จากวันเป็เดือน จากเดือนเป็ปี เฟิ่งเซียนในตอนนี้มีอายุครบสิบสามหนาวแล้ว ชีวิตความเป็อยู่ของนางในแต่ละวัน จะบอกว่ายุ่งยากก็คงไม่ใช่ จะบอกสบายก็คงไม่เชิง
ตลอดระยะเวลาสามปีกว่าที่ผ่านมา เฟิ่งเซียนตั้งใจเก็บตัวฝึกฝน เพื่อเร่งฝึกพลังปราณและระดับของผู้ปรุงโอสถ และมีหลายครั้งที่นางออกไปดูแลความเป็ไปของสำนัก
สำนักเพลิงบุปผาในตอนนี้ถือได้ว่าเป็สำนักระดับกลางแล้ว ศิษย์ของสำนักที่เพิ่มขึ้นมาจากมีเพียงร้อย ขึ้นสู่หลักพันคน ภาระหน้าที่ของเหล่าสัตว์เทพลดลงไปมาก เนื่องจากศิษย์รุ่นแรกที่ได้รับการฝึก มีความเก่งกาจเทียบขั้นผู้าุโของสำนักระดับกลาง
ศิษย์รุ่นแรกหลายคนได้รับหน้าที่ฝึกสอนศิษย์รุ่นหลัง ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่สามารถเรียกได้ว่ามีอย่างไม่จำกัด ทำให้พลังของพวกเขานั้นพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ศิษย์รุ่นแรกหลายคนสามารถก้าวได้ถึงระดับ นักรบกันได้แล้ว ถือว่าเป็อัจฉริยะ ในระยะเวลาที่ใช้ฝึกไม่ถึงสี่ปี หากคนภายนอกรู้ต้องใเป็แน่ ยิ่งหากรู้ว่าคนเหล่านี้ เดิมเป็เพียงทาสและขอทาน คงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดเป็แน่
เฟิ่งเซียนที่ฝึกอย่างหนักมาตลอดเกือบสี่ปี พลังปราณตอนนี้ อยู่ที่ระดับ กษัตริย์ขั้นต้นเมื่อไม่นานมานี้ และระดับของผู้ปรุงโอสถ อยู่ที่ ระดับนักปรุงโอสถขั้นสูงแล้ว
นอกจากนี้ภายในมิติของนางยังขยายขึ้นมาจาก สี่ในสิบส่วน เป็หกในสิบส่วนแล้ว เวลาในมิติจากที่เดินตามการหมุนของเวลาโลก นางสามารถปรับเปลี่ยนเวลาให้ภายในมิติ รวดเร็วกว่าภายนอกได้ถึงสี่เท่า
กล่าวได้คือหากเวลาภายนอกผ่านพ้นไปหนึ่งวัน ภายในมิติผ่านไปถึงสี่วัน สัตว์เทพยังได้บอกกับนางอีกว่า ยิ่งนางแข็งเกร่งขึ้นมากเท่าใด ขนาดภายในมิติจะยิ่งขยายใหญ่ และเวลาภายในมิติก็สามารถเปลี่ยนแปลงให้เร็วมากกว่าภายนอกได้ถึงสิบเท่าเลยทีเดียว
เฟิ่งเซียนที่ในตอนนี้กำลังเดิมชมการฝึกของศิษย์ในสำนักอยู่นั้น ก็เห็นร่างของจูเชวี่ยเดินตรงมาที่นาง
"เรียนท่านเ้าสำนัก ข้ามีข่าวมาแจ้งเ้าค่ะ"
"ว่ามาเถิด"
"หน่วยข่าวของเราได้รับการรายงานมาว่าการประลอง 'ศึกประลองชิงเ้าห้าแคว้น' จะจัดขึ้นในอีกสี่เดือนข้างหน้าเ้าค่ะ โดยจะมีการประลองเพื่อหาตัวแทนของแคว้นแต่ละแคว้นในอีกสองเดือนข้างหน้า และแบ่งออกเป็สองสายคือผู้ฝึกวรยุทธ์และผู้ปรุงโอสถ ตัวพวกข้านั้นไม่สามารถร่วมศึกครั้งนี้ได้ แต่ศิษย์ของเราบางส่วนมีสิทธิ์ในการแข่งขันครั้งนี้ด้วยเ้าค่ะ"
"อืม...เช่นนั้นพวกเราก็คงต้องเร่งฝึกฝนเพื่อเตรียมตัวกันแล้ว งานประลองครั้งนี้ผู้มีฝีมือต้องมารวมตัวกันแน่ ถ้าเพียงแค่แคว้นฉีนั้นคงไม่ได้ยากเย็นอันใดมากมายนัก
แต่การประลองใหญ่ที่ถัดออกไปเพียงสองเดือนยังถือว่าเป็ปัญหาอยู่บ้าง"
เฟิ่งเซียนครุ่นคิดถึงการประลอง ในการประลองครั้งนี้ผู้ที่มีสิทธิ์ในการร่วมประลองจะต้องเป็ผู้ที่มีอายุั้แ่สิบสามถึงยี่สิบปี
ถือว่าเป็การประลองของกลุ่มอัจฉริยะวัยเยาว์ของแต่ละแคว้น ซึ่งแต่ละแคว้นย่อมแฟ้นหาอัจฉริยะลงมาสู้เป็แน่ และแคว้นที่ไม่อาจประมาทได้คงไม่พ้น แคว้นที่ได้ลำดับหนึ่งและสองอย่างแคว้นจ้าว และแคว้นฉิน
