“ ไม่ได้ เ้าจะไปได้อย่างไรเล่า พ่อถูกจับเป็ตัวประกัน แล้วจะไปฐานะอะไร พ่อไม่อยากให้เ้ายุ่งเกี่ยว มิเช่นนั้น ทาเคชิจะอยู่ในอันตราย”
“ ลูกจะปลอมตัวเป็ทหารองครักษ์ติดตาม เสด็จพ่อไม่ต้องห่วง”
องค์หญิงแก้วสุริยาช่างดื้อรั้นเสียเหลือเกิน ในที่สุด ก็ถูกนำขึ้นเรือไปส่งเทพไปที่ปากน้ำ พร้อมกับทรัพย์สมบัติมากมาย ท่ามกลางสายตาที่ไม่พอใจของ องค์ไลและ มหาอุปราชพันปีพระศรีศิลป์
“ ทาเคชิ ต่อไปหากเอ็งมีปัญหา ก็นำแหวนวงนี้ เข้ามาหาข้าได้เลย จะไม่มีผู้ใดขวางเอ็งได้”
“ หน้าตาก็ยังไม่ยอมเปิดเผย แล้วเหตุใดเสด็จพ่อช่างดีต่อเขาเหลือเกิน”
“ กระหม่อมต้องขออภัย กระหม่อมไม่อยากให้ผู้ใดล่วงรู้ตัวตน เกรงว่าจะทำให้คนใกล้ชิด ต้องมีพลอยรับโทษตามไปด้วย” เทพเอ่ยไปตามตรง
“ ฮึ ถ้ากลัวแล้วจะสร้างเื่เช่นนี้ทำไม”
“ แก้วสุริยา ถอยไปก่อน พ่อมีเื่จะคุยกับทาเคชิ” องค์หญิงแก้วสุริยา เดินจากไป เทพก็เข้ามาใกล้ๆ
“ เื่ที่มีทหารเอกของ เสด็จลุง บอกข้าว่า ตัวของข้าเองเป็ โอรสของพระนเรศนั้น เพื่อการยอมรับของทหาร ขุนนาง ข้าเองก็ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะมันจะเป็ผลดีต่อการปกครอง พวกทหารและขุนนางเหล่านี้ พวกมันจะได้ไม่กล้าแข็งข้อกับข้า แต่ความจริงแล้ว คนที่เป็โอรสของพระนเรศที่แท้จริงนั้นคือ เ้าเทพ อาจารย์ของเ้า เื่นี้ข้ารู้มาตั้งนานแล้ว พระมหาเถระคันฉ่อง ท่านอาจารย์เพชร ก็กล่าวฝากฝังพระยาเทพเอาไว้กับข้า แต่ว่า ข้าเองที่ทำผิดต่อมัน”
พระเ้าทรงธรรมในวัย ห้าสิบกว่าๆ เริ่มหายใจหอบ มีอาการหนาวสั่นเมื่อโดนลม
และเริ่มไอหนักขึ้นเรื่อยๆ เทพไม่ได้เอ่ยอะไรอีก ได้แต่ฟังพระองค์อย่างเงียบ
“ บาปกรรมที่ข้าได้ทำเอาไว้ ข้ากลัวเหลือเกิน มันจะตกแก่โอรสธิดาของข้า
บัดนี้ ในกรุงศรี ต่างแบ่งฝักแบ่งฝ่าย กัน เหมือนกับสมัยตอนที่ข้าแย่งชิงราชบัลลังก์ มาจากพระศรีเสาวภาคย์เลย แต่คราวนี้ ข้าตรวจดวงชะตาแล้ว พระอุปราชไม่มีดวงที่จะเป็กษัตริย์ได้ มีแต่พระเชษฐาธิราช ที่พอจะมีดวงชะตาเป็กษัตริย์ แต่ช่างมีแสงริบหรี่เหลือเกิน ซึ่ง พระอาฑิตย์วงศ์ก็เหมือนกัน แต่ว่า คนที่มีดาวเรืองรองสูงส่ง กลับเป็องค์ไล
