“รายงานสถานการณ์”
เสียงของเซนิธดังขึ้นทันทีหลังจากเดินผ่านทางเดินลับเข้ามา
พ่อบ้านที่ยืนรออยู่ด้านหน้าก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“การทดลองที่ห้องหมายเลข 1, 3, 5, 7 และ 9 ล้มเหลวครับ”
เขาหยุดเล็กน้อย
“ส่วนห้องหมายเลข 2 และ 4 ประสบความสำเร็จ ส่วนที่เหลือยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงครับ”
“จะไปตรวจสอบเลยไหมครับ”
“ยังไม่ใช้ตอนนี้”
พ่อบ้านพูดขึ้น
“แล้ววัตถุดิบพวกนั้นล่ะครับ?”
“นำร่างของพวกนักบวชและอัศวินไปเก็บไว้ที่ห้องแช่แข็ง”
เซนิธพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังสั่งให้จัดเก็บสิ่งของธรรมดา
“ส่วนร่างของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ให้เก็บไว้ที่ห้อง 17”
“ส่วนคนจากหน่วยลงทัณฑ์...”
เขาหยุดไปชั่วครู่
“นำไปไว้ที่ห้องทดลองส่วนตัวของข้า ข้าจะจัดการเอง”
“รับทราบครับ”
พ่อบ้านตอบทันที
แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไป เขากลับเหลือบมองมาทางผม
“แล้วเด็กคนนั้นล่ะครับ?”
เซนิธหันมามองผม
ผมยืนนิ่ง
“คนรับใช้คนใหม่”
เซนิธพูด
“ฝากเ้าจัดการซะ”
พ่อบ้านมีสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาเพียงชั่วขณะ
แต่ก็กลับเป็ปกติอย่างรวดเร็ว
“ได้ครับ นายท่าน”
พ่อบ้านหยิบกระดิ่งเล็ก ๆ ออกมา
กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งดังขึ้นเพียงครั้งเดียว
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากทางเดิน
ตึก... ตึก... ตึก...
ประตูหลายบานเปิดออกพร้อมกัน
อันเดดจำนวนมากเดินออกมา
ผมมองพวกมันด้วยความประหลาดใจ
บางตัวเป็ชายหนุ่ม
บางตัวเป็หญิงสาว
เสื้อผ้าที่พวกมันสวมยังคงเหมือนกับตอนที่พวกมันมีชีวิตอยู่
เพียงแต่...
ภายในร่างของพวกมันมีแสงสีขาวริบหรี่ลอยอยู่
ส่วนเหล่าเมดที่เดินตามออกมาแตกต่างออกไป
แสงภายในร่างของพวกเธอเป็สีเทาซีดจาง
พวกเธอเดินอย่างเป็ระเบียบ ใบหน้าสงบนิ่งราวกับยังมีชีวิต
พ่อบ้านออกคำสั่ง
“พวกคุณ ขนกล่องพวกนั้นไปเก็บ”
เหล่าอันเดดเริ่มขนกล่องจำนวนมากที่กองอยู่บริเวณนั้นออกไป
“ส่วนพวกคุณ”
พ่อบ้านหันไปทางเหล่าเมด
“นำร่างของสมาชิกศาสนจักรไปจัดเก็บ”
“รับทราบค่ะ"
พวกเธอตอบพร้อมกัน
จากนั้นจึงเริ่มขนร่างของเหล่านักบวชและอัศวินออกไป
ผมมองภาพนั้นอย่างเงียบ ๆ
ทุกอย่างเป็ระเบียบเกินไป
อันเดดที่ทำงาน
เมดที่จัดการศพ
พ่อบ้านที่คอยออกคำสั่ง
และเซนิธ...
ที่ดูเหมือนเ้าของคฤหาสน์มากกว่าจะเป็เนโครแมนเซอร์
พ่อบ้านหันกลับมาหาผม
“คุณชื่ออะไรครับ?”
“เรน”
“คุณเรนสินะครับ”
เขาพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้น เชิญตามกระผมมา”
ผมเดินตามเขาไป
ทางเดินหินทอดยาวออกไปด้านหน้า
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าพื้นที่แห่งนี้ใหญ่กว่าที่คิด
ในที่สุดเราก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่
มันกว้างขวางจนผมต้องเงยหน้ามอง
เพดานสูง
พื้นหินถูกขัดจนสะอาด
ทั้งสองข้างมีประตูเรียงรายอยู่เป็จำนวนมาก
แม้จะไม่มีการตกแต่งฟุ่มเฟือย แต่ทุกอย่างกลับดูประณีตและหรูหราอย่างแปลกประหลาด
พ่อบ้านเดินนำผมไปจนถึงสุดทาง
ตรงนั้นมีประตูอยู่เพียงบานเดียว
เขาเปิดมันออก
ครืด...
ด้านหลังประตูไม่ได้เป็ห้องเล็ก ๆ อย่างที่ผมคิด
แต่เป็ห้องโถงอีกแห่ง
แม้จะมีขนาดเล็กกว่าด้านนอกมาก แต่กลับงดงามราวกับคฤหาสน์ของขุนนาง
บันไดหินทอดขึ้นไปยังชั้นสอง
พ่อบ้านหยุดอยู่ตรงหน้าบันได
“ชั้นสองเป็พื้นที่ห้ามขึ้นครับ”
ผมหันไปมองเขา
“ก่อนที่นายท่านจะอนุญาต คุณห้ามขึ้นไปเด็ดขาด”
น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น
“ที่นั่นมีเวทมนตร์ป้องกันอยู่จำนวนมาก”
เขามองผมตรง ๆ
“หากคุณเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต...”
พ่อบ้านเว้น่เล็กน้อย
“คุณอาจตายได้ครับ”
ผมกลืนน้ำลาย
“เข้าใจแล้วครับ”
“ดีครับ”
จากนั้นพ่อบ้านก็พาผมเดินดูชั้นแรก
ห้องครัว
ห้องรับประทานอาหาร
ห้องเก็บของ
ห้องทำงาน
รวมถึงห้องต่าง ๆ ที่ผมไม่รู้ว่ามีไว้ทำอะไร
สุดท้ายเราก็มาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง
ประตูเปิดออก
ภายใน...
เป็ห้องเก็บของขนาดใหญ่
มีลังไม้ ชั้นวาง และอุปกรณ์ต่าง ๆ วางอยู่เต็มไปหมด
ผมมองไปรอบ ๆ
พ่อบ้านพูดขึ้น
“จากนี้ไป ห้องนี้จะเป็ห้องของคุณครับ”
ผมหันกลับไปมองเขาทันที
“เอ๊ะ?”
ผมคิดว่าตัวเองฟังผิด
แต่พ่อบ้านยังคงพูดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“ต้องขออภัยในความไม่สะดวกครับ เหตุผลที่ต้องให้คุณพักที่นี่ เนื่องจากคฤหาสน์ของเรามีห้องพักไม่เพียงพอ”
เขาหันไปมองรอบ ๆ
“ห้องส่วนใหญ่ถูกใช้เป็ห้องเก็บอุปกรณ์ของนายท่าน”
“ดังนั้นในคฤหาสน์แห่งนี้จึงมีห้องพักที่สามารถใช้ได้เพียงสองห้อง”
“ห้องของกระผม...”
เขาหยุด
“และห้องของนายท่าน”
ผมมองห้องเก็บของตรงหน้าอีกครั้ง
พ่อบ้านพูดต่อ
“แต่ไม่ต้องเป็ห่วงครับ ผมจะเรียกคนมาจัดเตรียมห้องให้พร้อมก่อนคืนนี้”
ผมไม่ได้ตอบทันที
เพราะในหัวกำลังคิดอีกเื่
ห้องนี้สุดยอดเลย...
