ยอดหมอหญิงเทพโอสถ

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 83 พวกเจ้าต่างฝ่ายต่างมีใจให้กันสินะ

            จวินเย่าเฉิงลุกขึ้นมา ท่าทางตื่นเต้นนั้นเกือบจะเป็นจุดสนใจของผู้คนแทนที่องค์หญิงหวายหนิงเสียอีก

            องค์หญิงหวายหนิงทำได้เพียงร่วมมือแสดงละครไปกับเขา “พี่ชายใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว…ข้าผิดไปแล้ว! ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายท่านพี่จิ้งหวาง ข้าก็ไม่รู้ว่าลิ่วตันซางลู่มีพิษ อาจารย์แพทย์เจี่ยนหลอกลวงข้า! ”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้จวินจิ่วเฉินจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เรื่องราวมันเป็นเช่นไร อธิบายให้ชัดเจน! ”

            องค์หญิงหวายหนิงร้องไห้สะอึกสะอื้นแล้วตอบกลับไป “อาจารย์แพทย์เจี่ยนบอกข้าว่าลิ่วตันซางลู่กับโสมเล็ก…”

            นางยังไม่ทันได้เอ่ยจบจวินจิ่วเฉินก็ขัดจังหวะถามขึ้นมา “เจ้าพบอาจารย์แพทย์เจี่ยนได้อย่างไร? ถ้าการสับเปลี่ยนยาไม่ใช่เพื่อวางแผนประทุษร้ายแล้วเพื่อเหตุใด?”

            “ข้า ข้า”

            องค์หญิงหวายหนิงยึกยักพูดไม่ออก นางมองไปที่กูเฟยเยี่ยนจึงพบว่าใบหน้าของกูเฟยเยี่ยนเต็มไปด้วยความตั้งตารอคอย สีหน้ายินดีไปกับความโชคร้ายของคนอื่น ภายในใจของนางไม่พอใจและอาฆาตแค้นจนไม่อยากจะตอบกลับไปมากกว่าเดิม การที่จะให้นางยอมรับว่าแรงจูงใจในการก่อคดีคือต้องการทำร้ายกูเฟยเยี่ยน มันน่าอึดอัดใจมากกว่าการให้นางยอมรับว่าก่ออาชญากรรมขึ้นเสียอีก! ทว่าจวินจิ่วเฉินปราศจากความอดทน เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “พูด! ”

            องค์หญิงหวายหนิงตกใจจึงร้องไห้อย่างหนัก ทันใดนั้นก็ชี้นิ้วไปทางกูเฟยเยี่ยน “ทั้งหมดมันเป็นเพราะนาง! ทั้งหมดเป็นเพราะนังคนชั้นต่ำผู้นั้น! นางเป็นคู่หมั้นของท่านพี่อวี้ชัดๆ ทว่ากลับไม่รักษาจรรยาของสตรี เป็นหญิงที่ชอบมั่วโลกีย์ สมรู้ร่วมคิดกับเฉิงอี้เฟยเพื่อทำให้ท่านพี่อวี้อับอายขายหน้า! ข้า ข้าเกลียดนาง! ข้ารู้มาว่าเสด็จย่าจะพระราชทานย่าวซ่าน ข้าจึงไปหาอาจารย์แพทย์เจี่ยน อาจารย์แพทย์เจี่ยนบอกข้าเกี่ยวกับใบสั่งยาและยังบอกอีกว่าลิ่วตันซางลู่เหมือนกันกับโสมเล็กทุกประการ หากใช้ไปแล้วจะไม่มีอะไรร้ายแรง ข้าจึงให้ท่านพี่ฟู่ฟางไปติดสินบนเฉินซานหยวนและคนอื่นๆ เพื่อให้พวกนั้นโยนความผิดไปให้กูเฟยเยี่ยน ข้าแค่ต้องการ…ต้องการสั่งสอนนางแทนท่านพี่อวี้ ข้าคิดไม่ถึงว่าอาจารย์แพทย์เจี่ยนจะหลอกลวงข้า ข้าคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้ ข้า ข้า…ฮึกๆ…ข้าไม่มีความผิด ล้วนเป็นเพราะกูเฟยเยี่ยน ล้วนเป็นเพราะนาง! ”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาทุกคนล้วน…ตกตะลึง บางคนมองไปที่กูเฟยเยี่ยน บางคนมองไปที่เฉิงอี้เฟย แน่นอนว่าก็มีคนมองไปที่ฉีอวี้ด้วย

            ในสถานการณ์เช่นนี้ การที่องค์หญิงหวายหนิงพูดเรื่องนี้ออกมา…จะดีหรือ?

