ตอนที่3:เพื่อนคนแรก
หลังจากที่ผมได้ฟังเื่ราวคร่าวๆ ของเ้าของร่างนี้ดูเหมือนเขาจะได้รับชื่อว่า “แสงแห่งความหวัง” ดูเหมือนตัวเขาเองจะมีความสามารถเก่งกาจกว่าใครๆ เป็เหมือนดังพระเ้าที่คอยช่วยเหลือและปกป้องผู้คน….แต่ความซวยก็คือตัวผมที่มาจากโลกอื่นนั้นดันต้องมาใช้ชีวิตในร่างของคนที่สุดยอดสุดๆ… ผมเริ่มสังหรใจถึงความซวยที่ผมเองก็ไม่อาจจะคาดคิดได้เลย….
อ่ะก่อนหน้านั้นถึงคราวที่ผมต้องบอกเื่ของผมให้คุณทราบสักหน่อยแล้วในโลกก่อนผมมีชื่อว่า “ไคน์” ผมอายุ25ปีอาหารที่ชอบก็อาหารญี่ปุ่น เป็พวกรักสันโดษไม่คบหาใครเป็พิเศษ(เพราะเข้าสังคมไม่เก่ง)….ไม่มีเพื่อนพี่น้องครอบครัวของผมก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตอนที่ผมเรียนจบได้ใหม่ๆ
เื่ก่อนหน้านี่ที่ผมเล่าเหตุการณ์ให้คุณฟังว่าผมกำลังดื่มอยู่กับเพื่อนๆใช่ไหม? สำหรับผมนั่นก็เป็แค่เพื่อนร่วมงานก็เท่านั้นแหละ… ผมตัวคนเดียวสุดๆแต่ผมก็มีวิธีการหาความสุขต่างๆ เช่นดูอนิเมะและก็ดูอนิเมะและจบด้วยการดูอนิเมะ… ชีวิตของผมมันดูธรรมดาใช่ไหมหล่ะเต่เชื่อผมเถอะผมมีความสุขกับมันมากๆ ….
(โอตาคุชัดๆ)
“เ้าไม่ใช่ไครอสตริงๆ สินะ” เสียงของาาที่แอบฟังอยู่
ระหว่างที่ไคน์กำลังพูดคุยกับไอรีนอยู่นั้นาาที่ได้แอบฟังก็กล่าวแทรกขึ้นมา ทั้งสองคนต่างก็ใเล็กน้อยเพราะอยู่ดีๆก็มีท่านาาโผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง…
(จริงๆก็พูดให้เสียงแล้วหนิถือว่านับได้มะ?)
“ข้าไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ไครอสผู้นั้นจะหายไปตลอดกาลเช่นนี้” ท่านาาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นและแสดงท่าทีอ่อนแรง
“ท่านพ่อ!!!….” องค์หญิงพูดด้วยความใองค์หญิงไอรีนรีบวิ่งไปพยุ่งตัวท่านาา
“ท่านเชื่อเื่แบบนั้นด้วยหรอเนี่ย?” ไคน์พูดด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆทั้งสิน
(กวนบาทานี่หว่า?)
“ข้าก็ไม่อยากจะเชื่อหรอก… แต่เ้าก็คงไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกหนิจริงไหม?”
“…………” ไคน์เงียบและแสดงสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเคย
(กวนบาทาจริงๆด้วย)
ท่านาาเล่าเหตุหารณ์หลังจากที่ท่านาากำลังจะหาความจริงของข่าวการตายของไครอสเขาได้ติดต่อไปหาผู้สงสารแล้วแต่กลับไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ ทั้งสิ้น….ตอนนี้ได้แต่รอคนสงสารเพื่อถามความเป็มาให้แน่ชัด
“ฉันขอถามอะไรพวกคุ….พวกท่านสักหน่อยได้ไหมพะยะค่ะ” ไคน์แสดงท่าทีสุภาพ
(สุภาพตรงไหนเอ่ย?)
“เื่อะไรงั้นรึ”
“ไครอสเป็คนี่เก่งกาจแถมอีกทั้งมีฝีมือและความสามารถจนาดนั้น…. ทำไมคนในอณาจักรเหมือนกับจะไม่รู้จักเขาเลยล่ะ”
(ไคน์เลิกสุภาพแล้ว)
“นั้นก็เพราะเป็นิสัยติดตัวของเขาไงหล่ะ….เขาคอยช่วยเหลือผู้คนอยู่เงียบๆ เขาไม่้าเป็ที่รู้จักกับผู้คนภายนอกหน่ะ”
“งั้นหรอ… แล้วนอกจากผู้คนในราชวังก็ไม่มีใครรู้จักเขาแล้วงั้นหรอ?”
