บทที่ 27 ข้าลองไปสมัครเป็นทหารได้นะ
หวู่จวินไคเบิกตากว้างจนแทบถลน
พี่ใหญ่ของเขาไปเรียนรู้วิธี เปลี่ยนสีหน้าจากโหดเป็นมุ้งมิ้งมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
ฝีมือการเปลี่ยนสีหน้านี่ยิ่งกว่างิ้วเปลี่ยนหน้ากากบนเวทีเสียอีก
ว่าที่พี่สะใภ้ตัวน้อยคนนี้ มีมนตร์วิเศษอะไรกันแน่?
จี้หานลั่วถูกหวู่จวินไคจ้องมองจนรู้สึกอึดอัด จึงพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ
ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่านางไม่ได้เปิดถ่ายทอดสดมานานแล้ว
ในขณะเดียวกัน ชาวเน็ตในอีกห้วงมิติหนึ่ง
ต่างได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบพร้อมกัน: สตรีมเมอร์ที่คุณติดตาม ‘บุตรีสายรองหานลั่ว’ ออนไลน์แล้ว รีบไปที่ห้องถ่ายทอดสดเพื่อดูว่าสตรีมเมอร์กำลังยุ่งอยู่กับอะไรเร็วเข้า!
[ลมพัดตึง: ช่วงที่สตรีมเมอร์ไม่ไลฟ์ คือวันที่ข้าทรมานที่สุด ข้าไม่เข้าใจ มีอะไรที่ VIP ผู้ทรงเกียรติอย่างพวกเราดูไม่ได้หรือไง? มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[หลงรักใบหน้าของเจ้า: สตรีมเมอร์เรามาตกลงกันหน่อย วันหลังถ้าเจ้าจะจู๋จี๋กับคุณชายเซี่ยง พวกเราจะปิดตาเอง แต่เจ้าอย่าปิดไลฟ์เลยนะ...แอบถามเบา ๆ ตกลงว่า ‘ได้กินเนื้อ’ หรือยัง? มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
[นินี่ผู้น่ารัก: ไม่เจอกันไม่กี่วัน รู้สึกว่าคุณชายเซี่ยงของข้าดูอ่อนโยนขึ้นนะ หรือนี่คือพลานุภาพแห่งความรัก? มอบรางวัล 9,999 เหรียญดวงดาว]
[นักชิมชาเขียว: สตรีมเมอร์ ช่วยบอกทุกคนหน่อยสิ ว่าเจ้าปราบสัตว์ร้ายตัวนี้ให้เชื่องได้อย่างไร?]
[แมวเหมียวน่ารักจัง: เกลียดหมวกคลุมหน้าชะมัด มองไม่เห็นสีหน้าสตรีมเมอร์เลย ไม่รู้ว่ากำลังทำหน้าเคลิบเคลิ้มอยู่หรือเปล่า]
[ฤดูร้อนไม่หนาว: สตรีมเมอร์ ข้าเปย์ให้เจ้า ขอรับประกันว่าจะไม่แอบดูตอนจู๋จี๋กัน ได้โปรดอย่าปิดไลฟ์เลย แฟนคลับที่เพิ่งเพิ่มขึ้นมาหายไปตั้งเยอะ เพราะเจ้าไม่ยอมอัปคลิป มอบรางวัล 9,999 เหรียญดวงดาว]
[ชอบดูเรื่องวุ่นวาย: ขำเมนต์บนจนท้องแข็งแล้ว]
[รักเงินและรักความสวย: ช่วงที่สตรีมเมอร์หายไป ในบอร์ดสนทนาเดากันไปต่าง ๆ นานา จนเกือบจะเขียนนิยายได้เล่มนึงแล้ว ได้เห็นไลฟ์นี้สักที ดีใจมาก มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
จี้หานลั่วไล่อ่านคอมเมนต์ในห้องถ่ายทอดสด
นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าการที่มีคนมากมายคอยห่วงใยและคิดถึง เป็นเรื่องที่ดีเหลือเกิน
นางจึงตอบกลับคอมเมนต์ของ @หลงรักใบหน้าของเจ้า: ยังไม่ได้กินเนื้อเจ้าค่ะ คุณชายเซี่ยงอดหลับอดนอนเพื่อข้า ปราบโจรห้าค่ายติดต่อกันในสองวัน จนได้รับบาดเจ็บ
[หลงรักใบหน้าของเจ้า: กรี๊ดดด สตรีมเมอร์ตอบกลับข้าด้วย? ตื่นเต้นมาก คิดไม่ถึงว่าสตรีมเมอร์จะมอบ ‘ครั้งแรก’ ให้ข้า ข้าเป็นคนแรกตั้งแต่เปิดไลฟ์มาที่ได้รับการตอบกลับเลยนะ มอบรางวัล 9,999 เหรียญดวงดาว]
[นินี่ผู้น่ารัก: หรือมีแค่ข้าที่ฟินจนตัวบิด? มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[...]
