ยามซวีสองเค่อ[1]ณ เรือนปีกซ้ายของจวนสกุลิ
“ท่านแม่...ข้าแต่งกับพี่ิ จะดีหรือเ้าคะ”
มู่หรงซินนั่งอยู่หน้าคันฉ่องสีเหลืองทองโดยมีผู้เป็มารดาคอยหวีผมให้จากทางด้านหลังคืนนี้มารดาของนางมาขอนอนกับนางส่วนท่านพ่อของนางกับิเฉวียนเจ๋อดูท่าแล้วคงจะมีเื่คุยกันอีกยาวสองบุรุษต่างวัยจึงนั่งดื่มสุราด้วยกันอยู่ในศาลาทรงแปดเหลี่ยม
“พี่ิของเ้าข้าเห็นเขามาั้แ่เด็กๆ เขาเป็คนที่ดีมาก ดีในทุก ๆ ด้าน เ้าแต่งกับเขาไม่มีอะไรที่ไม่ดี”ซ่งเซียวหลินเอ่ยกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างวางใจ
“แต่ว่าข้า...”หรงซินทำท่าเหมือนจะแย้ง แต่ก็ถูกผู้เป็มารดาเอ่ยตัดบทขึ้นมาเสียก่อน
“แม่รู้ว่าตอนนี้เ้ายังไม่ได้รักเขาแต่เขารักเ้านะ มิสู้เ้าลองเปิดใจให้เขาดูสักครั้งเถิด อย่างไรสตรีอย่างเรา ๆก็ต้องมีที่ให้พึ่งพาเขาเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็ที่พึ่งพาให้เ้ากับลูกในท้องของเ้าต้องอย่าลืมว่าผู้ชายดี ๆ ใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ ที่แม่พูดมา จริงหรือไม่เ้าก็น่าจะได้เรียนรู้แก่ตัวเองมาแล้วหนหนึ่ง”
ซ่งเซียวหลินเอ่ยสั่งสอนบุตรสาวอย่างใจเย็นซึ่งมู่หรงซินที่ได้ฟังคำสอนของท่านแม่แล้วก็เกิดดวงตาเห็นธรรมจริงอย่างที่ท่านแม่พูด อย่างไรสตรีก็สมควรมีที่ให้พึ่งพิงเขาไม่เพียงแต่จะดีกับนาง แต่ยังจะดีกับลูกของนางด้วย หาไม่ใช่ง่าย ๆเลยที่จะเจอบุรุษที่สามารถเปิดใจรับบุตรนอกสายเืได้
นอกจากเอ่ยสอนบุตรสาวแล้วซ่งเซียวหลินยังเอ่ยถึงสถานะที่สำคัญยิ่งของคนสกุลิอีกว่า...
เดิมทีตระกูลิเป็ตระกูลใหญ่จากเมืองหลวงที่ครั้งหนึ่งเคยต้องโทษถูกใส่ร้ายว่าเป็ฏ จึงจำต้องย้ายมาอยู่ที่อู่เฉียงต่อมาเมื่อชำระล้างความผิด และพิสูจน์ตัวเองได้แล้วบิดาของเฉวียนเจ๋อก็ไม่คิดย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองหลวงอีกมีเพียงแค่ิเฉวียนเจ๋อที่เข้าสอบเคอจวี่ ได้รับตำแหน่งขุนนางทั่นฮวาจึงย้ายกลับมาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง
แม้ตำแหน่งขุนนางของเฉวียนเจ๋อไม่ได้จัดว่าอยู่ในลำดับอันน่าโปรดปรานหรือใกล้ชิดกับฮ่องเต้เท่าใดนักแต่เขากลับได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้เป็อย่างยิ่งนั่นก็เพราะในอดีตบิดาของเฉวียนเจ๋อเป็พระสหายสนิทของฝ่าา
และเพราะเห็นแก่มิตรภาพอันเก่าแก่ครั้งที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็ฏ ทรยศแผ่นดิน ตระกูลิจึงยังไม่ถูกกวาดล้างแต่กลับถูกสั่งให้โยกย้ายไปอยู่ที่เมืองอู่เฉียงแทน และให้เวลาหนึ่งปีในการหาหลักฐานมาล้างมลทินให้ต้นตระกูลของตนเอง
หากเป็ตระกูลอื่นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็ฏไหนเลยจะได้รับความเมตตาให้หาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ให้ตระกูลของตนเองเช่นนี้
นี่ก็ชี้ชัดให้เห็นแล้วว่าในสายพระเนตรของฝ่าา คนของตระกูลิมีความสำคัญเพียงใดิเฉวียนเจ๋อเองก็คงเปรียบได้ดั่งหลานชายคนหนึ่งของพระองค์หาไม่เช่นนั้นจวนหลังนี้ของเขาคงไม่ใหญ่โตหรูหราถึงเพียงนี้กระมัง