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอก…ถึงจะกลุ่มน้อยแต่เขามีชื่อเสียงเฉพาะกลุ่มไม่น้อยเลยล่ะ”
นั้นคงจะเป็เหตุผลที่เขาถูกจับตัวไว้ในตอนที่ฉันตื่นมาสินะ….ซวยจริงๆเล๊ย!!!…. แล้วทำไมพี่แกไม่คิดจะขัดขื่นอะไรเขาหน่อยหรือไงมีความสามารถก็ไม่น่าจะโดนจับตัวไว้ง่ายๆ สักหน่อย…หรือเพราะความดีในตัวมันสั่งไม่ให้ทำหรือไง….หน๋อยถ้าดีจริงจะทำให้ฉันมารับแทนได้ยังไงกันฟร๊ะ!!!!
(ก็เขาไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า?)
“ท่านาาครับ!!!!….เกิดเื่ใหญ่แล้วครับ” เสียงของทหารนายหนึ่งที่อยู่ๆก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามา
“เกิดอะไรขึ้น?!!!”
“มีข่าวสารแจ้งมาว่าพบศพของคนส่งข่าวเสียชีวิตอยู่ที่ชายแดนเมืองขอรับ!!!”
“?!!!” ท่านาาเงียบและแสดงสีหน้าตื่นตระหนก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?” องค์หญิงกล่าวขึ้นมาพร้อมแสดงสีหน้าตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน
เื่อะไรอีกล่ะเนี่ย… มีแต่ปัญหาเข้ามาไม่เว้นวันจริงๆ คงต้องหาเวลาไปไถบาปให้นายสักหน่อยแล้วไครอส… หรือมันซวยที่ฉันหว่า?
ไคน์เงียบและคิดแต่เื่ไร้สาระพร้อมแสดงสีหน้าไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น(ไอชาติชั่ว)
“รวบรวมทหารไปสำรวจรอบๆ ที่เกิดเหตุแล้วรีบมารายงานข้า!!!”
“ขอรับท่านาา!!!” ทหารนายนั้นรีบวิ่งออกไปด้วยท่าทางเร่งรีบ
“ท่านพ่อคะ…มันยังไงกันแน่คะ?”
“ข้ารู้สึกถึงเื่แปลกๆ พวกเ้าทั้งสองห้ามออกไปนอกวังเด็ดขาดเข้าใจไหม”
“?!!!” ไคน์นิ่งเงียบำร้อมทั้งแสดงสีหน้าตื่นตะหนกอย่างสุดขีด
นี่…. ตัวฉันก็ยังถูกห้ามไม่ให้ออกไปนอกวังอีกหรอ?!!! ั้แ่ที่ฉันมาอยู่ที่นี่ตัวฉันไม่มีอิสระอะไรแล้วงั้นสินะ…
ไคน์นึกและทำสีหน้าเหมือนคนตายทั้งเป็
หลังจากได้รับคำสั่งของาาไคน์และไอรีนก็ได้แต่เฝ้ารอสถานการณ์อยู่ภายในราชวัง…ทั้งสองคนแยกย้ายกันกลับห้องของตนเอง แต่ดูไคน์ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเป็พิเศษเพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้เื่อะไรมากมายและยังมีเื่ที่เข้าสงสัยอยูทเต็มหัวไปหมด
ก๊อกๆ
“? ….” ไคน์ที่อยู่ในห้องนอนกำลังสงสัยว่าใครเป็เคาะประตู
“ข้าเอง….” เสียงขององค์หญิงไอรีนพูดผ่านประตูห้องนอน
ไอรีนงั้นหรอ? …มีเื่อะไรอีกละเนี่ย… ขอฉันอยู่คนเดียวสักหน่อยไม่ได้หรอครับเนี่ย….