ห้องถ่ายทอดสดครึกครื้นกันยกใหญ่
แต่เซี่ยงเฉิงหลีกลับเกิดความสงสัย
หรือว่าฮูหยินตัวน้อยของเขาจะตกใจจนขวัญเสีย?
ไม่สิ เมื่อครู่นางยังมองเขาด้วยสายตาเลื่อมใสอยู่เลย
ต้องเป็นเพราะฮูหยินของเขาจิตใจดีเกินไปแน่ ๆ
ดวงตาสีนิลของเขาฉายแววขุ่นเคือง หันไปถลึงตาใส่หวู่จวินไค “จวินไค เจ้ายิ่งโตยิ่งเลอะเลือนนะ ก็แค่พวกลูกกระจอกไม่กี่คน คุ้มค่าให้ฮูหยินข้าต้องมาเปลืองสมองครุ่นคิดด้วยรึ?”
หวู่จวินไค: “...”
เส้นประสาทเส้นไหนของพี่ใหญ่เกิดเพี้ยนขึ้นมาอีกล่ะเนี่ย?
จี้หานลั่วดึงสติกลับมาได้ในที่สุด “ถ้าเช่นนั้น ก็พาคนกลุ่มหลังนี้กลับไปบุกเบิกที่ดินด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ” แรงงานฟรี ไม่ใช้ก็เสียของเปล่า ๆ
“ฮูหยิน ไม่ได้หรอก คนพวกนี้ไม่เหมือนโจรภูเขา พวกมันมีภารกิจติดตัว หากไม่บรรลุเป้าหมาย พวกมันไม่ยอมเลิกราแน่”
เซี่ยงเฉิงหลีไม่สนใจสายตาตกตะลึงของหวู่จวินไค ดึงฮูหยินตัวน้อยกลับเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง
“เชื่อข้านะ เราไม่ได้ขาดแคลนคนแค่นี้”
“หากฮูหยินอยากจะบุกเบิกที่ดิน เพียงแค่เอ่ยปากมาคำเดียว อยากได้คนเท่าไหร่สามีหามาให้เจ้าได้หมด”
ในดวงตาดำขลับของเซี่ยงเฉิงหลี เต็มไปด้วยความรักใคร่ตามใจที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัว เขาโอบกอดพลางเอ่ยปลอบโยนฮูหยินตัวน้อยเสียงเบา เล่นเอาหวู่จวินไคกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความช็อก
นี่ใช่พี่ใหญ่คนเดียวกับที่ฆ่าโจรเหมือนหั่นผักคนนั้นจริงหรือ?
[นินี่ผู้น่ารัก: จุ๊ ๆ ๆ ไม่เคยคิดเลยว่า ‘เหล็กกล้ากลายเป็นนิ้วให้อ่อน’ จะน่ากลัวขนาดนี้ เป็นอีกวันที่อยากสิงร่างสตรีมเมอร์ มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[แมวเหมียวน่ารักจัง: ข้าอยากรู้จัง สตรีมเมอร์ทำของใส่หรือเปล่า? ถึงฝึกจอมมารฆ่าคนไม่กะพริบตา ให้เชื่องเหมือนลูกแมวได้ขนาดนี้]
“อยากได้เท่าไหร่ ก็หามาได้หรือเจ้าคะ?” ดวงตาใสกระจ่างของจี้หานลั่วเป็นประกาย ในหัวเริ่มครุ่นคิดบางอย่าง
“ท่านพี่! พี่รองฟื้นแล้ว พี่รองอยากพบท่านขอรับ” จี้หานชิงวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาในห้อง ขัดจังหวะความคิดของจี้หานลั่ว
คนบนเตียงอย่างเซี่ยงเฉิงหลีเองก็เลิกแกล้งป่วยทันที
เขายื่นมือเปิดผ้าห่มเตรียมลงจากเตียง “ฮูหยิน ไปเยี่ยมพี่รองด้วยกันเถอะ”
จี้หานลั่ว: “...”
หวู่จวินไค: “...”
มีเพียงใบหน้าเล็ก ๆ ของจี้หานชิงเท่านั้นที่ฉายแววเลื่อมใส “พี่เขยลุกจากเตียงได้เร็วเพียงนี้เลยหรือ? เก่งจังเลย”
จี้หานลั่วบอกไม่ถูกว่านางรู้สึกเช่นไร ขณะประคองเซี่ยงเฉิงหลีเดินไปห้องข้าง ๆ
ทันทีที่ก้าวเข้าไป เห็นจี้หานซวนลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง
ความสนใจทั้งหมดของนางก็ย้ายไปที่เขาทันที “พี่รอง ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?”
