ในขณะที่เทียนฉินกำลังสังหารสัตว์ร้ายอยู่ภายในหอคอยเก้าธาราอยู่นั้น ที่ด้านนอกหอคอยอาวุโสหลายคนของนิกายเมฆอนันต์ยังคงไม่ได้จากไปไหน รวมถึงอวิ๋นต้าโหวกับอวิ๋นจ้างยี่ก็ยังคงพูดคุยกับหยางชิงเว่ยกันอย่างเพลิดเพลิน
"เจ้าคิดว่าศิษย์ของเจ้าจะผ่านด่านได้ไปถึงชั้นไหนของหอคอยเก้าธารากัน!"อวิ๋นต้าโหวหันมาถามหยางชิงเว่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ถึงชั้นไหนนั้นข้าก็ไม่อาจจะคาดเดาได้ แต่รับรองเถอะว่าคนของนิกายเมฆอนันต์จะต้องแตกตื่นกันอย่างแน่นอน!"หยางชิงเว่ยตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม
อวิ๋นต้าโหวรวมถึงอาวุโสคนอื่นๆที่ได้ยินต่างหันมาจ้องมองอย่างขึงขัง ไม่คิดว่าหยางชิงเว่ยจะกล่าววาจาดูถูกหอคอยเก้าธาราของนิกายมันเช่นนี้ จึงเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"เจ้ากล่าวออกมาแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?"
หยางชิงเว่ยเห็นท่าทางของอวิ๋นต้าโหวกับอาวุโสคนอื่นๆที่ไม่ค่อยพอใจตนเองนัก แต่กลับไม่ได้สนใจอะไรค่อยๆเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่นิกายเพลิงอัคคีให้พวกเขาได้รู้ ว่าเทียนฉินได้ผ่านไปถึงชั้นเก้าของหอคอยปฐมอัคคีตั้งแต่ยังมีพลังระดับผันแปร มิหนำซ้ำยังได้ล่วงรู้ความลับบางอย่างของหอคอยตอนที่ออกมาด้วย
"ประมุขหยางคงคิดว่าศิษย์คนนี้ของเจ้าจะสามารถบุกเข้าไปถึงชั้นที่เก้าเหมือนกับที่ผ่านมาอย่างนั้นสินะ!'
อวิ๋นจ้างยี่ที่ยืนฟังอยู่เอ่ยถามออกมาด้วยความสนใจในตัวของเด็กหนุ่มคนนี้ เพราะจากที่เขาตรวจสอบก็รู้สึกได้ว่าเทียนฉินนั้นเป็นคนที่มีพรสวรรค์อย่างมาก อายุยังไม่ถึงสามสิบกลับบรรลุพลังถึงระดับก่อกำเนิดขั้นกลางได้แล้ว หากเปรียบเทียบกับศิษย์ของทางนิกายมันเอง ล้วนไม่มีผู้ใดที่ประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้เลย
"หากไม่ได้มีอะไรผิดพลาด ข้าเชื่อว่าเทียนฉินจะต้องก้าวผ่านไปถึงชั้นสูงสุดของหอคอยเก้าธารานี้ได้แน่!"
หยางชิงเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจพร้อมกับหันไปมองหน้าของอาวุโสทุกคนที่อยู่ที่นี่ ก่อนจะชักสีหน้าและเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง
"แต่ข้ายังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าเรื่องการผ่านชั้นของหอคอยเก้าธารานี้เสียอีก!"
"ประมุขหยางยังมีเรื่องอะไรให้พวกเราช่วยอย่างนั้นรึ?"อวิ๋นจ้างยี่ขมวดคิ้วพลางเอ่ยปากถามอย่างสงสัย เพราะตอนแรกมันคิดว่าที่หยางชิงเว่ยมาที่นิกายเมฆอนันต์ คงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเทียนฉินกับคนในนิกายของมันเท่านั้น แต่ตอนนี้หยางชิงเว่ยกับมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องการให้พวกมันช่วยอีกอย่างนั้นหรอกหรือ
หยางขิงเว่ยไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับหยิบผลึกสีดำที่ได้มาจากเทียนฉินยื่นให้อวิ๋นจ้างยี่ดูแทนพร้อมกับเอ่ยเล่าเรื่องราวที่เทียนฉินได้บอกแก่เขาให้คนอื่นๆได้เข้าใจ
"นี่คือสิ่งที่เทียนฉินได้รับมาด้วยความบังเอิญ และจากที่ศิษย์ของข้าได้เล่าให้ฟัง ข้อมูลที่อยู่ด้านในนั้นคือตำแหน่งจุดซ่อนตัวของพวกลัทธิอีกาดำที่กระจายอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งศิษย์ของข้าได้ตรวจสอบความแน่ชัดแล้ว อีกทั้งยังเคยบุกเข้าทำลายไปที่หนึ่งแล้วด้วย!"