ที่ซ่งเซียวหลินกล้าคาดเดาเช่นนี้ก็เพราะปีนั้นนางเห็นกับตาตัวเองว่าฮ่องเต้ผู้สูงส่งถึงขั้นทรงเสด็จมาเยี่ยมเยียนบิดาของิเฉวียนเจ๋อถึงจวนสกุลิในเมืองอู่เฉียงเชียวนะถ้าไม่สำคัญจริง ไหนเลยที่ฝ่าาจะยอมเสด็จมาด้วยพระองค์เอง
ยามนี้ฐานะทางการเมืองของเฉวียนเจ๋อไม่ธรรมดาความสามารถก็โดดเด่นเป็ประจักษ์ ได้แต่งกับเขาถือเป็วาสนาอย่างยิ่งเช่นนี้แล้วได้แต่งไปเป็ฮูหยินน้อยของเขา มีตรงไหนที่เรียกว่าไม่ดีกันล่ะ
ด้วยอำนาจหน้าที่ของเฉวียนเจ๋อและด้วยสายสัมพันธ์อันดีต่อฝ่าาผู้อยู่เหนือหัวต่อให้เด็กในท้องของซินเอ๋อร์ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเขา ใครไหนเลยจะกล้าออกปากล้อเลียนถึงชาติกำเนิดของเขา
แต่งกับเฉวียนเจ๋อคนนี้ไม่เท่ากับว่าหาหลักพึ่งพิงที่แสนแข็งแรงให้ลูกในท้องของนางได้อย่างดีหรอกหรือ
“เช่นนั้นข้าจะถือเสียว่า...ข้าทำเพื่อเ้าตัวน้อยก็แล้วกันเ้าค่ะ ข้าจะยอมแต่งเป็ฮูหยินของเขา”เพียงแค่หรงซินรับปาก ผู้เป็มารดาก็ฉีกยิ้มแก้มปริแต่ไหนแต่ไรมาลูกสาวของนางคนนี้เป็คนดื้อรั้นเอาแต่ใจไหนเลยจะคิดว่านางจะยอมตกลงง่ายดายถึงเพียงนี้
ในฐานะคนที่ผ่านโลกมามาก และเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน ไหนเลยที่มารดาคนนี้จะมองไม่ออก ว่าลึกๆ แล้วในใจของซินเอ๋อร์รู้สึกกับอาเจ๋ออย่างไร
ซินเอ๋อร์ของนางไม่เพียงแค่เป็เด็กที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจแต่นางยังเป็เด็กที่โง่เขลาอีกต่างหาก โง่เขลาที่ไม่รู้หัวใจตัวเองและโง่เขลาที่หลงเข้าใจผิดคิดไปเอง ว่าการถูกตามใจ คือความรัก
เพราะเซินจิ้งหยวนผู้นั้นตามเอาอกเอาใจนางอย่างไม่รู้จักลดละทั้งยังขยันพูดจาหยอกเย้านางอย่างไม่รู้จักหนักเบา คนโง่เขลาสมองลาอย่างนางไหนเลยจะไม่หลงคล้อยตาม
เป็เช่นนี้นางจึงหลงใหลในการถูกเอาอกเอาใจและยอมโอนอ่อนไปกับคำหวานของเซินจิ้งหยวน หนักข้อเข้าก็ถึงขั้นหลงเข้าใจผิดคิดว่าตนเองรักใคร่เซินจิ้งหยวนอย่างลึกซึ้ง ทั้งที่ความจริงแล้วสิ่งที่นางรู้สึกกับเซินจิ้งหยวนอาจเป็แค่ความรู้สึกพึงพอใจแค่ชั่วครั้งชั่วคราวก็เท่านั้น
ต่างจากที่นางรู้สึกกับิเฉวียนเจ๋อลิบลับที่นางเห็นเขาเป็ดั่งหลังคาเหล็กหนา เป็ดั่งหลุมคุ้มภัยเป็ดั่งบ้านที่อบอุ่นปลอดภัย ปราศจากภยันตราย นางตีความไปว่านี่คือครอบครัวดังนั้นเขาจึงเปรียบดั่งเป็พี่ชายที่แสนดีของนาง
แต่ลึก ๆแล้วนางรู้สึกกับเขาแค่พี่น้องจริง ๆ น่ะหรือ
ใช่!!ตัวนางที่โง่งมเหมือนกระบือ อาจจะมองว่าเป็เช่นนั้นแต่ซ่งเซียวหลินที่เป็มารดาแท้ ๆ ของนาง เห็นนางมาั้แ่เล็กแต่น้อยไหนเลยจะมองไม่ออก ไหนเลยจะตีความไม่ได้ว่าบุตรสาวของตนมีใจรักใคร่ชอบพอในตัวของิเฉวียนเจ๋อ
หากไม่ใช่ว่ามองออกั้แ่แรกวันนั้นนางคงไม่เอ่ยกับมารดาของเฉวียนเจ๋อถึงเื่หมั้นหมายของเด็กทั้งสองให้เปลืองน้ำลายหรอก่ก่อนที่จะแต่งงานกับเซินจิ้งหยวนไม่ว่าเซียวหลินพยายามเอ่ยปากอธิบายกับบุตรสาวมากเพียงใดก็ไม่ใคร่ว่าเป็ผล
สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้เลยตามเลยจนบุตรสาวของนางได้แต่งกับชายผู้นั้นสมใจมาบัดนี้นางคงได้เรียนรู้แล้วว่าการตัดสินใจบุ่มบ่ามแต่งงานกับเซินจิ้งหยวนในครั้งนั้นล้วนเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดมหันต์ ที่เหลือก็เพียงแค่รอให้ลูกสาวของนางได้รู้หัวใจตัวเองก็เท่านั้น
ฟากหนึ่งของเรือนปีกซ้ายณ ศาลาทรงแปดเหลี่ยม
“เ้านั่นมันเลวจริงๆ ที่ทำกับซินเอ๋อร์ของเราได้ลงคอ เสียแรงที่ข้ายกซินเอ๋อร์ให้มัน”มู่เว่ยหลางยกจอกสุราขึ้นกระดกดื่ม จากนั้นฟาดฝ่ามือข้างหนึ่งลงบนโต๊ะหินอ่อนจนเกิดเสียงดังฉาด
เขาทั้งเจ็บใจทั้งหัวเสีย ที่ครานั้นยอมยกลูกสาวให้เ้าคนไม่ได้ความนั่นไปดูแลนึกถึงเื่นี้ทีไรเขาก็โมโหไม่หายทุกที
“เื่นั้นท่านลุงไม่ต้องห่วงขอรับหลานวางแผนที่จะคิดบัญชีคนผู้นั้นไว้หมดแล้ว รับรองว่าซินเอ๋อร์ของท่านจะไม่เสียใจเปล่าอย่างแน่นอน”ิเฉวียนเจ๋อที่เห็นว่าท่านลุงมู่ออกอาการหัวเสียถึงเพียงนั้นเขาก็รีบเอ่ยปากทำแต้มต่อในทันที
ด้านมู่เว่ยหลางที่เก่งเื่การค้าแต่ไม่เก่งเื่การวางแผนแก้แค้นคนก็พลันหรี่เปลือกตาแคบพลางจ้องมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้ผุดแววเ้าเล่ห์แสนกลของิเฉวียนเจ๋อ
“เ้าคิดจะทำอะไร”มู่เว่ยหลางเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงที่ค่อนข้างสนอกสนใจเป็พิเศษ
ิเฉวียนเจ๋อที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโน้มตัวเข้ามาใกล้ ยกมือขึ้นป้องปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยอย่างมีเลศนัยถึงแผนการที่ตนเองวางไว้ “ข้าคิดจะ...”
“จริงรึ!”มู่เว่ยหลางใช้ฝ่ามือตบหน้าขาฉาดหนึ่งอย่างไม่อยากเชื่อหูตนเองเขาถึงกับต้องถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้หูฝาดไป
“จริงขอรับข้าวางแผนไว้แล้ว” สองบุรุษต่างวัยมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เฉวียนเจ๋อจะเป็ฝ่ายเทสุราให้ว่าที่ท่านพ่อตา และหันมาเทสุราให้ตนเองจากนั้นคนทั้งสองต่างก็ยกสุราขึ้นดื่มพร้อม ๆ กันอย่างเสียไม่ได้
มู่เว่ยหลางคีบเนื้อไก่ผัดต้นหอมที่ทำมาเป็กับแกล้มไปวางไว้บนชามของเฉวียนเจ๋อพลางเอ่ยกับเขาด้วยสีหน้าแววตาที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นจริงใจ
“ฝากซินเอ๋อร์ไว้กับเ้าถือว่าข้าหมดห่วงแล้วจริง ๆ ขอบใจเ้ามากนะอาเจ๋อที่ยอมอ้าแขนรับซินเอ๋อร์ของข้าไปดูแลโดยไม่คิดรังเกียจนางกับลูกเลยแม้แต่น้อย”
“หลานจะไม่ทำให้ท่านลุงผิดหวังขอรับ”ิเฉวียนเจ๋อที่เป็ผู้น้อย ไหนเลยจะยอมให้ผู้าุโคีบอาหารให้อยู่ฝ่ายเดียวเขาต่างก็คีบเนื้อไก่ส่วนที่ดีที่สุดไปวางไว้บนชามอาหารของมู่เว่ยหลางเช่นเดียวกัน
ต่างฝ่ายต่างให้เกียรติกันไปมาเช่นนี้ตำแหน่งลูกเขยคนโปรดนับว่าอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
[1]เวลา19.30 น.