พี่รองของนางแก่กว่านางเพียงปีเดียว
ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุ 16 หนาว
หากเป็นชาติก่อน ก็คงเป็นแค่เด็กมัธยมปลายปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าโรงเรียน
ในดวงตาที่เย็นชาของจี้หานซวนฉายแววอบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่ง “โชคดีที่ตอนนั้นเชื่อคำแนะนำของเจ้า แอบไปเรียนท่าป้องกันตัวจากองครักษ์ในจวนมาบ้าง”
เขาเรียนหนังสือสู้พี่ชายคนโตไม่ได้มาแต่เล็ก แถมร่างกายยังอ่อนแอ
จึงมักจะรู้สึกท้อแท้เสมอ
มีครั้งหนึ่ง ตอนที่เขารู้สึกดิ่งจนถึงที่สุด
ก็ได้น้องสาวคนที่เก้านี้พูดเตือนสติ
เขาจึงหันไปเรียนวิชาป้องกันตัวกับองครักษ์ในจวน
เรื่องนี้ทำให้เขาถูกบิดาตำหนิอยู่บ่อยครั้ง ว่าเขาทำให้จวนจี้กั๋วกงขายหน้า ตระกูลบัณฑิตผู้ทรงเกียรติ เรียนหนังสือไม่เอาถ่าน ดันไปสนใจวิชามารนอกรีต
แต่เมื่อหวนนึกถึงตอนที่ตัวเองลงดาบสังหารโจร ความฮึกเหิมก็พลุ่งพล่านในอกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“หานลั่ว ข้าตัดสินใจแล้ว ในเมื่อเรียนหนังสือไม่รุ่ง ข้าจะลองไปเป็นทหารดู”
จี้หานลั่วเงยหน้ามองพี่รองผู้เย็นชาเสมอมา ยามที่เขาเอ่ยประโยคนี้ นัยน์ตาของเขาทอประกายเจิดจ้า ราวกับค้นพบเป้าหมายของชีวิต
นางเม้มปาก “พี่รอง ท่านพ่อไม่มีทางยอมแน่ ท่านแม่ก็ด้วย”
แววตาของจี้หานซวนแน่วแน่ มุ่งมั่นมองไปยังอนาคต “หานลั่ว ส่งเจ้าเข้าหอเรียบร้อยแล้ว พี่รองจัดการกลุ่มของหวางม๋าจื่อเสร็จเมื่อไหร่ จะมุ่งหน้าไปชายแดนเหนือเพื่อสมัครเป็นทหารทันที”
[แมวหางกุด: โอ้ว ๆ ๆ หนุ่มหล่อมาดเย็นชามาอีกคนแล้ว เป็นพี่รองของสตรีมเมอร์นี่เอง ข้าขอเรียกร้องให้พี่รองออกกล้องบ่อย ๆ มอบรางวัล 9,999 เหรียญดวงดาว]
[นกพิราบสื่อสารในฤดูใบไม้ผลิ: เมนต์บนเปลี่ยนใจเร็วจัง ข้ายังชอบพี่ชายตาดอกท้อของข้าอยู่ รอพี่ตาดอกท้อเข้ากล้อง]
ดวงตาสีนิลของเซี่ยงเฉิงหลีไหววูบ
ชาติก่อน คุณชายรองจวนจี้กั๋วกงหนีออกจากบ้านไปเป็นทหาร กลายเป็นเรื่องเล่าขานแปลกประหลาดทั่วแคว้นเสวียน ในช่วงที่ไม่มีใครคาดหวัง จี้หานซวนกลับไต่เต้าจากพลทหารจนได้เป็นนายกองพัน
ทว่า...ต้องใช้เวลาถึงสามปีเต็ม
น่าเสียดายที่กาลเวลาเปลี่ยนคน
สามปีให้หลัง เด็กหนุ่มที่วางพู่กันมาจับดาบผู้นี้ กลายเป็นผู้ชายคนเดียวที่เหลือรอดของจวนจี้กั๋วกง
ชาตินี้ในเมื่อได้มาเป็นพี่ภรรยาของเขาแล้ว อย่างไรก็ต้องช่วยดันสักหน่อย เชื่อว่าด้วยความชอบในการปราบโจรครั้งนี้ หากจี้หานซวนอยากเป็นทหาร หนทางคงง่ายกว่าชาติก่อนมาก
“พี่รอง ท่านจะจัดการพวกหวางม๋าจื่ออย่างไร?” เซี่ยงเฉิงหลีเงยหน้าขึ้นถาม รู้สึกขัดใจหมวกคลุมหน้าของฮูหยินตัวน้อยที่เกะกะสายตา ทำให้มองไม่เห็นใบหน้างาม
จี้หานซวนแววตาเย็นเยียบ “ส่งคนไปให้เซิ่งหน่วนเหยา แล้วไปทวงความยุติธรรมจากเว่ยเซียวโจว”
จี้หานลั่วกัดริมฝีปากถาม “พี่รอง ท่านพ่อจะยอมหรือ?”
เพราะจวนจี้กั๋วกงทุ่มเทแรงกายแรงใจส่งลูกสาวไปแต่งงานกับขุนนางใหญ่ในเมืองหลวง เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ หวังปูทางให้ตำแหน่งกั๋วกงสืบทอดต่อไปได้มั่นคง
การไปล่วงเกินเว่ยเซียวโจวในเวลานี้...ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนัก