ตอนที่ 38
หลอกซ้ายจู่โจมขวา เปิดหน้าขโมยของ 2
จางหยวนนับว่ามีไหวพริบปฏิภาณไม่ธรรมดา แม้ระดับการฝึกตนไม่ก้าวหน้าแต่อาศัยสติปัญญาเล่ห์เหลี่ยม ค่อยมีที่ยืนบน...เกาะประตูนรก แต่การรับหน้าที่เพียงด้านการสนับสนุนเพาะปลูก หาได้เพียงพอต่อความทะเยอทะยานในใจเมื่อปรากฏภารกิจแฝงตัว สืบหาสิ่งของบนแผ่นดินใหญ่ มันจึงดิ้นรนใช้เส้นสายจนได้รับโอกาสแฝงตัวเข้าสู่ตระกูลหยางเมื่อสามปีก่อน
แม้แรกเริ่มตั้งใจทำภารกิจหวังก้าวหน้าในตำแหน่งบนเกาะประตูนรกแต่เมื่อพบความจริงว่าชีวิตบนเกาะประตูนรกช่างโหดร้ายแสนลำเค็ญ ไหนเลยจะสู้ ใช้ความสามารถตนเสพสุขอยู่ในตระกูลใหญ่เช่นที่เป็นอยู่ได้ ประจวบพอดีหยางอวี่ถงเกิดปัญหาร้อนใจตนเองได้ทีแสดงความสามารถจนเป็นที่ยอมรับ แถมจำต้องปกปิดตัวตน ป้องกันผู้คุมบนเกาะประตูนรกรับรู้จึงยกความชอบเบื้องหน้าให้แก่หยางอวี่ถง ส่วนตนเองหลบอยู่ใต้เงาบังของมัน เสพสุขเช่นนี้ล้วนพอใจ
ทุกสิ่งดำเนินมาเช่นนี้ร่วมสองปีแม้ภารกิจบนเกาะประตูนรกยังไม่ลุล่วง แต่ทุกปีล้วนส่งส่วยสินบนกลับคืนถูกผู้คนจึงมิเกิดปัญหา จนกระทั่งหยางอวี่ถงเกิดลำพอง ไค้คืบจะเอาศอกยึดครองเมืองน้ำใสได้แล้ว แต่กลับไม่รู้จักพอ คิดขยายอำนาจกว้างใหญ่ ยิ่งนานวันจางหยวนยิ่งมิอาจปกปิดตัวตนซึ่งเป็นข้อห้ามเดียวของผู้ที่ถูกส่งออกมาทำภารกิจ...การคงอยู่ของเกาะประตูนรกถือเป็นความลับสูงสุด สุดท้ายจึงเกิดสำนึกหวาดกลัวความผิดแถมตนเองจะถอยกลับภารกิจดั้งเดิมก็ล้วนไร้ผลงานที่ผ่านมาได้นานวันล้วนพึ่งพาเล่ห์เหลี่ยม ขณะนั้นมองไปทางใดล้วนมีแต่คำ...ตาย
เพียงแต่เวลานี้คิดสละทิ้งตำแหน่งหลบหนียังเร็วเกินไปด้วยตนเองยังเป็นเพียงแค่เงาไร้ทุนรอน ศึกครานี้จึงเป็นศึกแรกที่เปิดเผยตัวตน ด้วยตั้งใจเร่งสร้างฐานอำนาจจากนั้นค่อยหาโอกาสเหมาะระหว่างศึกสงคราม ล่อลวงฮุบกลืนสมบัติของหยางอวี่ถงมาเป็นของตนเองหากสำเร็จจะได้สร้างตัวตนใหม่ หลบเร้นหายเข้ากลีบเมฆ เพียงแต่แผนการยังไม่ทันเริ่มกลับพบเจอดาวอับโชคนาม...หยางเฉิง เสียก่อน
หยางเฉิงเจ้ามันสารเลว บัดซบ !!!
