Waning (คำเตือน เนื้อหาตอนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายซึ่งไรท์คิดว่ารีดส์ที่น่ารักของไรท์เข้าใจดีว่าเป็เพียงบทเกริ่นนำไปสู่เื่ราวที่เข้มข้นและสนุกสนานของพระรองตัวป่วนกับนางเอกตัวอ้วนของเราเท่านั้น)
"ฮือๆๆๆๆ ข้าทำอะไรผิดข้าแค่อ้วน ฮือๆๆๆๆ"
ปาดน้ำตาที่รินไหล คำพูดเ็ปนั้นยังทิ่มแทงหัวใจราวกับเข็มนับพันปักเข้าตรงกลางใจหวังให้แดดิ้นกันไปทันตา
"ข้ายอมตายจะให้ท่านเรียกว่าหญิงอ้วน นางหญิงอ้วนไร้ค่า นางหญิงอ้วนที่สามีไม่รัก ไม่ชอบที่ข้าอ้วนไม่อยากแต่งกับข้าทำไมไม่บอกั้แ่แรก ข้ายินดีพูดกับท่านพ่อเื่นี้ ยินดีพูดกับฝ่าา ไม่ชอบที่ข้าอ้วนแล้วมาแต่งกับข้าทำไมให้ความหวังข้าทำไมให้ข้าหลงคิดว่าท่านไม่ได้รังเกียจข้า ให้ข้าหลงคิดว่าท่านยังเป็พี่อ๋องฟู่ที่ดีกับข้า กับพูดคำนี้ได้อย่างไม่ลังเล หญิงอ้วนที่ไร้มารยาทหญิงอ้วนที่เอาแต่ใจและหญิงอ้วนที่โง่งม "
เพียงแวบเดียวที่จิงเชียว ทอดถอนใจ เพียงแค่ไปต่ออีกเพียงนิดที่นั่นมีเหวลึกที่พูดกันว่าแม้แต่ท่านเซียนที่เหาะเหินเดินอากาศได้ยังไม่อาจขึ้นมาหากตกลงไปยังหุบเหวลึก ที่นั่นสำหรับปราบเซียนแล้วจิงเชียวไม่ใช่เซียนหากแต่เป็หญิงอ้วนที่โง่งม ได้ตายไปเยี่ยงเซียนก็พอใจแล้ว
“ข้ายอมตาย เพื่อท่านจะได้รู้ว่าข้าไม่ยินดีให้ท่านเรียกข้าว่าหญิงอ้วน”
สะอื้นดังๆ หูตาที่อวบอ้วนยิ่งบวมเป่งเพราะเอาแต่ปาดน้ำตาที่ไหลมาราวกับเขื่อนแตก
ก้าวขาตรงไปยังหุบเหวแห่งนั้นอย่างไม่ลังเล สะอื้นอย่างหนัก
พวกเ้าอย่าตัดสินปัญหาคนอื่นว่าเป็เื่เล็ก หากจิงเชียวคิดได้ว่าต้องรักตัวเองรักพ่อแม่ไม่ยอมตาย แล้วเื่บางเื่ก็ไม่อาจดำเนินต่อไปได้
สถานที่ต้องห้าม แม้จะอยู่ไม่ไกลจากเขตวังหลวงเท่าใดนักหากแต่เป็สถานที่ต้องห้ามบ้างว่ามีิญญาที่คอยดูดกลืนพลังชีวิตของผู้คน บ้างว่ามีแต่คนที่ตายแล้วเท่านั้นที่เคยมาที่นี่
“ท่านพ่อ ท่านแม่ อี้เหลียว ข้าลาก่อนข้าจะลองะโลงไปดูว่าร่างอ้วนๆ ของข้าจะแหลกเหลวหรือไม่ ชีวิตอ้วนๆ ของข้าไม่มีความหมายใดแล้ว ท่านพี่อ๋องฟู่ที่ข้ารักและศรัทธา กลับมองข้าไร้ค่าน่ารังเกียจ”
