สายลับเนโครแมนเซอร์แห่งสถาบันเวทมนตร์

    ตอนที่ 11 คฤหาสน์ของเนโครแมนเซอร์

    “รายงานสถานการณ์”


    เสียงของเซนิธดังขึ้นทันทีหลังจากเดินผ่านทางเดินลับเข้ามา


    พ่อบ้านที่ยืนรออยู่ด้านหน้าก้มศีรษะเล็กน้อย ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    “การทดลองที่ห้องหมายเลข 1, 3, 5, 7 และ 9 ล้มเหลวครับ”


    เขาหยุดเล็กน้อย

    “ส่วนห้องหมายเลข 2 และ 4 ประสบความสำเร็จ ส่วนที่เหลือยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงครับ”


    “จะไปตรวจสอบเลยไหมครับ”


    “ยังไม่ใช้ตอนนี้”


    พ่อบ้านพูดขึ้น

    “แล้ววัตถุดิบพวกนั้นล่ะครับ?”


    “นำร่างของพวกนักบวชและอัศวินไปเก็บไว้ที่ห้องแช่แข็ง”


    เซนิธพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังสั่งให้จัดเก็บสิ่งของธรรมดา


    “ส่วนร่างของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ให้เก็บไว้ที่ห้อง 17”


    “ส่วนคนจากหน่วยลงทัณฑ์...”


    เขาหยุดไปชั่วครู่

    “นำไปไว้ที่ห้องทดลองส่วนตัวของข้า ข้าจะจัดการเอง”


    “รับทราบครับ”


    พ่อบ้านตอบทันที

    แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไป เขากลับเหลือบมองมาทางผม


    “แล้วเด็กคนนั้นล่ะครับ?”


    เซนิธหันมามองผม

    ผมยืนนิ่ง


    “คนรับใช้คนใหม่”


    เซนิธพูด

    “ฝากเ๽้าจัดการซะ”


    พ่อบ้านมีสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาเพียงชั่วขณะ

    แต่ก็กลับเป็๞ปกติอย่างรวดเร็ว


    “ได้ครับ นายท่าน”


    พ่อบ้านหยิบกระดิ่งเล็ก ๆ ออกมา

    กริ๊ง...


    เสียงกระดิ่งดังขึ้นเพียงครั้งเดียว

    ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากทางเดิน


    ตึก... ตึก... ตึก...


    ประตูหลายบานเปิดออกพร้อมกัน

    อันเดดจำนวนมากเดินออกมา

    ผมมองพวกมันด้วยความประหลาดใจ

    บางตัวเป็๲ชายหนุ่ม

    บางตัวเป็๞หญิงสาว

    เสื้อผ้าที่พวกมันสวมยังคงเหมือนกับตอนที่พวกมันมีชีวิตอยู่

    เพียงแต่...


    ภายในร่างของพวกมันมีแสงสีขาวริบหรี่ลอยอยู่


    ส่วนเหล่าเมดที่เดินตามออกมาแตกต่างออกไป


    แสงภายในร่างของพวกเธอเป็๞สีเทาซีดจาง

    พวกเธอเดินอย่างเป็๲ระเบียบ ใบหน้าสงบนิ่งราวกับยังมีชีวิต


    พ่อบ้านออกคำสั่ง

    “พวกคุณ ขนกล่องพวกนั้นไปเก็บ”


    เหล่าอันเดดเริ่มขนกล่องจำนวนมากที่กองอยู่บริเวณนั้นออกไป


    “ส่วนพวกคุณ”


    พ่อบ้านหันไปทางเหล่าเมด

    “นำร่างของสมาชิกศาสนจักรไปจัดเก็บ”


    “รับทราบค่ะ"


    พวกเธอตอบพร้อมกัน

    จากนั้นจึงเริ่มขนร่างของเหล่านักบวชและอัศวินออกไป


    ผมมองภาพนั้นอย่างเงียบ ๆ

    ทุกอย่างเป็๲ระเบียบเกินไป

    อันเดดที่ทำงาน

    เมดที่จัดการศพ

    พ่อบ้านที่คอยออกคำสั่ง

    และเซนิธ...


