หวังชงรู้ว่านี่เป็ภารกิจสุดท้ายของเขาบนโลกนี้!
" หากมิใช่พวกคนป่าเถื่อน แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ก็คงไม่พินาศ" นี่เป็สิ่งที่ หวังชง ไม่เคยคิดถึงมัน ด้วยเหตุนี้แผ่นดินที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ต้องมาพินาศ
นอกจากนี้ตัวเขาเองก็เป็พยานรู้เห็นฉากสุดท้ายนี้!
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเปลวไฟอัคคีที่กำลังโหมลุกไหม้ ผืนแผ่นดินสั่นะเืเลือนลั่น ซากศพนับไม่ถ้วนนอนพาดระเกะระกะเต็มไปทั่วทุกหนแห่ง สุมกองรวมกันเป็ูเาหรือถมมหาสมุทรให้เต็มได้ โลหิตจากศพไหลนองกันกลายเป็แม่น้ำโลหิต หวังชงยังได้เห็นกลิ่นอายความตายที่หนาแน่น จากเหล่าบรรดาซากศพจำนวนนับสิบล้านที่เป็พลเมืองของแผ่นดินต้าถังซึ่งกำลังนอนเรียงรายอยู่รอบๆ ตัวเขา
ในทางกลับกัน นักรบม้าจากต่างแดนนับไม่ถ้วนทยอยเข้ามา เพื่อทำการเผด็จศึกาครั้งนี้
ไม่มีใครทราบว่าเหล่านักรบม้าจากต่างแดนเหล่านี้มาจากที่ใด และไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงเกิดการทำลายล้างดังกล่าว พวกเขารู้ว่าเมื่อสิบปีที่แล้วเหล่านักรบม้าจากต่างแดนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ได้ปรากฏตัวขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งและภายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปี พวกเขาก็ได้ทำลายเหล่าแว่นแคว้นทั้งหมด!
การปรากฏตัวของเหล่านักรบม้าจากต่างแดนเหล่านี้ ทำให้ผืนดินถูกทำลาย อากาศแปรปรวน ผู้คนนับล้านๆ ชีวิตต้องอดอยากผอมโซเป็โครงกระดูกเดินได้
ในขณะนี้ หวังชงเป็ผู้นำของกลุ่มในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย!
บนพื้นแผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้ หวังชงได้นำกองทัพสุดท้ายที่เหลืออยู่บนแผ่นดิน ราวกับจอกแหนที่อยู่ในสระ เขารอจุดจบที่กำลังจะมาถึงอย่างอดทน
หลังจากผ่านไปหลายปีของความทุกข์ยากที่ผ่านมา นักรบม้าจากต่างแดนคิดว่าจิตใจของตนคงด้านชา เมื่อโชคชะตาได้ลิขิตกำหนดให้มาถึงวาระสุดท้าย กระทั่งจิตใจนักรบห้าวหาญก็อดมิได้ที่จะสั่นไหว
ความโศกเศร้า ความเ็ปและความสิ้นหวังถาโถมประดังเข้ามา แต่มันไม่ใช่สำหรับตัวเขาเอง แต่เป็เหล่าพี่น้องผู้ร่วมชะตากรรมบนแผ่นดินที่ให้กำเนิดเขาแห่งนี้ ซึ่งก็คือ แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์!