หลับตาลงช้าๆ ไม่กล้ามองไปยังหุบเหวลึกที่มืดมนเบื้องล่าง
“ฮึกๆๆๆๆ ท่าน อย่างไรก็คงไม่มาห้ามข้า หากชาติหน้ามีจริงข้าหวังจะได้พบท่านอีกเช่นเคยหวังจะได้รักท่านอีกเช่นเคย แต่หวังว่าข้าจะไม่อ้วนเหมือนในชาตินี้”
ขยับเท้าไปยืนหน้าผา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
“ชาติหน้าข้าจะต้องผอมกว่านี้ใช่ไหมฮึบๆๆๆๆๆๆ”
หลับตาปี้ก่อนจะะโลงไปสู่เวิ้งอากาศที่ไม่อาจแบกรับร่างอ้วนเกินขีดจำกัดนั้นได้ หรือไม่อ้วนก็ไม่อาจแบกรับคนอ้วนหรือคนผอมตกเหวก็ต้องเจ็บต้องตายกันทั้งนั้น ร่างอ้วนดิ่งลงไปตามความสูงของเหวลึกราวกับเร่งให้ถึงพื้นเสียทีจิงเชียวมีเวลาเพียงเสี้ยวนาทีที่คิดว่าจะเ็ปเพียงใดที่ร่างอ้วนตกกระแทกพื้นแต่ทว่าบังเอิญมีกิ่งไม้ ร่างอ้วนที่ตกลงไประเรื่อยลงไปตามกิ่งไม้ทั้งเล็กทั้งใหญ่เ็ปไปทั่วสรรพร่างก่อนที่จะได้ยินเสียงร่างอ้วนของตัวเองกระแทกกิ่งไม้ใหญ่หักโครม สติกำลังจะหลุดลอยความเ็ปหายไป จิงเชียวยิ้มจ้องมองดวงจันทราที่เพิ่งจะขึ้นมาแขวนอยู่บนฟ้าที่มืดมิดบอกว่าดึกเหลือเกินแล้ว
“คุณหนู คุณหนูเ้าขาฮืออออๆๆๆๆๆๆ”
อี้เหลียวสะอื้นอย่างหนัก เมื่อพบว่าพื้นใกล้หน้าผาที่ด้านล่างเป็หุบเหวนั้นมีรอยย้ำเท้าหนักๆ และรองเท้าที่ใหญ่โตของจิงเชียวก็วางอยู่ตรงหน้าผา
“ทำไมคิดสั้นแบบนี้คุณหนูเ้าขา ฮือๆๆๆ ข้าจะกล้ากลับไปพบนายท่านกับนายหญิงหรือ ข้าควรจะตายเสีย”
กำลังจะะโลงหุบเหว แต่ถูกรั้งไว้ด้วยใครบางคน
กลิ่นควันไฟแต่แวดล้อมด้วยหมอกขาวไม่อาจแยกแยะได้ว่าหมอกหรือควัน คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ มองออกไปด้านนอกทุ่งหญ้าเขียวขจีดอกไม้หลากสีแข่งกันอวดโฉม จิงเชียวขยี้ตาให้เงาพร่าเลือนที่หางตากับหยาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนรอบดวงตาดำขลับ หายไป
“สวยจัง์หรือไร ข้าตายแล้วมา์ใช่ไหม”
นึกภาคภูมิใจที่ไม่ต้องตกนรก ก็จิงเชียวไม่เคยทำร้ายใคร หรือทำไม่ดีกับใครมาก่อนหากจะแย่หน่อยก็คือการที่กินหมูกินไก่มากไปทำให้แม่ครัวต้องฆ่าไก่ ฆ่าหมูเพิ่ม
