“หมอเทวดาซุน?”
หลินลู่มองผู้มาเยือนด้วยความประหลาดใจ
กู้หลานได้ยินฉายานั้นก็ทราบทันทีว่าอีกฝ่ายคือใคร
ซุนซืออ้าว หมอประจำโรงหมอหุยชุนถังที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลางโจว ผู้คนในรัศมีร้อยลี้ต่างให้ความเคารพนับถือในฐานะ ‘หมอเทวดา’
“คุณชายหลิน”
หมอเทวดาซุนพยักหน้าให้หลินลู่ ก่อนจะหันมามองกู้หลาน “คุณชายท่านนี้คือ?”
“ข้าชื่อกู้หลาน เป็สหายของน้องหลิน”
กู้หลานยิ้มและแนะนำตัวอย่างสุภาพเพื่อเป็การให้เกียรติผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์
“อ้อ คุณชายกู้”
หมอเทวดาซุนพยักหน้าตอบรับ ไม่เสียเวลาชักช้าและรีบเข้าประเด็นทันที
“คือว่าคุณชายหลิน นับั้แ่วันที่ข้าได้ตรวจอาการพี่สาวของท่าน ข้ากลับไปก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ แม้ครั้งนี้จะไม่มีความมั่นใจเท่าไหร่ แต่ในฐานะหมอ... ตราบใดที่คนไข้ยังไม่สิ้นลม ข้าก็ไม่อยากจะละทิ้งนางไป!”
หมอเทวดาซุนตบกระเป๋าเข็มเงินในมือ
หลินลู่ลังเลด้วยความละอายใจ “แต่... หมอเทวดาซุน ค่ารักษาครั้งก่อนข้ายังไม่ได้...”
หมอเทวดาซุนรีบโบกมือ “ช่างมันเถิดคุณชายหลิน สถานการณ์ของพี่สาวท่านข้าพอจะรู้ดี เื่ค่ารักษา... เอาไว้วันหน้าพวกท่านมีฐานะมั่นคงกว่านี้ค่อยว่ากันเถอะ!”
‘ตาแก่คนนี้สมกับเป็หมอเทวดาจริง ๆ !’ กู้หลานแอบชื่นชมในใจ
‘การเป็หมอต้องยึดถือจริยธรรมทางการแพทย์เป็ที่หนึ่ง หมอเช่นนี้ไม่แปลกใจเลยที่ได้รับความเคารพจากคนทั้งเมือง’
หลินลู่ซาบซึ้งใจอย่างมาก และทำได้เพียงโค้งคำนับขอบคุณ
จากนั้นหมอเทวดาซุนก็ไม่รอช้า เดินเข้าไปในห้องและเริ่มฝังเข็มให้คนไข้อย่างคล่องแคล่ว
“ลุงหยาง นางเป็สตรี ลุงเฝ้าอยู่ข้างนอกสักครู่แทนเถิด” กู้หลานสั่งก่อนจะก้าวเข้าห้อง
“ได้เลยขอรับ!”
...
เมื่อกู้หลานเข้ามาในห้อง หมอเทวดาซุนก็ฝังเข็มลงบนร่างคนไข้ไปหลายเล่มแล้ว
โดยมีหลินลู่ยืนจ้องดูไม่วางตา
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป
หลังจากหมอเทวดาซุนฝังเข็มลงไปหลายครั้ง สายใยสีม่วงประหลาดก็ค่อย ๆ แผ่ซ่านออกมาจากปลายเข็ม ก่อนที่เข็มเล่มนั้นจะกลายเป็สีดำจนใช้การไม่ได้
“วิธีการลงเข็มและจุดชีพจรก็ถูกต้อง... แต่อาการยังคงเป็เช่นเดิม เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หมอเทวดาซุนขมวดคิ้วแน่น พลางถอนเข็มออกทีละเล่ม เริ่มแสดงอาการร้อนรน
หลินลู่เห็นสีหน้าลำบากใจของเขา ก็ยิ่งรู้สึกตึงเครียดจนกำหมัดแน่น เหงื่อเม็ดโตผุดพรายบนหน้าผาก!
ในที่นี้ เขาคือคนที่กังวลที่สุด!
ที่ผ่านมาเขาพยายามมาแล้วทุกอย่าง เพียงเพราะกลัวว่าจะรักษาพี่สาวไว้ไม่ได้!
ทว่าคนตรงหน้าคือหมอที่เก่งที่สุดในเมืองแล้ว หากครั้งนี้ยังไร้หนทาง...
หลินลู่ไม่กล้าคิดถึงจุดจบเลย
กู้หลานเดินไปตบไหล่เขา พร้อมส่งสายตาปลอบประโลม “น้องหลิน พี่สาวของเ้าชื่อว่าอะไรหรือ?”
“หลินถานเอ๋อร์”
เสียงของหลินลู่เริ่มสั่นเครือ “พี่กู้ พี่สาวข้าจะมีโอกาสฟื้นขึ้นมาหรือไม่ ข้ากลัวเหลือเกิน...”
“ใจเย็นก่อน ให้ข้าช่วยดูร่วมกับหมอเทวดาซุนอีกแรง” กู้หลานปลอบ “เ้าต้องรักษาใจให้ดี อย่าได้ตื่นตระหนกจนเกินไป หากพี่สาวเ้าฟื้นแล้วแต่เ้ากลับล้มป่วยลงไปเสียเอง มันจะไม่ดีเอาได้นะ”
บุคคลในตำนานที่เก่งกาจถึงเพียงนั้น แม้ผ่านความทุกข์ระทมมานับไม่ถ้วน แต่ก็ต้องรู้จักรักตัวเอง...