“ไม่อยู่คร้าบบ…” ไคน์ตอบกลับด้วยสีหน้าหน้าเหนื่อยล้า
(แมร่งกวนบาทาจริงๆ)
“นี่ข้าจริงจังนะ” องค์หญิงตอบกลับด้วยความแน่วแน่ถึงในใจจะหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ
เห้อ….เอาเถอะฉันเองก็มีเื่อยากจะถามเธออยู่เหมือนกัน…
“มีอะไรงั้นหรอ?” ไคน์เดินไปเปิดประตูห้องพร้อมทั้งถามไอรีน
“ข้าขอคุยด้วยได้ไหม?”
“ก็ได้….เข้ามาก่อนสิ”
หลังจากที่ไคน์เชิญองค์หญิงไอรีนให้เขามานั้งคุยในห้องของตน องค์หญิงก็เดินไปนั้งที่เตียงนอนแบบเงียบๆ และเหมือนเธอกำลังมีเื่คาใจเธออยู่
“เ้ามีนามว่าอะไรงั้นหรอ?” ไอรีนถามด้วยความจริงใจและสงสัย
อ๋อ…หมายถึงชื่อของฉันเองงั้นสินะ…แต่ทำไมถึงอยากจะรู้หล่ะ? ฉันว่าฉันมันใจว่ามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้นนะ?…. แต่ก็ช่างเถอะมันคงเป็มารยาทของเธอก็แค่นั้นหล่ะมั้ง ?
“ฉันชื่อว่าไคน์” ไคน์ตอบไปด้วยท่าทีนิ่งเชย
“ท่านไคน์สินะ”
“ใช่แล้วชื่อฉันเองไมเหย๋อ” ไคน์ตอบกลับด้วยท่าทีกวนประสาทเพราะเขาคิดว่าไม่จำเป็ต้องสุภาพ
(นี่ก็เกินไปพี่ชาย)
“มันอาจจะไม่ดีกับตัวท่านสักเท่าไหร่แต่ขอข้าเรียกท่านว่าไครอสได้ไหม?” ถึงไอรีนไคน์พูดจาแบบนั้นแต่เธอก็ถามไคน์ต่ออย่างปกติ
“……”
“ถ้าท่านไม่พอใจก็ไม่เป็อะไรหรอกนะ”
“ได้สิ” ไคน์ตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง
(ได้ไง?)
“ท่านจะไม่โกรธข้าจริงๆ ใช่ไหม?!!!” ไอรีนที่ได้ยินคำตอบเธอใอยู่เล็กน้อย
“แล้วฉันจะโกรธเธอเพื่ออะไรอีกหล่ะ…อีกอย่างนี่ก็เป็ความจริงที่ร่างนี้ไม่ใช่ของฉันและทั้งสถาณที่นี้ก็ไม่ใช่ที่ที่ฉันเคยอยู่ด้วย” ไคน์บอกเหตุและผลให้ไอรีนฟังอย่างชัดเจน
(หล่อจริงจริ๊ง)
“งั้นหรอ?…. เพราปกติพวกเรามักจะพูดคุยเื่ต่างๆ เป็ประจำหน่ะ…ข้ายังไม่อยากเชื่อเลยว่าไครอสจะไม่อยู่แล้วจริงๆ มันคงเป็การเอาแต่ใจของข้าก็เท่านั้น”
“…….”
“ข้าแค่รู้สึกเหงาขึ้นมาเลยอยากจะหาเพื่อนคุยด้วยหน่ะ” ไอรีนพูดและแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา
ผมเห็นสีหน้าไอรีนได้อย่างชัดเจนเธอแตกต่างกับที่เจอกันครั้งแรกเลย…แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นของเธอหรอกนะเพราะฉันเองก็เคยสูญเสียคนสำคัญไปเหมือนกัน
“ฉันก็พอจะเข้าใจเธออยู่นิดหน่อยนะถึงฉันจะให้เธอเรียกฉันว่าไครอสก็จริง…แต่ก็อยากให้เธอจำเอาไว้ว่าฉันไม่ใช่ไครอสที่เธอรู้จักอีกต่อไปแล้ว”
“ข้า…..ข้าเข้าใจท่าน”
ฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย…ฉันไม่มีเพื่อนพี่น้องหรือคนรักคนรู้จักเลยไม่ค่อยเข้าใจว่าเวลานี้ฉันควรจะทำตัวอย่างไรแต่ก็จะให้ปล่อยไว้เชยๆ ก็ไม่ได้ด้วยสิ…
“เอาเป็ว่าถ้าอยากจะพูดอะไรก็พูดมาได้นะถึงฉันจะไม่เข้าใจหรือช่วยอะไรเธอไม่ได้ก็เถอะ แต่อย่างน้อยฉันก็รับฟังได้นะ”
“ขอบคุณท่านมากนะท่านมีจิตใจงดงามจริงๆ” ไอรีนยิ้มออกมาด้วยความจริงใจ
“งะ…งั้นหรอ” ไคน์ที่ถูกชมก็รู้สึกเขินขึ้นมานิดๆ
ไอรีนเธอเริ่มยิ้มขึ้นมาแล้วแต่ดูยังไงก็เธอก็ดูเหมือนกำลังเศร้าและยังสับสนอยู่แน่ๆ ฉันคงต้องลองหาวิธีทำอะไรสักอย่าง…
“งั้นขอฉันถามอะไรเธอหน่อยสิ?”