ยิ้มเมื่อคิดถึงบาปกรรมที่ทำไว้น้อยนิดกว่าคนอื่นหลายเท่า
“อ็อกกกกค๊อกกกกๆๆๆๆ”
เสียงท้องเ้ากรรมสั่นสะท้านบอกว่าหิวเหลือเกินยกมือขึ้นกุมท้อง เสียงท้องยังสั่นรัว
“ข้ายังไม่ตายอย่างนั้นหรือ”
มองท่อนแขนอ้วนที่มีรอยาแจากการถูกกิ่งไม้ขีดข่วนทั่วตัวยกขายกแขนที่หนักอึ้งขึ้นมาดู
“ยังอยู่ครบ ฮืออออๆๆๆ ทำไมข้าไม่ตายเล่าทำไมข้าถึงไม่ตายฮืออออๆๆ”
ร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาราวเทพ์ สวมใส่อาภรณ์องอาจราวกับจอมมารนั่นคือสีดำและแดงที่ช่วยส่งเสริมคนสวมใส่ให้ดูองอาจสง่างาม ยืนกอดอกมองอยู่ไม่ไกลนักส่ายหน้าไปมา
“เ้าเป็คนเดียวที่ตกลงมาที่นี่แล้วไม่ตาย คงเพราะเ้าตัวอ้วน ลมด้านล่างหุบเหวจึงไม่อาจห่อหุ้มร่างเ้าแล้วพาออกห่างกิ่งไม้น้อยใหญ่ที่ต้องมารับกรรมโดนตัดแขนตัดขาด้วยร่างอ้วนของเ้าตกกระแทกจนพวกมันต้องเสียแขนขาไปเพราะเ้า ต้องขอบคุณต้นไม้เ่าั้ที่ช่วยชีวิตเ้าไว้ และขอบคุณความอ้วนพีที่ทำให้ร่างของเ้ายามตกลงมาไม่ปลิวออกห่างเหล่าต้นไม้น่าสงสารพวกนั้น น่าจะดีใจนะ แล้วทำไมถึงร้องไห้ฟูมฟาย” ใบหน้าคมเข้ม ขมวดคิ้ว
คนอะไรช่างหาเหตุผลได้น่าเกลียดที่สุด ที่จิงเชียวไม่ตายเพราะจิงเชียว…..อ้วน…ช่างเป็คำพูดที่ตอกย้ำปมด้อยเหลือเกินอ้วนก็เลยไม่ปลิวไปไกลเท่าคนอื่นทำให้ตกระมากับต้นไม้ ลดทอนการกระแทก บังเอิญมีกิ่งไม้สินะถึงได้รอดมาได้
“ข้าอ้วน ข้าคือหญิงอ้วน ข้าไม่อยากเป็หญิงอ้วน ข้าอยากตาย ให้ข้าตายเถอะ”
“เ้าจะอยากตายทำไม ไหนเล่าให้ข้าฟังว่าเ้ามีเื่คับแค้นแน่นใจอะไร จึงอยากจะตายเพียงนี้”
จิงเชียวจ้องใบหน้าหล่อเหลาชั่งใจว่าควรจะเล่าทุกอย่างที่ประสบมาให้ใครไม่รู้ฟังไหม
“ข้าลากเ้าที่หนักราวกับูเามาถึงนี่ด้วยความยากลำบาก ข้าช่วยชีวิตเ้า เท่ากับให้ชีวิต เช่นนั้นหากข้าไม่ให้ตายเ้าก็ไม่ควรตาย ชีวิตเ้าเป็ของข้าแล้ว ข้าอยู่นี่แล้ว หากเป็ข้าข้าจะไม่ลังเลที่จะเล่า”
จิงเชียวพรั่งพรูความอัดอั้นและเ็ปออกมาจนสิ้น กัวหลงหลงเพียงพยักหน้าขมวดคิ้วและจุ๊ปากด้วยความหงุดหงิดกับความดีเกินไปของจิงเชียว คนอย่างนางต้องผ่านการขัดเกลาจากเขา
