บทที่3 ฝันหวานเมื่อครั้งอดีต
“พี่ศิลา พี่ศิลา” ปีย์ชนกสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันเสียงลมหายใจหอบถี่ยามเมื่อย้อนคิดถึงความฝันดังกล่าวนานเท่าไหร่แล้วนะที่ฉันไม่ได้นึกถึงพี่ศิลาอีก ปีย์ชนกปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นบริเวณหน้าผากพร้อมพ่วงนึกถึงเื่ราวในหนหลัง
ภาพความทรงจำปรากฏเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง “พี่ศิลาวันก่อนยายบ่นว่าอยากกินไข่มดแดง ปีย์อยากขึ้นไปเก็บมาให้ยายจัง”เสียงเจื้อยแจ้วของปีย์ชนกดังขึ้นเมื่อพวกเขานั่งอยู่ที่ฐานลับของพวกเขาทั้งสอง
“นายตัวเล็กอย่างกับลูกหมา ริอ่านจะปีนขึ้นต้นไม้ถ้าตกลงมาแข้งขาหัก คุณยายจะได้บ่นพี่ตายเลย” ศิลาร้องห้ามปรามปีย์ชนกทันทีที่เด็กน้อยเริ่มมีความคิดแผลงๆ เกิดขึ้น
แต่ด้วยนิสัยดื้อรั้นของปีย์ชนกทำให้เขาไม่คิดจะฟังคำห้ามปรามใดๆปีย์ชนกตัดสินใจปีนขึ้นต้นมะม่วงที่มีรังมดแดงขึ้นเป็พุ่มอยู่ เขาใช้ไม้ขนาดยาวที่พันเป็ง่ามแล้วกระแทกส่วนปลายของรังอย่างแรงส่งผลให้รังมดตกลงกระแทกพื้น มดแดงจำนวนมากแตกกระจายไปเป็บริเวณกว้าง
“เฮ้ย...ซวยแล้ว” ปีย์ชนกร้องอุทานเสียงหลงขึ้นมาเมื่อรังมดตกลงไปด้านข้างที่ศิลากำลังยืนอยู่
ศิลาะโหนีอย่างรวดเร็วเมื่อมดเริ่มแตกรังมดบางส่วนไต่คลานเข้ากัดที่บริเวณลำตัวและขาของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“โอ๊ย...เจ็บ...ปีย์...นายลงมาโดนพี่จัดการแน่”ศิลาร้องโอดโอย เมื่อความเ็ปเริ่มแผ่บริเวณไปทั่วทั้งตามขาและหลังของเขา
ปีย์ชนกที่รู้สึกผิดอย่างแรงเขารีบปีนต้นไม้ลงมา พร้อมกับปัดมดแดงที่อยู่ตามบริเวณลำตัวของศิลาอย่างเร่งรีบ “พี่ศิลาผมขอโทษพี่มายืนอยู่ตรงนี้ทำไม” ปีย์ชนกรีบขอโทษขอโพย
“นี่ปีย์ยังกล้าโทษพี่อีกเหรอ เมื่อกี้พี่บอกนายแล้วว่าอย่าทำนายก็ยังดื้อด้านอยู่อีก” ศิลาร้องแหวออกมาทันทีที่ปีย์ชนกเริ่มโยนความผิดมาให้เขา
ปีย์ชนกรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อเอายาหม่องกลับมาซ้ำยังไม่ลืมหยิบรังมดที่เพิ่งสอยมาได้กลับไปด้วย ท่าทางเร่งรีบทั้งรู้สึกผิดต่อศิลา ทั้งดีใจที่ได้ของฝากไปให้ยายท่าทีดังกล่าวทำเอาศิลาถึงกับเอากลั้นขำไม่ได้เขาได้แต่ส่ายหน้าไปมากับความซุกซนและดื้อรั้นของปีย์ชนกอย่างเสียมิได้
ไม่นานนักปีย์ชนกก็กลับมาพร้อมยาหม่องในมือเขาแสดงสีหน้าสลดลงไปเมื่อได้เห็นรอยแดงเป็จุด ๆ ของศิลา “พี่ศิลา เจ็บมากไหมผมขอโทษ ผมขอโทษนะ” ปีย์ชนกได้แต่พร่ำพูดด้วยความรู้สึกผิด พร้อมค่อยๆทายาให้กับเขาอย่างแ่เบา
ศิลาถึงกับหัวเราะชอบใจพร้อมยกมือขึ้นลูบศีรษะของปีย์ชนกอย่างเอ็นดู “ถ้างั้นอย่าลืมทำไข่มดแดงมาให้ที่บ้านพี่กินด้วยล่ะ”ศิลาพูดปลอบโยนปีย์ชนกเมื่อเห็นเด็กน้อยเริ่มมีน้ำตาคลอ
ปีย์ชนกมองหน้าศิลาด้วยความรู้สึกหลากหลายเขาทั้งรู้สึกผิด ทั้งรู้สึกตื้นตันในความใจดีของชายหนุ่ม
