[เปิดระบบ! ท่าไม้ตาย: มัดใจชายงาม... สวมบทนายหญิงผู้น่าสงสาร!]
สิ้นเสียงแจ้งเตือน ร่างของหว่านฉิงก็ถูกแรงลึกลับกระแทกเข้าอย่างจังจนเกือบถลาตกเตียง ทว่านางยังโชคดีที่อยู่ในพันธนาการของพญาัหนุ่ม รุ่ยอ๋องว่องไวพอที่จะรั้งร่างระหงกลับมาแนบอกได้ทันท่วงที
‘ไอ้ระบบเฮงซวย! แกถีบฉันทำไมวะ!’ นางสบถด่าในใจอย่างเดือดดาล ขณะหรี่ตาลงอย่างอ่อนแรง ซบหน้าลงกับแผงอกแกร่ง นางยกมือขึ้นกุมหน้าท้องพลางส่งเสียงครวญครางอย่างความเ็ป “เจ็บชะมัด...”
“เจี่ยเจีย! ท่านเป็อย่างไรบ้าง?”
เยี่ยนเฉิงใจนสร่างเมา เขาเบิกตาโพลงมองเอวบางที่ตนโอบกอดด้วยความกังวล ก่อนจะโวยวายข้ามไหล่นางไป “พี่ใหญ่! นางอุตส่าห์ช่วยชีวิตพวกเรานะ เหตุใดท่านต้องรุนแรงกับนางถึงเพียงนี้!”
“ท่านอย่าได้คิดจะทำร้ายนางเด็ดขาด นางเป็สตรีคนแรกของข้า!” หรงเยว่ที่ฟุบหน้าอยู่บนสะโพกมนตวาดลั่นอย่างลืมตัว แววตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังพี่ชายอย่างเอาเื่ ทำเอารุ่ยอ๋องถึงกับหน้าถอดสี เขารีบปฏิเสธเสียงแข็ง
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไรนางเลย!”
หว่านฉิงรีบตัดบท “พวกท่านอย่าทะเลาะกันเลยเ้าค่ะ... พักหลังมานี้ข้าถูกสิ่งลี้ลับคอยติดตาม บางครามันก็ช่วยเหลือข้า ทว่าบางทีมันก็ร้ายนัก... ช่างมันเถิดเ้าค่ะ”
“ข้าเองก็รู้สึกเช่นนั้น... เมื่อครู่คล้ายมีมวลอากาศกระแทกลงบนตัวเ้า” รุ่ยอ๋องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน เขาขยับกายลุกขึ้นหวังจะสำรวจแผ่นหลังบางว่ามีรอยบอบช้ำหรือไม่ ทว่าลมหายใจของเขากลับต้องสะดุดกึก
ผิวขาวเนียนดุจหยกสลักเมื่อคืนนี้ เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงทั่วทุกอณู ร่องรอยการถูกรุกรานอย่างหนักหน่วงย้ำเตือนถึงบทรักอันบ้าคลั่งที่เพิ่งผ่านพ้น... ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็ฝีมือผู้ใดไปได้ หากมิใช่พวกเขาทั้งสามคน รอยหยดเืจาง ๆ บนฟูกนอนขาวสะอาดนั้นเป็เครื่องพิสูจน์ว่านางสูญสิ้นความบริสุทธิ์ไปแล้ว และนางมิใช่นางโลมในหอคณิกา
บุรุษทั้งสามต่างสบตากันอย่างเงียบงัน หัวใจกล้าแข็งของบุรุษพลันวูบไหวด้วยความรู้สึกผิดและหวงแหนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ในขณะที่หว่านฉิงหยัดกายลุกขึ้น คว้าผ้านวมหน้าขึ้นปกปิดเหนือทรวงอกงาม
“เื่เมื่อคืนนี้ข้าจะเก็บเป็ความลับ ไม่แพร่งพรายไปเป็อันขาด พวกท่านลืมมันไปเสียเถิด... ไม่จำเป็ต้องเก็บเื่พรหมจรรย์ของข้ามาใส่ใจ เดิมทีข้าก็เป็นายหญิงแห่งหอนางโลมอยู่แล้ว ประสบการณ์ในค่ำคืนแรกที่ได้ร่วมอภิรมย์กับยอดบุรุษพร้อมกันถึงสามท่านเช่นนี้... ช่างหาได้ยากยิ่งนัก”
หว่านฉิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก น้ำเสียงเรียบนิ่งทว่ากรีดลึกเข้าไปในใจคนฟัง นางฝืนกายลุกขึ้นไปคว้าหยิบอาภรณ์สีขาวสะอาดตัวบางมาสวม “ข้าจะสั่งให้บ่าวที่ไว้ใจได้นำทางพวกท่านออกไปทางประตูลับสำหรับแขกพิเศษ จะไม่มีผู้ใดรู้เห็นว่าท่านเดินทางมาที่นี่ในวันนี้เ้าค่ะ”
“เจี่ยเจีย... ท่านรังเกียจข้าหรือ?” เยี่ยนเฉิงทำหน้าสลดประหนึ่งลูกหมาถูกทิ้ง เขาถลาเข้ามากุมข้อมือนางไว้แน่น “ท่านคงเกลียดข้ามากสินะ...”
“ปละ... เปล่าเลย ข้ามิได้คิดเช่นนั้น” นางตอบตะกุกตะกักอย่างเสียอาการ เมื่อเจอ ‘เมน’ คนโปรดมาออดอ้อน นางพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา “ข้าจำเป็ต้องปกป้องศักดิ์ศรีของพวกท่าน ข้าเป็เพียงบุตรอนุ ถึงบิดาจะเป็แม่ทัพ ทว่ามารดาของข้าเป็นางคณิกา... แม้แต่การจะเป็มิตรสหายกับผู้สูงศักดิ์เช่นพวกท่าน ข้าก็ยังมิคู่ควรเลยเ้าค่ะ”
“ข้าเองก็เป็เพียงคุณชายผู้ต่ำต้อย เป็ลูกอนุเหมือนท่าน... เจี่ยเจีย” เสนาบดีหนุ่มบีบน้ำตาคลอเบ้าอย่างแเี หวังจะเรียกคะแนนสงสาร
“เล่นละครงิ้วบทพี่สาวน้องชายพอหรือยัง? ท่านเสนาบดีลู่” รุ่ยอ๋องขัดขึ้น ตาคมตวัดมองไปยังหญิงสาวด้วยท่าทีออกคำสั่ง “ไม่ใช่เื่ที่เ้าจะมีสิทธิตัดสินใจ คุณหนูเล็กตระกูลมู่ นายหญิงหว่านฉิง”
พ่อพระเอกธงแดงคลั่งรักของฉัน! แบ้ดชะมัด กรี๊ดดดด! คงให้คนสนิทไปสืบเื่ของฉันมาหมดแล้วใช่ไหมล่ะ
หว่านฉิงกรีดร้องในใจจนแทบกระอักเื ทว่าภายนอกกลับทำเพียงเบือนหน้าหนี ไม่ยอมปริปากราวกับหญิงสาวแสนงอนที่กำลังประชดประชันสามี
ทางด้านรุ่ยอ๋องเองก็ขุ่นมัวในใจไม่น้อย เมื่อเช้านางยังนอนซุกอกเขาอยู่แท้ๆ ตอนนี้กลับปล่อยให้เ้าเสนาบดีนั่นคลอเคลียซุกไซ้ประหนึ่งสุนัขประจบเ้าของ!
“เมื่อคืนนี้ข้าเป็บุรุษคนแรกที่นาง...” รุ่ยอ๋องประกาศเสียงเรียบทว่าทรงอำนาจ ก่อนจะปรายตามองบุรุษอีกสองคน “ส่วนพวกเ้า... เป็ได้เพียงอนุ”
“อนุเหรอ!?”
“ข้าไม่ใช่อนุ! จะเป็อนุได้อย่างไร เมื่อคืนนี้ข้าอ่อนโยนกับเจี่ยเจีย นางชอบลีลาของข้าที่สุด ใช่หรือไม่?” เยี่ยนเฉิงซุกใบหน้าลงกับอกอวบอิ่ม ออดอ้อนนางอย่างไร้ยางอาย ส่วนแม่ทัพใหญ่หรงเยว่ก็หาทางแทรกกายเข้ามาจนได้ แม้จะต้องแลกฝ่ามือกับพี่ใหญ่ ปะทะกันวุ่นวายอยู่ครู่หนึ่งก็ตาม
ฮะ? อะไรนะ? อนุชายเหรอ...
หว่านฉิงถึงกับยืนตะลึงตาค้าง นี่นางกำลังรวบรวมบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในนครฉางอันมาสร้างฮาเร็มชายบำเรอพร้อมกันถึงสองคนเลยหรือนี่
[ติ๊ด! ยินดีด้วยขอรับโฮสต์! ภารกิจพิชิตรุ่ยอ๋องเป็สามีเอก คว้าสองอนุชายสำเร็จลุล่วง! รับคะแนนความร้ายกาจของนางร้าย 1,000 คะแนน!]