“เขาไม่ได้รักเ้าหรอก เขาพูดแบบนี้เพราะอยากให้เ้าออกจากชีวิตเขาเสีย อยากให้เ้าหย่ากับเขาเสีย ว่าแต่ว่า…...เ้ายังไม่โดนเขากินเต้าหู้เสียเปล่าๆ ใช่ไหม” เดินวนรอบร่างอ้วน
“อืมมม เ้าอ้วนเพียงนี้ใครกันจะกินเต้าหู้ลงได้”
“พี่ชายข้าเ็ปใจกับคำว่าอ้วนมากเลยท่านได้โปรดเมตตาอย่าตอกย้ำมัน ละละแล้วข้าก็ไม่มีเต้าหู้ท่านพี่อ๋องฟู่จะกินเต้าหู้ข้าได้ตรงไหน”
“เต้าหู้ข้าเปรียบเปรยหมายถึงเ้ากับเขาเป็ผัวเมียกันแล้ว แล้วเื่พูดว่าอ้วน เ้าอ้วน แล้วจะไม่ให้พูดว่าอ้วนได้อย่างไร ถ้าไม่อยากให้ใครพูดว่าเ้าอ้วน เ้าก็ทำให้ตัวเองผอม ข้าถึงจะไม่พูดว่าเ้าอ้วน”
จิงเชียว เม้มปาก คำว่าอ้วนถูกพูดย้ำๆ
“ข้าที่กำลังพยายามทำให้ตัวเองผอมข้าที่ยอมทนหิว ตั้งหลายชั่วยามเพื่อที่จะได้ให้เขากอดได้สะดวกขึ้นแต่ แต่ ท่านพี่อ๋องฟู่กลับ…..กลับพูดว่าข้าคือหญิงอ้วนไร้มารยาทหญิงอ้วนเอาแต่ใจ หญิงอ้วนโง่งม ทั้งหมดนั้นไม่เจ็บใจ แต่ที่ข้าเจ็บใจที่สุดคือคำว่า….หญิงอ้วน…"
"เชื่อข้าสิเขาไม่ได้รักเ้า เ้าก็ควรจะเลิกงมงายได้แล้ว และเ้าก็คือหญิงอ้วนนั่นคือความจริง เ้าคือหญิงอ้วนมันเ็ปใจ แต่มันคือความจริงว่าเ้าคือหญิงอ้วน"
"แต่ข้าไม่อยากได้ยินท่านพี่อ๋องฟู่เรียกข้าว่าหญิงอ้วน ให้ข้าตายเสียดีกว่า ที่จะให้ท่านพี่อ๋องฟู่เรียกข้าว่า ….หญิงอ้วน"
" นั่นหล่ะคือสิ่งที่เ้าจะต้องกลั่นมันออกมา เ้าไม่อยากเป็หญิงอ้วน และเ้าก็ไม่อยากเป็หญิงอ้วน เพราะฉะนั้น เรามาทำให้เ้าเลิกเป็หญิงอ้วน เขาที่เ้าปักใจจะได้ไม่เรียกเ้าว่าหญิงอ้วน"
จิงเขียวทรุดกายลงคุกเข่าจะล้มไม่ล้มแหล่
"พี่ชาย ช่วยข้าด้วยในเมื่อ์ไม่ให้ข้าตาย และให้ท่านมาช่วยข้า ……ฉะนั้นท่านก็ควรจะช่วยข้าให้ตลอดรอดฝั่งไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนับว่ามีวาสนาได้เกื้อกูลกัน"
"ข้าแซ่กัว นามว่าหลงหลง"
"พี่กัวหลงช่วยให้ข้าบรรลุจุดประสงค์ด้วย รับข้าเป็ศิษย์จะได้ไหม"
ร่างอ้วนคุกเข่าก้มหน้ากัวหลงหลง ถอนหายใจยาว
"ถ้าท่านไม่ช่วยข้า ข้าจะคุกเข่าแบบนี้จนตาย"