"ท่านแม่ทัพ โปรดยกโทษให้ข้าด้วยที่ล่วงหน้าไปก่อน! "
"ไม่ใช่ความผิดของเ้า พวกเรามากันถึงจุดนี้ได้ นับว่าทำดีที่สุดแล้ว "
"ไม่ต้องเสียใจกับพวกเราหรอก เราเตรียมใจไว้สำหรับวาระนี้แล้ว อย่างน้อยๆ ตอนท้ายเราก็ไม่ได้นำความอับอายมาสู่ต้าถัง การได้ต่อสู้เคียงข้างกับท่านแม่ทัพ นับว่าข้าไม่เสียชาติเกิด"
" ท่านแม่ทัพ ขอพวกเราพบเจอกันอีกครั้งในภพหน้า! "
" ดาหน้าเข้ามาเลยเ้าพวกชนต่างแดน เตรียมต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้แล้ว ฮ่า ๆ ๆ "
คนที่คุ้นเคยได้ตายไปทีละคน เสียงหัวเราะที่สุดแสนจะน่าสะพรึง พวกเขาพุ่งออกไปเบื้องหน้าเพื่อต่อสู้กับกองทัพที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของชนแต่งแดนราวกับว่าแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
"ลาก่อนพี่ชายสุดที่รัก เร็วๆ นี้ข้าจะรอได้พบกับท่านอีกครั้ง "
การได้เห็นคนที่คุ้นเคยค่อยๆ ล้มหายตายจากไป ทำให้น้ำตาไหลรินออกมาไม่ขาดสายจากดวงตาของหวังชงรินอาบแก้มของเขา
หวังชงเป็ิญญาที่ไม่ได้อยู่ในโลกนี้ ในความเป็จริงถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เขาควรจะอยู่ในอีก่เวลาหนึ่งที่มีความสุขกับสายลมและแสงแดด สำเร็จการศึกษาในมหาวิทยาลัยและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างความสงบ
อย่างไรก็ตามเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมา อุกกาบาตลึกลับได้พุ่งชนเข้ากับเขา ทำให้เขาถูกส่งกลับไปในยุคสมัยต้าถังในประวัติศาสตร์จีน ถึงกระนั้นก็เป็โลกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงและในนั้นเขาก็กลายเป็ลูกชายวัย 15 ปีของตระกูลแม่ทัพ
เพิ่งจะมาถึงโลกใหม่ เขาถูกหักหลังและรู้สึกกลัว รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนของที่นี่และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย
แต่ท้ายที่สุดหายนะก็ได้เกิดขึ้น บรรดาผู้ที่รักเขาและคนที่เขารักล้วนตกตาย หวังชงจึงได้สติขึ้นมาในโลกความเป็จริงและเกิดจิติญญาแห่งการต่อสู้ขึ้น!
ช่างน่าเสียดายที่สายเกินไปแล้ว
ในโลกนี้หวังชงไม่มีประสบการณ์ใดๆ เลย สิบปีของการเถลไถลโดยปราศจากเป้าหมายใดๆ ในชีวิต ทำให้เขาพลาดโอกาสที่เหมาะสำหรับการเริ่มฝึกฝนบ่มเพาะพลังในชีวิตนี้ ทว่าเนื่องจากความบังเอิญ จึงมีคำสั่งจากกองทัพที่ได้เห็นว่าตัวเขามีกลยุทธ์หลากหลายที่ได้มาจาก่ชีวิตก่อนหน้า จึงถูกยอมรับจากขุนนางในราชสำนัก
พวกเขาได้ถ่ายทอดวิชาบ่มเพาะให้กับเขา ช่วยให้เขาได้เป็จอมทัพใหญ่ของราชสำนัก เป็ความหวังสุดท้ายของต้าถัง
ถึงกระนั้นก็สายเกินไป เขาพลาดโอกาสไปหลายต่อหลายครั้ง แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถ เขาก็ยังล้มเหลวในตอนท้าย!
หวังชงค่อยๆ หลับตาลงขณะที่พินิจความเศร้าโศก
ตัวเขามิได้กลัวความตาย เพียงแค่ว่ามันยังไม่ถึงเวลา มีบางสิ่งที่เขาต้องทำให้สำเร็จ หากเขาไม่ได้ฆ่าคนคนนั้น เขาก็คงนอนตายตาไม่หลับ!
มันเป็ผู้ที่ก่อความผิดทั้งหมดนี้ขึ้น! ถ้าไม่ใช่เพราะมัน แว่นแคว้นทั้งหลายก็คงจะไม่อ่อนแอลงไปจนถึงจุดนี้!