            นางต้องพูดถึงแรงจูงใจในการก่อคดีก็จริง แต่ว่านางไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาสำคัญหน่อยหรือ ทำไมจึงต้องทำให้เกิดความอึดอัดเช่นนี้?

            ในเวลานี้อย่าว่าแต่ฉีอวี้เลย แม้แต่ใบหน้าของท่านแม่ทัพใหญ่ฉีก็เกิดความเขียวแล้ว ถึงแม้ว่าเรื่องราวชู้สาวของเฉิงอี้เฟยกับกูเฟยเยี่ยนจะถูกแพร่กระจายออกไปนานแล้ว ทว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดเรื่องนี้ต่อหน้าพวกเขาท่ามกลางผู้คนอื่นๆ น่าอับอายขายหน้าเสียจริง!

            สีหน้าของเฉิงอี้เฟยไม่ดีนัก เขาหรี่ตาลงกำมือไว้แน่น

            สีหน้าของกูเฟยเยี่ยนก็เปลี่ยนแปลงไป เรื่องแย่ๆ ของนางกับเฉิงอี้เฟยไม่ใช่เป็นเพราะถูกตระกูลฉีบีบบังคับหรอกหรือ? บัดนี้นางนับได้ว่าเป็นคนของจิ้งหวางฝู่ครึ่งหนึ่งแล้ว นางรังเกียจที่มีคนพูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเป็นอย่างมาก! นางทำให้จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยเสียศักดิ์ศรีไปแล้ว!

            องค์หญิงหวายหนิงตกอับอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แล้วยังมีหน้ามาด่าคนอื่นอีกหรือ? นางมีหน้ามาพูดว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร? คิดว่าผู้อื่นไม่ทราบว่านางมีความสัมพันธ์อย่างไรกับฉีอวี้หรือ?

            ใบหน้าเย็นชาของกูเฟยเยี่ยนก้มลงเล็กน้อยก่อนจะตบลงบนโต๊ะเสียงดัง “ปัง” ก้องไปทั่วศาลพิจารณาคดี

            ทุกคนล้วนตระหนกตกใจ

            กูเฟยเยี่ยนลุกขึ้นมาซักถามด้วยโทสะ “องค์หญิงหวายหนิง เรื่องของข้ากับฉีอวี้เกี่ยวอะไรกับท่าน?  ท่านมีสิทธิ์อะไรที่จะมาสั่งสอนข้าแทนฉีอวี้?

            กูเฟยเยี่ยนโกรธไม่ไหวแล้ว หญิงสาวจึงถามเพิ่มอีก “ท่านเป็นอะไรกับฉีอวี้? ท่านมีสิทธิ์อะไร? ท่านเป็นมารดาของเขาหรือเป็นย่าของเขากัน? ”

            นี่…

            เดิมทีบรรยากาศมีความตึงเครียดมาก แต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของกูเฟยเยี่ยน หลายคนจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แม้ว่าคำถามของกูเฟยเยี่ยนจะหยาบคายเล็กน้อย ทว่าเป็นคำถามที่ฉลาดและน่าสนใจมากทีเดียว เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการเสียดสีองค์หญิงหวายหนิงและการมั่วโลกีย์ของฉีอวี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องราวชู้สาวขององค์หญิงหวายหนิงกับฉีอวี้ได้แพร่กระจายไปมากกว่าเรื่องของกูเฟยเยี่ยนกับเฉิงอี้เฟยเสียอีก!

