ตกเย็นชมพูรักก็ขึ้นรถแท็กซี่ไปที่โรงแรมของครอบครัวรอจนกระทั่งคุณชัยชิดเสร็จธุระจากการประชุมใน่บ่ายหล่อนเห็นท่าทางของบิดาดูสดชื่นขึ้น ดวงตามีประกายแห่งความหวังเจืออยู่หล่อนรับรู้ได้
คุณชัยชิดขับรถพาหล่อนมาตามถนนใหญ่ เลี้ยวเข้าซอยหนึ่งย่านการค้าขับไปจนเกือบลึกสุด จึงพบว่าถนนส่วนบุคคลนี้กว้างอย่างกับถนนสองเลนส์ซึ่งดูเหมือนกับปากซอยนั้นเป็คอขวด พอเข้ามาตรงสุดซอยนั้นเหมือนเป็ก้นขวดกว้างมีพื้นที่เหลือประมาณจากการคำนวณสายตา
รั้วอัลลอยลายเถาไม้เลื้อยค่อยๆเลื่อนออกหล่อนเห็นผู้ชายคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบยืนทำความเคารพให้พ่อของหล่อนขณะที่ขับรถเข้าบ้าน แสดงว่าบิดานั้นคงจะมาที่แห่งนี้เป็ประจำเพราะดูจากการสนทนาที่ยิ้มแย้มทักทายเหมือนคนคุ้นเคยกันเอง
ชมพูรักมองตัวบ้านหลังใหญ่ตรงหน้าซึ่งดูเหมือนกับคฤหาสน์ของเศรษฐีก็ไม่ปาน เคยเห็นแต่ในนิตยสารบ้านหรือไม่ก็ทางละครทีวี วันนี้นับเป็บุญตายิ่งนัก
“บ้านใครกันคะคุณพ่อ ท่าทางเขาจะรวยมหาศาล ใหญ่โตยังกับคฤหาสน์เสียแต่ว่าบ้านช่องดูเงียบเชียบจังเลยค่ะ”
ชมพูรักพูดไปเรียบเรื่อยเอ่ยชมแต่ก็เก็บอาการลงบ้างเมื่อเห็นว่ารถยนต์มาจอดสนิทตรงทางโค้งด้านนอกตัวบ้านหลังใหญ่
คุณชัยชิดเห็นแล้วว่าตอนนี้รถของผู้ที่เขา้าพบจอดอยู่ในโรงรถซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างของอีกฝั่งติดกับกำแพงปูนสูง เขาชั่งใจว่าจะให้ลูกสาวรออยู่ที่ไหนก็เป็จังหวะดีที่ลูกสาวเอ่ยขึ้นมาก่อน เมื่อเห็นท่าทีลังเลของผู้เป็พ่อ
“เดี๋ยวพ่อเข้าไปคุยธุระเถอะค่ะ หนูขอเดินเล่นอยู่ข้างนอกก็แล้วกันพ่อจะได้คุยสะดวก”
“งั้นเดี๋ยวพ่อมานะ อย่าเดินไปไหนไกลล่ะ”บิดาหล่อนกำชับ
คุณชัยชิดหันมองลูกสาวเป็ระยะเมื่อเห็นว่าหล่อนยืนดูต้นไม้อยู่ในสวนหน้าบ้าน เขาจึงเดินเข้าไปพอเจอคนในบ้านก็เอ่ยถาม
“คุณกำธรอยู่ไหม ผมนัดเอาไว้ เมื่อครู่โทรศัพท์มาแจ้งไว้ก่อนแล้วว่าจะมาหา”
หญิงสาวรับใช้หน้าตาจืดชืดซึ่งเขาเพิ่งเคยพบหน้าค่าตา ออกมาต้อนรับ เขาไม่รู้จักและคาดเดาว่าคงจะเพิ่งเข้ามาทำงานไม่นานเพราะผู้คนในบ้านหลังนี้ เขารู้จักทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็คุณนงพะงาผู้เป็ภรรยาคุณกำธร ป้าแจ่มซึ่งอยู่ดูแลบ้านมายาวนานหรือกระทั่งสาวรับใช้คนก่อนอย่างฤดีที่มีหน้าที่ทำความสะอาดบ้านรวมถึงลุงสมหมายที่คอยดูแลสวน ไม่เว้นแม้แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เพิ่งทักทายกันเมื่อครู่
