หลังจากที่นาง ได้รับข้าวต้มผักใส่เกลือมาจากเสี่ยวผิง นางก็ก้มหน้าก้มตา รีบทานอย่างไว เนื่องจากตลอดระยะเวลา 3 วันที่นางได้หมดสติไป ไม่มีอะไรตกถึงท้องนางเลย
เวลาผ่านไปราวๆ 15 นาที
" พี่เสี่ยวผิงเ้าคะ ท่านพ่อและท่านแม่รวมทั้งพี่ชายและพี่สาวของข้า พวกเขาตอนนี้อยู่ที่ไหนหรือเ้าคะ "
"บ่าวคิดว่าน่าจะกำลังกลับมาที่จวนแล้วเ้าค่ะ เพราะว่านายท่านออกไปได้หลายวันแล้วครบกำหนดที่นายท่านจะกลับมาเ้าค่ะ"
"ส่วนคุณหนูรองก็น่าจะกลับมาจากไปรับผ้า ภายในวันนี้เช่นเ้าคะ"
ในตอนที่เกิดเหตุโดยปกติแล้ว พี่สาวของนางมักจะอยู่เรือนเพื่อปักผ้าเสมอ แต่ในวันนั้นจู่ๆก็มีคำสั่งจากฮูหยินใหญ่ซึ่งเป็ป้าสะใภ้ของนางสั่งให้พี่ ของ นางไปรับผ้าด้วยตัวเอง
โดยผ้าที่ให้พี่สาวของนางไปรับนั้น ค่อนข้างที่จะมีมูลค่าสูง เนื่องจากเป็ผ้าที่ทำมาจากไหมตะวัน
ผ้าไหมตะวันนี้มีสีดำ แต่ถ้าว่าหากัักับแสงแดดจะมีประกายสีแดงระยิบระยับเหมือนหยอกล้อกับแสงตะวัน ทำให้ไหมชนิดนี้ถูกตั้งชื่อว่าไหมตะวัน
นอกจากผ้าชนิดนี้ส่งประกายได้แล้วยังสามารถทนความร้อนสูงได้อีกด้วย เพราะนอกจากที่มันจะทนความร้อนมันยังทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็นสบายอยู่ตลอดเวลา
มันจึงมักเป็ที่้าของเหล่าคุณหนูและฮูหยินทั้งน้อยใหญ่ รวมถึงเหล่าเชื้อพระวงศ์ นางสนม ผู้ครองแคว้น หรือแม้กระทั่งผู้มีอิทธิพลต่างๆก็ยังอยากที่จะผ้าไหมชนิดนี้แทบทั้งสิ้น
เพราะว่าผ้าไหมนี้ ค่อนข้างที่จะหายากภายใน 1 ปี อาจจะผลิตขึ้นมาได้ไม่ถึง 10 เต็มที่ก็ไม่เกิน 20 พับต่อปี แต่ทว่าในปีนี้ที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ทำให้ปีนี้มีมากถึง 20 พับ เลยทีเดียว
ราคาผ้าไหมตะวันนี้ค่อนข้างที่จะสูงโดย 1 พับของผ้าไหมนี้สามารถตัดได้ 2 ชุด ราคาสงวนอยู่ที่พับล่ะ 100 ตําลึงทอง ตามประกายของผ้าไหม ยิ่งพับไหน ส่องประกายมากที่สุด ก็จะราคาแพงที่สุด โดยในปีนี้พับที่แพงที่สุด มีราคาถึง 700 ตำลึงทอง ซึ่งเป็ผ้าที่ มีประกายที่สุดแทบจะไม่หลงเหลือสีดำอยู่เลยทำให้ผ้าพับนี้กลายเป็สีแดงอมดำ
หน่วยของเงินในโลกนี้
100 อีแปะ เท่ากับ 1 ตำลึงเงิน
1000 ตำลึงเงิน เท่ากับ 1 ตำลึงทอง
1000 ตำลึงทอง เท่ากับ 1 หยกขาว
แต่คราวนี้ทางตระกูลฝู ได้มาทั้งหมดถึง 3 พับ จึงต้องรีบเร่งเดินทางเพื่อไปรับผ้ามา เพื่อให้ฝูจิงหยู ผู้เป็พี่สาวของนางนำไปปักและตัดชุดเพื่อนำถวายให้แก่ผู้ครองแคว้นหลิง
โดยทุกงานปักของ ฝูจิงหยู ในแต่ละงานจะไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า เป็ฝีมือของนางเนื่องจากทางตระกูลฝู ไม่้าให้นางมีชื่อเสียง จึงทำการบอกกล่าวกับคู่ค้าว่า ทุกงานปักได้มาจากชนเผ่าต่างแคว้นเพียงเท่านั้น
ในครั้งนี้นางเดินทางไปถึง 3 วัน เพื่อรับผ้าและเดินทางกลับโดยไม่รู้เลยว่าทางจวนของนางได้เกิดเื่ขึ้น...