            ฉีอวี้อับอายขายหน้าจนถึงที่สุดแล้ว เขาแทบอยากจะหารอยร้าวตามพื้นเพื่อมุดเข้าไป แต่เมื่อได้ยินคำตอบต่อมาขององค์หญิงหวายหนิง เขาถึงกับคิดอยากจะวิ่งชนกำแพงเลย

            องค์หญิงหวายหนิงโกรธจนสูญเสียสติสัมปชัญญะ นางตอบกลับเสียงดังโดยไม่คิดสักนิด “สิทธิ์ที่ท่านพี่อวี้ชอบข้า! ”

            “พอได้แล้ว! ”

            จู่ๆ ฉีอวี้ก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง เขาทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เขากลัวว่าหากองค์หญิงหวายหนิงพูดต่อไปนางจะเปิดโปงไปถึงเรื่องราวที่เขาและพี่สาวได้แอบไปยุติการหมั้นหมายที่ตระกูลกูตอนกลางดึกกลางดื่น

            องค์หญิงหวายหนิงตกตะลึงตาค้าง ดูเหมือนว่านางจะรับรู้แล้วว่าตนเองพูดอะไรผิดไป นางหันไปมองฉีอวี้ด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาเนืองนองและรู้สึกน้อยใจมากขึ้นไปอีก

            ฉีอวี้ไม่ต้องการสนใจนางอีก และยิ่งไม่อยากพูดถึงเรื่องราวนี้ต่อไป เขาจึงรีบหันไปมองจวินจิ่วเฉิน “องค์หญิงหวายหนิงยอมรับผิดแล้ว จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยโปรดคืนความบริสุทธิ์ให้แก่ตระกูลฉีด้วยพ่ะย่ะค่ะ! ”

            แม่ทัพใหญ่ฉีก็รีบร้อนเอ่ยออกมา “จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ย ตระกูลฉีไม่มีทางวางแผนประทุษร้ายอย่างแน่นอน อาจารย์แพทย์เจี่ยนหลอกลวงองค์หญิงหวายหนิง คนที่ต้องการวางแผนประทุษร้ายจะต้องมีคนอื่นอีก! ข้าน้อยดูแลสั่งสอนบุตรสาวไม่ถูกวิธี บุตรสาวจึงได้ฟังคำยุยงส่งเสริมขององค์หญิงหวายหนิงจนก่อให้เกิดเป็นภัยพิบัติร้ายแรง ข้าน้อยเต็มใจแบกรับโทษของบุตรสาวทั้งหมด! จิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยโปรดหมิงเจียน! ”

            ในขณะเดียวกันทุกคนก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมา เพราะเมื่อเทียบกับการหาตัวคนร้ายตัวจริงแล้ว เรื่องราวชู้สาวของกูเฟยเยี่ยนกับเฉิงอี้เฟย อีกทั้งเรื่องราวมั่วโลกีย์ขององค์หญิงหวายหนิงกับฉีอวี้ล้วนนับว่าเป็นเรื่องเล็ก

            กูเฟยเยี่ยนนั่งลงที่เดิมพลางถอนหายใจออกมา หญิงสาวไม่ต้องการเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระพวกนี้เช่นกัน นางเพียงแค่รู้สึกเหยียดหยามแม่ทัพใหญ่ฉีเป็นอย่างมาก ไม่ว่าอย่างไรการที่องค์หญิงหวายหนิงก่อเรื่องเช่นนี้ก็เพื่อฉีอวี้ เขามีหน้ามาใช้คำว่า “ยุยงส่งเสริม” ได้อย่างไร?

            กูเฟยเยี่ยนไม่ได้ต้องการเอาเรื่องต่อไป เพราะถึงอย่างไรแล้วเรื่องหลักสำคัญกว่า จิ้งจอกเฒ่าสำคัญกว่า!

            ทว่า!

            จวินจิ่วเฉินกลับเอ่ยขึ้นมาอย่างเย็นชา “ฉีอวี้ สิ่งที่หวายหนิงพูด เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

            คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไรกัน!