กว้างกว่าห้องรวมในสถานเลี้ยงเด็กอีก
ให้เด็กนอนกันสามสิบคนยังรู้สึกว่ากว้างเลยมั้ง...
ผมหันกลับไป
“แล้วห้องของคนรับใช้คนอื่นล่ะครับ?”
พ่อบ้านตอบอย่างเป็ธรรมชาติ
“คนรับใช้คนอื่นยกเว้นพวกเมดไม่จำเป็ต้องนอนครับ”
“ส่วนเมดมีห้องว่างอยู่เพียงห้องเดียว”
“พวกเธอจะผลัดกันนอนประมาณห้าชั่วโมง”
ผมนิ่งไป
ห้าชั่วโมง...
ถึงจะเป็อันเดด แต่ก็ยังมีคนที่ดูเหมือนต้องใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์นี้สินะ
พ่อบ้านไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาหันไปทางด้านหลัง
“เมด”
หนึ่งในหญิงสาวอันเดดเดินเข้ามา
“พาเด็กคนนี้ไปอาบน้ำ”
“รับทราบค่ะ”
พ่อบ้านหันกลับมาหาผม
“และมีคำสั่งจากนายท่านให้คุณไปพบที่ห้องทดลองส่วนตัว”
เขาผายมือไปทางเมด
“เธอจะเป็คนนำทางให้คุณ”
ผมพยักหน้า
“เข้าใจแล้วครับ”
เมดพาผมเดินผ่านทางเดินอีกหลายแห่ง
จนมาถึงห้องอาบน้ำ
แต่ทันทีที่ผมเห็นสภาพภายใน...
ผมก็เงียบไป
โต๊ะหิน รางระบายน้ำ อุปกรณ์โลหะ
และกลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคย
นี่มันห้องอาบน้ำจริง ๆ ใช่ไหม?
ทำไมมันดูเหมือนห้องที่เอาไว้ทำความสะอาดศพมากกว่า...
ผมไม่กล้าถาม
สุดท้ายก็อาบน้ำจนเสร็จ
หลังจากนั้นมีชุดคนรับใช้เตรียมเอาไว้ให้
ผมเปลี่ยนเสื้อผ้า
จากนั้นเมดก็พาผมเดินกลับออกไป
เราผ่านห้องโถงของคฤหาสน์อีกครั้ง
ก่อนจะกลับมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่ผมกับเซนิธเพิ่งเดินผ่านเข้ามา
เมดเลี้ยวไปทางซ้าย
ตรงหน้ามีประตูจำนวนมากเรียงรายอยู่
บนประตูแต่ละบานมีตัวอักษรและตัวเลขกำกับ
A1
A2
A3
...
จนถึง
A20
ผมหยุดมอง
ห้องทดลองทั้งหมดมีถึงยี่สิบห้องเลยเหรอ?
เมดเดินต่อไปจนถึงประตูบานสุดท้าย
บนประตูนั้นไม่มีหมายเลข
มีเพียงชื่อที่ถูกสลักเอาไว้
เซนิธ อัลบัส
ผมหยุดอยู่ตรงหน้าประตู
มือของผมกำโคมในมือแน่นขึ้น
แสงสีขาวเล็ก ๆ ภายในยังคงริบหรี่อยู่
ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ
ั้แ่ตอนนี้...
ผมต้องระวังทุกคำพูด
ทุกการแสดงออก
และทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในห้องนี้
เพราะคนที่อยู่หลังประตู...
คือคนที่ผมยังไม่สามารถอ่านความคิดได้เลย
เมดยืนอยู่ข้าง ๆ
เธอยื่นมือไปจับลูกบิด
ก่อนเปิดประตูออกอย่างช้า ๆ
ครืด...
ผมเตรียมใจ
และก้าวเข้าไป