#จวนตระกูลฝู#
จวนตระกูลฝูตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแคว้นห่างจากศูนย์กลาง การปกครองของแคว้นราวๆ 500 ลี้ ถึงแม้ แคว้นหลิงจะค่อนข้างที่ใหญ่โต แต่บ้านเรือนกลับไม่ได้มีมากมายเท่าที่ควร
เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของ แคว้นหลิง จะเป็ป่าเขาซะส่วนมาก โดยทุกป่ายังมีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็ที่้าคนต่างแคว้นหรือแม้แต่ต่างทวีปก็ยังเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย
ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาทำให้สัตว์อสูรของแคว้นนี้ค่อนข้างที่จะมีมาก เหล่านักล่าอสูรจึงมีรายได้มากพอสมควร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของนักล่าอสูรว่ามีฝีมือมากน้อยเพียงใด
สินค้าส่วนใหญ่ของแคว้นจึงมักจะประกอบไปด้วย ของป่าหายาก พวกหินปราณ จิตผลึกอสูร ซากสัตว์อสูร ขน เขาอสูร สมุนไพรหายาก หรือแม้กระทั่งสัตว์อสูรที่พร้อมจะให้ผู้ซื้อทำพันธะสัญญาได้ทันที
ถือเป็แคว้นที่ค่อนข้างที่จะมั่งคั่งเลยทีเดียวถึงแม้ว่าบ้านเรือนของผู้อยู่อาศัยจะไม่มากมายนักแต่ถ้าว่าทุกหลังกลับเต็มไปด้วยของมีค่า แต่ล่ะหลัง แต่ล่ะจวนมักตกแต่งอย่างสวยงาม
ถนนทุกเส้นในเมืองหลวงมักประดับและตกแต่งด้วยหินปราณอย่างงดงาม ถนนทุกเส้นก็จะเห็นสัตว์อสูรที่เป็สัตว์อสูรได้ในพันธะของเหล่าบรรดาคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่นำมาอวดโฉมเดินเต็มท้องถนน
เพราะว่าที่ดินในแคว้นนี้มีราคาค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว มันจึงเป็การคัดกรองผู้อยู่อาศัยระดับหนึ่ง หากอยู่ภายในตัวเมืองหลวงของแคว้นจะมีค่ามาก ถึงหมู่ละ 100 ตำลึงทอง
แต่ถ้าเป็ที่ดินพร้อมที่พักอาศัย ราคาอาจเพิ่มอีกถึงหมู่ละ 400-500 ตำลึงทองเลยทีเดียว ทำให้ผู้ที่จะมีบ้านพักอาศัยอยู่ในเมืองนี้จะต้องมีฐานะค่อนข้างที่จะร่ำรวย มั่งคั่ง ต้องมีทั้งเงินและอำนาจจึงจะสามารถที่ดินได้
จวนตระกูลฝู มีพื้นที่ราวๆ30 หมู่ แบ่งเป็เรือนหลัก 1 หลังและเรือนรอง ซ้ายขวา อีกอย่างละ 1 หลัง ด้านหลังสุดของพื้นที่เป็เรือนของคนรับใช้ เรือนหลักของตระกูลฝูจะเป็ของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน
ส่วนเรือนรองฝั่งซ้ายจะเป็ของแม่ทัพฝูและฮูหยิน ในส่วนของเรือนรองฝั่งซ้ายนั้น ยังมีเรือนแยกออกอีก 2 เรือน ซึ่งเป็เรือนของ บุตรสาวและผู้ชายของแม่ทัพ ฝูนั่นเอง
ส่วนเรือนรองฝั่งขวาซึ่งเป็ที่อยู่ของครอบครัวนางมีแค่เรือนรองหลังเดียวซึ่งในเรือนนี้มีห้องอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ห้องเพียงเท่านั้น เมื่อลองเปรียบเทียบกันแล้ว
ยิ่งเห็นได้ชัดว่าครอบครัวของนางไม่ได้รับความเป็ธรรมอะไรเลย
