บทที่1
เช้าที่สดใสของหว่าหวา
หว่าหวา talk
กริ๊ง เสียงนาฬิกาปลุก
"อร๊ายยยยย สายแล้วววว!!!! "
"โอ๊ยฉันตายแน่ๆ เลย สายแล้วๆๆๆ"
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก็เลยเวลาที่ตั้งปลุกไปเกือบชั่วโมงแย่แน่เลย ฉันจะไปทันมั๊ย ถ้าไปไม่ทันมีหวัง ฉันโดนไล่ออกั้แ่ยังไม่เริ่มงานแน่ๆ
ฉันรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็วดีที่บริษัทนี้เค้าให้พนักงานใส่ชุดตามใจชอบ เลยง่ายต่อการแต่งตัว ฉันชอบแต่งตัวตามแฟชั่น ตามแบบฉบับสาวสมัยใหม่ จัดเต็มจ้าวันนี้ถึงจะมีเวลาน้อยนิดหว่าหวาไม่หวั่นอยู่แล้ว วันแรกของการทำงานฉันต้องสวย ด้วยชุดเดรสสั้นเปิดไหล่ และรองเท้าส้นสูงปรี๊ด
ว่าแต่ทำไมนะ เวลาฉันเดินผ่านใครๆ ก็ชอบหันมามองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม มีอะไรในตัวฉันที่ผิดปกติรึเปล่า ก็แต่งตัวปกตินี่นา น้ำก็อาบตัวไม่เหม็นสักหน่อย
ฉันรีบจ้ำไปหาพี่วิน เพื่อจะดิ่งไปบริษัท เื่ของเื่คือฉันไม่ทันรถบัสฟรีของบริษัทที่มารับส่งพนักงานทุกวัน ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าจะตื่นทัน ว๊าาา เสียดายชะมัด ต้องเสียตังโดยใช่เหตุ
"พี่วินไป กชกรกรุ๊ปค่ะ "
"โอเคขึ้นเลยน้องคนสวย " พี่วินพูดแล้วฉันก็นั่งซ้อนท้ายทะยานสู่ตึกสูงระฟ้าอย่างรวดเร็ว
ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ มองนาฬิกาอีกสิบนาทีจะเริ่มรายงานตัว ทันค่ะ ไม่สายแต่คาบเส้นยาแดง
โอ๊ยรีบวิ่งเลยหว่าหวา ฉันวิ่งแบบไม่คิดชีวิต สายตาไม่วอกแว่กมองสิ่งรอบข้าง มองตรงไปยังที่หมายอย่างเดียว
ตุบ!!!!!!
"โอ๊ยยยยย " ฉันชนเข้ากับใครไม่รู้ จนเซถลาเกือบล้ม
" โอ๊ย!!! เจ็บนะเว่ย อะไรว่ะ!! " ผู้ชายที่ฉันชนร้องเสียงดัง ท่าทางไม่พอใจ
"ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันรีบ ไปก่อนนะคะ " ฉันรีบพูดอย่างลนลาน โดยไม่สนใจมองหน้าเขาเลยสักนิด มัวแต่เก็บเอกสารที่ตกระพื้นและรีบวิ่งแจ้นไปยังที่หมายเพราะเวลาก็จวนเจียนจะไม่ทันการ
เบน น่านฟ้า talk
" แม่งเอ๊ย ใครว่ะแม่ง " ผมชนเข้ากับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ เออ แล้วแม่งขอโทษแบบส่งๆ แล้วรีบวิ่งแจ้นหนีไปเลย แถมผมยังไม่เห็นหน้าด้วยซ้ำ ถ้าเป็คนของผม เจอดีแน่ มาทำงานรีบๆ แบบนี้เสียระบบหมด ผมส่ายหัวแล้วเดินต่อไปยังจุดหมาย อะไรวะกูเริ่มต้นวันก็ท่าไม่ดีละ
อ้อลืมทักทาย สวัสดีตอนเช้าคร๊าบทุกคน เช้านี้ไม่ดีเท่าไหร่แต่ช่างเหอะ ไว้แนะนำตัวกันอีกทีแล้วกันตอนนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดี
หว่าหวา talk
