ตีนผังผืดสีส้มแบนกว้างย่ำเตาะแตะมาจนถึงหน้าศาลาพักร้อนสีแดงสดทว่ายังไม่ทันที่อดีตสตรีวัยยี่สิบเจ็ดปีในร่างสัตว์ปีก จะได้หย่อนก้นอวบอ้วนลงพักผ่อนเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยก็ดังแว่วมาแต่ไกล
ตึก... ตึก...
ขบวนของดรุณีน้อยวัยแปดหนาว อยู่ในชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายดอกท้อเดินนำหน้าเหล่านางกำนัลและขันทีเข้ามายังบริเวณศาลา
เจียงลี่หยูสะดุ้งสุดตัวขนสีขาวบริเวณลำคอชูชันขึ้นเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณระวังภัยทว่าเมื่อสบเข้ากับแววตากลมโตใสซื่อที่ทอดมองมาอย่างเอ็นดูก้อนขนอวบอ้วนก็ยอมสงบลง ไม่ได้กระพือปีกวิ่งหนีไปซุกหัวใต้พุ่มไม้
"องค์หญิงแปดทรงพระดำเนินช้าลงหน่อยเถิดเพคะ ระวังจะสะดุดก้อนหินล้มเอาได้"
นางกำนัลพี่เลี้ยงร้องเตือนเสียงหลงพลางกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามมาประคองเ้านายตัวน้อยอย่างระมัดระวัง
'อ้อ... ที่แท้ก็เด็กน้อยสูงศักดิ์เป็ถึงองค์หญิงแปดนี่เอง มิน่าล่ะถึงได้ดูเปล่งประกายออร่าคนรวยั้แ่ยังไม่หย่านม'
อดีตพนักงานออฟฟิศทะลุมิติประเมินสถานการณ์ในใจอย่างรวดเร็ว
ดรุณีน้อยไม่ได้ใส่ใจคำเตือน นิ้วเล็กๆชี้ตรงมายังสิ่งมีชีวิตที่ยืนส่ายอาดๆ อยู่ริมตลิ่ง ซึ่งก็คือเจียงลี่หยู
"พวกเ้าดูสิ! ตรงนั้นมีหงส์ขาวตัวอ้วนกลมอยู่ด้วยน่ารักยิ่งนัก!"
อดีตหญิงสาวหน้าตาธรรมดาพอได้ยินคำชื่นชมว่าตนเองเป็ถึง 'หงส์' อกที่เต็มไปด้วยชั้นไขมันก็ยืดผึ่งผายขึ้นมาทันทีจะงอยปากแบนกว้างเชิดสูงราวกับพนักงานชั้นผู้น้อยที่เพิ่งได้รับรางวัลดีเด่นประจำเดือน
ทว่าความภาคภูมิใจนั้นคงอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งก้านธูป
"โธ่... องค์หญิงของหม่อมฉันทอดพระเนตรให้ดีเถิดเพคะ นั่นมันห่านธรรมดาต่างหาก หาใช่หงส์ไม่"
นางกำนัลพี่เลี้ยงรีบเอ่ยแก้ความเข้าใจผิด ก่อนจะปรายตามองมายังก้อนขนสีขาวด้วยแววตาขบขัน
"หงส์ที่ไหนจะมีรูปร่างอ้วนฉุราวกับหมอนหนุนฤดูหนาวที่ถูกยัดไส้จนปริเช่นนี้แถมหน้าตายังดูโง่งมปัญญาอ่อนประหนึ่งหัวไชเท้าต้มเปื่อยอีกต่างหากเพคะ"
ฉึก!
ราวกับมีธนูดอกใหญ่ยิงทะลุกลางกบาลห่านตัวเมียชะงักค้างไปในท่าเชิดคอ ั์ตาดำขลับเบิกกว้าง
องค์หญิงแปดเอียงคอเล็กน้อยคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันคล้ายกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนักก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจแจ่มแจ้ง
"อ๋อ...ที่แท้มันก็คือหงส์ที่หน้าตาขี้เหร่ และบินไม่ได้นี่เอง!"
ก้าบ...
จะงอยปากสีส้มอ้าค้างจนกรามแทบหลุดร่วงไปกองกับพื้นหญ้า
'ยัยเด็กบ้า! ปากคอเราะร้ายั้แ่อายุเท่านี้โตขึ้นไปไม่ต้องไปยืนด่ากราดหน้าประตูจวนชาวบ้านเขาเลยหรือไง!'