หวังชงเกลียดชังมันผู้นั้นเป็อย่างมาก
มีแต่เืเท่านั้นจึงจะสามารถลบล้างความเกลียดชังไม่มีที่สิ้นสุดในจิตใจของเขาได้!
แต่อีกฝ่ายเ้าเล่ห์เหลือคณายากจัดการรับมือ มันไม่เคยเผยตัวให้ใครเห็น และหวังชงก็ไม่สามารถหาโอกาสได้ คราวนี้เขาจำต้องใช้ตัวเองเป็เหยื่อล่อ ด้วยการปรากฏตัวในหุบเขา หวังชงรู้ว่าเขาย่อมไม่สามารถหักห้ามใจได้
เขาหลบลี้อยู่ 30 ปี คราวนี้เมื่อชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อม เขาก็ก้าวออกมาจากเงามืด!
"หวังชง เ้ายอมแพ้เสียเถอะ ข้าได้คุยเื่นี้กับจักรพรรดิแล้ว หากเ้ายินดียอมจำนน เราจะปล่อยให้เ้ามีชีวิตอยู่!”
ทันใดนั้นมีเสียงดังมาจากที่ไกลๆ
เื้ักองทัพใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดเต็มไปด้วยนักรบม้าจากต่างแดน ร่างกายใหญ่กำยำเผยให้เห็นมัดกล้ามตามสัดส่วนของร่างกาย ความแกร่งกล้าสะท้อนอยู่ในสายตาของเขา แต่ความรักตัวกลัวตายก็สามารถมองเห็นได้ชัดด้วยเช่นกัน
เขาไม่ได้เป็คนขี้ขลาด อย่างไรก็ตามเื่นี้เป็เื่ลึกลับว่าทำไมมันจึงทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อนี้ได้ เขามิได้กุมกองทัพไว้ในมือมากนัก แต่ก็สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามที่มีจำนวนมากกว่าพวกเขาเป็ 10 เท่าได้
เขาเพิ่งเข้ามาบัญชาการกองทัพของแผ่นดินใหญ่ด้วยเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่จำนวนนักรบต่างแดนที่ตกตายอยู่ภายใต้กองทัพของเขาก็มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนราวกับสู้รบมานับสิบปี
ถ้าเขาไม่กลัวผู้ชายคนนี้ เขาก็คงไม่ได้ซ่อนตัวอยู่นานขนาดนี้
"เ้าคนทรยศ! "
หวังชงมองคนผู้นี้ด้วยความเกลียดชังในดวงตาของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามีใครร่วมมือกับพวกมันและคอยชี้นำพวกมัน มีรึที่ทัพต่างแดนจะมีปัญญาทำให้เกิดความเสียหายได้มากมายถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้นมันจะสามารถยึดครองหัวเมืองจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้ได้อย่างไร?
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มันทำให้เกิดขึ้น!