ศิลามักมีนิสัยปากร้ายแต่ใจดีเสมอแม้บ่อยครั้งเขามักจะเอาแต่บ่นและต่อว่าปีย์ชนกไม่หยุดแต่การกระทำของเขากลับตรงกันข้ามอยู่เสมอ และนั่นทำให้ปีย์ชนกรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งยามเมื่อได้อยู่ข้าง ๆ ศิลาเสมอ ปีย์ชนกยกยิ้มพร้อมหลุบตาก้มลงต่ำอย่างรู้สึกแปลกประหลาดภายในใจ ความรู้สึกที่เขาก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่แต่ในเวลานี้ใบหน้าของปีย์ชนกกลับแดงก่ำขึ้นมาการได้จ้องมองหน้าพี่ศิลาโดยตรงเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกเขินอายอย่างไม่อาจห้ามได้
ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่ผุดขึ้นมาภายในหัวทำเอาปีย์ชนกถึงกับยิ้มกว้างออกมาอีกครั้งความทรงจำเกี่ยวกับศิลายังคงติดตรึงในใจของเขาไม่รู้ลืมแม้ว่าในเวลานี้เขาและศิลาจะไม่ได้เจอกันเป็เวลานานนับสิบปีก็ตาม ก่อนหน้านี้ในตอนที่ปีย์ชนกมาอยู่บ้านหลังนี้แรกๆเขาพยายามส่งจดหมายหาศิลาอยู่บ่อยครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับจากศิลาแม้แต่เพียงฉบับเดียวเมื่อเวลาผ่านไป ปีย์ชนกก็เริ่มหยุดเขียนจดหมาย และพวกเขาทั้งสองก็ห่างหายจากกันไปตามกาลเวลาในที่สุด
ปีย์ชนกรีบสลัดความคิดก่อนจะล้มตัวนอนอีกครั้งหนึ่ง ปีย์ชนกพยายามข่มตาให้หลับลงไป เนื่องจากพรุ่งนี้เขากำลังจะไปเริ่มงานใหม่งานที่องอาจได้ฝากฝังไว้กับเพื่อนสนิทเพื่อให้เขาได้ทำงานเพื่อเรียนรู้และเป็ประสบการณ์ในการเตรียมพร้อมสำหรับเข้าไปบริหารธุรกิจของครอบครัว
ปีย์ชนกยิ้มอย่างขื่นใจเมื่อต้องนึกถึงครอบครัวของตัวเองในเวลานี้ ปีย์ชนกย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ขององอาจั้แ่ตอนเขาอายุสิบห้าปีพ่อที่ปีย์ชนกเองก็เพิ่งจะมารู้ว่ามีตัวตนใน่เวลาดังกล่าวหลังจากที่ยายของเขาเสียชีวิตลง
ความจริงอันน่าเ็ปที่เขาได้รับรู้ในเวลานั้นคือการที่แม่ของเขาเป็เพียงเมียรองของพ่อและในบ้านหลังนี้ก็มีแม่ใหญ่ และพี่สาวของเขาอีกสองคน ปีย์ชนกพอจะคาดเดาได้ถึงความเ็ปในใจของแม่กับสถานะดังกล่าวนั่นจึงเป็เหตุผลที่เขาไม่เคยได้รับรู้การมีอยู่ขององอาจเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ชีวิตในบ้านหลังใหญ่แม้จะร่ำรวยและหรูหรา แต่ปีย์ชนกกลับหามีความสุขไม่ ในเมื่อองอาจเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการทำงานส่วนแม่ใหญ่ก็นึกรังเกียจเขาอยู่มากพอสมควร แม้ว่าปีย์ชนกจะพยายามเข้าหาแม่ใหญ่อยู่เสมอแต่สายตาของแม่ใหญ่ที่มองเขาก็พอจะรับรู้ถึงความเ็ปในใจเกี่ยวกับเื่ราวในอดีตระหว่างพ่อและแม่ของเขาได้เช่นเดียวกัน
จะมีก็เพียงพี่สาวทั้งสองคนของเขาคือพี่น้ำฟ้าและพี่จันทร์เ้า ทั้งสองค่อนข้างใจดีและเป็กันเองอย่างมากพี่สาวทั้งสองจึงรักและเอ็นดูปีย์ชนกในฐานะน้องชายอยู่มากพอสมควรหลายครั้งที่แม่ใหญ่ดุด่าว่ากล่าวปีย์ชนกก็มีเพียงพี่น้ำฟ้าและพี่จันทร์เ้าที่มักจะคอยออกโรงปกป้องปีย์ชนกอยู่เสมอ
ปีย์ชนกรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านอีกครั้งหากเขายังไม่ยอมหลับในเวลานี้ มีหวังพรุ่งนี้เขาคงได้เริ่มงานสายเป็แน่ ปีย์ชนกหลับตาลงอีกครั้งพร้อมนึกถึงภาพของศิลา เขายิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะหลับลงไปในที่สุด