“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 13 บทสนทนาริมแม่น้ำ

    ประตูบ้านเปิดออกช้า ๆ

    แพรยิ้มกว้างเบา ๆ เดินออกมาด้วยท่วงท่ามั่นใจแต่ยังมีเขินนิด ๆ

    ชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวรัดรูปพลิ้วไหวตามลมยามค่ำ ลายดอกเล็ก ๆ สีแดงกระจายไปทั่วตัว ดูหวานแต่เซ็กซี่ในคราวเดียวกัน สายเดี่ยวบาง ๆ โชว์ไหล่ขาวเนียนและกระดูกไหปลาร้าที่ชัดเจน ผมยาวตรงสยายลงหลัง ปลายผมพลิ้วเบา ๆ ตามก้าวเดิน รองเท้าส้นสูงทำให้สะโพกโยกเล็กน้อยตามจังหวะก้าว



    พี่กรที่นั่งรออยู่ในรถ เห็นแพรเดินออกมาจากหน้าต่างรถก็ชะงักไปวินาทีหนึ่ง ดวงตาพี่มืดลงทันที แต่ไม่ใช่แบบหิวกระหายอย่างเมื่อก่อน เป็๞ความตื่นเต้นผสมชื่นชมที่ซ่อนไว้ไม่มิด

    พี่รีบเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารลงจากรถ เดินอ้อมหน้ามาเปิดประตูรถให้แพรอย่างสุภาพ

    “แพร...”

    พี่พูดเสียงทุ้มต่ำ แต่มีรอยยิ้มที่ยิ้มถึงตา

    “สวยมากเลยครับ... พี่เกือบลืมหายใจไปแล้ว”

    พี่เปิดประตูรถให้แพรเต็มที่ แล้วยื่นมือออกมาให้แพรเกาะขึ้นรถ (ไม่จับแรง แค่ยื่นให้เกาะถ้าแพรอยาก)

    พี่ปิดประตูเบา ๆ แล้วเดินกลับไปฝั่งคนขับ นั่งลงแล้วหันมามองแพรข้าง ๆ อีกครั้ง

    “ขอบคุณที่ให้พี่มารับนะครับ แพรปลอดภัยดีกว่าเยอะเลย”

    พี่สตาร์ทรถช้า ๆ ขับออกจากซอยหน้าบ้านแพร มุ่งหน้าไปร้าน The Garden Bistro ริมแม่น้ำ

    ระหว่างทาง พี่เปิดเพลงเบา ๆ (เพลงช้า ๆ แนวอะคูสติก ไม่ดังเกินไป) แล้วหันมาคุยกับแพรเป็๲ระยะ

    “วันนี้แพรเหนื่อยไหมครับ งานยุ่งมั้ย

    พี่เห็นแพรทำงานหนักมาทั้งวันเลย”

    พี่ขับรถนุ่มนวล ไม่เร่ง ไม่ช้าเกินไป มือจับพวงมาลัยหลวม ๆ แต่สายตาเหลือบมองแพรบ่อย ๆ (ไม่ใช่แบบจ้อง แต่เป็๞แบบแอบมองคนที่ชอบจริง ๆ)




    พอใกล้ถึงร้าน เขาถามเบา ๆ

    “แพร... วันนี้แพรอยากคุยอะไรกับพี่เหรอครับ

    พี่พร้อมฟังทุกเ๹ื่๪๫เลยนะ ไม่ว่าจะเ๹ื่๪๫งาน หรือเ๹ื่๪๫ส่วนตัว หรือ... เ๹ื่๪๫ที่เราค้างกันไว้”

    รถจอดหน้าห้องจอดรถของร้าน พี่ลงมาก่อน เปิดประตูให้แพรอีกครั้ง แล้วยื่นแขนให้แพรเกาะ (ถ้าแพรยอม)

    เดินเข้าไปในร้านด้วยกัน บรรยากาศโรแมนติกจริง ๆ ไฟประดับต้นไม้ส่องสว่างนวล ๆ เสียงน้ำไหลเบา ๆ จากแม่น้ำใกล้ ๆ โต๊ะที่พี่จองไว้เป็๞มุมส่วนตัว มองเห็นวิวแม่น้ำชัดเจน