แม้ในใจอยากจะกระพือปีกพุ่งเข้าไปจิกกระโปรงผ้าไหมสีชมพูนั่นให้ขาดกระจุยแต่สติสัมปชัญญะอันน้อยนิดที่ยังหลงเหลือความเป็มนุษย์ ก็สั่งให้ตีนผังผืดยืนสงบนิ่งเพราะถ้าขืนไปทำร้ายเชื้อพระวงศ์เข้ามีหวังพรุ่งนี้เช้าครัวหลวงคงได้จัดเมนูห่านย่างหนังกรอบแจกจ่ายบ่าวไพร่เป็แน่
เมื่อหมดความสนใจจากก้อนขนหน้าตาปัญญาอ่อนองค์หญิงแปดก็หมุนตัววิ่งเหยาะๆ ตรงไปยังระเบียงศาลาเพื่อโปรยอาหารปลาลงในสระบัว
สตรีในร่างนกน้ำทำได้เพียงพับเก็บความแค้นทรุดบั้นท้ายอวบอ้วนนั่งลงแหมะบนพื้นหญ้าทอดสายตามองดูเด็กน้อยและเหล่านางกำนัลโยนเศษก้อนแป้งลงน้ำอย่างเงียบเชียบปล่อยให้สายลมเย็นๆพัดพาศักดิ์ศรีที่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดลอยหายไปพร้อมกับฝุ่นผงในอุทยาน
ลมเย็นพัดโชยมาทว่าบรรยากาศรอบศาลาพักร้อนสีสดกลับดูผิดแผกไปจากเดิมอย่างประหลาด
จะงอยปากแบนกว้างที่กำลังแทะเล็มยอดหญ้าชะงักค้างกลางอากาศเจียงลี่หยูเริ่มััได้ถึงความไม่ชอบมาพากลแม้ตอนนี้พื้นที่ประมวลผลในหัวจะหดเล็กลงเหลือเท่าหัวหอมก็ตามที
สายตาของสตรีในร่างสัตว์ปีกแอบลอบสังเกตกลุ่มบ่าวไพร่รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขามิใช่อาการประจบประแจงเ้านายตามปกติ แต่มันบิดเบี้ยวและซ่อนเร้นความชั่วร้ายเอาไว้ราวกับโจรป่าดักปล้นสเบียง
ภาพเ่าั้ช่างขัดแย้งกับดรุณีน้อยวัยแปดหนาวผู้ไร้เดียงสาที่กำลังยืนเกาะระเบียงไม้ โยนเศษก้อนแป้งลงไปให้ฝูงปลาในสระบัวกินอย่างเบิกบานใจ
ทันใดนั้นมือหยาบกร้านของขันทีประจำตัวผู้หนึ่งก็ยื่นออกไปด้านหน้าก่อนจะออกแรงผลักแผ่นหลังเล็กๆ ขององค์หญิงอย่างเต็มแรง
ตูม!
ผิวน้ำแตกกระจายเป็วงกว้างหยดน้ำกระเด็นขึ้นมาถึงบนขอบสระ
ั์ตากลมสีดำขลับของห่านอวบอ้วนเบิกโพลงจนแทบจะถลนหลุดจากเบ้าขนสีขาวทั่วทั้งตัวลุกซู่ราวกับถูกฟ้าผ่า
ขันทีอีกคนซึ่งดูเหมือนจะเป็หัวโจก รีบหันขวับกลับมาสั่งการบ่าวไพร่ที่เหลือด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
"พวกเ้าทุกคนจงหูหนวกตาบอดปิดปากให้สนิท! หากมีใครถาม ให้ตอบเป็เสียงเดียวกันว่าองค์หญิงแปดซุกซนแอบหนีมาเล่นในอุทยานหลวงเพียงลำพัง"
ชายไร้ความเป็ชายผู้นั้นกวาดสายตาดุดันมองลูกน้องทีละคน
"ตอนนี้พวกเ้าจงรีบกลับไปที่ตำหนักแสร้งทำหน้าตาตื่นตระหนกแล้วออกตามหาองค์หญิงเสีย!"
บ่าวไพร่เ่าั้พยักหน้ารับคำสั่งอย่างรู้กันโดยไม่ต้องมีข้อแม้
อึดใจต่อมาขันทีตัวร้ายก็หันไปชี้หน้านางกำนัลอีกคนหนึ่ง
"ส่วนเ้าจงรั้งอยู่แถวนี้เพื่อเป็พยานรู้เห็นเหตุการณ์ เมื่อคนของราชสำนักมาสอบสวนจงบอกไปว่าองค์หญิงถูกห่านตัวนั้นวิ่งไล่จิก จนตื่นใพลัดตกสระน้ำไปเอง!"
ปลายนิ้วเหี่ยวย่นของขันทีชี้ตรงดิ่งมายังก้อนขนสีขาวที่กำลังยืนขาสั่นกึกๆ อยู่ริมพุ่มไม้
เจียงลี่หยูรีบหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้งก่อนจะหันกลับมาทันที เมื่อตระหนักได้ว่าเ้าขันทีชั่วชี้มาที่ตนเองหาได้เป็ห่านตัวอื่นไม่
สิ้นคำสั่งอันเลวทราม กลุ่มบ่าวไพร่ก็แตกฮือแยกย้ายกันวิ่งหนีหายลับไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วประหนึ่งฝูงมดแตกรังทิ้งไว้เพียงร่างที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ และห่านรับบาปหนึ่งตัว
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมศาลาพักร้อนเจียงลี่หยูยืนแข็งทื่อเป็ก้อนหินประดับสวน
'เดี๋ยวนะ...นี่ฉันเพิ่งถูกยัดข้อหาลอบปลงพระชนม์เชื้อพระวงศ์งั้นเรอะ! ไอ้พวกขี้ข้าหน้าเหม็นจิตใจทำด้วยอะไรถึงได้โยนความผิดก้อนเท่าูเามาให้ห่านต๊อกต๋อยตัวแค่นี้!'
สมองเท่าหัวหอมของอดีตมนุษย์เงินเดือนหมุนจี๋คาดเดาจุดจบของชีวิตได้อย่างแม่นยำ
'โทษทัณฑ์ของการฆ่าองค์หญิงไม่แคล้วต้องถูกจับถอนขนเป็ๆ สับเป็ชิ้นๆ แล้วโยนลงหม้อต้มพะโล้เดือดๆ แน่นอนความตายมาเคาะประตูเรียกหน้าคอกแล้วโว้ย!'
ก้าบ!
เสียงร้องแหลมปรี๊ดดังก้องกังวานไปทั่วอุทยานหลวงสตรีในร่างสัตว์ปีกแหกปากร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สองปีกตีพับๆตะกุยตีนผังผืดถอยหลังหนีอย่างคนเสียสติ