บทที่ 2 ติดตาม
“ท่านลุง ท่านป้า หายไปไหน?”
รอยยิ้มสดใสร่าเริงหายไป ปากเล็กเบะบิดคล้ายอยากร่ำไห้ เ้าตัวรีบวิ่งวนเวียนสอดส่องตามจุดต่าง ๆ สีหน้าปนประหม่าน่าสงสาร หลินเซียวไม่เห็นขบวนคาราวานค้าขายเลย ท่านลุงท่านป้าก็ไม่เห็นแล้ว เด็กเล็กพึมพำบางอย่าง จับใจความได้ว่า
“หลินเซียวกลับบ้านไม่ได้แล้ว หลินเซียวไม่อยากเป็ขอทานข้างถนน ฮรือ”
เด็กหญิงนั่งยองกลางทางเดิน ผู้คนผ่านไปมาต่างไม่มีใครให้ความสนใจ ขณะนี้ใบหน้างดงามจ้ำม้ำเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา หลินเซียวร้องไห้ดังขึ้น
ทว่าตอนนี้เองชายคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้านาง หลินเซียวแหงนหน้ามองชายร่างสูงโปร่งทั้งที่แพขนตายังชุ่มอยู่ ปากเล็กจีบพูดน่าเอ็นดู
“ท่านเองหรือ?”
หลินเซียวเริ่มมีความหวังขึ้นมา เด็กน้อยลุกขึ้นยืนปัดก้น กางแขนกอดท่อนขาชายแปลกหน้าแน่นเหนียว นางเอาแต่พูดขอร้องนับครั้งไม่ถ้วน
“ช่วยหลินเซียวตามหาท่านลุงท่านป้าได้หรือ?”
จื่อิ -...-! แล้วมันใช่ธุระโกงกางอะไรของข้า
แต่ว่าจื่อิประหลาดใจนัก เด็กเล็กตัวแค่นี้ไม่ได้อยู่กับมารดางั้นหรือ อย่างนั้นนางมาเดินเตร็ดเตร่ในท่าน้ำขนส่งได้อย่างไร จากเสื้อผ้า...คงไม่ใช่ทาสในเรือกระมัง? หรือว่านางถูกลักพาตัวมา!!
เดิมทีจื่อิติดตามเด็กน้อย ก็เพื่อจะดูให้แน่ชัดว่านางกลับถึงมือมารดาอย่างปลอดภัย
“หลินเซียวอยากกลับบ้าน” เด็กหญิงกอดขาแน่น หัวทุยคลอเคลียไปมา น้ำตายังชุ่มอยู่
“นั่นชื่อของเ้า?” จื่อิกอดอกเ็า มองหลินเซียวด้วยหางตา แทบไม่อยากแตะต้อง
เด็กหญิงพยักหน้ารับ ปลายจมูกของนางแดงชื้น ดูยังไงก็เหมือนลูกกวางน้อย
ไม่ได้! ต้องหาทางส่งนางกลับไป
จื่อิขมวดคิ้ว พลางครุ่นคิดในใจ อย่างนั้นขอแค่รู้ชื่อมารดา ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินในใต้หล้าตามหาคน ไม่ใช่เื่ยากสำหรับซ่งจื่อิเลยสักนิด
“บอกชื่อมารดาของเ้า!”
หลินเซียวพูดชื่อท่านแม่เบา ๆ แต่พอพูดมันออกไป ดูเหมือนว่าบ่อน้ำตาตื้นขึ้นมาอีกครั้ง จื่อิจับใจความไม่ถนัดนักจึงละทิ้งท่าทางหยิ่งยโส ยอมยวบตัวลงต่ำ...อยู่ในลักษณะนั่งยองต่อหน้านาง
ตอนนี้หลินเซียวเลิกกอดขาจื่อิแล้ว แต่ย้ายมากอดคอจื่อิแทน เด็กหญิงโอบกอดด้วยความอ่อนโยน ไม่ได้ทะเล้นดื้อดึงเหมือนตอนปีนขึ้นไปขี่คอเ้าโง่ไป๋เจี้ยนเลยสักนิด จื่อิััได้ถึงความโดดเดี่ยวที่เด็กหญิงกำลังเผชิญ
ฝ่ามือหยาบกร้านที่ถนัดถือเพียงดาบและตำรา บัดนี้ย้ายมาลูบหลังปลอบประโลมหลินเซียวเบา ๆ จื่อิไม่สามารถย่อตัวเช่นนี้ได้ตลอด แต่จะลุกขึ้นยืนมือเล็กเหนียวแงะอย่างไรก็ดึงไม่ออก จื่อิลุกขึ้นยืนอย่างจำใจ
สองแขนกำยำรองรับร่างอ้วนกลมของเด็กหญิงติดไปด้วย เป็ครั้งแรกที่จื่อิอุ้มเด็ก และยังเป็เด็กหญิงอีกด้วย! คนสนิทมิตรสหายที่เคยใกล้ชิดกัน ต่างรู้ดีว่าจื่อิชังเด็กเล็กเสียยิ่งกว่าอะไร นั่นก็เพราะเด็กวัยกำลังโตเ่าั้ หากไม่ได้รับการสั่งสอนที่ดี มักแผดเสียงร้องดัง ๆ และบีบน้ำตาเยอะ ๆ ครั้งอยากได้สิ่งของ
เสียงเด็กร้องไห้น่ารำคาญที่สุด!
