“ผลั๊ว !”
เสียงอันดังฟังชัดจากหมัดลุน ๆ เขานทีสวนเสยเข้าไปที่คางเข้าเ้านายหนุ่มอย่างชัดเพราะ แล้วร่างที่มีแต่มัดกล้ามนั้นอ่อนยวบลงไปกองกับพื้น
“โอย ... นี่แกกล้าต่อยฉันเรอะ” รัตนะร้องสวนแล้วค่อย ๆ ชันตัวกับผนังห้องพยายามเดินเข้าหานทีอย่างเอาเื่ เขารู้ได้ทันทีว่าตัวเขาเริ่มจะเข้าสู่เส้นแยกแห่งอันตรายเข้าแล้ว
เ้านายของเขา มีงานอดิเรกคือการชกมวย เล่นกล้าม และเป็นักกีฬาอีกหลายประเภท หากปะทะกันตัวต่อตัวซึ่งหน้า ทักษะในการต่อสู้ของเขาอาจจะสู้ไม่ได้ และหากเป็เช่นนั้น หลังจากนั้นเขาก็คงหมดโอกาสที่จะหลุดพ้นออกไปจากห้องนี้เป็นี้
“คุณทำให้ผมไม่มีทางเลือกเองนะเ้านาย” เขาเตือนชายกลัดมันที่ตอนนี้เืขึ้นหน้าแล้ว
“เอาวะ” เอาสบถด้วยเสียงอันดังออกมาแล้ว จากนั้น ...
“ตั๊บ!” เสืยงหลังเท้าของเขากระทบเนื้อก้อนหนึ่งเสียงดังลั่นห้อง ตามด้วยเสียง ...
“อ๊อก !”
เพียงเท่านั้นเองกับการอุทานของเ้านายหนุ่มใหญ่ ที่จะเปล่งเสียงออกมาได้ เขาถูกเตะผ่าหมากโดยหลังเท้าเต็มข้อจากลูกน้องหนุ่มที่เขาหมายปอง เพียงเท่านี้ ร่างสูงใหญ่ขนาดร้อยเก้าสิบเซ็นต์ ก็ลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง ดวงตาแข็งเบิกโพลงสองมือกุมเป้าหมายตนเองเอาไว้ ราวกับว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการจุกแน่น แต่ผู้ชายทุกคนรู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรมากไปกว่าให้มืออุ่น ๆของตนประคบร้อนเอาไว้ให้อุ่นใจว่ามันยังอยู่ดีสบาย ไม่แหลกเหลวไปเสียก่อน
และเป็จังหวะชีวิตที่ น้ำ นที จะใช้จังหวะนี้ หนีออกไปจากห้องอันเป็ว่าที่รังรักของเ้านาย ให้เร็วที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะเร่งรีบได้
“ อะ ... อะ ...ไอ้ ... ไอ้น้ำ !”
…….. …….. …….. & …….. …….. ……..
สองปีต่อมา ....
เป็อย่างที่อดีตเ้านายยอดชายสายหื่นบอก เขาว่างงานอยู่เกือบปี ชายผู้ถนอมพรหมจารีถูกปฏิเสธการเข้าทำงานแทบทุกบริษัทในแวดวงสายเทคที่เขาสมัคร มันไม่ใช่คำขู่ชายกลัดมันคนนั้นเอาจริง แม้ว่าจะแค้นใจแค่ไหน น้ำ นที ก็ยังมองโลกในแง่ดีว่าอย่างน้อยหมอนั่นก็ไม่เล่นงานเขา ถึงขั้นฟ้องร้องทำร้ายร่างกาย หากขึ้นโรงขึ้นศาล เขาคงไม่มีเงินจ้าทนายแพง ๆ และคงเสียหายมากกว่านี้ แต่มาคิดดูอีกที บางทีหมอนั่นก็อาจจะกลัวเื่รักษาชื่อเสียง
แต่ถึงอย่างไร คนที่โดนกระทำจนไม่มีที่ยืนก็คือเขาอยู่ดี ...
