เงา หงส์

    เงา หงส์ 12

    จางจื่อฟ่านเดินอย่างใจลอยไปตามระเบียงทางเดินหญิงสาวเดินคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยโดยที่ไม่ทันได้สนใจว่ามีใครที่เดินสวนมาจนกระทั่งใกล้จะชนกับแผ่นอกอันกว้างและแข็งแรงนั้นเธอจึงได้รู้สึกตัว หญิงสาวผงะเล็กน้อยก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองว่าคนตรงหน้าเป็๲ใคร


    “เดินใจลอยอะไรครับ ผมยืนอยู่ตรงนี้ตั้งนานคุณยังจะเดินมาชนเอาได้” หมอเฉิงทักเบาๆ


    “ขอโทษค่ะฉันไม่ทันได้สังเกตแต่ก็ยังไม่ชนไม่ใช่หรอคะ” จางจื่อฟ่านพูด เงยหน้ามองชายตรงหน้าอย่างไม่หลบสายตา


    “ครับก็ยังไม่ชน นี่คุณจะกลับแล้วใช่ไหมครับ” หมอเฉิงถาม


    “ใช่ค่ะเพราะพ่อหลับไปแล้วฉันเลยจะกลับ” หญิงสาวตอบ


    “คุณยังอยู่เวรต่อใช่ไหมคะ” จางจื่อฟ่านถามกลับบ้าง


    “เปล่าหรอกครับผมก็กำลังจะกลับเหมือนกัน” หมอหนุ่มตอบ


    จางจื่อฟ่านพยักหน้ารับเป็๲เชิงเข้าใจ 


    “จะรังเกียจหรือเปล่าถ้าผมจะเดินไปพร้อมกับคุณด้วย” หมอเฉินถามอย่างสุภาพ


    “ไม่รังเกียจหรอกค่ะยังไงก็ต้องเดินออกไปทางเดียวกันอยู่แล้ว” หญิงสาวตอบ


    แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากตึกไปพร้อมกันโดยไม่พูดจากันเลยต่างคนต่างอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง หมอเฉิงรอบชำเรืองดูหญิงสาวบ่อยครั้ง ส่วนเธอเองก็รอบชำเรืองดูหมอเฉิงบ่อยครั้งเช่นกันแต่ก็ไม่มีคำใดเล็ดลอดออกมาจากปากของทั้งคู่ 


    “คุณจะกลับบ้านเลยเหรอครับหรือว่าจะแวะที่ไหนอีกหรือเปล่า” หมอเฉิงกล่าวขึ้นทำลายความเงียบ


    “ก็คงจะกลับบ้านเลยล่ะค่ะ ไม่รู้ว่าจะไปไหนฉันคงจากบ้านไปนานจริงๆกลับมาอีกทีก็แทบจะไปไหนไม่ถูกซะแล้ว” เธอพูดพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ หมอถึงชำเรืองมองหน้าเธอทางหางตาเล็กน้อยก่อนจะอมยิ้ม


    “ถ้าผมจะชวนคุณไปหาอะไรทานคุณจะรังเกียจไหมครับ” เขาตัดสินใจพูดออกมาอย่างยากลำบากด้วยอาการประหม่า และรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ถึงแม้ว่าขณะนี้กริยาท่าทางของเขาจะยังดูเงียบขรึมก็ตาม


    จางจื่อฟ่านหันกลับไปมองหมอหนุ่ม ยังไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง หญิงสาวอึกอักเล็กน้อยเพราะไม่แน่ใจ ว่าสิ่งที่เธอได้ยินมันใช่อย่างที่เธอคิดหรือไม่


    “เมื่อกี้คุณว่าอย่างไรนะคะ” จางจื่อฟ่านถามใหม่อีกรอบเพื่อความแน่ใจ


    “เอ่อ ผมถามว่าถ้าผมจะชวนคุณไปทานอะไรก่อนกลับบ้านคุณจะรังเกียจหรือเปล่า แต่ถ้าคุณไม่สะดวกก็ปฏิเสธได้เลยครับ” หมอหนุ่มกล่าว


    “ได้สิคะ ฉันเองมาบ้านตั้งหลายวันแล้วแต่ยังไม่เคยได้ไปไหนนอกจากมาที่โรงพยาบาลนี่วันนี้กินข้าวนอกบ้านก็ดีเหมือนกันฉันจะขอเป็๲เ๽้ามือเลี้ยงหมอเองนะคะในฐานะที่หมอดูแลครอบครัวฉันเป็๲อย่างดี” จางจื่อฟ่านตอบด้วยรอยยิ้ม


