ด้านหลี่หยางเหมยที่กลับมาที่ห้องของเล่าฮูหยินก่อนจะแสร้งตีหน้าเศร้าพร้อมกับบีบน้ำตา
“อ้าวหยางเหมยเ้ามาแล้วเช่นนั้นหรือไหนว่าจะเอาน้ำชาไปให้จ้วนสือกันเหตุใดจึงได้รีบกลับมา แล้วนั่นมือเ้าไปโดนอะไรมา”เล่าฮูหยินถามนางด้วยความเป็ห่วงมือเห็นรอยแดงเล็กๆที่มือของนาง
“ไม่มีอะไรเ้าค่ะเล่าฮูหยิน”
เล่าฮูหยินรีบเดินไปจับมือของนางเพื่อดูว่าร่องรอยนั่นเกิดจากอะไร
“เอ๊ะนี่มันรอยน้ำร้อนลวกไม่ใช่หรอกหรือ”นางถามหลี่หยางเหมยอย่างเป็ห่วง
หลี่หยางเหมยแสร้งบีบน้ำตาในทันที
“ข้าน้อยไม่เป็อะไรเ้าค่ะ”
“ไม่เป็อะไรเช่นไรกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเ้าบอกข้ามาเดี่ยวนี้”
นางรีบหลุบตาต่ำลงในทันที
“เมื่อครู่ข้าน้อยตั้งใจจะยกถาดขนมกับน้ำชาไปให้นายท่านแต่เหวินฮูหยินนาง”
“นางอะไร”
“นางกระชากถาดไปจากมือข้าน้อยเ้าค่ะทำให้น้ำชากระเด็นถูกมือของข้าน้อย”
“เ้าว่าอะไรนะ นี่เฟิงเหอกล้าทำเช่นนั้นเลยงั้นหรือ”
“ข้าน้อยผิดเองเ้าค่ะ เหวินฮูหยินคงไม่พอใจที่เล่าฮูหยินจะให้ข้าน้อยเข้ามาเป็อนุภรรยาของนายท่าน”
“นางมีสิทธิ์อะไรที่จะไม่พอใจในเมื่อนี่คือคำสั่งของข้าและอีกอย่างนางก็ผิดเองที่ไม่ยอมมีทายาทให้กับตระกูลเหวิน เดี๋ยวข้าจะต้องจัดการนางให้เด็ดขาด”เล่าฮูหยินพูดขึ้นด้วยความโมโห
หลี่หยางเหมยแสยะยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ
ด้านหลี่เหมยหยาที่ออกมาดูร้านขายผ้า นางมองดูผ้าไหมที่นางนำมาจากเมืองไฉ๋ตงซึ่งตอนนี้ถูกขายออกจนแทบจะหมดร้าน
“เหวินฮูหยินเ้าคะ คุณหนูจากตระกูลเว่ยอยากได้ผ้าไหมสีชมพูจากเมื่อไฉ๋ตงแต่ตอนนี้ผ้าไหมภายในร้านเหลือเพียงไม่กี่ผืนอีกทั้งยังไม่มีผ้าไหมสีชมพูเหลืออยู่เลยเ้าค่ะ”คนงานในร้านรีบเดินมารายงานเหวินเฟิงเหอ
เหวินเฟิงเหอเมื่อได้ฟังดังนั้นในหัวของนางก็ผุดนึกถึงเมื่อครั้งที่นางเคยเป็แม่ค้าออนไลน์ นางดีดนิ้วพร้อมกับยิ้มออกมาราวกับมีไอเดียดีๆขึ้นมา นางมองดูคุณหนูเว่ยที่เดินดูผ้าชนิดต่างๆอยู่ภายในร้านก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาในทันที
“คุณหนูเว่ย ข้าได้ยินมาว่าท่านกำลัง้าผ้าไหมจากเมืองไฉ๋ตงใช่หรือไม่”
คุณหนูตระกูลเว่ยยิ้มให้กับนาง
“ท่านคงเป็ฮูหยินของคหบดีเหวินสินะ”
นางพยักหน้าให้กับคุณหนูตระกูลเว่ย
“ดีจริง ข้าได้ยินคนในร้านบอกว่าท่านเป็คนคัดเลือกผ้าไหมที่นำมาขายในร้านด้วยตัวเอง”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าเป็คนคัดเลือกด้วยตัวเองทุกผืนดังนั้นผ้าไหมทุกผืนข้าจึงมั่นใจว่าเป็ผ้าที่ดีและปราณีต”
คุณหนูตระกูลเว่ยพยักหน้าให้กับนาง
“แต่หน้าเสียดายยิ่งนักที่ข้ามาช้าไปจึงไม่ทันผ้าไหมเ่าั้”
เหวินเฟิงเหอยิ้มให้กับคุณหนูตระกูลเว่ย
“คุณหนูอย่าได้เสียดายไปเลย ข้าได้ยินคนงานในร้านบอกว่าท่าน้าผ้าไหมสีชมพูเช่นนั้นหรือ”
คุณหนูตระกูลเว่ยยิ้มพร้อมกับใบหน้าที่มีความหวัง
“ใช่ ในร้านท่านยังมีเหลือเช่นนั้นหรือ”
เหวินเฟิงเหอส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่มีเ้าค่ะ”
คุณหนูตระกูลเว่ยถึงกับหน้าถอดสีในทันที
“แต่หากคุณหนูอยากได้ข้าก็สามารถหามาให้ได้แต่อาจจะต้องรอสินค้า สามถึงสี่วันได้หรือไม่เ้าคะ”
คุณหนูตระกูลเว่ยเผยยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ได้สิ หากท่านหามาได้ข้าก็รอได้”
เหวินเฟิงเหอยิ้มให้กับนาง
“แล้วสีชมพูเช่นใดที่คุณหนู้าบอกข้ามาได้เลยข้าน้อยจะไปจัดหามาให้”
คุณหนูตระกูลเว่ยรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่มีสีชมพูอ่อนขึ้นมาพร้อมกับยื่นให้เหวินเฟิงเหอ
“ข้าอยากได้แบบนี้เหวินฮูหยินหาให้ข้าได้หรือไม่”
เหวินเฟิงเหอหยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูอ่อนขึ้นมาดูก่อนจะยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้กับคุณหนูเว่ยเพราะสีที่นางนำมาให้ดูเป็สีที่ไม่ได้แปลกอะไร ที่ร้านขายผ้าไหมในเมืองไฉ๋ตงก็มีเกือบทุกร้าน
“ได้เ้าค่ะ อีกสามถึงสี่วันข้าน้อยจะให้คนนำผ้าไหมสีชมพูไปส่งคุณหนูที่จวนเอง แต่ก่อนอื่นคุณหนูจะต้องจ่ายค่ามัดจำผ้าไหมล่วงหน้ามาก่อนครึ่งหนึ่งพร้อมกับลงลายมือเพื่อยืนยันรับผ้าไหมนะเ้าคะ”
คุณหนูตระกูลเว่ยขมวดคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นร้านไหนทำมาก่อนแต่เพราะอยากได้ผ้าไหมนางจึงยอมจ่ายเงินให้กับเหวินเฟิงเหอก่อนครึ่งหนึ่งพร้อมกับประทับลายนิ้วมือในกระดาษสัญญารับสินค้าที่เหวินเฟิงเหอทำขึ้น