ ตลอดเส้นทางที่การจราจรติดขัดหนาแน่นในกรุงเทพฯ ผมนั่งบีบมือตัวเองแ่า พลางมองสมุดโน้ตสรุปสูตรฟิสิกส์เคมีและคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยความร้อนรน พี่ไมค์เปิดเพลงบรรเลงแนว Lofi หรือเพลงคลาสสิกเบาๆ ในรถ อธิบายว่าคลื่นความถี่ของดนตรีแนวนี้จะช่วยจัดระเบียบคลื่นสมองให้พร้อมสำหรับการจำและวิเคราะห์ ก่อนจะเอื้อมมือหนาข้างซ้ายมาเกาะกุมมือของผมที่สั่นระริกไว้แ่า ถ่ายทอดไออุ่นและกระแสความมั่นคงลึกซึ้งผ่านฝ่ามืออุ่น
"สูดลมหายใจเข้าลึกๆ นะครับลูกคลื่น... เราพยายามติวเข้มและฝึกฝนข้อสอบเก่ามาหลายเดือนแล้ว คะแนนเราเฉลี่ยสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปมาก เชื่อมั่นในตัวเองเหมือนที่พี่เชื่อมั่นในตัวเรานะ"
คำยืนยันสั้นๆ น้ำเสียงทุ้มลึกของเขาทำเอาความตื่นเต้นของผมบรรเทาเบาบางลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อเดินทางถึงมหาวิทยาลัยที่เป็สนามสอบขนาดใหญ่ บรรยากาศรอบตัวหนาแน่นไปด้วยนักเรียนและผู้ปกครองหลายร้อยคนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดตึงแน่น บางคนนั่งร้องไห้กอดเข่าอยู่ตามม้าหินอ่อน บางคนถึงขั้นตื่นตระหนกจนอาเจียนออกมาเพราะความเครียด กลิ่นอายความอึดอัดท้าทายลอยอบอวลจนผมเกือบจะใจสั่นอีกรอบ ทว่าท่อนแขนแกร่งของพี่ไมค์ที่ก้าวลงมาเดินเคียงข้างโอบประคองไหล่บางของผมไว้แน่น กลับช่วยกั้นอาณาเขตแสนปลอดภัยให้ผมก้าวเดินได้อย่างมั่นคง
ร่างสูงใหญ่ 195 เิเของเขาโดดเด่นท่ามกลางฝูงชนอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมคายสุขุมของพี่ไมค์ฉายแววดุดันเล็กน้อยเพื่อกันท่าไม่ให้ใครเดินมาเบียดชนผม ยิ่งทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยประหนึ่งมีบอดี้การ์ดส่วนตัวระดับเทพคอยคุ้มครอง
เขาส่งผมถึงจุดลงทะเบียนผู้เข้าสอบ ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อปรับระดับสายตาให้อยู่ในระดับเดียวกับผม มือหนาจัดแต่งปกเสื้อนักเรียนของผมให้เรียบร้อยกริบก้มลงกระซิบน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่มีคนได้ยินแค่พวกเราสองคน
"พี่เลี้ยงคนนี้จะนั่งคอยส่งพลังใจอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่นั้นตลอดเวลานะครับลูกคลื่น... ทุกครั้งที่ทำโจทย์ไม่ได้ ให้มองออกไปนอกหน้าต่าง มองหาพี่ แล้วนึกถึงเสียงดุๆ ของพี่นะ พี่เชื่อมั่นว่าเราทำได้แน่นอน สู้ๆ ครับคนดี"
"ครับพี่ไมค์... ผมจะสู้สุดใจเลย!"
ผมตอบกลับยิ้มกว้างดวงตาเป็ประกายมั่นใจขึ้นทันตา
ตลอด่เช้าของการสอบวิชาคณิตศาสตร์และวิชาวิทยาศาสตร์ที่แสนหฤโหด โจทย์แต่ละข้อสร้างความยากลำบากและมึนตึ้บเป็ระยะ ทว่าทุกครั้งที่ผมเริ่มตื่นตระหนกและเกร็งปวดหัว ผมจะมองออกไปนอกหน้าต่างห้องสอบชั้นสี่ ร่มไม้ใหญ่ด้านล่างมีร่างสูงใหญ่ของพี่ไมค์ในชุดเสื้อเชิ้ตยืนกอดอกพิงต้นไม้จ้องมองขึ้นมาทางตึกสอบตลอดเวลา ภาพของเขานั้นเป็ดั่งเสาหลักนำทางความมั่นคงลึกซึ้งในหัวใจของผม เสียงอธิบายสูตรและการเคาะโต๊ะหนังสือของเขาดังแว่วเข้ามาในสมองดั่งภาพลวงตาแสนวิเศษ ทำให้ผมค่อยๆ แก้โจทย์ออกทีละข้ออย่างราบรื่น
่พักเที่ยง พี่ไมค์เตรียมข้าวกล่องเบนโตะสไตล์ญี่ปุ่นที่ตกแต่งอย่างประณีตมาคอยท่าเปิดเครื่องปรับอากาศในรถเย็นฉ่ำรอรับผม เขานั่งซับเหงื่อตามดวงหน้าหวานคอยป้อนข้าวป้อนน้ำบำรุงผมอย่างใส่ใจ มือหนาเอื้อมมากดจุดนวดคลึงที่ขมับทั้งสองข้างและบริเวณอุ้งมือเพื่อระบายความล้าสะสมให้ลดลงอย่างนุ่มนวล พร้อมทวนสูตรสรุปย่อภาษาอังกฤษที่ต้องสอบใน่บ่ายให้ฟังอย่างอกเข้าใจ
คืนวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็คืนก่อนการสอบวันสุดท้าย ผมนอนแผ่อยู่บนเตียงด้วยความเหนื่อยล้าสะสมระดับสูงสุด สายตาจ้องมองเพดานห้องอย่างไร้จุดหมาย พี่ไมค์เดินเข้ามาในห้อง ทรุดตัวนั่งลงที่ขอบเตียงและเอื้อมมือหนามาบีบนวดเรียวขาที่เมื่อยล้าของผมอย่างอ่อนโยน เขาเล่าเื่สมัยที่เขาต้องเผชิญหน้ากับการสอบอับบิทัวร์ (Abitur) ที่ประเทศเยอรมนีตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมิวนิกให้ฟัง
"ตอนนั้นพี่เครียดจนนอนไม่หลับติดต่อกันสามวันเลยครับลูกคลื่น... และ่นั้นพี่ไม่มีใครคอยอยู่เคียงข้างคอยดูแลแบบนี้เลย พี่ต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและหนาวเหน็บในห้องสมุดเพียงคนเดียว แต่เราโชคดีนะที่มีพี่คอยเฝ้า คอยบีบนวด และคอยรักแบบนี้ ดังนั้นหนูต้องเข้มแข็งและก้าวผ่านมันไปให้ได้นะครับคนดี"
คำพูดอบอุ่นและประสบการณ์ชีวิตของเขาทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งใจจนตื้นตันไปหมด ความกังวลมลายหายไปสิ้นหลงเหลือเพียงความตั้งใจแน่วแน่และกระแสความอบอุ่นท่วมท้นในอก
เช้าวันศุกร์วันสุดท้ายของการสอบ อากาศยามเช้าเย็นสบายจากลมหนาวบางๆ พี่ไมค์ขับรถมาส่งผมที่หน้าอาคารสอบเหมือนทุกวัน ก่อนที่ผมจะก้าวลงจากรถ พี่ไมค์เอื้อมมือมารั้งไหล่บางของผมเข้าไปกดจูบหนักๆ บนผิวแก้มเนียนเน้นๆ หนึ่งฟอดใหญ่ ท่ามกลางสายตานักเรียนคนอื่นที่เดินผ่านไปมาจนผมหน้าแดงก่ำประหนึ่งมะเขือเทศสุก
"ตั้งใจทำข้อสอบวันสุดท้ายนะครับคนดี... สอบเสร็จแล้วพี่จะมี 'รางวัลใหญ่' เตรียมไว้ฉลองให้เราที่คฤหาสน์นะ"
พี่ไมค์กระซิบน้ำเสียงแหบพร่าแฝงความเ้าเล่ห์ดุจหมาป่าจอมเ้าเล่ห์
"รางวัลอะไรกันเล่า! พี่ไมค์ชอบทำประเจิดประเจ้อหน้าตึกสอบตลอดเลย"
ผมโวยวายทุบอกแกร่งเขาแก้เขิน ก่อนจะรีบเปิดประตูรถวิ่งตัวปลิวขึ้นอาคารสอบด้วยหัวใจที่พองโตและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังขับเคลื่อนแสนวิเศษ
เวลาสี่โมงครึ่งหลังสัญญาณกริ่งหมดเวลาสอบวิสุดท้ายดังขึ้น เสียงโห่ร้องดีใจของนักเรียนทุกคนดังกระหึ่มอาคารสอบ ความกดดันที่แบกรับมานานหลายเดือนสลายตัวหายไปเป็ปลิดทิ้ง ผมรีบเก็บดินสอยัดใส่กระเป๋าแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงจากตึกสอบตรงไปยังหน้าประตูโรงเรียนทันที
ที่นั่น... ร่างสูงใหญ่ของพี่ไมค์ยืนพิงประตูรถสปอร์ตคันคุ้นตาของเขา รอคอยผมอยู่ด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่นกว้างขวาง ผมไม่สนใจสายตาของใครอีกต่อไปแล้ว วิ่งโผเข้ากอดรัดเอวสอบของเขาแน่น ซุกหน้าเข้าหากระทบอกแกร่งพึมพำเสียงดังด้วยความดีใจสุดขีด
"พี่ไมค์ ผมสอบเสร็จแล้วครับ ผมเสร็จสิ้นสัปดาห์หฤโหดนี้แล้ว"
พี่ไมค์หัวเราะทุ้มต่ำอุ้มร่างผมลอยขึ้นเล็กน้อยกอดรัดแ่า
"เก่งมากครับคนดี... กลับบ้านไปรับรางวัลใหญ่ของพวกเรากันเถอะ"
ระหว่างทางขับรถกลับคฤหาสน์ ผมอดใจเสียไม่ได้จึงหันไปเอ่ยถามเขาด้วยความข้องใจ
"พี่ไมค์ครับ แล้วรางวัลใหญ่ที่พี่บอกนี่คืออะไรเหรอ? ใช่ของกินอร่อยๆ หรือเปล่าครับ?"
พี่ไมค์ลอบยิ้มเ้าเล่ห์สายตาพราวระยับมองตรงไปยังถนนกว้าง "ของกินอร่อยๆ น่ะมันแค่เมนูเรียกน้ำย่อยครับลูกคลื่น... รางวัลจริงๆ คืนนี้จะเป็สิ่งที่ช่วยปลดปล่อยความอัดอั้นสะสมของเราทั้งร่างกายและจิตใจอย่างคุ้มค่าที่สุดต่างหากล่ะครับ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีเถอะเด็กดีของพี่"
คำอธิบายแฝงนัยความร้อนแรงทำเอาผมหน้าร้อนฉ่าจนต้องเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน ทั้งที่หัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นเร้าใจและเฝ้ารอคอย่ค่ำคืนนี้อย่างจดจ่อ