อวิ๋นจ้างยี่ที่ส่งกระแสจิตเจ้าไปตรวจสอบดูก็สีหน้าแปรเปลี่ยนไป ก่อนจะรีบยื่นผลึกสีดำนี้ให้คนอื่นได้ตรวจสอบดูกันจนทั่ว จากนั้นจึงเอ่ยถามหยางชิงเว่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ประมุขหยางมั่นใจใช่มั้ยว่าข้อมูลที่อยู่ในผลึกนี้เป็นของจริง!'
ตอนนี้หยางชิงเว่ยได้มาอยู่ที่นิกายเมฆอนันต์ และที่สำคัญเขาต้องการยืมมือของคนพวกนี้ช่วยกำจัดพวกนอกรีตอยู่แล้ว ดังนั้นจึงพยักหน้าให้พร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"หากว่าไม่ได้เกิดเรื่องกับคนของนิกายเมฆอนันต์ เทียนฉินคงจะบุกเข้าทำลายที่ซ่อนของพวกลัทธิอีกาดำไปได้หลายที่แล้ว!"
อวิ๋นต้าโหวสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยที่ได้ยิน แต่ก็ตระหนักได้ทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่มันเข้าใจมาก่อน จึงเอ่ยถามไปอย่างสงสัย
"อย่าบอกนะว่าที่ศิษย์ของเจ้ามายังแคว้นชิงแห่งนี้ ก็เพราะว่าต้องการกำจัดพวกลัทธิอีกาดำอย่างนั้นรึ?"
"ใช่แล้ว! นี่คือโชคชะตาบางอย่างที่ศิษย์ของข้าได้รับมอบหมายมาจากการผ่านหอคอยปฐมอัคคีมาได้!"หยางชิงเว่ยได้เล่าเรื่องที่เทียนฉินได้พบกับจิตวิญญาณของจักรพรรดิ์ฮงกวง รวมถึงสิ่งที่เทียนฉินได้ทำข้อตกลงให้อวิ๋นต้าโหวฟังอย่างไม่ปิดบัง
"ที่แท้เรื่องมันก็เป็นแบบนี้เองหรอกรึ!"อวิ๋นจ้างยี่ยกมือขึ้นลูบคางพลางพึมพำออกมาเสียงเบา
"ถ้าอย่างนั้นเจ้ามั่นใจได้เลยว่าทางนิกายเมฆอนันต์นี้จะรีบกันตั้งกลุ่มขึ้นมา และออกเดินทางกันให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้พวกมันได้รู้ตัวจนหลบหนีไปอย่างแน่นอน!"
อวิ๋นต้าโหวเค้นเสียงออกมาเย็นเยียบพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้กับอาวุโสคนหนึ่ง เพื่อให้ไปเตรียมจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพราะเรื่องกำจัดพวกนอกรีตนั้น พวกมันก็ได้ส่งคนไปสืบหาข่าวคราวอยู่ตลอดเวลา แต่กลับได้ข้อมูลมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งไม่ได้เบาะแสสำคัญอะไรที่บ่งบอกถึงแหล่งที่หลบซ่อนเลย จนทำให้มันหลงคิดไปว่าพวกนอกรีตพวกนี้คงจะหายไปจากแคว้นชิงแล้วแน่
"เรื่องนี้แล้วแต่พวกเจ้าเลยแล้วกัน ส่วนอาวุโสอวิ๋นข้ามีเรื่องบางอย่างจะปรึกษากับท่านเสียหน่อย!"หยางชิงเว่ยตอบกลับไปอย่างไม่สนใจนัก จากนั้นจึงหันมาเอ่ยกับอวิ๋นจ้างยี่
"ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหาสถานที่นั่งคุยกันเถอะ!"อวิ๋นจ้างยี่เห็นท่าทางจริงจังของหยางชิงเว่ย ก็พยักหน้าอย่างรู้งานก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้หยางชิงเว่ยตามเขามา
เพียงไม่นานทั้งสองคนได้มาถึงที่พักแห่งหนึ่ง หยางชิงเว่ยมองสำรวจดูก็พยักหน้าอย่างพอใจ จากนั้นจึงเริ่มเล่าเรื่องของปิศาจที่ชื่อถัวหล่าให้อวิ๋นจ้างยี่ได้รู้อย่างละเอียด ทางด้านอวิ๋นจ้างยี่ที่ได้ยินก็ตกตะลึงอย่างมาก เพราะเรื่องที่ได้ยินนี้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเกินกว่าที่ตัวมันเองจะยอมรับได้ อีกทั้งยังเป็นเรื่องสำคัญค่อนข้างมาก จึงได้เอ่ยเตือนออกไปอย่างวิตกกังวล
"ประมุขหยางอย่าเพิ่งใจร้อนไป เรื่องนี้ไม่เพียงแต่นิกายเมฆอนันต์ของเราเท่านั้น แต่ทุกนิกายของแคว้นชิงจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดอีกครั้ง!"