“………” วันอะไรเนี่ยมาถึงบริษัทก็ได้เื่เลย แถมตอนนี้ยังตามหาห้องประชุมไม่เจออีก ผู้คนในบริษัทนี้ไปไหนกันหมดเนี่ย ถามใครได้บ้าง ฉันเดินงกๆ เงิ่นๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าห้องประชุมของบริษัทอยู่ที่ไหน มองนาฬิกาตอนนี้ก็เกือบเลยเวลาเข้าประชุมพนักงานแล้ว
@ ห้องประชุม
@สิบนทีต่อมา
เบน น่านฟ้า talk
“………” สวัสดีอย่างเป็ทางการอีกครั้งจากที่เมื่อกี๊มีคนทำให้อารมณ์ไม่ดีจนไม่อยากแนะนำตัวเอง ผมน่านฟ้า กชกร ทายาทเพียงคนเดียวของกชกรกรุ๊ป บริษัทเกี่ยวกับการขนส่งระดับโลกครับ วันนี้ผมต้องหล่อหน่อยมาในชุดสูทสีน้ำเงินเต็มยศ เพราะมีประชุมพนักงานทั้งบริษัท เอาง่ายๆ คือผมก็พยายามเป็แบบอย่างให้กับพนักงานของผม เท่าที่ผมทำได้นั่นแหละ ั้แ่ผมได้รับโอกาสมาบริหารงานแทนคุณพ่อ ผมก็เปลี่ยนระบบใหม่หมด เพราะไม่ชอบอะไรเดิมๆ คุณพ่อเองก็ให้สิทธิ์ทุกอย่างในการตัดสินใจ ผมเลยจัดการปรับปรุงทุกอย่างในบริษัทใหม่ทั้งหมด เริ่มั้แ่การแต่งตัวของพนักงาน ที่จากเดิมเป็ยูนิฟอร์อมที่เหมือนกันหมด มันเป็ระเบียบก็จริงแต่ผมไม่ชอบรู้สึกถึงความไม่อิสระ ก็เลยให้พนักงานใส่ชุดอะไรมาทำงานก็ได้ ให้เจริญหูเจริญตา ไม่ใช่สกปรกเลอะเทอะมา จะดีไซน์เสื้อผ้าล้ำยุคแหวกแนวขนาดไหนก็เอาที่สบายใจ แค่อย่าแก้ผ้ามาก็พอเพราะผมเชื่อว่าการแต่งตัวมันสร้างความมั่นใจ และอิสระทางความคิด
ผมจัดกิจกรรม สถานที่ อำนวยความสะดวกครบครันให้ เพราะเชื่อว่าที่อยู่ดี เป็ก้าวแรกของประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ว่าจะเป็สนามฟุตบอล สนามบาสบาส สนามเทนนิส ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้องสมุด ห้องนวด มีหมด ครบในที่เดียว แต่ประสิทธิภาพการทำงานต้องดีตามความเป็อยู่นะ และทุกคนต้องมาทำงานให้ตรงเวลา ไม่เอาเปรียบบริษัท เมื่อบริษัทรักคุณคุณก็ต้องรักบริษัทเช่นกัน เป็ไงล่ะความคิดผมเจ๋งป่ะ มีความอวยตังเอง แซวเล่นคร๊าบบบบ เอาละคร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะสำหรับประวัติของผม เดี๋ยวจะไปประชุมพนักงานไม่ทัน
@ ห้องประชุมใหญ่ กชกร กรุ๊ป
ผมเดินเข้ามาในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีพนักงานนั่งอยู่กว่าพันคน รวมถึงพนักงานใหม่ที่มาเข้าร่วมประชุมในวันนี้ด้วย ทุกคนปรบมือให้ผมเป็การกล่าวต้อนรับอย่างเกรียวกราว
" สวัสดีครับทุกคน ยินดีที่ได้พบทุกท่านในวันนี้ ในฐานะที่ผมเป็คนดูแลทุกท่านอยู่ ผมขอให้ทุกท่านตั้งใจ และทุ่มเทให้บริษัทของเรา เพื่อความก้าวหน้าของพวกเราทุกคน หลังจากนี้ผมขอเปิดการประชุมแบบเป็ทางการครับ ขอบคุณครับ " ผมเดินขึ้นไปพูดบนเวที แม้จะประหม่าแค่ไหนก็ต้องข่มใจให้กล้า ทุกคนจะได้มีกำลังใจในการทำงาน และเริ่มเปิดประชุมในเื่ต่างๆ ของวันนี้ได้