" ตึก ตึก ตึก ตึก "
เสียงเหมือนฝีเท้ากระแทกกับพื้นอย่างดังมาจากทางหน้าประตูของเรือนก่อนที่จะมีใครคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา
ผู้มาใหม่เป็ชายผู้หนึ่ง มีอายุราวๆ 38 ปี มาพร้อมกับหญิงสาวอายุน่าจะไล่เลี่ยกับฝ่ายชายถึงแม้จะอายุเข้าวัยกลางคนแล้ว
แต่ก็ยังคงมีความสง่างามของบุรุษเพศ ด้วยความสูงราวๆเกือบ 189 ซม.ใบหน้าดุดัน แต่ถ้าว่าสายตาที่มองมายังคงมีความอ่อนโยน
และหญิงสาวที่มาพร้อมกับชายผู้นี้ นางสูงราวๆ 175 ซม. รูปร่างอรชรอย่างที่สตรีเพศพึงจะมี ผิวค่อนข้างที่จะขาวซีด ไม่ค่อยมีชีวิตชีวา ใบหน้าของนางจัดว่างามมีความคล้ายคลึงกับนาง อยู่ถึง 3 ส่วน เพียงเท่านี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบุคคลทั้งสองตรงหน้าคือท่านพ่อท่านแม่ของนางนั่นเอง
" หลินเออร์ลูกแม่ เ้าเป็ยังไงบ้าง ยังเจ็บยังปวดตรงไหนอยู่ไหม มาให้แม่ดูซิ "
"พวกมันทำอย่างนี้ได้ยังไง ข้าไม่เคยพูดไม่ใช่ว่าข้าจะเกรงกลัวอะไรนะ "
"ท่านพี่ ท่านก็รู้ว่าตลอดระยะเวลา ที่เราอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาไม่เคยให้ความเป็ธรรมกับเราเลย ข้าไม่เคยบ่นไม่เคยเรียกร้องอะไรจากพวกเขา แต่ครั้งนี้ข้าทนไม่ได้แล้ว "
"น้องหญิงเ้าอย่ากังวลใจไปเลย อย่าว่าแต่เ้าเลยแม้กระทั้งข้า ก็คิดว่ามันสมควรแล้วที่เราจะออกจากตระกูลนี้"
"ข้ารอคำนี้ของท่านพี่ มานานแล้วเ้าค่ะ"
เสียงหวานของมารดานาง กล่าวออกมาพร้อมทั้งแย้มยิ้มดีใจที่ในที่สุด ความอดทนที่สามีนาง ต้องอดกลั้นมาอย่างยาวนานก็หมดลงไป!!!
" เอาล่ะน้องหญิง เ้าช่วยเก็บของและไปตามลูกหญิงมาทีเถอะ เราจะได้ออกจากตระกูลนี้ซะที "
"เออ .. เออ ..ท่านพ่อท่านแม่เ้าคะ ถ้าเราออกจากตระกูลนี้ เราจะไปอยู่ที่ใดหรือเ้าคะ "
หลังจากที่นางนั่งนิ่ง ฟังบทสนทนาของบิดาและมารดาของนางมาซักพัก ไป๋หลินจึงซักถามออกไป ด้วยความกังวลใจเพราะว่าต้นสายปลายเหตุ ย่อมมาจากตัวนาง
"ลูกแม่เ้าอย่ากังวลใจไปเลย ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีจวนที่ใหญ่โตให้อยู่อาศัย แต่แม่ของเ้า ยังพอมีสินเดิมเป็ที่ดินซึ่งเป็ของเราเอง สามารถให้เราสร้างที่พักอาศัยได้เ้า อย่าได้กังวลใจในเื่นั้น "
"จริงหรือเ้าคะท่านแม่ เราจะมีจวนที่เป็ของเราจริงๆแล้วใช่ไหมเ้าคะ"
"ย่อมเป็เช่นนั้น เ้าสบายใจได้ "
มารดาของนางกล่าวปลอบใจนางพร้อมทั้งเอามือลูบหัวนางอย่างรักใคร่ ทำให้ไป๋หลินรู้สึกถึงความอบอุ่นและความรักที่มารดาของนางมีให้
ในชาติที่แล้วที่นางกำพร้า นางมักจะโหยหาความรัก โหยหาครอบครัวที่ขาดหาย แต่ในเมื่อวันนี้นางได้มีชีวิตใหม่ได้มีครอบครัวใหม่นางขอสัญญาด้วยชีวิต ว่านางจะดูแลและปกป้องครอบครัวของนางอย่างสุดความสามารถเท่าที่นางจะทำได้......