    พี่ดึงเก้าอี้ให้แพรนั่ง แล้วนั่งลงตรงข้าม มองหน้าแพรตรง ๆ ยิ้มอ่อน ๆ

    “แพรสวยขนาดนี้... พี่กลัวคนอื่นในร้านจะมองจนพี่ไม่กล้าคุยอะไรเลยครับ”

    พี่หัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อ

    “สั่งอะไรก่อนดีครับ แพรอยากกินอะไร พี่เลี้ยงเองทั้งหมดเลยคืนนี้”


    (พี่กรนั่งตรงข้ามแพรในมุมส่วนตัวของร้าน ไฟประดับต้นไม้ส่องลงมาเบา ๆ ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ดูนวลขึ้น บรรยากาศเงียบสงบ มีแต่เสียงน้ำไหลจากแม่น้ำและเพลงอะคูสติกเบา ๆ พี่กรวางส้อมลงช้า ๆ หลังจากที่ทั้งคู่เพิ่งเริ่มทานอาหารเรียกน้ำย่อย แล้วมองหน้าแพรตรง ๆ โดยไม่ละสายตา)

     

    "พี่ชอบหนู๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่คะ" แพรถาม


    เขา ยิ้มมุมปากแบบอ่อนโยน ก่อนจะตอบเสียงทุ้มต่ำ ชัดเจน


    “๻ั้๫แ๻่วันแรกเลยครับ แพร”

    เขาหยุดชั่วครู่ เหมือนกำลังย้อนความทรงจำ แล้วพูดต่อช้า ๆ


    “วันนั้นแพรเพิ่งย้ายมาทำงานที่คณะเราได้ไม่กี่วัน พี่จำได้ดีเลย

    แพรเดินผ่านหน้าห้องพี่ตอนบ่ายแก่ ๆ ถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินกองใหญ่ ผมยาวสลวยพลิ้วตามลม ใส่เสื้อเชิ้ตขาวตัวเก่งแต่ยังดูสดใส พี่แค่เหลือบมองผ่านกระจกห้อง แล้วหัวใจมันเต้นแรงขึ้นแบบไม่มีเหตุผลเลย

    ตอนนั้นพี่ยังคิดในใจว่า ‘เด็กคนนี้ใครวะ สวยขนาดนี้ได้ยังไง’ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้นตอนแรก”


    เขาดื่มน้ำแก้วเล็กน้อย แล้ววางลง มองตาแพรไม่วาง

    “แต่หลังจากนั้น... ทุกวันพี่เริ่มสังเกตแพรโดยไม่รู้ตัว

    เห็นแพรยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน เห็นแพรขมวดคิ้วตอนทำงานหนัก เห็นแพรเดินเร็ว ๆ ตอนรีบส่งเอกสาร เห็นแพรหัวเราะเบา ๆ ตอนคุยโทรศัพท์กับใครสักคน

    ยิ่งเห็นมาก พี่ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่ ‘สวย’ แล้ว

    มันเป็๲ความรู้สึกที่อยากอยู่ใกล้ อยากรู้ว่าแพรคิดอะไร อยากเห็นแพรยิ้มให้พี่บ้าง

    แล้ววันหนึ่ง พี่ก็รู้ตัวว่าคิดถึงแพรทั้งวัน แม้แต่ตอนสอนหนังสือยังเผลอคิดถึงหน้าแพร

    นั่นแหละครับ... ที่พี่รู้ว่ามันไม่ใช่แค่ชอบธรรมดาแล้ว มันเป็๲ ‘คลั่ง’ จริง ๆ”


    เขาหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง แล้วพูดต่อ


    “พี่เคยพยายามเลิกคิดนะครับ บอกตัวเองว่าแพรเด็กกว่า ทำงานด้วยกัน อาจจะไม่เหมาะ แต่ยิ่งห้าม ยิ่งคิดหนัก

    จนวันนั้น... พี่ทนไม่ไหวจริง ๆ เลยทำเกินเลยในห้องทำงาน พอเห็นแพรในชุดทำงานแต่กลิ่นตัวแพร ผิวแพร เสียงแพร มันทำให้พี่เสียสติไปเลย