หญิงรับใช้ผู้นั้นหายเข้าไปด้านหลังบ้านส่วนคนที่เดินออกมาต้อนรับเขาแทนก็คือป้าแจ่ม “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะคุณกำธร นึกว่าลืมกันไปซะแล้ว หายหน้าไปนานเลยนะไม่เห็นแวะมาเยี่ยมเยียนกันบ้าง”
เขายิ้มจืดเพราะเขาหายหน้าไปอย่างที่คนเอ่ยทักพูดขึ้นมา นึกละอายใจอยู่บ้างในยามที่พบคุณนงพะงา มันเหมือนสำนึกผิดจนไม่อยากเจอหน้าว่าเขาคือคนที่ชักนำให้สามีของคุณนงพะงาได้มีโอกาสพบกับสาวอื่นจนเกิดบ้านเล็กบ้านน้อย
ไม่รู้ว่าคุณนงพะงาจะทราบข้อเท็จจริงหรือไม่แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกผิดทุกครั้งที่มีโอกาสได้สนทนากับคุณนงพะงาเพราะทุกครั้งที่ได้พูดคุย เขารับรู้ได้ว่าคู่ชีวิตของคุณกำธรนั้น ‘เย็น’
หญิงสูงวัยผู้นั้นมีธรรมะเป็เครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม และเป็กัลยาณมิตรเสมอกับทุกผู้ทุกนาม...ยิ่งหล่อนดีเท่าไหร่เขาก็ยิ่งผิดเท่านั้น
คุณชัยชิดจึงแวะเวียนมาที่นี่ในยามที่คิดว่าจำเป็ “พอดีผมยังยุ่งอยู่ครับก็เลยไม่ค่อยได้แวะมาที่นี่เท่าไหร่”
“เชิญค่ะ...คุณท่านรออยู่ในห้องทำงานฉันให้แม่สุดใจขึ้นไปเรียนท่านแล้วว่าคุณชัยมาพบ”
“ผมขอตัวเลยนะครับ”
คุณชัยชิดเดินขึ้นไปตามบันไดผ่านโถงใหญ่้า เขาเลี้ยวซ้ายไปหยุดยืนยังหน้าห้องทำงานของคุณกำธรเคาะประตูสองสามครั้ง เมื่อได้ยินเสียงขานรับของชายสูงวัย เขาจึงผลักประตูเข้าไป
ภายในห้องทำงานส่วนตัวของคุณกำธรด้านข้างทั้งสองฝั่งมีชั้นหนังสือซึ่งสั่งทำขึ้นใหม่จากไม้สักทองแต่ละชั้นมีหนังสือวางเรียงเต็มไปหมด ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็หนังสือแปลหรือไม่ก็หนังสือภาษาอังกฤษเกี่ยวกับงานวิชาการ งานก่อสร้างและหนังสือจำพวกการค้าขายหรือการสร้างธุรกิจ
ตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานซึ่งสั่งทำด้วยไม้สักทองเข้าชุดกับเครื่องเรือนชิ้นอื่นทั้งตู้ใส่ของเก็บสะสมจำพวกของเก่าของโบราณหรือวัตถุหายากมีราคาส่วนฝาผนังด้านหนึ่งก็มีหนังเสือผืนใหญ่กางอยู่พร้อมกับหัวเสือที่มีดวงตาดุเหมือนผู้กระหาย