ตัวข้าถึงแม้จะคำนวนดวงชะตาฟ้าของทุกคนได้ แต่กลับไม่อาจช่วยเหลือพวกมันได้ แต่วันนี้ ข้ามองท้องฟ้า ปรากฏดวงชะตากษัตริย์ขึ้นอีก 1 ดวง กำเนิดขึ้นมาในตอนนี้ มันช่างส่องสว่างกว่าทุกๆ คน ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ข้ามั่นใจว่า ต่อไปเอ็งต้องไม่ใช่คนธรรมดา ข้าอยากขอร้องให้ช่วยทำเื่หนึ่งให้กับข้า”
“ ทำอะไรหรือพระเ้าค่ะ?” เทพมองหน้าพระองค์ด้วยความสงสัย
“ วันใดที่ข้าไม่อยู่แล้ว ข้าอยากให้เอ็ง ช่วยพาเ้าแก้วสุริยา หลบออกมาจากวังหลวง หนีไปให้ไกล จากกรุงศรีอยุธยา ข้าเองเคยมาทำการซื้อที่ในนาม เ้าเทพเอาไว้ที่บริเวณปากน้ำ ข้าจะให้คนพาเอ็งไป ต่อไปที่นี่จะเป็ที่อยู่อาศัยของเอ็ง และเ้าแก้วสุริยา ก็จะได้อาศัยที่แห่งนี้ด้วย”
“ กระหม่อมให้สัญญา จะปกป้ององค์หญิงแก้วสุริยาด้วยชีวิต”
“ ขอบใจเอ็งมาก”
“ เสด็จพ่อ เหตุใดถึงได้กล่าวเช่นนี้” องค์หญิงฟังอยู่ด้านนอก รีบเปิดประตูเข้ามา
“ ลูกหญิง พ่อเองก็ศึกษาวิชาโหราศาสตร์มามากมาย อนาคตแม้น่ากลัว แต่คนที่พ่อห่วงมากที่สุดก็คือเ้า พ่อไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเ้าได้”
“ ลูกไม่เป็อะไร เสด็จพ่อแข็งแรงดี ต้องมีพระชนม์ชีพยั่งยืนนานไปเป็ร้อยปีพันปีโน่น”
เทพได้ฟังทั้งสองคุยกันแล้วก็ขอตัวจากลาไป ก็มีคนของ พระเ้าทรงธรรม ก็มาช่วยกับแบกทรัพย์สมบัติทั้งหมด มาสถานที่แห่งหนึ่ง เป็เนินดินสวย สามารถมองไปเห็นแม่น้ำเ้าพระยาได้เลย ตัวบ้านมีขนาดกว้างมาก มีอยู่หลายหลัง เทพมองสภาพแม่น้ำ กับ บ้านหลังนี้ ก็นึกขึ้นมาได้ ว่าที่นี่เป็โรงเรียนในยุคปัจจุบันนี่ หรือว่า สุสานพระนางสุริยา จะถูกสร้างจากที่่ ตรงนี้ เทพไม่อยากคิดอะไรต่อเลย สั่งให้บริวาร นำสมบัติทั้งหมดไปเก็บไว้ที่ห้องสมบัติ เทพรีบร่ายพระเวทย์ปกป้องสมบัติเอาไว้ ไม่ให้ใครหาเจอ และสมบัติก็สามารถล่องหน เคลื่อนย้ายได้ เพื่อความปลอดภัย
“ พวกเ้าอาศัยอยู่ที่นี่ สร้างรั้ว ให้สูงขึ้นกว่านี้สองเท่า แล้วหาช่างมาสร้างห้องพักในอนาคต องค์หญิงต้องมาหลบภัยที่แห่งนี้อย่างแน่นอน” เทพเอ่ยจบก็นำหีบเงินมาให้พ่อบ้าน เพื่อเตรียมสร้างที่พักเอาไว้ให้องค์หญิง ส่วนเทพก็นั่งเรือลำอื่นเข้าไปในกรุงศรีอยุธยาต่อ เพราะว่า ความแค้นของทาเคชินั้น ยังไม่ได้รับการสะสางเลย ครั้งนี้เทพจะเป็คนจัดการเอง โดยเริ่มต้นที่ เ้าซาโต้ หัวหน้าเขตการค้าญี่ปุ่น ที่อยู่ในเขตท่าเรือกรุงศรีอยุธยา