    “ยินดีครับ” หมอเฉิงตอบเพราะไม่เห็นเหตุผลที่จะปฏิเสธ และเขารู้สึกโล่งอกที่หญิงสาวไม่ปฏิเสธทำชวนของเขา


    ทั้งคู่นั่งรถของหมอเฉิง ขับออกไปที่ชานเมืองเพื่อหาร้านอาหารที่เงียบสงบและบรรยากาศดีๆ หมอเฉิงเลือกร้านธรรมดาร้านหนึ่งแต่บรรยากาศดีมาๆ มองเห็นภาพวิวยามค่ำคืนของเมืองเล็กๆนี้ได้เป็๲อย่างดี


    “ทำไมเลือกร้านเล็กๆล่ะคะ หรือกลัวว่าฉันจะไม่มีเงินจ่ายงั้นเหรอ” จางจื่อฟ่านถามพร้อมกับขมวดคิ้วสงสัย


    “เปล่าหรอกครับ ร้านนี้บรรยากาศดี และอีกอย่างอาหารอร่อยด้วยครับ คุณจางไม่ต้องห่วงเพราะวันนี้ผมกะสั่งอาหารเต็มที่อยู่แล้วครับ” หมอเฉิงตอบพร้อมกับหัวเราะในลำคอ


    หญิงสาวชำเรืองดูชายตรงหน้าด้วยหางตาเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาโดยที่อีกคนไม่ทันได้สังเกต


    เมื่อเข้าไปในร้านทั้งคู่สั่งอาหารมาหลายอย่างและสั่งเหล้ามาด้วย 1 ชุด


    “แปลกนะครับไม่คิดว่าคุณจะดื่ม” หมอเฉิงถามขึ้นเบาๆ


    “ปกติฉันก็ไม่ดื่มหรอกค่ะแต่วันนี้อยากจะฉลองกับคุณหมอสักหน่อยเพราะถ้าอาการของพ่อดีขึ้นฉันก็คงต้องกลับไปทำงานต่อ อีกนานกว่าจะได้กลับมาอีก ถือโอกาสนี้ขอบคุณหมอซะเลย” หญิงสาวตอบ 


    หมอเฉิงทำสีหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับรู้สึกใจหายไม่น้อย ไม่รู้สาเหตุว่าเป็๲เพราะอะไรทั้งที่ตัวหมอเฉิงเองก็รู้อยู่แล้วว่าจางจื่อฟ่านต้องกลับไปในที่ๆเหมาะกับเธอที่สุดนั่นก็คือการกลับไปเป็๲นักธุรกิจเต็มตัว 


    “เร็วขนาดนั้นเลยหรอครับ” หมอหนุ่มพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าหญิงสาว 


    “อาการของพ่อดีขึ้นแล้วไม่ใช่หรอคะ หรือหมอคิดว่ายังไงคะ” จางจื่อฟ่านเอ่ยถาม



    “ใช่ครับอาการของผู้เฒ่าจางดีขึ้นเป็๞ลำดับ เพียงแต่ผมสงสัยว่าคุณจะไปในเร็วๆนี้ที่ผู้เฒ่าจางเริ่มดีขึ้นเลยหรอ” หมอกล่าว


    “ที่จริงฉันก็ยังไม่อยากไปแต่ทำยังไงได้ฉันหยุดงานมานานมากแล้วแล้วตอนนี้พ่อเองก็เริ่มดีขึ้นถ้าหากพ่อออกจากโรงพยาบาลได้ฉันก็ว่าจะบอกพ่อแล้วก็จะเดินทางกลับ” จางจื่อฟ่านอธิบายโดยหันหน้าเหม่อมองไปข้างนอกอย่างไร้จุดหมาย


    “ทุกอย่างยังไม่แน่นอนหรอกค่ะ เรามาเปลี่ยนเ๹ื่๪๫กันดีกว่า” จางจื่อฟ่านพูดขึ้นทำลายความเงียบ เมื่อรู้สึกว่าเขารักเธอต่างคนต่างเงียบกันเกินไปจนเริ่มรู้สึกอึดอัด


    หญิงสาวจัดการเทเหล้าแล้วส่งให้กับคุณหมอ หมอเฉิงรับมาด้วยรอยยิ้ม จางจื่อฟ่านยกแก้วขึ้นเป็๞สัญญาณให้ชนแก้ว หมอหนุ่มรีบทำตามทันที ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจจะกล่าว



    “คิดซะว่าเป็๲การเลี้ยงส่งฉันนะคะ เพราะจากนี้ไปก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราจะได้ทานอาหารด้วยกันแบบนี้” จางจื่อฟ่าคนพูด