“ถือว่าอโหสิให้แก่กันก็แล้วกัน” นทีบอกกับตัวเอง และจากเหตุการณ์ในวันนั้น รวมถึงผลกระทบที่เขาได้รับ ทำให้ต้องเปลี่ยนสายงานจากวิศวกรคอมพิวเตอร์ กลายมาเป็นักการตลาดมือสมัครเล่น ยังดีทีเขาพอมีสกีลการพรีเซ็นต์ขายงาน และไอเดียอินโนเวชั่นจากสายงานเก่า ทำให้การเปลี่ยนสายงานไม่ได้ยากเย็นนัก และเขาก็ทำได้ดีเสียด้วย จนเติบโตในสายงานใหม่ในระดับหัวหน้างานในเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่ได้รุ่งเรืองเหมือนตอนที่อยู่ที่ไวด์ซีค
เขาก็แค่หัวหน้างานระดับล่างสาขาย่อยที่คนในบริษัทแม่แทบจะไม่มีใครรู้จักเขา ...
“วันนี้ คุณมินตรา วีพีจากบริษัทแม่จะเข้ามาเยี่ยมสำนักงานของเรา” เค คิมหันต์ คือเพื่อนสนิทของเขาในบริษัทแห่งนี้
“มินตราไหน” เขาถามอย่างไม่ใส่ใจนัก ผู้บริหารระดับสูงสำหรับนทีคือยาขม เขาหมดไฟในการกระตือรือร้นใด ๆ อาจจะเกี่ยวเนื่องมาจากฝันร้ายเมื่อสองปีที่แล้ว การทำตัวโลว์โปรไฟล์คือการลงโทษตัวเองที่เขาคิดว่าตอนนี้สมควรแล้วที่จะได้รับแล้ว
เขาสูญเสียคนรักจากการทุ่มเต็มร้อยให้กับงานก่อนหน้า จนมันใกล้เข้าสู่ความฝันที่บอกกับเธอไว้ และเธอไม่รออีกต่อไปแล้ว มันไม่ใช่ความผิดของเธอที่ทำเช่นนั้น เธอบอกเลิกเขาในวันที่เขาถูกล่วงละเมิดจากเ้านาย แม้จะรอดมาได้แต่ก็ต้องสูญเสียงานและอีกมากมายในชีวิต เท่ากับว่าหลายปีที่เขาทุ่มเทมันคือความสูญเปล่าอย่างแท้จริง
“มินตรา ลูกสาวเ้าของบริษัทโฆษณาที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ไงละเพื่อน” คิมหันต์ใช้นิ้วจิ้มไปที่ขมับของนที ที่ไม่ทำการบ้านเื่ที่ประธานบริษัทมีลูกสาวที่จบมาจากต่างประเทศ ที่เพิ่งมาทำงานในตำแหน่งวีพี
“ทำไมต้องมา ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมีผู้หลักผู้ใหญ่ระดับสูงเข้ามาเลย”
“ก็งานที่มึงฟิชชิ่งได้มาล่าสุดไงล่ะ ทำให้สำนักงานใหญ่เขาสนใจ ว่าไอ้บริษัทลูกเล็ก ๆ กระจ้อยร่อยแห่งนี้ทำไมถึงทำเงินได้เดือนล่ะหลายสิบล้านติดกันหกเดือน”
“ช่วยไม่ได้คนมันเก่ง” นทียักไหล่ เขาเพียงแค่ใช้กำลังภายในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากเทียบกับเมื่อครั้งเก่าก่อน ที่มีเพาเวอร์เขาประเมินว่าทำได้ไม่ยากเย็น เพียงแต่ว่าถ้าจะทำแบบนี้เขาต้องได้รับค่าตอบแทนเป็ส่วนแบ่งจากยอดขายที่เหมาะสมมากกว่าพนักงานเงินเดือนระดับนี้