หยางชิงเว่ยได้ยินก็พยักหน้าตกลง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงคนจำนวนมาก หากผิดพลาดอะไรไปอาจจะทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันอย่างแน่นอน
"ถ้าอย่างนั้นคงต้องรอให้เทียนฉินออกจากหอคอยมาก่อน จึงจะให้เขาพาไปยังสุสานที่ขังปีศาจตนนั้นได้!"
"ส่วนข้าขอตัวไปติดต่อกับพวกตาแก่ของนิกายอื่นก่อน หากเมื่อเราเจอสถานการณ์ใดๆที่ไม่คาดคิด คนของแคว้นชิงทั้งหมดจะได้ตอบสนองได้ทัน ถ้าประมุขหยางสะดวกข้าแนะนำว่าให้อยู่พักที่นิกายเมฆอนันต์ก่อน เมื่อคนที่เหลือมากันครบแล้วพวกเราจึงค่อยมาปรึกษาเรื่องนี้กันอีกครั้ง!"
อวิ๋นจ้างยี่กล่าวออกมาพร้อมกับรีบออกไปจากบ้านพักทันที ส่วนหยางชิงเว่ยก็กลับไปรอเทียนฉินอยู่ด้านหน้าหอคอย โดยไม่มีทางได้รู้อยู่เลยว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
ณ ชั้นที่สามภายในหอคอยเก้าธารา
ท่ามกลางผืนป่าที่มืดครึ้ม เทียนฉินเข้าต่อสู้กับแมงป่องยักษ์ทั้งสองตัวจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่สิ่งที่สัมผัสได้คือกลิ่นของเนื้อที่ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนส่งกลิ่นหอมโชยมาตลอด ถึงแม้เขาจะเข้าใจดีว่าแมงป่องพวกนี้เป็นเพียงแค่จิตวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้นก็ตาม แต่เขาก็ยังอดน้ำลายสอออกมาไม่ได้เมื่อได้สูดดมกลิ่นเข้าไปทุกครั้ง
เทียนฉินจึงทำได้เพียงขับเคลื่อนเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคี เพื่อซึมซับพลังจิตวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ในตัวของแมงป่องทั้งสองตัวเท่านั้น
แต่ในทันใดนั้นเอง พื้นที่ที่เขายืนอยู่นั้นก็เกิดการทรุดตัวลงจนกลายเป็นหลุมกว้างและลึก ทำให้เทียนฉินที่ไม่ทันระวังตัวตกลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว และเมื่อเขาตั้งตัวได้แล้วก็พบว่าที่ที่เขาได้ตกลงมานั้นเป็นโพลงถ้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมองเห็นเพียงแสงรำไรส่องลงมาจากหลุมด้านบนที่เขาร่วงลงมาเท่านั้น
เขาจึงรีบส่งกระแสจิตออกไปตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างเร่งด่วน เพราะเขาไม่แน่ใจว่าจะพบเจอกับแมงป่องตัวอื่นที่แอบซุ่มอยู่อีกหรือเปล่า ในขณะที่
มือขวาก็กระชับดาบในมือแน่นเพื่อเตรียมตัวสู้อยู่ตลอดเวลา
จบตอนที่ 143