“มากินข้าวจ้า เด็กๆ” เสียงแม่ของเธอะโเรียกขึ้นมาถึงชั้นสอง
เธอหันหาอินแจตาลุกวาว เพราะเธอชอบเวลานี้ที่สุด
“แม่พี่ทำอาหารอร่อยมาก ไปกันเถอะ” เธอจับมืออินแจแล้วลุกจากเตียงพาไปที่ห้องกินข้าว
“แม่ทำไข่เจียวชะอมให้อินแจด้วย แม่ได้ยินมาว่าเธอชอบ” แม่ของอินแจบอกมาต่างหาก
“ขอบคุณครับ” เขาเดินไปในเก้าอี้ที่เธอเลื่อนออกมาให้
“กินได้เลยนะครับ ไม่ต้องรอแม่” แม่ของเธอเดินกลับเข้าไปในครัวอีกรอบ
“กินเลยๆ” เธอนั่งที่แต่ยังไม่ได้เริ่มกินข้าว นั่งมองอินแจที่เงอะงะ เธอเลยใช้ช้อนกลางตักไข่เจียวให้เขา
ตอนเขาตักกินพยายามหลบสายตาเธอ
อินแจเคี้ยวแล้วตาโต
“อร่อยใช่มั้ยๆ” เธอยิ้มถามเขา
“อร่อยมากครับ” เขากลืนเสร็จตอบเธอ
เธอตักไข่เจียวชะอมครึ่งชิ้นไปวางไว้ในจานข้าวของเขา
“ลูกก็กินบ้างสิ นี่กุ้งผัดซอสของโปรดลูก” แม่เธอหยิบจานกุ้งผัดซอสวางไว้หน้าเธอกับอินแจ
“ขอบคุณค่ะ!” เธอลงมือกินของตัวเองบ้าง ตักให้น้องชิมกุ้งผัดซอสบ้าง
มื้อนี้ผ่านไปด้วยความอบอุ่น ไม่ได้ทำให้อินแจรู้สึกอึดแต่อย่างใด
“อินแจ แม่ได้ยินมาว่าเดี๋ยวหนูขึ้นม.4 จะไปเรียนต่อที่เกาหลีหรอ?” แครอทที่ได้ยินแม่ถามอินแจก็สนอกสนใจบทสนทนาของพวกเขา
“ครับ..” เขาพยักหน้า กลับเป็แครอทเองที่ทำหน้าบึ้ง
“อย่างงี้หนูก็อดเล่นกับน้องแล้วสิ”
“เดี๋ยวน้องก็กลับมา น้องเป็ลูกครึ่งเกาหลีบางทีก็ต้องไปอยู่กับคุณพ่อบ้าง” แม่ลูบหัวเล็กปลอบใจแครอท แต่แครอทไม่รู้เลยว่าการกลับมาของเขาจะเปลี่ยนสถานะคนทั้งคู่ตลอดไป
“ป่ะ งั้นเราไปเล่นในสวนกันเถอะ บ้านพี่มีชิงช้าด้วยล่ะ!” ทั้งคู่กินข้าวเสร็จก็ไปเดินย่อยในสวนหลังบ้าน
ทั้งคู่ใช้เวลานี้ไปกับการเล่นสนุก เมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็ถึงเวลาที่อินแจต้องกลับเกาหลีอย่างที่แครอทไม่อยากให้มาถึงที่สุด
“อินแจ ต้องทักมาคุยกับพี่บ้างนะ” แครอทในอายุ 19 ปี ยืนกอดส่งอินแจอยู่ในสนามบิน
“เด็กทั้งสองสนิทกันมากเลยนะคะ” แม่อินแจยืนคุยอยู่กับแม่ของเธอ
“ใช่ค่ะ พอต้องจากกันมันก็ผูกพัน”
“โถ่ พี่แครอท ถ้าคิดถึงผมก็บินมาหาผมบ้างนะครับ” อินแจในอ้อมอกก้มหน้ามองแครอทที่เตี้ยกว่าเขาอยู่นิดเดียว
“อืม.. ถ้าพี่ไปต้องพาพี่เที่ยวนะ” เธอเงยหน้าสบตาอินแจ
“ได้สิครับ” แต่สิ่งที่แครอทจะไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ เพราะงานในมหาลัยของเธอผูกมัดไม่ให้เธอได้พักผ่อนเลย
