หลังจากได้รับการยอมรับให้เป็ศิษย์ฝึกหัดของสำนักหลงเทียน อี้หลงได้ย้ายเข้าไปอยู่ในส่วนของศิษย์ใหม่
ซึ่งเป็พื้นที่ฝึกฝนและพักอาศัยที่อยู่บริเวณเชิงเขาของสำนัก แม้จะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนกับที่พักของศิษย์หลัก
แต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการฝึกฝน
มีบ่อน้ำพุร้อนสำหรับปรับสมดุลพลังปราณ สนามฝึก และห้องสมุดที่เต็มไปด้วยตำราการฝึกฝนพื้นฐาน
วันแรกของการฝึกฝนเริ่มต้นขึ้นเมื่ออาจารย์จ้าวฉีเรียกศิษย์ฝึกหัดทั้งหมดมารวมตัวที่ลานฝึก
อาจารย์จ้าวฉีมีสีหน้าเคร่งขรึมตามปกติ ขณะอธิบายถึงกฎระเบียบของสำนักและการฝึกฝนที่เข้มงวดที่ศิษย์ฝึกหัดจะต้องผ่าน
"วันนี้ข้าจะสอนวิชา ลมปราณแรก ให้พวกเ้า เป็วิชาพื้นฐานที่สำคัญยิ่งสำหรับการควบคุมพลังปราณของเ้า ถ้าเ้าควบคุมลมปราณแรกไม่ได้ การฝึกปราณในระดับสูงขึ้นไปจะไม่สามารถทำได้"
อี้หลงนั่งฟังอย่างตั้งใจ ขณะที่อาจารย์จ้าวฉีเริ่มสอนท่าทางการฝึกฝนลมปราณแรก
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมการหายใจและการปล่อยปราณเข้าสู่จุดต่าง ๆ ในร่างกายเพื่อให้ไหลเวียนได้อย่างราบรื่น
การฝึกฝนดูเหมือนจะง่าย แต่จริงๆ แล้วต้องใช้สมาธิและความแน่วแน่สูงมาก
อี้หลงพยายามทำตามที่อาจารย์สอน แต่การควบคุมลมหายใจและการเคลื่อนพลังไปยังจุดที่้านั้นยากกว่าที่เขาคิด
เขารู้สึกเหมือนมีพลังหมุนวนอยู่ภายในที่ไม่ยอมเชื่อฟังเขา ทำให้พลังนั้นไหลย้อนกลับจนเขารู้สึกปวดร่างกายไปทั่ว
"เ้าเด็กนั่นคงจะไม่ไหวแล้วล่ะมั้ง?" เสียงกระซิบจากศิษย์คนอื่นดังขึ้นบ้าง เมื่อเห็นอี้หลงเหงื่อซึมท่วมตัวและใบหน้าเริ่มซีด
แต่แทนที่จะยอมแพ้ อี้หลงเพียงหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง "เฮ้ย เ้าแค่พลังหมุนวนหน่อยเดียวเองเหรอ? ข้าจะฝึกจนกว่าจะทำได้ ดูสิ!"
ด้วยความดื้อรั้นและความมุ่งมั่นอันแรงกล้า อี้หลงค่อย ๆ ปรับการหายใจและปรับสมดุลพลังภายใน
เขาค้นพบว่าถ้าหากเขาค่อย ๆ ไหลพลังออกมาทีละนิด มันจะไม่หมุนวนกลับมา เขาลองทำซ้ำอีกหลายรอบ
จนกระทั่งในที่สุดเขาก็สามารถทำให้พลังปราณไหลเวียนไปทั่วร่างได้อย่างราบรื่น
"สำเร็จแล้ว!" เขาพึมพำเบา ๆ แต่ยังคงนั่งขัดสมาธิด้วยความสงบ ในที่สุดก็สามารถควบคุมลมปราณแรกได้สำเร็จ แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ
แต่อี้หลงก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นภายในร่างกาย
อาจารย์จ้าวฉีสังเกตเห็นและพยักหน้าด้วยความพอใจในความมุ่งมั่นของอี้หลง
"เด็กหนุ่มคนนี้มีจิตใจที่แน่วแน่ นั่นเป็คุณสมบัติที่ดีในการฝึกฝน" เขาคิดในใจ
หลังจากการฝึกในวันแรกเสร็จสิ้น หลิงเซวียนเดินเข้ามาหาอี้หลง เธอยิ้มเล็ก ๆ พลางกล่าว
"เ้าทำได้ดีนะสำหรับวันแรก"
การควบคุมลมปราณแรกได้ในครั้งแรกนั้นไม่ใช่เื่ง่าย เ้าแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเ้ามากทีเดียว
อี้หลงยิ้มกวนๆ พลางตอบ "ข้าก็ไม่ใช่คนธรรมดาแบบนั้นหรอก! เ้าจะได้เห็นข้าเป็เซียนผู้ยิ่งใหญ่ในสักวัน"