เช้าวันใหม่ เทพเดินทางมาถึงที่บริเวณเขตท่าเรือกรุงศรี ก็เดินเข้าไปในเขตการค้าญี่ปุ่นทันที โดยวันนี้เขาตั้งจะแก้แค้นกับ เ้าซาโต้ ที่เคยส่งนักฆ่ามาสังหารบิดามารดาของเขาเมื่อหลายปีก่อน พอมาเดินที่ตลาดท่าเรือ เขาก็แปลกใจเพราะว่าเห็นคนมากมายหลายเชื้อชาติ อยู่กันเต็มท่าเรือ คล้ายมีงานชุมนุมบางอย่าง
เทพเลยเดินเข้าไปดูบ้าง พบว่า ด้านหน้ามีเวทีมวยยกพื้นขึ้นมา 1 เมตรมี เชือกสามเส้นผูกล้อมเอาไว้ เป็สี่เหลี่ยม ตรงกลางมีชายนักกล้ามชาวยุโรป ยืนอยู่กลางเวที มีโฆษก เอ่ยท้าทายฝูงชนว่า
“ พ่อแม่พี่น้องที่รักทั้งหลาย วันนี้ นี่คือ เฮกเตอร์ นักชกจากฝรั่งเศส ฉายา จอมพลังไร้พ่าย ใครหาญกล้าขึ้นมาต่อสู้กับเขา หากว่ายืนหยัดอยู่ได้เกิน 1 ยก จะได้ทองคำ 100 เหรียญ มีใครอยากได้ทองบ้าง ก้าวเท้าขึ้นมาเลย”
เทพส่ายหัว ไม่สนใจเพราะคิดว่า คงไม่มีใคอยากขึ้นไปตายแน่ ตัวของมันใหญ่ปานนั้น แม้นมีเชิงมวยสูง แต่ถ้าถูกมันกระแทก หรือกอดรัด กระดูกก็น่าจะหักได้
เทพเองมองร่าง ของทาเคชิแล้ว ช่างอ่อนแอยิ่งนัก ต่อไปเขาคงต้องฝึกฝนตนให้มีร่างกายเหมือนดังในอดีตให้ได้ เทพเดินผ่านตลาดท่าเรือขนส่งนานาชาติไป ก็เริ่มเข้าเขตการค้ารวม และ ก็แบ่งเขตออกไปอีกหลายเขต แต่ละเขตการค้าแต่ละประเทศ ก็มีตลาดมาวางขายสินค้า กันเป็จำนวนมาก บางทีซื้อสินค้ามาจากชาวอยุธยา ก็ขายต่อให้พ่อค้าต่างชาติ ที่เข้ามาแล้วนำสินค้าต่อไปเลย ไม่ต้องตระเวนหาซื้อที่ล้านนา หรือ ล้านช้าง หรือเขมร แม้กระทั่ง สินค้าจากฝั่งมลายู ยุโรป จีน
ก็มีขายกันมากมาย กลายเป็สินค้านานาชาติไปแล้ว ยกเว้น สินค้าต้องห้ามที่ต้องซื้อจาก ทางการเท่านั้น ไม่สามารถนำมาวางขายทั่วไปได้ แต่ก็มีขายในตลาดมืดอยู่ดี เทพเดินมาหยุดที่ตลาดใหญ่แห่งหนึ่ง เขียนว่าเขตการค้าญี่ปุ่น เทพเดินเข้าไป พบเห็นสินค้าญี่ปุ่นมากมาย มีลูกค้าที่เป็คนสยาม และคน จากประเทศอื่นๆ มาจับจ่าย ซื้อของกันเป็จำนวนมาก เทพเห็นคฤหาสน์ซาโต้ ที่ตั้งอยู่เด่นเป็สง่ากลางเขตการค้า ก็เลยเดินเข้าไปในทันที แต่ว่าในทันใดนั้น เซกิ กับ เซไก ก็เข้ามาหา แล้วดึงตัวมานั่งกินน้ำชา ที่ข้างทางเสียก่อน
“ นี่เ้าไปไหนมา พวกเราคิดว่าเ้าเข้ามา แก้แค้นเ้าซาโต้แล้วเสียอีก” เซไกเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
“ นั่นซิ พวกเรารอเ้ามาสามวัน เ้าไปไหนมากันแน่?”