“อย่าบอกนะว่าจะมาช้อนตัวมึงไปอยู่ด้วยเหมือนรุ่นพี่ ๆอีก” แล้วคิมหันต์ก็จับบ่าเพื่อน
“ถ้าเอาไปหมดแล้วใครจะทำยอดที่นี่วะ มึงอย่าไปนะเว้ยเพื่อน ลูกกูยังเล็กเมียก็ยังเด็ก ค่าคอมฯคงหายไปอื้อเลยถ้าไม่มียอดขายจากมึง” คิมหันต์มักจะแกล้งพูดเล่นเสมอ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ยังไม่ได้มีครอบครัว
“โอ๊ะ !นั่นไง ยัยบงกช มาทำงานสายอีกแล้ว ในฐานะหัวหน้านายควรจะเรียกไปตักเตือนหน่อยนะเพื่อน” คิมหันต์สะกิดนทีให้มองไปยังหญิงสาววัยไล่เลี่ยกับพวกเขา
“ไม่ใช่เื่น่า ให้พี่ต้อมจัดการเถอะ อีกอย่างเขาก็ทำงานได้ดี สายนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่เป็ไรหรอก”
“เฮอะ ! พี่ต้อมผู้จัดการซีกอนะเหรอ รายนั้นจะอาร้าย ... หน้าหม้อสาว ๆ ละก็จ๊ะจ๋า แต่พอเป็มึงกับกูสิเดือดลั่นห้อง”
“เออ ก็อย่าไปยุ่งกับเขาสิ”
“ก็กูอยากยุ่งนี่หว่า”
“ยุ่งกะใคร” แล้วนทีก็เหลือบตาไปทางบงกชที่กำลังสาละวนอยู่การวางของบนโต๊ะของเธอ
“กูรู้นะว่ามึงอยากยุ่งกะยัยบงกช แต่เขามีแฟนแล้วนะเว้ย อย่าเชียว โดนผัวเขาต่อยกูไม่ช่วยนะไอ้เค”
“มึงเนี่ยนะ ว่าแต่กู ระวังตัวเองก่อนเถอะ น้อยเสียเมื่อไหร่กูรู้นะว่ายัยนุชชี่เนี่ยเล็ง ๆ กันอยู่ใช่ไหม รายนั้นมีผัวเป็หัวหน้าคุมวินหน้าปากซอยนะเว้ย ไม่ธรรมดาเหมือนกัน กูไม่ช่วยนะ หลายตีนเชียว มาทั้งวิน ตายหยั่งเขียด”
“ไอ้บ้า กูไม่เหมือนมึงหรอกลูบก้นไม่มีหางก็เอาหมด”
“แต่เท่าที่กูรู้ และตาไม่บอดดูเหมือนนุซซี่จะอ่อยมึงอยู่ทุกวันนะ มันต้องพลาดโดนผีผลักกันบ้างแหละว๊า อีกอย่างรายนั้นก็ปฏิเสธตลอดว่าผัวที่วินเป็แค่พี่ชายคนสนิท ระวังเถอะน่าจะอยากได้พี่ชายในที่ทำงานเพิ่ม”
“กูยังไม่อยากมีใครตอนนี้หรอก ยังไม่ถูกใจใคร”
“ชีวิตมีแค่ครั้งเดียวใช้ไปเถอะเพื่อน กำไรชีวิตล้วน ๆ ถ้าไม่ไปเอาลูกเขาเมียใคร หมายถึงเมียแบบถูกกฎหมายอะนะ แค่จิ้ม ๆ กันไม่ถือว่าเป็ลูกเขาเมียใคร แบบนี้ก็ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แลกเปลี่ยนของเหลวกัน ต่างคนต่างศึกษาดูใจ ไม่ผิดเชื่อกู”
“แต่ก็ชีวิตก็ยังเสี่ยงกับตีนคนอื่นอยู่ดี ขอบายละเพื่อน กูไม่เอาหรอก”
“มึงไม่เอา กูเอานะ ถือว่ามึงอนุญาตแล้วนะ”
“อนุญาตอะไรวะ มึงจะเอาใครก็เื่ของมึง เขาจะเอามึงด้วยเหอะ”
“แล้วมึงคอยดูก็แล้วกัน พ่อจะเล่นให้น่วมทั้งคู่เลย อิอิอิ”