เพราะความรักที่ลึกซึ้งเกินไปอาจกลายเป็โทษได้
กู้หลานเข้ามาที่ข้างเตียงคนไข้ เห็นหลินถานเอ๋อร์เป็ครั้งแรก...
น่าเสียดาย
นั่นคือความรู้สึกแรกที่ผุดขึ้นในใจกู้หลาน
นางงดงามเหลือเกิน
ความงามของนางสูสีกับฮูหยินของเขาได้เลย เพียงแต่ไม่ได้มีกลิ่นอายอ่อนหวานโปร่งสบายดุจเทพธิดาเหมือนมู่อวี่เยียน แต่กลับเป็ความงามที่ดูบอบบางและน่าทะนุถนอมยิ่งนัก
เนื่องจากหมอเทวดาซุนคิดว่ากู้หลานเป็เพียงคุณชายธรรมดา จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
คนนอกที่มาป้วนเปี้ยนข้างตัวหมอถือเป็ตัวขวางหูขวางตา และยิ่งในยามวิกฤตเช่นนี้ด้วยแล้วนั้น…
ทว่า หมอเทวดาซุนไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะเขาต้องจดจ่ออยู่กับการลองวิธีการรักษาทั้งหมดที่มี
แต่กู้หลานกลับก้มลงหยิบเข็มที่ใช้การไม่ได้ขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วจ้องมองลายเส้นสีม่วงบนนั้นพลางครุ่นคิด
หากเขาคาดไม่ผิด อาการของหลินถานเอ๋อร์ไม่ใช่โรคที่คนธรรมดาจะเป็ได้...
กลิ่นอายพลังปราณเย็นะเืเช่นนี้แปลกประหลาดยิ่งนัก
‘ทำไมโรคที่มีไอพลังแบบนี้ ถึงต้องใช้หญ้าิญญาซึ่งเป็สมุนไพรฤทธิ์เย็นในการต่อชีวิตด้วย?’
แถมอาการเช่นนี้ ในนิยายต้นฉบับก็ไม่เคยกล่าวถึง...
ระหว่างที่กู้หลานกำลังครุ่นคิด ในที่สุด หมอเทวดาซุนก็ถอนหายใจ "คุณชายหลิน ข้าต้องขออภัยด้วย เข็มเงินใช้จนหมดแล้ว ข้าทำได้เพียงช่วยให้แม่นางถานเอ๋อร์รู้สึกสบายขึ้น แต่ไม่สามารถหาวิธีรักษาที่ถูกต้องได้... เป็เพราะคนแก่อย่างข้าไร้ความสามารถเอง!"
เขาปาดหางตาที่แดงก่ำ พยายามฝืนยิ้มและกล่าวช้า ๆ ว่า "ท่านหมอเทวดาซุน นี่ไม่ใช่ความผิดของท่าน เดี๋ยวข้าไปส่งขอรับ..."
ในจังหวะที่ทั้งคู่จะเดินไปที่ประตู กู้หลานก็เอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวก่อน!”
“น้องหลิน อาการของพี่สาวเ้า ตอนกำเริบครั้งแรกแถวนี้มีนักพรตสายมืด หรือผู้ฝึกตนที่ใช้พลังปราณเย็น หรือมียาสมุนไพรฤทธิ์เย็นระดับสูงอยู่ใกล้ ๆ หรือไม่?”
กู้หลานจ้องมองด้วยดวงตาเป็ประกาย เหมือนจะเริ่มมองเห็นหนทาง
ทั้งสองหยุดเดิน
หลินลู่นิ่งอึ้ง “ไม่มีนะขอรับ”
“แล้ว... พี่สาวเ้า ั้แ่เล็กจนโตมีร่างกายเย็นผิดปกติ ต่อให้เป็ฤดูร้อนก็ยังเป็เช่นนี้หรือ?” กู้หลานถามต่อทันที
“ใช่ขอรับ”
คำตอบของหลินลู่ทำให้กู้หลานยกยิ้มมุมปาก “หมอเทวดาซุน น้องหลิน อย่าเพิ่งรีบกลับเลย ข้า... น่าพอจะรู้แล้วว่ามันคือโรคอะไร”
หลินลู่ถึงกับตกตะลึง
ในขณะที่หมอเทวดาซุนเองก็ขมวดคิ้ว “คุณชายกู้ ท่านมีความรู้เื่วิชาแพทย์ด้วยหรือ?”
“พอรู้บ้างเล็กน้อย”
เขาไม่ได้มีแค่ความรู้ทางการแพทย์ธรรมดา แต่เขามีวิชาแพทย์ระดับเซียนเลยต่างหาก!
หากเป็มนุษย์ธรรมดา เขาคงไม่ได้เก่งกาจไปกว่าหมอเทวดาซุนเท่าใดนัก ทว่าในร่างกายของหลินถานเอ๋อร์กลับมีปราณเย็นเยือกที่ลึกลับซ่อนอยู่
“พี่กู้ ท่านรู้วิธีรักษาหรือไม่?”
กู้หลานพึมพำ “วิธีรักษาน่ะหรือ... ดูอาการก็รู้แล้ว!”
ในจังหวะที่เขากำลังใช้วิชาดูดวงชะตาตรวจสอบ ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน แรงกดดันมหาศาลราวกับจะถล่มลงมายังที่แห่งนี้โดยไร้ที่มา
นี่มัน... แรงกดดันจากวิถี์?!
กู้หลานใสุดขีด ดวงตาจับจ้องไปที่หญิงสาวบนเตียงไม่วางตา...