จางหยวนใช้ออกทุกหนทางแล้วแต่ยังไม่อาจหลุดพ้นจากค่ายกลกับดักที่ซุ่มรอเอาไว้ทุกจุดที่มันหลบหนีราวกับตาเห็น แถมเวลานี้ผู้นำนักรบที่ค่อยทะยานฝ่าข้างกายล้วนติดตาข่าย ตกลงพื้น ถูกผู้คนที่ซุ่มซ่อนรุมทุบตี ไม่อาจหลบหนีสืบไปจึงได้แต่สบถด่าระบายควมคับแค้นออกมา
“จางหยวน...เจ้าเหน็ดเหนื่อยแล้วพรรคพวกที่ติดตามมาด้วย เวลานี้ล้วนใช้การไม่ได้ เอาเป็นว่าข้ามีข้อเสนอ หากว่าเจ้ามิคิดฝ่าไปอีกก็จงหยุดเท้าแล้วยินยอมให้พวกข้าจับแต่โดยดีเสียเถอะ”
“ผายลมเจ้าเถอะหากเจ้าแน่จริงก็อย่าได้ใช้เล่ห์กลเยี่ยงนี้ มาสู้กับข้าตัวต่อตัว ตกลงหรือไม่”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ท้าท้ายได้ดี” หยางเฉิงได้ฟังก็กระโดดลอยตัวผ่านกลุ่มผู้ฝึกตนซึ่งผู้อาวุโสขวา รวบรวมมาจากกลุ่มคนหลบเร้นภายในเมืองน้ำใสซึ่งทั้งหมดล้วนแค้นเคืองต่อหยางอวี่ถง
สองเท้าของหยางเฉิงทะยานเบาขึ้นสู่ยอดไม้
จางหยวนเห็นดังนั้นก็กระหยิ่มยินดี เอ่ยปากชื่นชมหยางเฉิงด้วยใจคิดคด “นับว่ามีความกล้าหาญไม่เลว” เพราะจางหยวนรู้ดีว่าฝีมือของตนเองและหยางเฉิงอย่างมากเพียงเสมอทัดเทียม แต่เวลานี้ตนเองยังมีไพ่ตายซุกไว้เข็มขัดที่คาดติดตัวเสมอ มีช่องลับด้านใน บรรจุพิษร้ายจากเกาะประตูนรกหากซัดถูกในระยะใกล้จะทำให้ผู้ฝึกตนระดับต่ำกว่าเชื่อมฟ้าดิน หมดสิ้นเรี่ยวแรงไปชั่วขณะเพียงแต่พิษร้ายมีน้อยนิด เพียงพอซัดได้แค่สองครั้ง หากพลาดพลั้งก็คงย่ำแย่จางหยวนจึงเร่งกระโจนเข้าหา หวังต่อสู้ประชิดตัวก่อน ค่อยฉวยจังหวะเหมาะ ซัดพิษร้ายมิให้พลาดเป้าจากนั้นจึงต่อเนื่องด้วยแผนการจับคนเป็นตัวประกัน ใช้ชีวิตของหยางเฉิง ข่มขู่ผู้อาวุโสขวาหลบหนีกลับเมืองน้ำใส
ฟุบฟุบ ฟุบ !!!
แต่แล้วไม่ทันที่หยางเฉิงจะทะยานถึงตัวเหล็กแหลมที่ผูกโยงเป็นกับดักแต่ต้นพลันพุ่งเสียบขึ้นจากทิศทางใต้ฝ่าเท้าพอดิบพอดีบวกกับสมาธิจดจ่อเพียงหยางเฉิงตั้งแต่ต้น จึงถูกเหล็กแหลม ซึ่งตีขึ้นจากโลหะวิเศษระดับมนุษย์แทงทะลุฝ่าเท้าร่างที่กำลังเหินทะยานตกวูบ
“เจ้ามันชั่วช้าไม่รักษาคำพูด...” จางหยวนเจ็บใจจนแทบกระอักโลหิต พ่นคำก่นด่าออกมาไม่หยุด
“ข้ามิเคยเอ่ยวาจาว่าจะประลองกับเจ้าสักคำ” หยางเฉิงเอ่ยพลางแย้มยิ้ม ยืนนิ่งชมดูร่างที่ตกลงของจางหยวนจากบนยอดไม้นึกถึงคราที่บุตรชาย ล่อหลอกให้พ่อตาของตนเองหลงกลในห้องหนังสือตระกูลหลิว
“สถานที่นี้ไม่ได้มีแต่หยางเฉิงหรอกนะ” ผู้อาวุโสขวา ที่ทะยานตามติดหยางเฉิงก่อนหน้าเวลานี้กลับปรากฏอยู่ข้างกายของจางหยวน ซัดออกไปหนึ่งกำปั้นกระแทกเข้าที่กลางหน้าอก จนร่างของจางหยวนไม่อาจควบคุมบังคับถูกกระแทกไถลอัดกับพื้นดิน เมื่อนั้นเหล่าผู้ฝึกตนที่รออยู่ก่อนจึงค่อยกระโจนกันออกมา ซัดขว้างแหตาข่ายจับตัวจางหยวนเอาไว้ได้ในที่สุด
เมื่อทุกอย่างจบลงผู้คนเบื้องล่างรวมถึงผู้อาวุโสขวา ต่างเอ่ยชมเชยสติปัญญาการอันล้ำเลิศของหยางเฉิงไม่ขาดปากแต่เจ้าตัวกลับแทบไม่ได้ใส่ใจ เพราะเวลานี้จิตใจของหยางเฉิง ล้วนตกอยู่ในภวังค์ความคิดส่วนตนหวนนึกถึงแต่บุตรชายของตนเอง
...ลูกอี้เอ๊ยสติปัญญาของเจ้าช่างล้ำเลิศยิ่งนัก แม้แต่บิดาของเจ้า ที่ได้ชื่อว่าชาญฉลาดมาตั้งแต่วัยเยาว์ยังมิอาจตามทันความคิดของเจ้าแม้สักเสี้ยว แต่ชะตาฟ้าดินกลั่นแกล้งคน ช่างน่าเสียดายยิ่งนักหากว่าเจ้าไม่ได้เกิดมาอับวาสนา เส้นชีพจรเปื่อยยุ่ย เช่นนั้นก็คงจะดีไม่น้อย
ความคิดคำนึงสิ้นสุดพลุสัญญาณในมือของหยางเฉิงก็ถูกส่งลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า ก่อนที่ตำแหน่งห่างไกลกันจะปรากฏพลุสัญญาณยิงต่อเนื่อง แยกย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งทอดยาวเป็นจุดแต้มต่อเนื่องบนท้องฟ้าที่เพิ่งจะเข้าสู่ราตรีกาลได้ไม่นาน
...แม้แต่พลุสัญญาณต่อเนื่องแจ้งข่าวเช่นนี้เจ้าก็ยังคิดออกมาได้
หยางเฉิงสงบจิตใจยามนี้รับลมหนาวเบื้องบนเพียงพอแล้ว จึงค่อยทะยานกลับลงสู่พื้นเมื่อนั้นผู้อาวุโสขวา จึงค่อยเริ่มการสอบสวนความผู้คนที่จับมาได้
.