แต่การร้องห่มร้องไห้ของหลินเซียว ไม่ใช่เพราะเอาแต่ใจ แต่เพราะนางกำลังพลัดหลงกับครอบครัวต่างหาก เด็กน้อยน่าสงสารขนาดนี้ ซ่งจื่อิคงไม่ใคร่ถือสา แม้ว่าท่าอุ้มของจื่อิ…ดูอย่างไรก็เหมือนแบกอะไรสักอย่าง ถึงกระนั้นก็ภูมิใจมากที่อุ้มเด็กเป็แล้ว
ฝ่ามือจื่อิลูบแผ่นหลังนุ่มนิ่มช้า ๆ หัวทุยของหลินเซียวซบอิงแอบบนหัวไหล่จื่อิ ปากของนางเล่างึมงำพอจะจับใจความได้ว่า
หลินเซียวอาศัยอยู่กับท่านแม่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แต่จำชื่อหมู่บ้านไม่ได้แล้ว และจำไม่ได้อีกว่าหมู่บ้านของท่านแม่อยู่ที่ไหน นอกจากท่านแม่ยังมีท่านป้าท่านลุงอาศัยอยู่ด้วย ลูกสาวของท่านป้ามักรังแกหลินเซียว นางบอกว่าหลินเซียวไม่มีพ่อ เกิดจากกระบอกไม้ไผ่
หลินเซียวเสียใจมาก ตอบกลับไปอย่างกล้าหาญ สักวันหลินเซียวจะได้เจอกับท่านพ่อแน่นอน!
ท่านลุงท่านป้าไม่ชอบหลินเซียว เวลาท่านแม่ไม่อยู่บ้าน พวกเขาพูดว่ารังเกียจหลินเซียว แล้วยังพูดอีกว่า...นางสองแม่ลูกเป็ปลิงดูดเื หลินเซียวตอบกลับไปว่า ไม่ใช่! แล้วปาก้อนหินโดนหัวท่านลุงจนเืไหล
ท่านป้าร้อนใจเดินมาหยิกหลินเซียวจนเนื้อเขียว จากนั้นพูดว่าจะพามาทิ้ง หลินเซียวคิดว่าท่านป้าอาจจะพูดอย่างนั้นเพราะกำลังโกรธอยู่ ไม่คิดว่าท่านป้าจะพาหลินเซียวมาทิ้งจริง ๆ
จื่อิได้ฟังความในใจของเด็กน้อย ด้วยนิสัยรักหน้าถือตาเป็ทุนเดิม ง่ายนักที่จะรู้สึกไม่พอใจ มืออีกข้างที่ว่างอยู่ ขดม้วนเป็กำปั้นซ่อนไว้ใต้ชายเสื้อ จื่อิกล่าวสั้นห้วนถามกลับไปว่า
“แล้วมารดาของเ้าไปไหน? ไยปล่อยให้เ้าถูกรังแก”
น้ำเสียงอ้อยอิ่งของเด็กหญิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวถึงมารดาอย่างถวิลหาว่า
“ท่านแม่บอกว่า พวกเรายากจน ตราบใดที่ปากยังหิว ท้องยังร้อง ก็ต้องรู้จักทำงานหาเงิน”
ครั้นกล่าวถึงมารดาคนงาม ภาพในความทรงจำของหลินเซียวผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด…
ยามเช้า…ท่านแม่คนงามจะแบกตะกร้าหนึ่งใบไว้บนหลัง มือหนึ่งถือไม้ค้ำนำทาง มือหนึ่งถือตะกร้าไม้ไผ่ ท่านแม่คนงามหายเข้าไปในป่านานหลายวัน บางครั้งจากไปเป็เดือน บางครั้งจากไปแค่ไม่กี่สิบวัน
ด้วยเหตุนี้หลินเซียวจึงอยู่ในความดูแลของท่านลุงท่านป้าเป็ส่วนใหญ่ ยามมารดาคนงามกลับจากหาของป่า หอบพืชผักสมุนไพรมากมายหลายชนิดมาขาย ครั้งไหนโชคดีจะมีเนื้อกระต่ายติดมือมาด้วย
ใช่แล้ว อาชีพของท่านแม่คนงาม คือเก็บของป่าขาย
ถึงบ้านของหลินเซียวจะจนมาก แต่ท่านแม่คนงามก็ดูแลหลินเซียวอย่างดี ท่านลุงท่านป้าไม่กล้ารังแกหลินเซียวต่อหน้าท่านแม่หรอก
จื่อิฟังมาถึงตรงนี้ก็ยังรู้สึกโกรธอยู่ และรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับนางหมูน้อยตัวนี้เลยสักนิด
“ทำไมเ้าไม่ฟ้องมารดา ให้จัดการสองคนนั้นแทนเ้า?”
