วันนี้เป็วันอาทิตย์ ลิดาขอแม่ไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับนายนพฤทธิ์ หลังจากที่ลิดาทำบุญกรวดน้ำเรียบร้อย เธอก็เลยเดินออกมาจากกุฏิเ้าอาวาส ตอนแรกเธอกะว่าจะรีบขับรถกลับบ้าน แต่สักพักเธอก็ได้กลิ่นหอมของดอกปีบ ลิดาเดินตามกลิ่นไปเรื่อยๆ ก็พบต้นดอกปีบสูงใหญ่พอให้ร่มเงา
“หอมจัง” สักพักลิดาก็มองเห็นผู้หญิงผมยาวสลวยสวมชุดสีขาวยืนอยู่ใต้ต้นดอกปีบ เธอก็เลยเดินเข้าไปใกล้ และขยี้ตาของตัวเอง แต่ทว่าภาพผู้ที่ยืนอยู่ก็เลือนหายไป “บ้าจริง เจอผีกลางวันแสกๆ เลย”
“ผมคิดถึงคุณมากเลย กาสะลอง” ชายที่มีกลิ่นเหล้าหึ่งเข้าไปสวมกอดลิดาเพราะเข้าใจว่าเธอคือภรรยาของเขา
“ว๊าย! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้บ้ากาม” ลิดาพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างตื่นตระหนก และคิดในใจว่า “เขาเป็ใครกัน เหตุใดถึงกล้าลวนลามผู้หญิงในวัดแบบนี้”
ชายคนนั้นไม่เพียงแค่กอด แต่เขากลับรีบจูบลิดาทันที
“อื้อ อื้อ”
ลิดาพยายามตั้งสติรีบผลักฝ่ายชายและตบหน้าเขาอย่างแรง “ฉันจะแจ้งตำรวจที่คุณกล้าลวนลามผู้หญิง แม้แต่เขตวัดวาอารามคุณก็ไม่ละเว้น”
ชายวัย 40 ปีคนนั้นได้สติ เขามองให้ชัดก็พบว่าเขากอดและจูบผิดคนจริงๆ ก็เลยว่า “เอ่อ ผมขอโทษครับ ผมเห็นคุณเป็กาสะลอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะลวนลามคุณจริงๆ นะครับ”
“ฉันเห็นว่าคุณเมา ถึงยอมให้อภัย ฉันไม่เอาเื่ก็แล้วกัน งั้นฉันไปล่ะ” ลิดาไม่อยากอยู่ใกล้คนโรคจิต
“เดี๋ยวก่อนครับคุณ” ชายคนนั้นเข้าไปขวางทาง
“มีอะไรอีกล่ะคะ” ลิดาแอบกลัว
“ผมรู้สึกมึนหัวมากเลย แต่ผมอยากไปถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้ภรรยาผม คุณช่วยพาผมไปกุฏิเ้าอาวาสได้มั้ยครับ” ชายที่มีกลิ่นเหล้าหึ่งขอร้อง
“แล้วทำไมคุณไม่รอให้ตัวเองสร่างเมาดีๆ ก่อนแล้วค่อยมาล่ะคะ คุณเคยได้ยินมั้ยว่าหากทำบุญบริจาคทานร่วมกับการถือศีลห้าไปด้วย ผลบุญที่ได้จะมีอานุภาพมากกว่าคนทำบุญที่ผิดศีลหรือถือศีลไม่ครบเสียอีก” ลิดากล่าว
“ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็วันครบรอบวันเสียชีวิตของภรรยาครับ”
“ฉันพาคุณไปทำบุญก็ได้ค่ะ งั้นตามมาสิ” ลิดาใจอ่อนเพราะเห็นใจที่เขาสูญเสียภรรยาไป
ชายที่มีกลิ่นเหล้าเดินโซเซตามลิดาไปที่กุฏิของท่านเ้าอาวาส เพื่อถวายสังฆทาน