เขาสะดุ้งทุกครั้งที่หันไปสบตามันเข้าแต่ก็ต้องสะดุ้งวาบมากกว่ายามมองหัวเสือนั้น เมื่อเ้าของห้องเอ่ยเสียงเรียบทักทายยามหันหน้ากลับมา เพียงไม่กี่นาทีคุณชัยชิดกลับเห็นแววตากระหายผสานกับมุมปากที่ยกขึ้นยิ้มกริ่มก่อนจะหันหน้ากลับไปยังทิศทางเดิมที่เขายืนมองอะไรบางอย่างอยู่
คุณกำธรซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียวมะกอกกางเกงผ้าตัดสมส่วนเข้ากับบุคลิก ในมือนั้นถือแก้วบรั่นดี “มาตรงเวลาดี”
“ท่านดื่มแต่วันเลยหรือครับ”
“สักแก้วไหมล่ะ...บริการตัวเองได้เลย เรามันคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว” เขาครางเสียงเข้มจนดูน่ากลัว
“เห็นจะไม่ดีกว่าครับท่านผมร้อนใจอยากคุยธุระที่เกริ่นไว้กับท่านให้เรียบร้อยเสียก่อน”
“เอ็งนี่มันใจร้อนเสียจริงว่ะ”คุณกำธรยังคงไม่หันหน้ากลับมา
คุณชัยชิดกลั้นใจที่จะเอ่ยปากพูด“ไม่ทราบว่าท่านพอจะช่วยเหลือผมอีกสักครั้งได้ไหมครับเพราะผมก็ไม่รู้จะไปพึ่งพาใครได้ เงินจำนวนหลายสิบล้านบาท เห็นทีผมจะจนปัญญาจริงๆก็มีแต่ท่านเท่านั้น ที่เมตตาช่วยเหลือผม”
คุณกำธรหัวเราะชอบใจ“เอ็งนี่มันเข้าใจพูด”
“จะให้ข้าช่วยมันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันบ้าง เอ็งจะตกลงไหมล่ะ”
คุณชัยชิดสะดุ้งซ้ำไม่คิดว่าผู้เป็นายเก่าจะหาข้อแลกเปลี่ยนใด แต่อย่างว่าเงินก้อนโตขนาดนั้นบางทีเขาอาจจะ้าสิ่งใดมาเป็หลักค้ำประกัน คุณชัยชิดจึงตอบรับโดยที่ตนเองก็ยังไม่รู้ถึงข้อเสนอนั้น
“ว่ามาเลยครับท่าน ขอเพียงท่านช่วยปลดหนี้ก้อนนี้ให้ผมยินดีจะช่วยท่านทุกเื่”
“ข้าไม่้าอะไรมาก แค่อยากให้ช่วยข้าเื่ผู้หญิงเอ็งทำได้ไหมล่ะ...ถ้าทำได้ นอกจากข้าจะให้เงินก้อนไปปลดหนี้ธุรกิจโรงแรมที่เอ็งทำอยู่ ข้าจะเข้าไปช่วยฟื้นฟูกิจการให้ เห็นว่าตอนนี้ตัวเลขกำลังติดลบใช่ไหมล่ะ”
คุณชัยชิดไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่า‘ผู้หญิง’ ที่ชายสูงวัยพูดหมายถึงใครเพียงแค่ฟังข้อแลกเปลี่ยนและเห็นหนทางปลดหนี้ เขาก็ทำตาโต
“ตกลงครับท่าน จะให้ผมไปติดต่อผู้หญิงคนไหน ว่ามาเลยครับ”
คุณกำธรหัวเราะเสียงดังยกแก้วบรั่นดีขึ้นดื่มรวดเดียว แล้วหันหน้ากลับมาคุยกับเขา โดยยืนอยู่ที่เดิมแล้วก็เอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้น
“ผู้หญิงที่มากับเอ็งเป็ใครกันวะ ข้าสนใจ...ถ้าได้คนนี้ข้าตกลงใจจะช่วยเอ็ง”
..................................................จบตอนที่ 8