“แล้วอินแจจะบินกลับมาหาพี่บ้างมั้ยนะ” เธอมุดอกคนน้อง
“มาอยู่แล้วสิครับ” แครอทที่ได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก คนที่เธอดูแลมาเองกับมือจากไปแบบนี้ รู้สึกเสียใจอยู่เล็กน้อย แต่คิดแค่ว่าเด็กมันต้องเติบโต
“อินแจได้เวลาแล้วลูก” แม่อินแจเรียก นี่เป็คำพูดที่แครอทไม่อยากได้ยินที่สุด แต่เธอก็ปล่อยคนน้องให้เป็อิสระ
“เจอกันครับ” อินแจบอกลาเธอเอาไว้แค่คำเดียว
“อืม” เธอพยักหน้าทำหน้าเหมือนคนจะไปไม่กลับคืน
“กลับบ้านกันเถอะ” แม่แครอทเดินมาจับมือเธอเดินกลับรถตู้ที่มาส่งอินแจ
4 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว แครอทเรียนจบนิเทศน์ศารสตร์การแสดง เธอถูกดึงตัวไปทำงานั้แ่ยังเรียนไม่จบ ทำให้เธอรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับอาชีพในอนาคตมากนักและคิดที่จะอยู่ในสายอาชีพนี้ต่อไปจนเธอไม่มีความชอบในการแสดงอีก
“รอท มีคนจะขอถ่ายรูปกับมึงอ่ะ” เพื่อนสาวของเธอชูมือเรียก
“เคมึง รอกูก่อน หน้ากูเยิ้ม” เธอยิ้มแป้งตลับออกมาส่องใบหน้าตัวเองแล้วแต่งเติมเสียหน่อย
“นี่เพื่อนเก่ากู ชื่อณาย” แบ๋มยืนอยู่ข้างผู้ชายหน้าตาดีคนนึง เขาเป็คนหน้าตาดีใบหน้าคม คิ้มหน้ารับกับดวงตาดูน่าดึงดูดและมีเสน่ห์ ผิวขาวเนียนดูแลตัวเองดี ผมเขาถูกจัดทรงเรียบร้อย ดูสะอาดตาและทันสมัย เสื้อผ้าสีเรียบง่ายมีรสนิยม
“ณายเป็นักแสดงเหมือนกันมึง บางทีอาจจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน รู้จักกันเอาไว้ก็ดี” แบ๋มสาวตัวเล็กยิ้มน่ารักให้ นางเป็เพื่อนสาวสนิทเพียงคนเดียวของเธอ
“ดีค่ะ แครอทค่ะ” เธอจับมือกับเขาแล้วยิ้มหวานให้
“ครับผม..” เขาจับมือแล้วมายืนข้างเธอเพื่อถ่ายรูป
“ชิดกันอีกๆ” แบ๋มบอก เธอก็เขยิบเขาใกล้เขาอีกนิดแต่ก็ยังมีระยะห่างอยู่
“อีกนิดเดียว ชิดๆกันเลยมึง” แบ๋มพูด ณายกับเธอขยับพร้อมกันจนแผ่นหลังเธอชิดกับแผงอกแกร่งของณาย
“โอเค สวยมาก” แบ๋มคนถ่ายรูปให้กดถ่ายรัวๆ
“พอแล้วมั้งมึง” แครอทขำกับสิ่งที่เพื่อนสาวเธอทำ
“อีกนิดๆ” แบ๋มพูดพร้อมขยับกล้องเปลี่ยนมุมบ้างครึ่งตัวบ้างเต็มตัวบ้าง
“ขอโทษนะครับ” เสียงผู้ชายทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหลังแบ๋มทำเอาเธอสะดุ้งโหยง