ตอนที่ 10
ตอนนี้ทั้งสองสะใภ้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะไม่อยากที่จะถูกหย่าร้างจากสามี และกลับไปอยู่บ้าน พวกเธอรู้ว่าการที่ได้แต่งเข้ามาที่บ้านซ่งนี้ เป็อะไรที่สบายที่สุดแล้ว เพราะว่าไม่ต้องออกไปทำงาน ถ้าถูกส่งกลับบ้านไม่รู้ว่าที่บ้านจะต้อนรับหรือเปล่า ถึงจะรับกลับบ้านพวกเธอก็คงถูกใช้งานอย่างหนักอย่างแน่นอน
แต่การที่จะเปลี่ยนใจสามีของเธอนั้นคงจะเป็ไปไม่ได้แล้ว เพราะเขามั่นใจในการที่เขา้าที่จะหย่ากับพวกเธอเป็อย่างมาก และพ่อกับแม่สามีก็ไม่คิดที่จะห้ามเลยสักนิดเดียว ทั้งๆ ที่พวกเธอมีหลานชายให้แล้วด้วยซ้ำ เจ็บใจจริง น้องเล็กก็ไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย
เื่ที่เกิดขึ้นนี้เป็เพราะน้องสามีที่ไร้ประโยชน์ คนนั้นคนเดียว จะรอดมาทำให้พวกเธอเดือดร้อนทำไมกัน ทำไมถึงไม่ตายๆ ไปเสียให้หมดเื่ ไม่อย่างนั้นพวกเธอก็ไม่ต้องถูกสามีหย่าร้างอย่างนี้หรอก เจ็บใจเหลือเกิน
"เป็เพราะแกคนเดียว นังซูหลิน นังคนไร้ประโยชน์ ทำไมถึงไม่ตายๆ ไปเสีย จะรอดมาสร้างเื่วุ่นวายให้กับฉันทำไมกัน"
จินมู่ลี่ ที่ตอนนี้ไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ได้แล้ว และไม่ต้องเสแสร้งอีก เพราะอย่างไรสามีของเธอคงจะไม่เปลี่ยนใจอย่างแน่นอน อย่างนั้นก็ขอด่าคนที่ทำให้เธอต้องเจอกับเื่ในวันนี้ให้หายแค้นใจ
"ฉันไปทำอะไรให้พวกคุณกัน ฉันอยู่ของฉันดีๆ มากกว่า ถ้าจะถามว่าใครทำอะไร เป็ฉันมากกว่า ที่จะต้องถามพวกพี่ว่าทำไมถึงได้ทำกับฉันอย่างนั้นกัน ทั้งๆ ที่ฉันไม่เคยไปทำอะไรให้พวกพี่เลย"
"ไม่เคยทำอย่างนั้นหรือ ทำไมจะไม่ทำกัน ั้แ่ฉันแต่งงานเข้ามาในบ้านหลังนี้ อะไรทุกอย่างก็ต้องเป็แก พวกเราสองคนเหมือนเป็คนอาศัยเท่านั้น ทั้งๆ ที่แกเป็เพียงคนที่ไร้ประโยชน์เท่านั้นเอง อยู่ไปก็ไม่มีความหมายไม่ใช่หรือไง
"ใช่เป็เพราะแก พวกเราถึงเป็อย่างนี้ คงจะสมใจแกแล้วใช่หรือเปล่าล่ะ อยากรู้นักคนไร้ประโยชน์อย่างแก ต่อไปจะมีชีวิตอย่างไร ถ้าไม่ได้อยู่กับคนบ้านซ่ง ที่เห็นแกเป็คนสำคัญสูงสุดอย่างนี้ ฉันจะรอดูหายนะของแก"
ในเมื่อตอนนี้ชีวิตครอบครัวพังไม่เป็ท่า เพราะว่า ซ่งซูหลิน จึงได้แช่งให้ชีวิตครอบครัวของมันที่จะแต่งงานเข้าบ้านตง มีชีวิตไม่ดีนัก และให้มันถูกส่งกลับบ้านเดิมในเร็ววันเหมือนกัน ถึงวันนั้น เธอจะมาเยาะเย้ยให้ถึงบ้านเลย
"พวกพี่เอาแต่โทษฉัน แต่ไม่เคยคิดที่จะโทษตัวเองเลยนะคะ แต่ถ้าพี่คิดว่าทำอย่างนั้นแล้วสบายใจก็แล้วแต่เลยค่ะ ฉันไม่คิดที่จะสนใจหรอกนะ ในเมื่อการหย่าร้างก็เป็พี่ชายของฉันที่เป็คนตัดสินใจ ฉันไม่ได้บังคับพี่ชายของฉันให้หย่าร้างกับพวกพี่เสียหน่อย"
คนไม่ยอมรับความจริง มักจะโทษว่าเป็ความผิดของคนอื่นอยู่เสมอ เธอจึงไม่อยากที่จะสนใจอีก
"ใช่ อย่างที่น้องเล็กพูด ฉันตัดสินใจเอง และเธอเองก็ยังเอาแต่โทษคนอื่นอยู่อย่างนี้ ไม่คิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำเลยสักนิดเดียว พวกเธอไปเก็บของเถอะนะ เื่หนังสือหย่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปจัดการ"
"แล้วจะให้พวกเรากลับบ้านโดยไม่มีเงินกลับไปเลยอย่างนั้นหรือ"
"ไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอกนะ หลังจากลงนามในใบหย่าแล้ว ฉันจะให้เงินทั้งสองคนไปคนละ ยี่สิบหยวน เงินนี้ถือว่าเอาไปตั้งตัวแล้วกัน จะได้ไม่ลำบากมากนักใน่แรก และไม่ต้องขอเพิ่ม เพราะยี่สิบหยวน ฉันคิดว่ามันมากเกินไปแล้ว สำหรับคนไม่ดีอย่างพวกเธอ ความจริงฉันจะไม่ให้เลยก็ได้"
ชิงหลิงลี่ ที่แม้จะเกลียดลูกสะใภ้ทั้งสองคนที่ทำกับลูกสาวมากแค่ไหน แต่ก็ยังเห็นที่เป็แม่ของหลานชายทั้งสองคนอยู่ จึงคิดว่าจะให้เงินไปเป็ทุนสำหรับการตั้งตัวใหม่
ส่วนทั้งสองคนที่อยากจะขอเงินเพิ่มก็ไม่สามารถที่จะเปิดปากได้ เพราะว่าถ้าทำให้โมโห อาจจะอดเงินได้
ตอนนี้หลานๆ ของพวกเธอนั้น ไม่ได้อยู่ในบ้าน อาจจะไปเล่นอยู่ที่ข้างนอก จึงไม่ได้รู้เื่ที่พ่อและแม่จะหย่ากันมากนัก ถ้ารู้ก็สงสารอยู่เหมือนกัน ที่ต้องมากำพร้าแม่อย่างนี้ แต่ถ้าจะอยู่กับแม่ที่มีจิตใจโหดร้าย คงจะไม่ดีอย่างแน่นอน
หลังจากที่ทั้งสองคนเข้าไปเก็บเสื้อผ้าแล้วก็เดินออกจากบ้านไป โดยไม่มีคำกล่าวลาอะไร แต่ทุกคนก็ไม่คิดที่จะสนใจเลยสักนิด ยิ่งวันนี้ยิ่งเห็นธาตุแท้ของทั้งสองคนมากขึ้น ยิ่งรู้สึกรังเกียจมาก จนไม่อยากที่จะมองหน้า
"พี่ใหญ่ พี่รอง ขอโทษนะคะ ที่ทำให้พวกพี่ครอบครัวแตกแยกอย่างนี้ ถ้าพี่ไม่สบายใจ และไม่อยากหย่าร้าง พี่ก็แค่ไปง้อพี่สะใภ้ให้กลับมาก็ได้นะคะ"
"นั่นสิ ทำตามที่น้องสาวของลูกพูดก็พอแล้ว ลูกแค่สร้างบ้านแยกออกไป ไม่ต้องอยู่ในบ้านกับพ่อและแม่ก็พอแล้ว"
เธอก็อดที่จะสงสารลูกชายกับหลานไม่ได้ แต่จะให้อยู่บ้านหลังเดียวกัน เธอทำไม่ได้จริงๆ แม้จะอยากให้ย้ายไปอยู่ไกลๆ แต่ก็อดที่จะเป็ห่วงหลานกับลูกชายไม่ได้
"แม่กับน้องเล็กอย่าคิดมากไปเลย ผมคิดดีแล้ว ความจริงเราสองคนมีความคิดไม่เคยที่จะตรงกัน ผมต้องทนฟังเื่ที่เธอคอยเป่าหูเื่น้องเล็กและการแยกบ้านมานานแล้ว แต่ผมไม่คิดที่จะสนใจ ไม่คิดเลยว่าเธอจะคิดทำเื่เลวร้ายอย่างนี้"
"ผมเองก็ไม่ได้รักชอบเธอเหมือนกันครับ และอย่างที่พี่ใหญ่บอก เธอพูดแต่เื่เงิน ผมเหนื่อยมาแล้วยังต้องมาฟังเื่น่ารำคาญอีก ถ้ามีเธอผมคิดว่าผมอยู่คนเดียวยังจะดีเสียกว่า เธอไม่เข้าใจผมเลยสักนิดเดียว มีแต่ความอยากได้ อยากมี จนน่ารำคาญ"
เมื่อคิดถึงสิ่งที่เธอคอยที่จะเป่าหูเขาอยู่เสมอ แม้เขาจะฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง แต่ที่เขาทนฟังอยู่ เพียงเพราะไม่อยากจะให้ลูกของเขาต้องกำพร้าแม้ แต่เมื่อความอดทนมันหมดแล้ว เป็อย่างนี้ดีที่สุดแล้ว
"เฮ้อ เอาตามที่พวกลูกสบายใจเถอะนะ พ่อกับแม่แก่แล้ว ในเมื่ออยู่ด้วยกันแล้ว ไม่มีความสุข แยกกันนั้นก็ดีเหมือนกัน"
"ผมมั่นใจมากเลยครับ"
"ผมเองก็มั่นใจในเื่นี้เหมือนกันครับ"
ส่วนซ่งซูหลิน ที่มองพี่ชายทั้งสองคนที่มั่นใจในการตัดสินใจในครั้งนี้ก็รู้สึกสบายใจ แม้จะอยากจัดการพี่สะใภ้ทั้งสองคนมากสักแค่ไหน แต่ก็ต้องนึกถึงความรู้สึกของพี่ชายอีกด้วย แต่เมื่อเห็นอย่างนี้จึงทำให้ความรู้สึกผิดก่อนหน้านี้หมดไป และคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นดีที่สุดแล้ว
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )