คุณพร้อม

    ถอดใจ

    ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด “กะทิเข้ามาฉันด้วย เดี๋ยวนี้”

    “ได้ค่ะ คุณพร้อม”

    “นี้เอกสารรายงานพิมพ์ผิด ตัวหนังสือเว้นวรรคไม่ถูกต้องทำให้อ่านยาก พิมพ์ผิดพิมพ์ถูก ทำไมไม่ตรวจทานให้มันดี ๆ ก่อนส่งฉัน”

    “ขอโทษค่ะ”

    “นี่คุณแก้วกะรัต คุณพูดแต่คำว่าขอโทษ ๆ แล้วงานมันออกมาดีไหมฉันไม่อยากฟัง ทำไมเข้าใจยากเย็นแบบนี้”

    “คำผิดเยอะแยะถ้าไม่รู้ว่ามันเขียนผิดเขียนถูก ลองหาในอินเทอร์เน็ตมีให้ดูเยอะแยะ ทำไมต้องให้บอกฉันต้องเสียเวลามานั่งตรวจงานคุณบ่อย ๆ มันเสียเวลาที่ต้องทำงานอื่นเอาไปแก้มาใหม่”

    “กะทิขอโทษค่ะ เดี๋ยวกะทิจะแก้ไขให้ใหม่เดี๋ยวนี้” ก่อนที่กะทิจะรวบรวมเอาเอกสารกลับไปแก้ไขให้เ๽้านายสาวที่อารมณ์ไม่ดีมา๻ั้๹แ๻่ตอนเช้าแล้ว อดทนไว้กะทิทำผิดต้องแก้ไขแม้จะน้อยใจที่ต้องโดนเ๽้านายดุก็เถอะ การเรียนกับการทำงานมันคนละอย่างกันเลยเธอจะรอดไหมเนี่ย งานเลขาต้องใช้ความละเอียดรอบคอบมากมาย ซึ่งกะทิเองยิ่งไม่มีทางเป็๲ไปได้เลยขนาดในชีวิตประจำวันยังหลง ๆ ลืม ๆ เธอไม่ชอบงานแบบนี้เลย

    “เดี๋ยว...คุณแก้วกะรัตอย่าพึ่งออกไป ตอนบ่ายฉันต้องเข้าประชุมผู้บริหาร คุณก็ต้องเข้าไปกับฉันด้วย”

    “ค่ะคุณพร้อม”

    “อ๋อ...เดี๋ยวมีเครื่องอัดเสียงก็เตรียมเอาไปด้วยเผื่อฟังอะไรไม่ทันจะได้เปิดฟังได้ตอนสรุปรายงาน ช่วยเตรียมให้พร้อมและเช็คดูพวกถ่านอะไรให้เรียบร้อย ”

    “ค่ะคุณพร้อม มีอะไรอีกไหมคะ?? ถ้าไม่มีอะไรแล้วกะทิขอตัวออกไปทำงานก่อน”

    “อืมไม่มี เชิญค่ะ” พันธ์ธีราเมื่อเห็นสีหน้าเหงาหง๋อยของเ๯้าเด็กกะทิตัวแสบที่เธอเผลอใส่อารมณ์ไปก็รู้สึกผิดขึ้นมาแต่ก็ไม่พูดอะไรออกไป เมื่อทำผิดก็ว่าไปตามผิดเธอจะไม่ใจอ่อนให้เด็ดขาดเดี๋ยวได้ใจทำผิดพลาดบ่อยๆ จนติดเป็๞นิสัย


    ณ โรงอาหาร

    “เป็๲ไรไปนังทิ นั่งหมดอาลัยตายอยาก”

    “กระป๋อง ฉันว่าฉันคงไม่เหมาะกับงานเลขานี้แล้วว่ะ”

    “ดราม่าอะไรอีกละวันนี้”

    “ก็ทำงานผิด โดนคุณพร้อมบ่นใหญ่เลย ฉันก็รู้นะเว้ยว่าทำผิดแต่ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ชอบงานเลขา มันต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ เก่ง และมีไหวพริบ แกดูฉันสิเด็กกะโหลกกะลาประสบการณ์อะไรก็ไม่มีสักอย่าง มาเริ่มต้นทำงานด้วยงานที่ต้องมีความสามารถขนาดนี้ ฉันคิดว่ามันเสียเวลาคุณพร้อมมากกว่าแทนที่จะมีเลขาที่ช่วยงานคุณเขาได้เต็มที่ จะต้องมาเสียเวลาสอนงานกับเด็กไม่เอาไหนแบบฉันอีก ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองยังไงก็ไม่รู้ว่ะกระป๋อง”

    “เอาน่ากะทิ แกพึ่งทำงานได้สองวันเองอย่าพึ่งท้อสิ คนเรากว่าจะทำได้ถูกทุกอย่างมันก็ต้องทำผิดพลาดมาก่อนหมดนั่นแหละแค่ต่อไปก็จำไว้เป็๲บทเรียนว่าอย่าผิดซ้ำอีกก็พอ สู้ ๆ น้า แกเก่งจะตายอย่ามาทำเป็๲หมาหงอยแบบนี้มันไม่ใช่แกนะเว้ย คนอย่างแกต้องพุ่งชนปัญหาไม่ใช่หรอ ไม่ใช่ถอยหนีปัญหาแบบนี้ คนเรามันท้อได้แต่อย่าท้อนานลุกขึ้นสู้สิ”

    “อืมจริงสิเนอะ ฉันเก่งฉันต้องสู้ คนอื่นทำได้ฉันก็ต้องทำได้จริงไหมเพื่อน”

    “ใช่ถูกต้อง แกดูฉันสิคนโง่ ๆ อย่างฉันยังผ่านมาได้เลย แกก็ต้องผ่านไปได้เหมือนกันสิแกเก่งจะตาย อย่าดูถูกตัวเองเข้าใจไหม”

    “อืม...ขอบใจแกมากนะกระป๋องที่แกคอยให้กำลังใจฉันน่ะ”

    “ก็แกเพื่อนฉันนี่นา ฉันเห็นแกหงอยเป็๲หมาป่วยแบบนี้ไม่ได้มันไม่ชินตาเข้าใจไหมนังกะทิแตกมัน”

    “อื้อ…. น่ะฉันโอเคแล้วน่า จะโดนด่าโดนว่าอีกกี่ครั้งฉันก็จะไม่นอยด์อีกแล้ว”

    “ให้มันได้แบบนี้สิ ไปเตรียมตัวไปประชุมกับบอสใหญ่ได้แล้ว อ๊ะอย่าลืมน้ำมะพร้าวปั่นไปให้บอสแกด้วยจะได้เป็๲เครื่องเซ่นไม่ด่าไม่ว่าแกอีก”

    “เออนะ เอาไปให้คุณพร้อมเขาดื่มบ้างตอนเช้าบ่นฉันเยอะคงจะเจ็บคอน่าดู คิกๆๆๆๆ ”


    ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาตเข้าไปนะคะ”

    พันธ์ธีราที่ตอนนี้นั่งเล่นพักผ่อนที่โซพากลางห้อง เงยหน้าขึ้นมองเลขาสาวที่ถือแก้วน้ำอะไรสักอย่างเดินตรงมาที่เธอด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อย่างกับเป็๲คนละคนกับตอนก่อนเที่ยงที่เดินคอตกออกจากห้องทำงานเธอไป

    “กะทิเอาน้ำมะพร้าวปั่นที่คุณพร้อมชอบมาฝากค่ะ นี้เป็๞น้ำมะพร้าวสด ๆ ไม่มีนมสดปนสักหยดเลยนะคะ”

    “ฉันบอกเธอ๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ว่าฉันชอบน้ำมะพร้าวปั่นนะ”

    “อ้าว… ก็เมื่อวานคุณพร้อมบอกว่าชอบทานน้ำกะทิสด ๆ ไงละคะ กะทิเข้าใจว่าคุณพร้อมไปอยู่เมืองนอกมานานนมอาจจะเรียกน้ำมะพร้าวว่าเป็๞กะทิยังไงละคะ แต่ยังไงก็ช่างเถอะคุณพร้อมทานมันสักนิดนะคะจะได้หายเจ็บคอลงบ้าง”

    “ทำไมฉันต้องเจ็บคอ ฉันสบายดีไม่ได้เจ็บคอรึป่วยตรงไหน เธอเป็๲อะไรมากไหมกะทิชักพูดจาแปลก ๆ”

    “กะทิไม่ได้เป็๞อะไรเลย แต่กะทิรู้ว่าคุณพร้อมต้องเจ็บคอมาก ๆ เพราะตอนเช้าคุณพร้อมบ่นกะทิไปเยอะไงละคะ คิก ๆๆๆๆ”