หลินเซียวถอนลมหายใจออกมาช้า ๆ จากนั้นตอบกลับอย่างรู้ความและสุภาพน่าเอ็นดู
“ท่านลุงท่านป้าเป็ญาติของท่านแม่ บ้านที่พวกเราอาศัยอยู่ก็เป็บ้านของพวกเขา ท่านลุงท่านป้าพูดกับหลินเซียวไม่ดี แต่ไม่เคยทุบตีหลินเซียวเลย อย่างมากก็แค่แอบใช้งาน ให้หลินเซียวทำงานบ้านแทนทุกอย่าง หลินเซียวกลัวว่า หากบอกท่านแม่ ผู้ใหญ่จะทะเลาะกัน เป็ไปได้ว่าหลินเซียวกับท่านแม่จะไม่มีบ้านอยู่”
จื่อิรู้สึกจุกอกจนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าเด็กเล็กตัวเท่านี้จะมีความคิดเป็ของตัวเองและรู้ความขนาดนี้ จื่อิได้แต่ก่นด่าแทนหลินเซียวในใจ “ไอ้บิดาไร้ประโยชน์ ไม่เลี้ยงดูบุตร ทอดทิ้งภรรยา!”
ชายหนุ่มทั้งเอ็นดูและสงสารเด็กน้อย จื่อิคลี่กำปั้นออกแล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวทุย ๆ ของนางช้า ๆ ประหนึ่งกล่อมเด็ก นับเป็ครั้งแรกที่จื่อิปลดปล่อยตัวตนที่อ่อนโยนออกมา
ระหว่างที่ฟังพื้นหลังของหลินเซียว จื่อิขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา เพราะอยากรู้เหลือเกินว่า มารดาของหลินเซียวเป็ใคร มีชื่อแซ่ว่าอย่างไร สตรีเช่นนางสมควรได้รับการยกย่อง ดูแลสั่งสอนบุตรสาวได้ดีขนาดนี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
“มารดาของเ้านามว่าอันใด?”
ทว่าคำถามของจื่อิกลายเป็หมัน เมื่อเสียงลมหายใจของหลินเซียวผ่อนเข้าออกมั่นคง
ใช่ เด็กน้อยถูกลูบหลังจนหลับไปเสียแล้ว
จื่อิแสยะยิ้มมุมปาก พึมพำออกมาอย่างหนึ่งว่า
“เลี้ยงง่ายจริง ๆ”
ตอนนี้เอง… ไป๋เจี้ยนในสภาพดำปี๋ผลีผลามเข้ามาหาจื่อิเพื่อรายงาน แม้ไม่ได้เอ่ยปากพูดแต่เสียงฝีเท้านั้นดังรบกวน สามารถทำให้คนตื่น ดวงตาของไป๋เจี้ยนเหลือกโลนแทบถลน ยกมือขยี้ม่านตาหลายหน ทว่าภาพตรงหน้าไม่อาจเปลี่ยนแปลง
ไป๋เจี้ยน -...-! เป็ไปได้อย่างไร?? เ้าเด็กนั่นพาดอยู่บนไหล่นายท่าน??
ไป๋เจี้ยนยังไม่ได้ทำเสียงดังรบกวนอันใด ซ่งจื่อิหรี่เปลือกตาแคบพลางชักสีหน้าหงุดหงิด แล้วกล่าวว่า “เบาหน่อย!”
-----
*ไหนบอกเกลียดเด็ก*