เทพมองหน้าทั้งสองไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เลยเอ่ยออกไปว่า
“ ข้าไปวัดพนัญเชิงมา แล้วก็นั่งสมาธิ สงบจิตใจอยู่ สามวัน คิดว่าวันนี้ข้าจะเข้าไปหาเ้าซาโต้ จะได้จบๆ ไป”
“ จะบ้าหรือไง เ้าคนเดียวเนี่ยนะ?” พี่เซไกเอ่ยด้วยความใ
“ พวกมันมีอยู่ 150 คน ที่ด้านในคฤหาสน์ ทาเคชิเ้าต้องใจเย็นๆนะ” เทพพยักหน้ารับรู้ แล้วเอ่ยว่า
“ คืนนี้ ข้าจะลงมือลอบสังหารมัน” เทพเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม
แต่ไม่ทันที่สองพี่น้องจะเอ่ยห้ามปราม ก็มีชายหนุ่มแต่งชุดสีเหลืองตรงกลางมีรูปภาพดวงไฟ สามสิบคนเดินทางมาเป็ขบวน มีนักบวชอีกสิบคน แต่งชุดสีเหลืองสวมหมวกปีกสีแดงคล้ายพวกลามะ เดินอยู่ตรงกลาง มีรถม้าสี่ตัวลากเกี๊ยวหลังใหญ่ ชาวบ้านหลีกทางไปทั้งสองฝั่งข้าง มีบางคนถึงกับก้มลงกราบ คนในขบวนนี้
“ คนเหล่านี้เป็ใครกัน?”
“ พวกลามะนิกายไฟ” เซไกเป็คนตอบ
“ พวกมันเป็คนที่ เ้าซาโต้เชิญมา ่นี้พวกมันมีกองกำลังโรนิน มาเพิ่มอีกร้อยคน ไม่รู้ว่ามันคิดจะทำอะไรกันแน่? ” เซกิเอ่ยด้วยความสงสัย
“ พวกมันคงคิดอาศัยความวุ่นวาย ในราชสำนัก่นี้ ทำเื่ชั่วอย่างแน่นอน” เทพเอ่ยด้วยความมั่นใจ
“ แล้วเราจะทำยังไงกับมันดี” เซกิเอ่ยขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
“ ไม่ต้องทำอะไร ข้าจะลอบเข้าไป หากว่ามีโอกาสข้าจะสังหารเ้าซาโต้ เสียเลย”
“ ใจเย็นๆ ก่อน หลวงพ่อสั่งให้พวกเรามาคอยช่วยเ้า พวกเราเป็พี่น้องกัน ไม่ยอมให้เ้าไปตายอย่างแน่นอน” เซไกเอ่ยด้วยความเป็ห่วง
เทพเข้าใจทั้งสองดี แต่เื่นี้ไม่อยากให้พวกเขาทั้งสองได้รับอันตรายไปด้วย จึงท่องมนตร์กำบังกาย แล้วหายตัววับไป ทั้งสองคนเห็น เทพอยู่ดีๆ ก็หายตัวได้ ต่างถอยหลังใ มองหน้ากันเลิกลั่ก แล้วเทพก็มาปรากฏตัวที่ด้านหลังของทั้งสอง
“ เป็ไง คราวนี้พวกท่านไม่ต้องห่วงข้าได้แล้ว ข้ามีมนตร์กำบังกาย พวกมันไม่สามารถพบข้า ง่ายๆหรอก”
“ ใครเป็คนสอนเ้า”
“ เ้าสอนข้าด้วยได้ไหม” เซกิเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
“ ได้ซิ เอาไว้ข้ากลับมา ข้าจะสอนวิชาดาบ กับ มนตร์กำบังกายให้พวกท่านทั้งสองคน" เทพไม่ยอกบอกว่าใครสอนแต่
เซกิกับเซไก ต่างยินดีนักที่จะได้เรียนวิชา แล้วปล่อยให้เทพเข้าไป ในคฤหาสน์ของ ซาโต้เพียงคนเดียว
ในคฤหาสน์ซาโต้
ซาโต้ ตอนนี้ได้เป็ผู้ที่ผูกขาดการค้า ของญี่ปุ่นแต่เพียงผู้เดียว โดยการร่วมมือกับ ขุนไกรสีห์ เป็ตัวแทนจากราชสำนักเพื่อเก็บภาษีอากร ต่างชาติทั้งหมด แต่วันนี้ ทั้งสองได้นั่งปรึกษากัน โดยมีลามะนิกายไฟ เข้ามาพบ
“ ยินดีต้อนรับ ท่านลามะตันตระ และ สาวกทุกๆ ท่าน”
“ อมิตาพุทธ ยินดีเช่นกัน” หัวหน้าลามะตันตระเอ่ยตอบซาโต้
“ นี่คือท่านขุนไกรสีห์ นายภาษีอากรที่ท่าเรือ ท่านเป็ฝ่ายสนับสนุนพวกเราในการปฏิบัติการในครั้งนี้”
“ อมิตาพุทธ”
“ ท่านเป็นักบวช แล้วเหตุใดถึงมาร่วมในครั้งนี้ มันไม่ผิดกฏ ของท่านหรอกรึ?”