หลิงเซวียนหัวเราะเบาๆ "ข้าจะรอดูวันนั้นนะ แต่เ้าต้องอย่าหยุดฝึกฝน เพราะในสำนักนี้มีศิษย์มากมายที่แข็งแกร่งกว่าที่เ้าเคยเห็น"
อี้หลงพยักหน้าและมองไปที่กลุ่มศิษย์คนอื่นๆ ที่กำลังฝึกฝนด้วยความตั้งใจ ทุกคนดูมีความพยายามและความทุ่มเทในการฝึกฝนอย่างจริงจัง
มันทำให้เขารู้สึกท้าทายยิ่งขึ้น เขารู้ดีว่าเขาต้องฝึกฝนอย่างหนักและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะก้าวขึ้นมาเป็เซียนผู้แข็งแกร่งในอนาคต
ในคืนนั้น หลังจากที่อี้หลงกลับไปยังที่พัก เขานั่งสมาธิอีกครั้งเพื่อฝึกฝนลมปราณแรกซ้ำอีกรอบ
เขาตั้งใจจะฝึกฝนให้คล่องแคล่วที่สุดและไม่หยุดอยู่แค่ขั้นพื้นฐาน
เขารู้สึกถึงความปราณที่หมุนวนอยู่ภายในเหมือนกระแสน้ำที่ไหลไปทั่วร่างกาย รู้สึกถึงความอบอุ่นและความมีชีวิตชีวาที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
"ข้าจะฝึกจนกว่าเ้าจะเชื่อง พลังปราณเ้าเอ๋ย!" อี้หลงกล่าวอย่างมั่นใจพลางยิ้ม
คืนนั้นเป็คืนแรกที่เขาได้ัักับความแข็งแกร่งที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนอย่างแท้จริง
และเป็เพียงการเริ่มต้นของเส้นทางที่ยาวไกลในการกลายเป็เซียน
รุ่งเช้าอันเงียบสงบในสำนักหลงเทียน แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องไปทั่วลานฝึก
อี้หลงที่ตื่นมาแต่เช้า กำลังฝึกปราณตามที่อาจารย์จ้าวฉีสอนเมื่อวันก่อน
เขารู้สึกถึงพลังที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในร่างกายทุกครั้งที่เขาฝึกฝน มันเป็ความรู้สึกที่ทำให้เขาไม่อยากหยุด
ขณะที่อี้หลงกำลังฝึก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากทางด้านหลัง เขาหันไปก็พบชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนมองเขาอยู่ด้วยท่าทางผ่อนคลาย
ชายหนุ่มผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดศิษย์สำนักหลงเทียน ท่าทางดูเป็มิตรและเป็ผู้ใหญ่กว่าอี้หลงเล็กน้อย
"เ้าเป็ศิษย์ใหม่หรือ?" ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ใช่ ข้าชื่ออี้หลง เ้ามีชื่อว่าอะไร?" อี้หลงถามกลับพลางยิ้มกวน ๆ
"ข้าชื่อ หลี่หาน เป็ศิษย์รุ่นพี่ในสำนักแห่งนี้" หลี่หานยิ้มตอบกลับ และมองอี้หลงด้วยความสนใจ
"เ้ามีลักษณะแปลกน่าสนใจทีเดียว ศิษย์ใหม่ที่สามารถควบคุมลมปราณแรกได้ั้แ่วันแรก ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน"
"แน่นอน ข้าไม่ใช่ธรรมดา" อี้หลงพูดพลางหัวเราะเบา ๆ "ข้าจะเป็เซียนผู้ยิ่งใหญ่ให้เ้าได้เห็นในสักวัน!"
หลี่หานหัวเราะเบา ๆ "เ้ามีความมั่นใจดี ข้าชอบ เ้ามีอะไรที่อยากให้ข้าช่วยแนะนำไหม? ข้าอยู่ที่นี่มาหลายปีและรู้จักสำนักนี้ดีทีเดียว"
อี้หลงยิ้มกว้าง เขาเริ่มรู้สึกว่าหลี่หานอาจเป็พี่ชายที่สามารถช่วยชี้นำเขาในเส้นทางนี้ได้
ในขณะที่ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จู่ ๆ เสียงหัวเราะแหลมดังขึ้นจากทางด้านหลังของหลี่หาน
อี้หลงหันไปมองก็พบชายหนุ่มอีกคนที่มีรูปลักษณ์ดุดันและเย่อหยิ่ง ชายผู้นั้นมองอี้หลงด้วยสายตาเยาะเย้ย
"ฮึ! ศิษย์ใหม่อย่างเ้าอย่าคิดว่าเก่งเกินตัวล่ะ สำนักหลงเทียนแห่งนี้ไม่ต้อนรับพวกที่ไร้ความสามารถ!"
ชายผู้นั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดสี
"แล้วเ้าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าข้าหรือ?" อี้หลงตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงกวนๆ
ชายคนนั้นแสยะยิ้มและก้าวเข้ามาใกล้ "ข้าชื่อ เฟิงหยู เป็ศิษย์หลักของสำนัก เ้าคิดว่าเ้าเด็กอย่างเ้าจะมาเทียบกับข้าได้หรือ?"
อี้หลงไม่ได้ตอบกลับทันที เขากลับยิ้มกวนๆ แล้วตอบอย่างยียวน
"ข้าไม่รู้ว่าท่านพี่เฟิงหยูจะเก่งขนาดไหน แต่หากวันหนึ่งเ้าพลาดข้าก็อาจจะเหนือกว่าเ้าได้นะ ระวังไว้เถอะ!"
เฟิงหยูรู้สึกไม่พอใจที่อี้หลงไม่ยอมแพ้และพูดจาท้าทาย เขากระชากมือกำหมัดแน่นและดึงลมปราณสีดำเข้มออกมา
มันเป็พลังที่ดูแข็งแกร่งและดุดันราวกับเงามืดที่ห่อหุ้มร่างกายของเขา หลี่หานรีบก้าวเข้ามาขวางพร้อมกับพูดอย่างเคร่งขรึม
"เฟิงหยู เ้าเป็ศิษย์หลักอย่ารังแกศิษย์ใหม่เช่นนี้ มันไม่เป็การสมควร"
"ข้าเพียงแค่จะเตือนเขาให้รู้จักที่ต่ำที่สูง" เฟิงหยูกล่าวเสียงเข้ม ก่อนจะถอยกลับและยิ้มเยาะใส่อี้หลง
"จงจำไว้ เ้าเด็กใหม่ ในที่แห่งนี้ เ้าจะต้องรู้จักที่ยืนของตนเอง อย่าคิดจะปีนสูงหากเ้าไม่มีฝีมือ"
เฟิงหยูเดินจากไปอย่างสง่างาม แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องมาที่อี้หลงด้วยความเยาะเย้ย
อี้หลงรู้สึกถึงความท้าทายและความไม่พอใจภายใน แต่หลี่หานตบไหล่เขาเบา ๆ เพื่อให้ใจเย็นลง
"อย่าไปใส่ใจเขามากนัก เฟิงหยูเป็ศิษย์ที่มีฝีมือสูงและเป็ที่ยอมรับในสำนัก"
แต่เ้าก็ไม่ต้องกลัว เพียงแค่ฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เ้าก็จะก้าวไปยืนในจุดนั้นได้เช่นกัน หลี่หานกล่าวด้วยน้ำเสียงให้กำลังใจ
"ข้ารู้แล้ว ข้าจะทำให้พวกเขาเห็นว่าข้าไม่ใช่แค่ศิษย์ใหม่ธรรมดา" อี้หลงตอบกลับด้วยความแน่วแน่
คืนนั้น หลังจากฝึกฝนเสร็จ อี้หลงนั่งสมาธิอีกครั้งเพื่อสะสมพลังลมปราณ
เขายังรู้สึกถึงความท้าทายและความโกรธที่เกิดจากการเผชิญหน้ากับเฟิงหยู แต่เขาเลือกที่จะไม่ใส่ใจและหันไปโฟกัสกับการฝึกฝนตัวเองมากกว่า
"ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่เพื่อล้างแค้น แต่เพื่อให้ตัวข้าเองได้เดินในเส้นทางของเซียนอย่างแท้จริง"
เขาพึมพำกับตัวเองและปิดตาลงเพื่อเข้าสู่การฝึกฝนลึกยิ่งขึ้น
พลังลมปราณภายในร่างของเขาค่อยๆ หมุนวนอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกแข็งแกร่งและความสงบนิ่งเริ่มเข้ามาแทนที่ความโกรธ
เขารู้สึกว่าตนเองกำลังค่อยๆ ก้าวสู่การควบคุมลมปราณขั้นต่อไปทีละนิด
อี้หลงตั้งใจที่จะไม่ให้ความเยาะเย้ยหรือการดูถูกใด ๆ มาบั่นทอนความฝันของเขา ในใจเขามีแต่ความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่แน่วแน่
เขาจะต้องกลายเป็เซียนผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้ – และวันนั้นจะต้องมาถึงไม่ช้าก็เร็ว