    “กะทิ …. ฉันไม่รู้จะหาคำไหนมาว่าเธอแล้วนะ ให้มันรู้สำนึกบ้างที่ฉันต้องเจ็บคอสอนเธอปาว ๆ อยู่เนี่ยมันซึมเข้าสมองของเธอบ้างรึเปล่าหรือว่าเข้าหูขวาทะลุหูซ้ายไปหมดแล้ว”

    “นี่ไงคะ คุณพร้อมเจ็บคอมากไหมคะ เอาดื่มน้ำมะพร้าวสักหน่อยคอจะได้โล่ง ๆ ”

    “กะทิ…. ฉันเป็๲เพื่อนเล่นเธอรึไงห๊ะ”

    “เปล่าคะ คุณพร้อมไม่ใช่เพื่อนเล่นของกะทิ คุณพร้อมเป็๞เ๯้านายของกะทิและกะทิก็เคารพคุณพร้อมอย่างกับแม่คนที่สองเลยนะคะ กะทิไม่กล้าคิดว่าคุณพร้อมเป็๞เพื่อนเลยสักครั้งก็ไม่มี๊ไม่มี คุณพร้อมเชื่อกะทินะคะ” พลางทำหน้าตาใสซื่อใครเห็นก็รู้ว่ากวนโอ๊ย

    “พอ ๆ ไปเตรียมตัวจัดของเข้าประชุมได้แล้ว ใกล้ถึงเวลาแล้ว”

    “ค่ะ… แต่คุณพร้อมยังไม่ได้ดื่มน้ำมะพร้าวปั่นเลยนะคะ ดื่มสิคะเดี๋ยวมันละลาย มาค่ะกะทิป้อน”

    “กะทิ”

    “โอ๊ะโอคุณพร้อมเสียงสองก็มาแล้ว เจ็บคอนะคะใช้เสียงต่ำมากเกินไปดื่มนะคะ กะทิเป็๞ห่วงจริง ๆ ”

    กะทิที่ตอนนี้นั่งคุกเข่าลงกับพื้นพรมพร้อมกับยื่นแก้วมะพร้าวปั่นไปชิดที่ริมฝีปากอวบอิ่มของพันธ์ธีราที่นั่งกอดอกอยู่บนโซพา ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

    พันธ์ธีราสำรวจใบหน้าน่ารักที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเผลอไผลและมันเขี้ยวจึงโน้มตัวลงไปกัดเข้าที่ปลายจมูกโด่งรั้นของกะทิเบา ๆ ข้อหาทะเล้นมากเกินเหตุ

    “------” 

    " เอ่อ.....กะทิไปเตรียมของเดี๋ยวนี้ละคะ "  ก่อนที่ร่างเล็กของกะทิจะรีบสาวเท้าเดินออกไปจากห้องทำงานของคุณพร้อมด้วยความรวดเร็ว

    เมื่อร่างเล็กของกะทิออกไปจากห้องแล้ว พันธ์ธีราถึงกับอมยิ้มกับความน่ารักของยัยเด็กตัวแสบ " ฉันว่าจะไม่แล้วนะกะทิ เธอทำให้ฉันอดใจไม่ไหวแล้วจริง ๆ จะโทษก็โทษความน่ารักสดใสของเธอละกัน "

    ฝากฝั่งกะทิที่หนีออกมาจากห้องทำงานของคุณพร้อมที่ตอนนี้หัวใจของเธอกำลังเต้นโครมครามจนเธอกลัวว่ามันจะกระเด็นออกมาจากตัวเธออยู่แล้ว ก่อนจะใช้มือเล็กข้างหนึ่งจับไปที่หัวใจเพื่อกุมมันเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ไปจับที่ปลายจมูกโด่งของตัวเองเบา ๆ ไม่จริงเธอฝันไปแน่ ๆ คุณพร้อมจะมากัดจมูกเราทำไม ไม่ได้การล่ะ แสดงว่าคุณพร้อมต้องหิวข้าวมากแน่ๆ เพราะเธอไม่เห็นคุณพร้อมทานข้าวกลางวันเลย

    " โถ่ๆๆ..คุณพร้อมคงหิวข้าวจนตาลายมองกะทิเป็๲อาหารไปแล้ว น่าสงสารจังเลยทำงานจนไม่มีเวลาทานอาหารเหมือนคนอื่นเขา "