“…….?”
“ฉันอยากรู้เื่ของไครอสมากกว่านี้หน่อยหน่ะ”
ไอรีนเธอดูเศร้ามากๆ แต่เธอก็ยอมเล่าเื่ของไครอสให้ฟัง…ตั้งแค่เด็กไครอสเป็เด็กกำพร้าที่ถูกโบสถ์รับมาเลี้ยงไครอสเป็คนที่มีจิตใจดีชอบช่วยเหลือผู้คนที่กำลังลำบาก ตัวเขาเองมีความสารถั้แ่เด็กและเป็คนขยันมากๆ แต่ก็มีด้านที่ออกจะซื้อบื้ออยู่ด้วยเขามักจะมาเล่นเป็เพื่อนไอรีนอยู่บ่อยๆ เพราะไอรีนที่มีเชื้อพระวงศ์เลยถูกปฎิบัติดีตั่งแต่เด็กๆ เพราะงั้นคนรุ่นราวคราวเดียวกันจึงไม่กล้าที่เข้าหาเธอ…เพราะงั้นเธอเลยไม่มีเพื่อนเลยนอกจากไครอส…..
“นั้นคงเป็เหตุผลที่เธอชอบไครอสงั้นสินะ” ไคน์พูดออกมาตามความคิดแบบไม่ได้ตั้งใจ
“เอ๊ะ?!!…….”
“อ๊ะ!!!……ฉันขอโทษ”
ฉันเผลอหลุดปากพูดไปสะได้….
ไอรีนเงียบไปพร้อมมีท่าทีเขินอายหลังจากที่ได้ยินไคน์พูดเช่นนั้นกับตนเอง
“ท่านรู้ได้ยังไงกัน?”
“คะ…คือแค่มองดูก็รู้แล้วนะ…สีหน้าเธออกจะชัดขนาดนั้น”
“อ๊า!!!….สีหน้าฉันมันแสดงออกชัดเจนขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย?!!!”
ใช่แล้วจ้า….สีหน้าคุณเธอแสดงออกมาหมดทุกอย่างแล้วครับ…นี่คุณเธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดจริงๆ หรอเนี่ยความรักนี่สุดยอดไปเลยแห๊ะ….ถึงฉันจะตัวคนเดียวแค่ไหนแต่ฉันก็เก่งเื่การเดาอารมณ์คนอื่นจากท่าทางได้นะ เพราะต้องคอยเดาอารมณ์ทุกคนในที่ทำงานเพราะจะได้ไม่ถูกกดดันแบบไม่ใช่เื่อะนะ
“ถ้างั้น…ไครอสจะรู้เื่นั้นด้วยไหมนะ?” ไอรีนถามด้วยความสงสัยพร้อมทั้งแสดงท่าทางเขินอาย
“ไม่รู้…..”
“งั้นหรอไม่รู้สินะ” ไอรีนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจและแสดงท่าทางสบายใจขึ้นทันที
“ไม่ใช่…ฉันหมายถึงฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” ไคน์ที่เห็นท่าทางของไอรีนก็รีบแก้ต่างทันที(ก็มันเป็สะอย่างนี้ไง)
“แล้วทำไมเ้าไม่พูดให้ขัดเจนกว่านี้หล่ะห๊ะ!!!” ไอรีนตะคอกเสียงดังและกำลังโกรธไคน์อย่างจริงจัง
“แล้วทำไมเธอถึงไม่เข้าใจมันต่างหากหล่ะห๊ะ!!!” ไคน์ที่โดนตะคอกใส่มีหรือจะยอมเลยตะคอกกลับ(……)
“ห๋า…เ้าพูดออกมาแบบนั้นใครๆ เขาก็ต้องไม่รู้อยู่แล้วสิ!!!”