“โยมทศวิทย์ โยมเลิกโทษตัวเองเถิด ภรรยาของโยมประสบอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต ล้วนเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ทั้งสิ้น ไม่ใช่ความผิดของโยม” ท่านเ้าอาวาสรู้จักนายทศวิทย์เป็อย่างดี เพราะเขามาทำบุญให้ภรรยาบ่อยๆ
“แต่ผมไม่น่าไหว้วานเธอให้ไปพบลูกค้าแทนผมเลย” ทศวิทย์ยังคงโทษตัวเองอยู่
“นั่นเป็อดีตที่เกิดขึ้นแล้ว โยมย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว จงอยู่กับปัจจุบันเสียเถิด รักษาในสิ่งตนเหลืออยู่ อย่าทำลายตัวเองโดยการดื่มเหล้าย้อมใจอีกเลย แม่ของโยมทุกข์ใจมากรู้มั้ย หากท่านเสียสุขภาพจิตไปด้วยจะว่ายังไง” ท่านเ้าอาวาสเตือน
“ผมจะพยายามเลิกเหล้าครับ”
หลังถวายสังฆทานกรวดน้ำเสร็จ ทศวิทย์กับลิดาก็กราบลาท่านเ้าอาวาส แล้วเดินไปที่รถ สักพักลิดาก็กล่าวว่า “ฉันขับรถไปส่งคุณดีกว่าค่ะ คุณยังเมาอยู่ ขับรถระหว่างที่เมาอาจเดือดร้อนทั้งตัวเองและผู้อื่นได้”
“ผมขับได้ครับ” ทศวิทย์เกรงใจ
“แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุอีกจะทำยังไงคะ อย่าบอกนะ ว่าอยากตายตามภรรยาไป” ลิดาเป็ห่วง
“ก็ได้ครับ” ทศวิทย์ใจอ่อน
“นี่ค่ะ รถของฉัน” ลิดาเดินนำไปที่รถของตัวเอง
ลิดาจึงได้ขับรถไปส่งทศวิทย์ที่เพิ่งพบกันวันนี้ เธอเองก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุใดเธอถึงกล้าขับรถไปส่งผู้ชายแปลกหน้าได้ หรือมีอะไรดลใจหรือเปล่า
***************************************
พอลิดาขับรถมาถึงบ้านของทศวิทย์ นายวิทย์ก็ชวน
“ทานข้าวด้วยกันนะครับ แม่ของผมเข้าครัวด้วยตัวเอง แม่ทำอาหารอร่อยมาก ผมรับรองได้”
“เอ่อ พวกเราเพิ่งรู้จักกันนะคะ ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดนั้นเสียหน่อย” ลิดาแปลกใจว่าเหตุใดนายทศวิทย์ถึงกล้าชวนคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักกัน
“ผมอยากตอบแทนครับ จะได้ไม่ต้องติดค้างกัน” นายวิทย์กล่าว
“ก็ได้ค่ะ งั้นฉันขอโทรบอกแม่ก่อนก็แล้วกัน” ลิดากลัวแม่รอกินข้าว
ลิดาโทรบอกแม่เสร็จ เธอก็เดินตามทศวิทย์เข้าไปในบ้านหลังใหญ่
“นี่แฟนใหม่ของลูกใช่มั้ย แม่ดีใจจริงๆ ที่ลูกยอมเปิดใจคบคนอื่น” แม่ทศวิทย์กล่าวด้วยความดีใจ
“ไม่ใช่ค่ะ หนูเป็แค่เพื่อนเท่านั้น” ลิดารีบแย้ง