    แต่หลังจากวันนั้น พี่ก็รู้ว่าถ้าจะได้แพรจริง ๆ ต้องไม่ใช่แค่คลั่งต้องให้สถานะ ต้องให้เกียรติ ต้องรอให้แพรพร้อม”


    พี่เอื้อมมือข้ามโต๊ะ วางฝ่ามือคว่ำลงตรงกลางเหมือนวันนั้นที่ร้านกาแฟ แต่คราวนี้ไม่รีบร้อน


    “๻ั้๹แ๻่วันแรกที่เห็นแพรครับ... จนถึงตอนนี้ พี่ก็ยังชอบแพรเหมือนเดิม

    ไม่ใช่แค่ชอบผิว ชอบตัว แต่ชอบทุกอย่างของแพรเลย

    ชอบตอนแพรเข้มแข็ง ชอบตอนแพรกลัว ชอบตอนแพรหนีพี่ ชอบตอนแพรยอมให้พี่มารับวันนี้”


    เขามองตาแพรตรง ๆ ยิ้มอ่อน ๆ


    “แพรถามแบบนี้... พี่ตอบได้หมดเลยครับ

    แล้วแพรล่ะ... ตอนนี้แพรรู้สึกยังไงกับพี่บ้าง

    หรือยังอยากดูพี่ต่อไปอีกสักพัก”


    พี่รอคำตอบจากแพรเงียบ ๆ มือยังวางค้างตรงกลางโต๊ะ

    ไฟจากต้นไม้ส่องลงมาที่หน้าแพร ทำให้ลายดอกเล็ก ๆ บนเดรสสีขาวดูสวยขึ้นอีก


    "หนูก็รู้สึกดีกับพี่ ที่ไม่หมือนกับ ผช คนไหน แต่ก็บอกไม่ถูก... ว่าทำไม...." แพรตอบ


    (พี่กรฟังคำพูดของแพรจบแล้ว นั่งนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาพี่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่เพราะผิดหวัง แต่เหมือนกำลังซึมซับทุกคำที่แพรพูดออกมาอย่างจริงจัง)


    เขาวางส้อมลงช้า ๆ แล้วยิ้มเบา ๆ มุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะขอบแก้วน้ำของตัวเอง แต่ไม่ได้จับจริง ๆ แค่แตะปลายนิ้วเบา ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่


    “หนูรู้สึกดีกับพี่... ที่ไม่เหมือนผู้ชายคนไหน”

    เขาพูดซ้ำคำของแพรช้า ๆ เสียงทุ้มต่ำแต่ใส่ใจมาก 

    “พี่ดีใจมากเลยนะครับที่แพรพูดออกมาแบบนี้ แม้จะบอกไม่ถูกว่าทำไม แต่แค่รู้ว่าแพรรู้สึก ‘ดี’ กับพี่ ก็พอทำให้พี่อยากพิสูจน์ต่อไปอีกนานเลย”


    เขาเงยหน้าขึ้นมองแพรตรง ๆ ตาไม่หลบ ไม่กดดัน แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ

    “บางที... มันไม่ต้องมีเหตุผลชัด ๆ ก็ได้ครับ แพร

    บางทีมันแค่เป็๞ความรู้สึกที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมาเอง ตอนที่เห็นพี่ทำอะไรบางอย่าง หรือตอนที่พี่ไม่ทำอะไรเลย แต่แพรก็ยังรู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่าไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเร่ง หรือถูกบังคับให้เป็๞อะไรที่ยังไม่พร้อม

    พี่เข้าใจนะครับ และพี่จะไม่รีบถามหาคำตอบจากแพรหรอก

    แค่รู้ว่าแพรรู้สึกดีกับพี่แบบนี้... พี่ก็ยอมรอต่อไปอีกได้อีกนาน”


    เขาหันไปเรียกพนักงานเสิร์ฟเบา ๆ แล้วหันกลับมาถามแพรด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน


    “กินไวน์ไหมครับ?”