กัวหลงหลง ถอนหายใจ
"คนที่แล้วก็พูดแบบนี้ อาจารย์ก็ต้องสงสารแล้วก็ต้องรับเป็ศิษย์"
"อาจารย์ข้าไร้หนทางจะไปต่อ จะอยู่หรือตายอยู่ที่อาจารย์จะเมตาตาข้าแล้วข้าสัญญาจะเป็ศิษย์ที่ดี จะไม่งี่เง่างอแง"
"อย่าบอกว่าเป็ศิษย์เลยต้องบอกว่าเ้าคือตัวภาระเ้าอ้วนเพียงนี่จะกินจุแค่ไหน"
"ข้ายินดีกินน้อยลง"กัวหลงหลงส่ายหน้า
"ก็ได้ แต่บอกไว้ก่อนนะข้าใจคอโเี้ และเคยเป็ประมุขพรรคมารฟ้าอำพันมาก่อนเ้าอย่าคิดว่าข้าจะใจดีกับเ้านะ"
"ช่างเถอะข้อนั้นข้าหาสนใจไม่ ท่านเป็ประมุขพรรคมารแต่ยอมช่วยชีวิตข้าท่านก็คงไม่โเี้เท่าไหร่"
"ข้าช่วยเพราะเ้าอ้วน กลัวว่าเ้าตายไปซากศพอ้วนๆ ของเ้าจะทำให้ข้ากินอะไรไม่ลงไปหลายวัน กว่าร่างเ้าจะย่อยสลายจนเหลือแต่กระดูก"
จิงเชียวยิ้มแก้มป่อง
"อะอะอาจารย์ ศิษย์ …ฉินจิงเชียวคารวะอาจารย์ ข้ามองว่าอาจารย์ช่าง หล่อเหลาองอาจกล้าพูดกล้าทำ อาจารย์คือข้าอยากจะเป็เหมือนอาจารย์จริงเชียวอาจารย์คือแรงบันดาลใจของข้า"
"พอแล้ว เ้านี่จะว่าไปก็เหมือนจะใส่ซื่อแต่พอมองอีกที เ้าก็ฉลาดไม่น้อย ตกลง ข้าจะสอนเ้าให้กลายเป็หญิงงามที่ฉลาดหลักแหลม"
…………
"อะอะอาจารย์ อย่าเพิ่งไป อยากรู้ว่ามีทางที่จะขึ้นไป้าได้ไหม ข้าได้ยินคนเขาพูดถึงหุบเหวแห่งนี้ว่ามีแต่คนตายเท่านั้นที่เคยมาที่นี่"
"เ้าก็ตายไปแล้ว หากอยากจะขึ้นไปก็ คงไม่ใช่ฉินจิงเชียวคนเดิมอีกต่อไปแล้ว รอจนข้าอนุญาตเ้าจึงจะขึ้นไปได้"
ข้างบนนั่น
ฮูหยินฉินจิงหรานกับท่านฉินเกอร่ำไห้กอดอาภรณ์ของจิงเชียวราวกับน้ำตาจะเป็สายเื
อี้เหลียวร้องจนดวงตาแดงก่ำ
ฟู่ชวีฉ่ายอ๋องยืนนิ่งหลุบตามองพื้น
"ส่งคนค้นหานางให้ทั่ว ค้นจนกว่าจะพบชายาข้า" จิงชินก้มหน้าทว่าซ่อนยิ้ม
"หุบเหวปราบเซียน ไม่มีใครลงไปด้านล่างนั่นแล้วมีชีวิตรอดกลับมา ท่านอ๋องเท่ากับส่งคนไปตาย"เสี่ยวฝาน ออกความเห็น
"ตายไปกี่คนก็ส่งลงไปเท่านั้น หรืออยากจะให้ข้าลงไปค้นหาชายาข้าด้วยตัวข้าเอง"
เค้นเสียงพูดดวงตาแดงก่ำ
เสี่ยวฝานก้มหน้า แต่ทว่าอดแปลกใจไม่ได้ว่าฟู่อ๋องทำไมถึงมีท่าทีโศกเศร้าราวกับ ว่าจิงเชียวคือคนสำคัญ