ที่เชือดเฉือนกันอย่างเอาเป็เอาตายทุกครั้งที่มีการประลอง ั้แ่มีการจัดประลองนี้ขึ้นมามากกว่า 50 ครั้ง แคว้นที่เคยได้ลำดับหนึ่งมีเพียงสองแคว้นนี้เท่านั้น
เฟิ่งเซียนที่ในตอนนี้มีเื่ที่ต้องทำมากมายเหลือเกิน พวกนางไม่ได้้าที่จะทำให้แคว้นนี้เป็ลำดับหนึ่ง
แต่พวกนางต่างหากที่จะขึ้นเป็ลำดับหนึ่ง ส่วนเื่ของตระกูลไป๋นั้น แน่นอนว่านางจะต้องจัดการไปพร้อมๆ กับงานประลองครั้งนี้
นางเคยให้หน่วยข่าวกรองของนางสืบเื่คนในตระกูลไป๋มาบ้าง โดยตระกูลไป๋นั้น มีผู้นำตระกูลคนปัจจุบันคือ ไป๋จิ้งเทียน หรือก็คือบิดาของร่างนี้
มีฮูหยินใหญ่นามว่า เหยาเหมยอิง ที่เดิมเป็เพียงฮูหยินรอง และได้เลื่อนขั้นเมื่อมารดาของนางได้ลาโลกไปไม่ถึงปี มีบุตรชายหนึ่งคนนามว่า ไป๋เทียนเหลียน อายุสิบเก้าหนาว บุตรสาวคนรองนามว่า ไป๋ฟางซิน มีอายุสิบสี่หนาว ซึ่งเกิดก่อนเฟิ่งเซียนเพียงสองเดือนเท่านั้น
คนต่อไปคือฮูหยินรอง ฟางฮุ่ยเจียง มีบุตรสาวหนึ่งคนนามว่า ไป๋ซูฮั่ว ที่พึ่งอายุครบสิบสี่หนาวในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้
คนสุดท้ายคืออนุ หยางเฟยเฟย นางมีบุตรสาวหนึ่งคนนามว่า ไป๋ลี่อิน อายุ สิบสองหนาวและจะสิบสามในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
เมื่อนึกแล้วนางก็นึกขันในใจ พี่น้องร่วมบิดาของนางแต่ละคนนั้นได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะ อัจฉริยะของคนเ่าั้แทบจะเทียบไม่ได้ กับศิษย์ในสำนักนางด้วยซ้ำ
นี่แหละหนากบในกะลา ไม่เคยคิดจะออกมาลืมตาดูโลกว่าภายนอกนั้นมีผู้ที่เก่งกาจกว่าพวกตนมากมายเพียงใด
และจากการถูกเรียกขานให้เป็อัจฉริยะนั้น คนเ่าั้ก็ยิ่งหยิ่งผยองได้ใจ แม้เมื่อออกมาอยู่ภายนอก ผู้คนจะเห็นว่าคนเหล่านี้เป็คนดี มีเมตตา แต่ความจริงนั้นกลับต่างออกไป พวกเขามีแต่ความริษยาและน่ารังเกียจ แม้แต่พี่น้องร่วมบิดายังคิดสังหารได้
นางและเหล่าสัตว์เทพได้วางแผนกันไว้ว่า ก่อนมีการจัดประลองขึ้นหนึ่งสัปดาห์ นางและศิษย์ในสำนักเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อลงแข่งขันครั้งนี้ และแน่นอนว่าเมื่อบิดาเห็นนางในการแข่งขันย่อมต้องจำนางได้อย่างแน่นอน
นางที่มีใบหน้างดงามคล้ายครึงกับมารดามากถึงเจ็ดส่วนนี้ แม้จะปฏิเสธอย่างไรคงไม่อาจปฏิเสธได้ นางไม่คิดจะหวาดกลัวสักนิดว่าหากผู้ที่สังหารนางจะรู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่ แล้วจะปล่อยนางไว้หรือไม่
ตัวนางในตอนนี้ได้วางแผนรับมือทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่พูดคุยกับจูเชวี่ยเสร็จแล้ว เฟิ่งเซียนก็เดินชมการฝึกของศิษย์ในหน่วยอื่นๆ ต่อรวมถึงให้คำชี้แนะแก่เหล่าศิษย์ด้วย
เฟิ่งเซียนที่มองศิษย์ในสำนักอย่างชื่นชม ไม่เสียแรงที่เหล่าสัตว์เทพเป็ผู้ฝึกสอน ไม่เสียแรกที่นางปรุงโอสถเพิ่มปราณหลายชนิดให้ ไม่เสียแรกที่นางมอบแก่นิญญาอสูรชั้นสูง และหยกประจำธาตุให้ดูดซับอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อนางเดินผ่านศิษย์ในสำนักทุกคนต่างประสานมือคารวะนาง แต่นางก็ยกมือห้ามและให้ฝึกกันต่อไม่ต้องสนใจนาง
เมื่อชมเดินการฝึกครบทุกหน่วยแล้วนางก็กลับมาฝึกในมิติอีกเช่นเดิม เหลือเวลาอีกเพียงสองเดือนเท่านั้น นางจะต้องแข็งแกร่งให้มากขึ้น มากขึ้นไปอีก
*******