“เธอชื่อลิดา ผมเพิ่งเจอเธอวันนี้ตอนไปทำบุญให้กาสะลองที่วัดครับ” ทศวิทย์อธิบาย
“เจอกันวันแรก ชวนมาทานข้าวที่บ้านเลยหรอลูก” แม่แปลกใจ
“ผมอยากตอบแทนที่เธอขับรถมาส่งผมที่บ้าน เธอเห็นผมเมาก็เลยอาสาครับ” ทศวิทย์กล่าว
“ขอบใจนะหนู” แม่กล่าวด้วยความซึ้งใจ
“ยินดีค่ะ” ลิดากล่าวยิ้มๆ
“ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ ผมคงมีกลิ่นเหล้าติดตัว” ทศวิทย์กล่าว
“รีบไปเถอะลูก” แล้วแม่ของนายวิทย์ก็หันไปบอกหญิงสาว “ตามสบายนะ ฉันจะต้องเข้าครัว อาหารยังไม่เสร็จ”
“ให้หนูช่วยมั้ยคะ” ลิดาเสนอ
“ไม่เป็ไร หนูเป็แขก รอแป๊ปนะ ไม่นานก็เสร็จ” แม่เกรงใจแขก
“ค่ะ”
ลิดาก็เลยเดินชมบ้านไปรอบๆ ภายในบ้านตกแต่งภายในไว้อย่างสวยงาม ผ่านไปครึ่งชั่วโมงสักพักตาของเธอก็สะดุดเข้ากับรูปคู่ระหว่างทศวิทย์กับภรรยาของเขา เธอนึกในใจว่า “นี่คือรูปผู้หญิงที่เราเห็นใต้ต้นดอกปีบที่วัดนี่”
“นี่คือภรรยาของนายทศวิทย์เขาน่ะ หนูรู้จักงั้นหรือ” แม่เดินมาเห็นเข้าพอดี
“เอ่อ เปล่าค่ะ แค่รู้สึกคุ้นตา” ลิดาแก้ตัว
“พวกเขารักกันมานานถึงเจ็ดปีแล้ว แม้กาสะลองจะมีภาวะผิดปกติมีลูกยาก นายวิทย์ก็ไม่ยอมทิ้งเธอไปไหน และแม้กาสะลองเสียชีวิตจากไปปีนึงแล้ว ลูกของแม่ก็ยังพร่ำเพ้อคิดถึงเธอแทบทุกวัน และโทษว่าเป็ความผิดของตัวเอง” แม่กล่าวเสียงเศร้า
“ถึงว่าเธอถึงไม่ยอมไปสู่สุคติ” ลิดาพูดพึมพำเบาๆ
“อะไรนะ” แม่ของนายวิทย์ไม่ได้ยิน
“เปล่าค่ะ เื่ราวของความรักมันลืมกันยากนะคะ และหากดูจากรูป คุณกาสะลองก็สวยมากด้วย เป็ใครก็ไม่น่าจะลืมเธอได้ลง” ลิดากล่าวตามเนื้อผ้า
“ไปทานอาหารกันเถอะ แม่ให้เด็กๆ นำอาหารมาวางที่โต๊ะแล้ว” แม่รีบเปลี่ยนเื่
“ค่ะ” ลิดาจึงได้ร่วมรับประทานอาหารกับทศวิทย์และแม่ของเขา ลิดาติดใจในรสชาติที่อร่อยมากจริงๆ เธอก็เลยถือวิสาสะขอห่อกลับบ้าน ซึ่งแม่ของนายวิทย์ก็ไม่ถือสาอะไร กลับดีใจที่มีคนชื่นชอบอาหารที่ตนทำ
ลิดาขึ้นไปบนรถของตัวเองเพื่อกลับบ้าน แต่เธอกลับได้กลิ่นหอมของดอกปีบอีกแล้ว เธอจึงกล่าวเบาๆ ว่า “คุณกาสะลองคะ ฉันไม่ได้คิดแย่งสามีของคุณ ฉันแค่มาส่งสามีคุณเฉยๆ คุณอย่าติดตามฉันเลยนะคะ แม้ฉันจะเคยเห็นผีมาก่อน แต่ฉันก็ยังไม่หายกลัวผีนะคะ”
สักพักกลิ่นหอมของดอกปีบก็มลายหายไป ลิดาจึงรู้สึกโล่งใจและขับรถกลับบ้านอย่างระมัดระวัง