"อร๊ายยย แกร บอสหล่อมาก น่ากิน"
" ใช่แก ดีหมดทุกอย่าง ครบอ่ะ " เสียงพนักงานสาวๆ ซุบซิบถึงผมกันใหญ่ ก็คนมันหล่อนี่นะ อย่าถือสานะครับผมก็พูดไปงั้นแหละ
หลังจากเปิดประชุมเรียบร้อยแล้วผมก็กระซิบบอกเลขาให้จัดการเรียกพนักงานใหม่ไปพบผม เพราะปกติแล้วผมต้องได้พูดคุยกับพนักงานใหม่ทุกคนเพื่อดูทัศนะคติก่อนจะเริ่มงานที่ กชกร กรุ๊ป แล้วผมก็เดินออกจากห้องประชุมตรงไปรอที่ห้องทำงาน
หว่า หวา talk
"............" เฮ้อฉันเหนื่อยมากเลยพึ่งจะหาห้องประชุมเจอ ไม่ทันได้เจอท่านประธานท่านก็เดินออกไปเสียแล้ว ฉันก็เลยเดินมานั่งรวมกับเพื่อนๆ ที่เป็พนักงานใหม่ นั่งลงก้นยังไม่ทันร้อน ทุกคนก็หันมามองและยิ้มกรุ้มกริ่มซุบซิบๆ กันใหญ่ เกิดอะไรขึ้นเนี่ยฉันมีอะไรที่แปลกกว่าคนอื่นรึไง
" พนักงานใหม่ทุกคนตามผมมานะครับเราจะต้องพบบอส เป็รายบุคคล จะได้ทำงาาที่นี่หรือไม่วันนี้ท่านประธานจะเป็คนตัดสินใจ " หัวหน้าฝ่ายบุคคลเดินมาประกาศ ยังไม่ทันหายเหนื่อยต้องย้ายที่อีกแล้ว
" พบรายบุคคลเหรอ แล้วถ้าฉันตอบคำถามไม่ได้ ฉันคงต้องกลับบ้านสินะหว่าหวา " ฉันนึกด้วยความกังวล กว่าจะสอบข้อเขียน สัมภาษณ์มาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ นึกว่าจะผ่านฉลุยเข้ามาทำงานได้โดยไม่ต้องผ่านด่านอะไรอีกไหง๋ต้องมาเจอด่านท่านประธานด้วย สรุปีอที่ทำมาทั้งหมดคงสูญเปล่า ถ้าไม่ผ่านด่านบิ๊กบอส ช่างเถอะเป็ไงเป็กัน ว่าแล้วฉันก็เดินตามเพื่อนๆไป เพื่อรอพบประธานบริษัท
พอมาถึงหน้าห้องท่านประธาน คือชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ฉันก็ได้มีโอกาสทักทายกับเพื่อนๆ แต่ละคนดูยิ้มแย้มแจ่มใสรับวันแรกของการทำงานกันอย่างถ้วนหน้า แต่ฉันกบับใจตุ๊มๆต่อมๆ
"ชื่ออะไรเหรอครับ " เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งถาม
"หว่าหวาค่ะ " ฉันตอบและยิ้มให้อย่างเสนอความเป็มิตร
"ผม จุน ยินดีที่ได้รู้จักนะหว่าหวา" เขาก็ตอบกลับมาอย่างเป็กันเอง
"เช่นกันจ้า"เราคุยกันถูกคอทำให้ฉันคลายวิตกไปมาก จนพี่ฝ่ายบุคคลเรียกชื่อฉันเข้าไปในห้องท่านประธาน
ฉันเคาะประตูด้วยใจที่สั่นรัว ประหม่าที่สุด
"เชิญ" เสียงดังจากข้างในกังวานน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก แต่ฉันก็ข่มใจฉันเปิดประตูเดินเข้าไป
.........................
อะไรยังไงดีนะ
หว่าหวาจะเจอกับอะไรลูก
ทำไมพายตื่นเต้นไปกับหว่าหวา 555
เปิดบท บอสเอาแต่ใจกับยัยขี้อ่อย
ฝากไว้ในอ้อมใจ แฟนอ่าน พ่อจ๋า แม่จ๋าด้วยนะคะ
นิยายเื่แรกๆที่พายเริ่มเขียน
เมื่อสามปีที่แล้ว ( เอามาปรับเนื้อหาใหม่)
สำนวนยังติ๊งต๊อง อ๊องเอ๋อ ได้โปรดอภัย
และให้โอกาสพายด้วยยยย
ขอบคุณค่า