(ใช่ๆองค์หญิงพูดถูก)
“นี่เธอจะโกรธฉันเพราะเื่แค่นี้จริงๆ งั้นหรอ?!!”
“ก็เ้ากวนประสาททข้าเองนี่”
(พูดถูกอีกแล้ว)
ฉันสาบานได้เลยว่าฉันไม่ได้จะกวนประสาทเธอเลยแม้แต่นิดเดียว…แค่พูดไปตามความคิดตัวเองแท้ๆ ไหงกลายว่าฉันเป็คนผิดไปสะอย่างงั้นละเนี่ย…..
(ก็เพราะพูดไม่คิดไงไอง่าว)
“อุ๊ฟ…ฮ่าๆ …”
“หัวเราะอะไรของเธอ…”
“เปล่า…ข้าแค่คิดว่าทั้งที่ไม่รู้จักเ้าดีเลยแท้ๆ แต่กับสนุกที่ได้คุยกับเ้าสะอย่างงั้น”
“ก็ถือว่าเป็เื่ดีงั้นสิ…เดียวเธอเศร้าก็มาลำบากฉันอีก”
“พูดงี้เ้าหมายความว่าไง?!!!”
“เปล่า…ไม่มีอะไร”
“งั้นหรอ…ก็แล้วไป”
“แต่เธอหน่ะก่อนหน้านี้ยังเรียกฉันว่าท่านอยู่เลยแท้ๆ”
“งั้นหรอกหรอ?”
“ก็งั้นแหละ!!!”
“ขออภัยข้าไม่ทันจะรู้ตัวเลย”
“ช่างเถอะ…คงเป็เพราะเธอรู้สึกเหมือนกำลังพูดอยู่กับไครอสงั้นสินะ”
“ก็คงจะเป็อย่างั้นหล่ะมั้ง?”
ถ้าเธอรู้สึกดีขึ้นก็ช่างมันละกัน…เพราะถ้าเธอมัวแต่คิดแต่เื่เศร้าๆ ฉันเองก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกันเพราะเธอคงจะเกาะอยู่กับฉันแน่ๆ …ก็เพราะไครอสเป็คนเดียวที่เธอจะกล้าพูดคุยด้วยเนี่ยหล่ะ…ความซวยก็คือฉันต้องกลายเป็พี่เลี้ยงเด็กไปสะแล้วนะสิ…ถึงตอนี้เราจะอายุเท่าๆ กันแต่ความจริงฉันอายุเยอะกว่าเธอ5ปีได้ ฉันต้องกลั้นใจไม่ให้ตบกระบารเด็กนี่เนี่ยแหละที่น่เจ็บใจ…
“ข้าขอบคุณเ้ามากนะที่เป็เพื่อนคุยให้กับฉัน” ไอรีนยิ้มออกมาอย่างสบายใจ
“…….”
“เพราะเ้าแท้ๆฉันเลยอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย…”
“มันเป็ความโชคร้ายที่คนที่เธอคุยด้วยดันมีหน้าตาและเสียงของคนที่เธอให้ความสำคัญเนี่ยแหละ ถึงปากบอกว่าอารมณ์ดีขึ้นแต่มันก็ทำให้เธอเจ็บกว่าเดิมไม่ใช่หรือไง”
“อืม…นั่นสินะเป็อย่างที่เ้าว่าแต่จะให้เรียกร้องมากแค่ไหนก็ทำให้ไครอสตัวจริงกลับมาไม่ได้หรอกจริงไหมหล่ะ?”
ว้าว….เธอเข้มแข็งจริงๆ ไอรีนฉันนับถือเถอะจากใจเลย…มันก็จริงอย่างที่เธอว่าฉันไม่ใช่ตัวจริงคนที่เธอชอบอีกต่อไปแล้วฉันคงไม่อาจจะเข้าใจในตัวเธอในแบบที่ไครอสเข้าใจ แต่ฉันเองก็รู้สึกสนุกนิดหน่อยที่ได้คุยกับใครสักคนเหมือนกันนี่ นับว่าเป็เพื่อนคนแรกได้ไหมนะ? …และไครอสฉันไม่คิดจะแย่งไอรีนไปจากนายหรอกนะสบายใจได้ฮ่าๆ