‘ไอ้ระบบ...’ หว่านฉิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะสื่อสารผ่านจิตด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ‘คุณระบบเ้าคะ ขอบพระคุณที่กรุณาเก็บแต้มให้ข้าน้อย แต่คราวหน้าคราวหลังก็ช่วยปรับปรุงระบบให้มันเสถียรกว่านี้หน่อย อย่าให้มันล่มบ่อยนัก ข้าไม่อยากหัวใจวายตายเพราะแกอีกเป็รอบที่สอง!’
หว่านฉิงแค่นยิ้มเย็นขณะต้องรับมือกับศึกรอบด้าน ทั้งสังขารที่เพิ่งผ่านสมรภูมิรบอันหนักหน่วงมาตลอดทั้งคืน เ้าระบบเฮงซวยที่ขยันกวนประสาทไม่เว้นแต่ละวัน แต้มบุญที่อุตส่าห์สะสมมาแทบตายไม่เคยได้หยิบใช้ ไอ้ระบบเ้ากรรมมักจะล่มในจังหวะคอขาดบาดตายเสียทุกที!
ดวงตากลมโตสบประสานกับั์ตาคมปลาบของรุ่ยอ๋องที่จ้องมองมาอย่างผู้ชนะ ก่อนจะปรายไปยังเยี่ยนเฉิงที่ยังคงแสร้งทำหน้าเศร้าสร้อยออดอ้อน สุดท้ายคือหรงเยว่ แม่ทัพใหญ่ที่ในแววตาลุกโชนด้วยเพลิงริษยา
‘นี่ฉันทะลุมิติมาเป็นางร้าย หรือมาเป็หัวหน้าสโมสรกีฬาเพาะพันธุ์เสือกันแน่! ได้รวบตึงฮาเร็มหนุ่มที่ทั้งหล่อล่ำ อายุก็กำลังดี พี่สาวน่ะสามสิบเจ็ดแล้วนะยะ ไม่ใช่สิบเก้าปีในร่างนี้ หิวโหยจนตายผู้ชายยังไม่เคยได้แอ้มสักคน ดันมาเจอหมาป่าหิวโซอย่างพวกน้อง ๆ ลาภลอยแท้ ๆ อุ๊ย...’
นางพยายามผ่อนลมหายใจเข้าออกตามหลักที่เคยสอนนักศึกษา ปรับจังหวะหัวใจให้คงที่เพื่อไม่ให้ความ ‘ฟิน’ ในใจมันทะลุออกมา ร่างกายที่เคยถูกพิษเย็นกัดกินจนแทบแหลกสลาย บัดนี้กลับร้อนผ่าวและเปี่ยมด้วยพละกำลังอย่างน่าอัศจรรย์ ผลพลอยได้จากการ ‘ถอนพิษ’ ร่วมกับเหล่าเมนสุดที่รักเมื่อคืนนี้ มันช่างคุ้มค่าคะแนนเสียจริง!
“เชิญพวกท่านจัดแจงร่างกายให้เรียบร้อยเถิดเ้าค่ะ” หว่านฉิงเอ่ยพลางหยัดกายลุกขึ้นด้วยท่าทางรวดร้าว นางคว้าชุดคลุมขนหมาป่ามาสวมทับเพื่อบดบังร่องรอยสวาทที่ฝังแน่นอยู่บนเรือนร่าง “ข้ายังมีงานอีกมากที่ต้องสะสาง หากคุณชายทั้งสามไม่รังเกียจที่จะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ข้าพอจะมีอาภรณ์ชั้นเลิศของเหล่านายโลมให้หยิบยืมอยู่บ้าง”
นางทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ประหนึ่งนางพญาผู้กุมชะตาบุรุษทั้งสามไว้ในกำมือ โดยมิยอมเอ่ยปากยืนยันสถานะให้ใครสบายใจทั้งนั้น
สามหนุ่มต่างหันมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง นี่ผู้สูงศักดิ์อย่างพวกเขาจะต้องสวมอาภรณ์ของชายบำเรออย่างนั้นหรือ!
ขณะที่พี่ใหญ่และพี่รองหน้าบึ้งตึงปานจะกินเืกินเนื้อ เ้าสุนัขน้อยเยี่ยนเฉิงกลับพุ่งปราดเข้าไปเกาะแขนนางทันที
“เจี่ยเจียให้ข้าใส่อะไร ข้าก็จะใส่ขอรับ... ต่อให้เป็ชุดของชายบำเรอข้าก็ยอม”
หน็อย... ไอ้เสนาบดีจอมเสแสร้งนี่มันน่าหมั่นไส้นัก!
รุ่ยอ๋องและแม่ทัพหรงเยว่สบถด่าในใจเป็เสียงเดียวกัน ตาจ้องเขม็งมองน้องเล็กที่ชิงทำคะแนนอย่างหน้าด้านๆ