            ผู้คนล้วนไม่เข้าใจ ฉีอวี้ยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ เขาคิดว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยคงยังไม่เชื่อคำมอบตัวองค์หญิงหวายหนิงและยังคงสงสัยตระกูลฉี เขาจึงรีบอธิบาย “ทูลเตี้ยนเซี่ย องค์หญิงหวายหนิงและท่านพี่ข้า…”

            เขายังเอ่ยไม่จบจวินจิ่วเฉินก็แทรกขัดจังหวะขึ้นมาอย่างไร้ความอดทน “เปิ่นหวางถามเจ้าว่า หวายหนิงบอกว่าเจ้าชอบนาง เป็นเพราะเจ้า นางจึงเจตนาโยนความผิดให้กูเฟยเยี่ยน เรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่? ”

            ในคราวนี้ทุกคนจึงรับรู้ว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยกำลังต้องการทราบความชัดเจนถึงแรงจูงใจการก่อคดีขององค์หญิงหวายหนิง

            สีหน้าของฉีอวี้เรียกได้ว่า…ชีวิตที่ปราศจากความรัก!

            ก่อนที่เรื่องราวจะเกิดความใหญ่โตเช่นนี้ เขาไม่เคยยินยอมที่จะเปิดเผยยอมรับว่าตนเองชอบองค์หญิงหวายหนิง ทว่าบัดนี้ล่ะ?

            อย่างไรก็ตาม เขาจำเป็นต้องยอมรับ!

            หากเขาไม่ยอมรับแรงจูงใจขององค์หญิงหวายหนิง คดีนี้ก็จะล่าช้าลงไป สวรรค์ทราบดีว่าจะเกิดการพลิกแพลงเช่นไร? ต้องทราบไว้ว่าจุดประสงค์ของคนร้ายตัวจริงก็คือตระกูลฉีของพวกเขา!

            เขากัดฟันตอบกลับไป “เป็น เป็น…เป็นเรื่องจริงพ่ะย่ะค่ะ! ”

            จวินจิ่วเฉินไม่พอใจจึงได้เอ่ยขึ้นมาอีก “ตอบให้ชัดเจน! ”

            ฉีอวี้จำเป็นต้องตอบกลับไปอีกครั้ง “ข้าน้อย ข้าน้อยชอบองค์หญิงหวายหนิง จึง จึงส่งผลให้องค์หญิง…”

            ฉีอวี้ไม่อาจพูดต่อไปได้อีกจึงโค้งศีรษะลง “ข้าน้อยก็มีความผิด! ”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาศาลพิจารณาคดีที่เงียบสงบก็มีเสียงซุบซิบนินทาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพราะว่าข่าวลือต่อให้แพร่กระจายออกไปอย่างไรก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือ คำประณามของคนอื่นไม่ว่าอย่างไรก็เป็นเพียงแค่คนอื่น แต่เมื่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างยอมรับแล้ว เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่อย่างยิ่งและได้ข้อสรุปสุดท้ายออกมาแล้ว!

            มุมปากของจวินจิ่วเฉินปรากฏถึงรอยยิ้มเยาะเย้ย “เพียงการชอบกัน พวกเจ้าสองคนต่างฝ่ายต่างก็มีใจให้กันสินะ! ”

            เมื่อกูเฟยเยี่ยนได้ยินถึงคำพูดเหล่านี้จึงรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ นางมักจะรู้สึกว่าจิ้งหวางเตี้ยนเซี่ยไม่ใช่ผู้ที่ชอบประเมินค่าความรู้สึกของผู้อื่น ดูเหมือนว่าการที่เขากล่าวเช่นนี้ น่าจะเป็นเพราะมีจุดประสงค์อย่างอื่น

            นางกำลังครุ่นคิด ทว่าจวินจิ่วเฉินไม่ได้ถามคำถามนี้ต่อไป เขาทำการไต่สวนเรื่องราวของคดีแทน “หากอาจารย์แพทย์เจี่ยนมีเจตนาในการโยนความผิด แล้วทำไมนางจึงถูกสังหาร? ”


    คล้ายกับเรื่องยอดหมอหญิงเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730