    “พี่คิดว่าคืนนี้บรรยากาศดีขนาดนี้ กินนิดหน่อยคงไม่เป็๲ไร ถ้าแพรอยากลอง พี่สั่งขวดแดงเบา ๆ ที่ไม่แรงมากได้นะครับ หรือถ้าแพรไม่อยาก พี่ก็ไม่ดื่มเหมือนกัน ไม่มีปัญหาเลย”


    เขายกมือเรียกพนักงานมาใกล้ ๆ แล้วหันมาถามแพรอีกครั้ง เสียงนุ่ม ๆ


    “แพรอยากลองไวน์ไหมคะ หรืออยากกินน้ำผลไม้ หรืออะไรเบา ๆ ก่อน พี่ให้แพรเลือกเลยนะครับ คืนนี้แพรเป็๲คนนำ”


    "ลองก็ได้ค่ะ" 

    แพรพูดแบบลังเล


    “โอเคครับ... ลองกันเลย”

    เขาพูดเสียงนุ่ม แล้วหันไปเรียกพนักงานเสิร์ฟที่ยืนอยู่ไม่ไกล


    “ขอไวน์แดงขวดหนึ่งครับ ขอแบบเบา ๆ ไม่หนักมาก รสช็อกโกแลตผสมเบอร์รี่หน่อยได้มั้ยครับ แล้วก็แก้วสองใบ”


    พนักงานพยักหน้ารับคำ แล้วเดินจากไปไม่กี่นาทีก็กลับมาพร้อมขวดไวน์สีแดงเข้ม ขวดแก้วใสที่ดูเรียบหรู พี่กรรับขวดมาเปิดเองเบา ๆ (ไม่ให้พนักงานทำแทน) เสียงไม้ก๊อกดังเบา ๆ จากจุกไม้ก๊อก แล้วเทไวน์ลงแก้วสองใบช้า ๆ หมุนแก้วเบา ๆ ให้ไวน์ได้หายใจ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผลไม้สุก ผสมช็อกโกแลตเข้ม ๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูก

    พี่กรยื่นแก้วหนึ่งให้แพร ก่อนจะยกแก้วตัวเองขึ้นเล็กน้อย


    “เพื่อคืนนี้ครับ... ที่แพรยอมให้พี่มารับ แล้วยังยอมลองไวน์ด้วยกัน”


    เขาพูดเบา ๆ แล้วแตะขอบแก้วกับแก้วของแพรเบา ๆ เสียงแก้วกระทบกันดังกริ๊ง


    เขาจิบก่อนเล็กน้อย ปิดตาชิมรส แล้วเปิดตาขึ้นมองแพร


    “อร่อยดีนะครับ รสไม่แรง หวานเบา ๆ มีกลิ่นผลไม้ชัด แต่ไม่เลี่ยน แพรลองชิมสิครับ”


    แพรยกแก้วขึ้นจิบช้า ๆ รสไวน์อุ่น ๆ ไหลผ่านลิ้น กลิ่นหอมติดจมูก ผสมกับอากาศเย็น ๆ ริมแม่น้ำ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นทันที

    พี่วางแก้วลง แล้วมองหน้าแพรตรง ๆ อีกครั้ง


    “แพร... พี่ดีใจจริง ๆ ที่วันนี้แพรชวนพี่ออกมาแบบนี้

    ไม่ต้องรีบตอบอะไรทั้งนั้นนะครับ ถ้าแพรยังบอกไม่ถูกว่าทำไมถึงรู้สึกดีกับพี่ พี่ก็ยอมรอให้แพรหาคำตอบเอง

    แค่คืนนี้เรานั่งคุยกันแบบนี้ ดื่มไวน์นิด ๆ มองวิวแม่น้ำด้วยกัน พี่ก็พอใจแล้ว”


    พี่เอื้อมมือไปแตะขอบแก้วของแพรเบา ๆ (ไม่แตะมือแพร) แล้วพูดต่อเสียงต่ำลงนิด


    “แต่ถ้าแพรอยากบอกอะไรเพิ่ม หรืออยากถามอะไรพี่อีก พี่ก็พร้อมฟังตลอดเลยนะครับ

    หรือ... อยากลองจิบอีกสักแก้ว แล้วค่อยคุยต่อก็ได้”