    “ครับ” หมอเฉิงตอบสั้นๆ


    “ถ้าคุณไม่ได้ทำธุรกิจคุณคิดว่าคุณจะทำอาชีพอะไรหรือครับ” หมอหนุ่มเป็๲ฝ่ายชวนคุยบ้าง


    “ฮ่าๆๆฉันนึกไม่ออกเลยทีเดียวถ้าฉันไม่ทำธุรกิจฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันจะทำอะไรฉันจะมีเป้าหมายในชีวิตหรือเปล่าก็ยังไม่รู้” จางจื่อฟ่านตอบพร้อมกับยิ้มให้


    “แล้วคุณล่ะคะถ้าไม่ได้เป็๲หมอคุณอยากทำอาชีพอะไร” หญิงสาวถามกลับบ้าง


    “ผมอยากทำไร่ปลูกผักทำสวนผลไม้อยากเลี้ยงสัตว์บ้างเล็กน้อยอยากมีชีวิตเรียบง่ายในชนบท” หมอเฉิงตอบสายตาเหม่อมองออกไปข้างนอก


    “หมอเนี่ยนะอยากทำสวน” หญิงสาวเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย


    “แปลกหรอครับ” หมอหนุ่มถามยิ้มๆ


    “ไม่แปลกหรอกค่ะแต่เพราะเป็๲คุณถึงแปลก” จางจื่อฟ่านตอบพลางยักไหล่


    “ผมว่ามันเป็๲ชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุขดีนะครับผมไปที่ไร่ของคุณบ่อยๆไปคุยกับผู้เฒ่าจางผู้เฒ่ามักจะพาผมเดินไปตามสวนผลไม้และแปลงผักของท่านผมรู้สึกว่าผมชอบที่นั่นน่ะครับ” หมอหนุ่มตอบ


    “อ๋อนี่คงเป็๲เหตุผลที่ทำให้คุณไปที่บ้านบ่อยๆใช่ไหมคะ” จางจื่อฟ่านถาม


    “ครับ ผมชอบไปฟังนิทานของคนแก่ที่มักจะเล่าให้ฟังบ่อยๆเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ลูกสาวทั้งสาวของเขาโดยเฉพาะลูกสาวคนโตที่แกมักจะคุยฟุ้งเป็๲พิเศษว่าสวยจนใครๆต้องเหลียวมอง” หมอเฉิงกล่าวด้วยเสียงนุ่มกว่าปกติทำเอาคนฟังถึงกับต้องหันมาสบตากับเขา


    “แต่พอคุณเห็นตัวจริงของฉันและคุณผิดหวังเลยใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามทางหัวเราะเบาๆแล้วสะบัดผมไปข้างหลัง


    “ไม่เลยครับผมกลับคิดว่าเธอสวยกว่าที่พ่อของเธอเล่าเสียอีก” หมอหนุ่มตอบทั้งสองสบตากันนิ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบฉากหน้าเป็๲ภาพจากแสงไฟของเมืองทั้งเมืองที่ตั้งอยู่เบื้องล่างซึ่งถ้ามองจากตรงนี้แล้วก็จะเห็นภาพวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง 

    และภายในร้านยังจัดอย่างได้สัดส่วนมีความเป็๞ส่วนตัว ทำให้ทั้งสองนั่งคุยกันโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมองมาที่เขาและเธอ



    “อย่าบอกว่าหมอเริ่มเมาแล้ว เพิ่งกินไปไม่กี่แก้วเอง” จางจื่อฟ่านถามพร้อมกับเอียงคอหันไปมอง


    “เปล่าหรอกครับ ที่ผมพูดเพราะกลัวว่าจะไม่ได้พูดอีกแล้วต่างหาก” หมอหนุ่มตอบ


    “ทำไมถึงจะไม่ได้พูดคะ” หญิงสาวถามอย่างสงสัย


    “เพราะว่าถ้าหากไม่พูดวันนี้อีกไม่กี่วันเธอคงจะไปจากที่นี่แล้วเราอาจจะไม่ได้พบกันอีก” หมอเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ


    “คุณอยากให้เธออยู่ที่นี่งั้นหรอคะ” จางจื่อฟ่านถาม หญิงสาวมองไปยังแสงไฟที่เมืองด้านล่างอย่างไร้จุดหมาย คำพูดของหมอเฉิงทำให้หญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก



    หมอเฉิงไม่ตอบเขานิ่งเงียบ แต่สายตายังคงจ้องไปยังแสงไฟที่ส่องประกายสวยงามในเมืองเบื้องล่างอย่างใช้ความคิด