    ที่ดูเหมือนเ๽้าของคฤหาสน์มากกว่าจะเป็๲เนโครแมนเซอร์

    พ่อบ้านหันกลับมาหาผม


    “คุณชื่ออะไรครับ?”


    “เรน”


    “คุณเรนสินะครับ”


    เขาพยักหน้า

    “ถ้าอย่างนั้น เชิญตามกระผมมา”


    ผมเดินตามเขาไป

    ทางเดินหินทอดยาวออกไปด้านหน้า

    ยิ่งเดินลึกเข้าไป ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าพื้นที่แห่งนี้ใหญ่กว่าที่คิด

    ในที่สุดเราก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่

    มันกว้างขวางจนผมต้องเงยหน้ามอง

    เพดานสูง


    พื้นหินถูกขัดจนสะอาด

    ทั้งสองข้างมีประตูเรียงรายอยู่เป็๲จำนวนมาก


    แม้จะไม่มีการตกแต่งฟุ่มเฟือย แต่ทุกอย่างกลับดูประณีตและหรูหราอย่างแปลกประหลาด


    พ่อบ้านเดินนำผมไปจนถึงสุดทาง

    ตรงนั้นมีประตูอยู่เพียงบานเดียว

    เขาเปิดมันออก

    ครืด...


    ด้านหลังประตูไม่ได้เป็๞ห้องเล็ก ๆ อย่างที่ผมคิด

    แต่เป็๲ห้องโถงอีกแห่ง

    แม้จะมีขนาดเล็กกว่าด้านนอกมาก แต่กลับงดงามราวกับคฤหาสน์ของขุนนาง

    บันไดหินทอดขึ้นไปยังชั้นสอง

    พ่อบ้านหยุดอยู่ตรงหน้าบันได


    “ชั้นสองเป็๞พื้นที่ห้ามขึ้นครับ”


    ผมหันไปมองเขา


    “ก่อนที่นายท่านจะอนุญาต คุณห้ามขึ้นไปเด็ดขาด”


    น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น


    “ที่นั่นมีเวทมนตร์ป้องกันอยู่จำนวนมาก”


    เขามองผมตรง ๆ

    “หากคุณเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต...”


    พ่อบ้านเว้น๰่๥๹เล็กน้อย

    “คุณอาจตายได้ครับ”


    ผมกลืนน้ำลาย


    “เข้าใจแล้วครับ”


    “ดีครับ”


    จากนั้นพ่อบ้านก็พาผมเดินดูชั้นแรก

    ห้องครัว

    ห้องรับประทานอาหาร

    ห้องเก็บของ

    ห้องทำงาน

    รวมถึงห้องต่าง ๆ ที่ผมไม่รู้ว่ามีไว้ทำอะไร

    สุดท้ายเราก็มาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง

    ประตูเปิดออก

    ภายใน...


    เป็๞ห้องเก็บของขนาดใหญ่

    มีลังไม้ ชั้นวาง และอุปกรณ์ต่าง ๆ วางอยู่เต็มไปหมด

    ผมมองไปรอบ ๆ

    พ่อบ้านพูดขึ้น


    “จากนี้ไป ห้องนี้จะเป็๲ห้องของคุณครับ”


    ผมหันกลับไปมองเขาทันที


    “เอ๊ะ?”


    ผมคิดว่าตัวเองฟังผิด

    แต่พ่อบ้านยังคงพูดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง


    “ต้องขออภัยในความไม่สะดวกครับ เหตุผลที่ต้องให้คุณพักที่นี่ เนื่องจากคฤหาสน์ของเรามีห้องพักไม่เพียงพอ”


    เขาหันไปมองรอบ ๆ


    “ห้องส่วนใหญ่ถูกใช้เป็๞ห้องเก็บอุปกรณ์ของนายท่าน”


    “ดังนั้นในคฤหาสน์แห่งนี้จึงมีห้องพักที่สามารถใช้ได้เพียงสองห้อง”


    “ห้องของกระผม...”


    เขาหยุด

    “และห้องของนายท่าน”


    ผมมองห้องเก็บของตรงหน้าอีกครั้ง

    พ่อบ้านพูดต่อ


    “แต่ไม่ต้องเป็๞ห่วงครับ ผมจะเรียกคนมาจัดเตรียมห้องให้พร้อมก่อนคืนนี้”


    ผมไม่ได้ตอบทันที

    เพราะในหัวกำลังคิดอีกเ๱ื่๵๹

    ห้องนี้สุดยอดเลย...