.
พลุไฟสัญญาณถูกส่งต่อเป็นทอดๆ กระจายออกเป็นห้าสาย ผ่านระยะทางหลายร้อยหลี่แตกต่าง
หนึ่งมุ่งหน้า...นอกเมืองน้ำใสทางทิศเหนือ
สองมุ่งหน้า...นอกเมืองน้ำใสทางทิศใต้
สามมุ่งหน้า...แนวป่าใกล้เมืองน้ำใส
ทั้งสามกองกำลังผสมพ่อค้าของตระกูลหลิวเมื่อเห็นสัญญาณส่งมา ค่อยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า กลายเป็นพ่อค้าบ้างชาวบ้านป่าเขาบ้าง ก่อนจะทั้งหมดสลายตัวแยกย้าย กลายเป็นทัพว่างเปล่าเสมือนไม่เคยมีตัวตนมาก่อน
สี่มุ่งหน้า...เส้นทางสัญจรหลักพลุไฟมองเห็นชัด ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนของเมืองน้ำใส
ส่วนทัพสุดท้ายแม้ยกมาฮึกเหิม แต่ตั้งประจันนอกเขต มิได้ล้ำเส้นแต่ต้น ยามนี้ปรากฏพลุไฟสัญญาณค่อยจุดคบไฟยาวเหยียด เคลื่อนออกจากเส้นทางสัญจร เลาะไปตามชายป่าแต่ยังกำหนดเดิมคือไม่มุ่งหน้าล้ำเข้าเขตแดนที่ตระกูลหยางประกาศไว้ทำทีเสมือนหนึ่งทัพลาดตระเวน ไม่คิดรุกราน
แถมพลุสัญญาณสายสุดท้ายซึ่งทะยานล้ำโดดเด่นบนที่ราบสูง เหนือเส้นทางกั้นระหว่างเมืองน้ำใสและเมืองป่าไผ่แดงยังเป็นการแจ้งข่าวกลับคืนสู่ หลิวซีอิ๋งและบิดา ให้รับรู้ว่าห่วงโซ่ข้อแรกดำเนินการสำเร็จแล้ว...เสนาธิการของหยางอวี่ถงตกอยู่ในมือของหยางเฉิงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หยางอี้ที่นั่งชมเมืองน้ำใสจากเนินเขาสูงโดยไม่เกรงลมหนาวเบื้องบนแม้แต่น้อย พอดีปรากฏแสงสว่างวาบขึ้นเหนือท้องฟ้าเวลานั้นค่อยใช้สองฝ่ามือปรบเข้าที่ข้างแก้ม ปลุกปลอบสมาธิก่อนจะสูดลมหายใจลึกเข้าปอดเฮือกใหญ่
...ได้เวลาแล้วสินะ
เด็กน้อยแม้เวลานี้เข้าสู่เส้นทางฝึกตนได้แล้วแต่กลับไม่ใช้ออกด้วยวิชาด้วยเบาอันสุดพิสดาร เพียงวิ่งไวสุดแรงด้วยกำลังขาตนเอง แม้มิอาจเทียบกับการใช้วิชาฝีมือเข้าช่วยแต่ยังนับว่ารวดเร็วไม่แพ้ผู้ใหญ่แข็งแรงบึกบึน สองขาว่องไว วิ่งฝ่าลงเขาสูงอันคุ้นชินมิแตกต่างจากกระต่ายป่าเจ้าถิ่น อาศัยเพียงแสงจันทร์บนฟ้าส่องพื้นมุ่งหน้าจนถึงบันไดหินคับแคบที่เคยวิ่งเล่นเมื่อวันวาน
...บันไดซึ่งทอดยาวลงไปยังประตูสวนด้านหลังของหมู่ตึกตระกูลหยาง