ขุนไกลสีห์เอ่ยด้วยความสงสัย
“ มิได้ อาตมาและลูกศิษย์นี้ สามารถเข้าร่วมได้ การฆ่ามาร จะทำให้พวกเราบรรลุอรหันต์ได้เร็วยิ่งขึ้น แต่ว่าหลังจากสำเร็จแล้ว ขอให้พวกท่านทำตามสัญญาด้วย” ขุนไกรสีห์ฟังเหตุผลแล้วถึงกับอึ้ง
“ ไม่มีปัญหา หากว่า พวกท่านจัดการกับ ครูบาชัยเสนแห่งจอมเวทย์แห่งล้านนาได้ ท่านออกญาให้คำมั่นว่า จะสร้างวัดลามะให้ท่านในกรุงศรี อย่างแน่นอน”
“ ท่านลามะไม่ต้องห่วง ท่านออกญาศรีวรวงศ์ ได้ร่วมมือกัน กับ ออกญาเสนาภิมุขแล้ว เื่กำลังทหารนั้นฝ่ายของ พระอุปราชไม่อาจต้านทานได้แน่ แต่ว่า ท่านทั้งสองเป็ห่วงเื่ คาถาอาคมของ ครูบาชัยเสนเท่านั้น ที่ครั้งหนึ่ง เคยปะทะกันแล้ว กลับถูกสัตว์เวทย์ ของครูบาชัยเสนจัดการขับไล่ ออกมาโดยไม่อาจสู้ได้เลย”
“ อาตมาให้สัญญาจะใช้ความรู้ทั้งหมดที่มี ช่วยสยบอาคมของ จอมเวทย์ท่านนี้เอง”
ทั้งหมดต่างยินดีกันทั้งสองฝ่าย เทพได้เข้ามาแอบฟังอยู่ก็ได้แต่ส่ายหัว นี่พระเ้าทรงธรรมยังไม่สิ้นพระชนม์ พวกมันทั้งสองกลุ่มกลับคิดเข่นฆ่าสังหารกันแล้ว แต่มีเื่หนี่งที่เทพนึกไม่ถึง ว่า ออกญาเสนาภิมุข ยามาดะ จะเกี่ยวข้องกับเื่นี้ด้วย
ทันใดนั้นเอง หูของลามะตันตระ ที่ยาวใหญ่ มีตุ้มหูกระดิ่งแขวนอยู่ก็เกิดสั่นขึ้น ส่งเสียงออกมา ลามันตันตระ หยิบคทาวชิระธิเบตออกมา แล้วเหวี่ยงไปที่เทพที่ฟังอยู่บนคานห้องโถง คทาวชิระสีทอง พุ่งเข้าหาเทพอย่างรวดเร็ว เทพถึงกับใ เพราะตัวคทาวชิระมีเสียงดัง ก้องหวีดออกมา ทำให้เทพไม่สามารถกลั้นลมหายใจได้ ต้องเปิดเผยตนออกมา จึงต้องะโลงมายืนที่พื้น ต่อหน้าทุกๆ คน
“ ทาเคชิ นี่แกยังไม่ตายอีกหรือนี่?”......