    กว้างกว่าห้องรวมในสถานเลี้ยงเด็กอีก

    ให้เด็กนอนกันสามสิบคนยังรู้สึกว่ากว้างเลยมั้ง...


    ผมหันกลับไป


    “แล้วห้องของคนรับใช้คนอื่นล่ะครับ?”


    พ่อบ้านตอบอย่างเป็๲ธรรมชาติ


    “คนรับใช้คนอื่นยกเว้นพวกเมดไม่จำเป็๲ต้องนอนครับ”


    “ส่วนเมดมีห้องว่างอยู่เพียงห้องเดียว”


    “พวกเธอจะผลัดกันนอนประมาณห้าชั่วโมง”

    ผมนิ่งไป


    ห้าชั่วโมง...

    ถึงจะเป็๲อันเดด แต่ก็ยังมีคนที่ดูเหมือนต้องใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์นี้สินะ


    พ่อบ้านไม่ได้พูดอะไรต่อ

    เขาหันไปทางด้านหลัง


    “เมด”


    หนึ่งในหญิงสาวอันเดดเดินเข้ามา


    “พาเด็กคนนี้ไปอาบน้ำ”


    “รับทราบค่ะ”


    พ่อบ้านหันกลับมาหาผม


    “และมีคำสั่งจากนายท่านให้คุณไปพบที่ห้องทดลองส่วนตัว”


    เขาผายมือไปทางเมด


    “เธอจะเป็๞คนนำทางให้คุณ”


    ผมพยักหน้า

    “เข้าใจแล้วครับ”


    เมดพาผมเดินผ่านทางเดินอีกหลายแห่ง

    จนมาถึงห้องอาบน้ำ

    แต่ทันทีที่ผมเห็นสภาพภายใน...


    ผมก็เงียบไป

    โต๊ะหิน รางระบายน้ำ อุปกรณ์โลหะ

    และกลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคย

    นี่มันห้องอาบน้ำจริง ๆ ใช่ไหม?


    ทำไมมันดูเหมือนห้องที่เอาไว้ทำความสะอาดศพมากกว่า...

    ผมไม่กล้าถาม

    สุดท้ายก็อาบน้ำจนเสร็จ

    หลังจากนั้นมีชุดคนรับใช้เตรียมเอาไว้ให้

    ผมเปลี่ยนเสื้อผ้า


    จากนั้นเมดก็พาผมเดินกลับออกไป

    เราผ่านห้องโถงของคฤหาสน์อีกครั้ง

    ก่อนจะกลับมาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่ผมกับเซนิธเพิ่งเดินผ่านเข้ามา

    เมดเลี้ยวไปทางซ้าย

    ตรงหน้ามีประตูจำนวนมากเรียงรายอยู่

    บนประตูแต่ละบานมีตัวอักษรและตัวเลขกำกับ

    A1

    A2

    A3

    ...

    จนถึง

    A20

    ผมหยุดมอง

    ห้องทดลองทั้งหมดมีถึงยี่สิบห้องเลยเหรอ?

    เมดเดินต่อไปจนถึงประตูบานสุดท้าย

    บนประตูนั้นไม่มีหมายเลข

    มีเพียงชื่อที่ถูกสลักเอาไว้

    เซนิธ อัลบัส

    ผมหยุดอยู่ตรงหน้าประตู

    มือของผมกำโคมในมือแน่นขึ้น

    แสงสีขาวเล็ก ๆ ภายในยังคงริบหรี่อยู่

    ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ

    ๻ั้๫แ๻่ตอนนี้...


    ผมต้องระวังทุกคำพูด

    ทุกการแสดงออก

    และทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในห้องนี้

    เพราะคนที่อยู่หลังประตู...


    คือคนที่ผมยังไม่สามารถอ่านความคิดได้เลย

    เมดยืนอยู่ข้าง ๆ

    เธอยื่นมือไปจับลูกบิด

    ก่อนเปิดประตูออกอย่างช้า ๆ


    ครืด...


    ผมเตรียมใจ

    และก้าวเข้าไป