"ฮ่าฮ่า หวังชง นักรบศักดิ์สิทธิ์! การที่เชื้อสายของตระกูลหวัง จากตระกูลคหบดีมั่งคั่งที่พินาศตกตาย กลายมาเป็แม่ทัพชั้นแนวหน้าของแผ่นดิน! ช่างเป็เื่ปริศนาจริงๆ! ถ้าพวกขุนนางเ่าั้เลือกเ้าเป็ดำรงตำแหน่งั้แ่เมื่อสามสิบปีก่อน ตระกูลหวังอาจจะไม่พบจุดจบเช่นนี้ และบางทีแผ่นดินอาจจะมีความหวัง! อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วย่อมมิอาจแก้ไข! "
บุรุษคล้ายบัณฑิตกล่าวขึ้น
"หวังชง ขอข้าพูดอะไรหน่อย ข้ารู้ว่าเ้าเป็คนที่มีสติปัญญา! ข้าได้ปรึกษากับองค์จักรพรรดิ ท่านทรงดำริว่า หากเ้าปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อพระองค์ พระองค์จะไว้ชีวิตเ้า! นอกจากนี้พระองค์ทรงยินดีที่จะมอบตำแหน่งให้เ้าเป็ขุนนางหนึ่งในนั้น เ้ามีความคิดเห็นอย่างไร "
แต่หวังชงดูเหมือนจะไม่สนใจคำพูดของคนผู้นั้น
"อันหยาลู่ซาน"
หวังชงะโชื่อของมันออกมา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธแค้น หลังจากรอมานาน ในที่สุดโอกาสนี้ก็มาถึง พอเ้าชั่วนี้ปรากฏเขาก็ไม่สามารถต้านทานแรงปรารถนา ต้องออกมาปรากฏตัวต่อหน้ามัน
"เ้าน่าจะถูกฝังพร้อมกับข้าและต้าถังอันเกรียงไกร! "
ท่ามกลางการสั่นะเืของผืนดิน แสงสว่างอันเจิดจ้าปะทุออกมาจากหอกของหวังชงในเวลานั้นราวกับว่ามีดวงอาทิตย์เกิดขึ้นอีกดวงบนท้องฟ้า ทำให้ตาของผู้คนมืดบอด
"ถอยทัพ ถอยทัพ! "
ลมพัดอย่างบ้าคลั่ง และเมื่อเห็นหวังชง ความหวาดกลัวก็ปะทุขึ้นภายในจิตใจของทัพต่างแดนหลายพันคน พวกมันล่าถอยทัพทันทีราวกับเกลียวคลื่นในมหาสมุทรไหลย้อนคืน
"คุ้มครองใต้เท้าเทพพยากรณ์! "
ยอดนักรบต่างแดนหลายคนทำการสกัดกั้นตอบโต้ โดยรายล้อมอยู่รอบๆ อันหยาลู่ซาน ก่อนจะมีเปลวไฟและแสงสีดำะเิออกมาจากแหวนของพวกเขา อย่างไรก็ตาม มันก็สายเกินไป
ปัง! สีของท้องฟ้าได้เปลี่ยนแปลงไป แสงอันเรืองรองพุ่งตกลงมาจากฟากฟ้าราวกับว่าเป็ดาวหางที่พุ่งลงมาจากสรวง์ ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ รวมถึงนักรบต่างแดนหลายร้อยคนและอันหยาลู่ซาน
"เ้า! "
ได้ยินเสียงโหยหวนผ่านเข้ามาในหู ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัว ก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมาก่อนที่เปลวไฟจะสว่างไสว และอันหยา ลู่ซานก็กลายไปเป็ขี้เถ้าอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ใน่เวลาแห่งความตาย เขาก็ยังไม่เคยคิดเลยว่า หวังชงจะขุดหลุมพรางทั้งหมดด้วยพละกำลังของตัวเองเพื่อฆ่าเขา แม้กระทั่งตอนที่ถูกไล่ต้อนให้จนมุมแล้วก็ตาม!
ในขณะนั้นมันจะดิ้นรนสุดชีวิต แต่ก็ไม่สามารถรับมือหอกนี้ได้
"ในที่สุด ก็ทำสำเร็จ! "
ในขณะนี้ หวังชงรู้สึกตื่นเต้นอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้!
บิดามารดาและดวงิญญานับไม่ถ้วนบนแผ่นดิน พวกท่านสามารถตายตาหลับแล้ว!
ใน่ที่เผชิญหน้ากับความตาย ใบหน้าของหวังชงมีรอยยิ้มปะปน ระหว่างที่เขาจ้องมองหอกพุ่งมาทางเขาจำนวนนับไม่ถ้วนอย่างใจเย็น
บูม! ในตอนสุดท้ายเสียงะเิก็ดังสะท้านกึกก้อง หวังชง ได้ะเิตันเถียนของเขา โดยลากเหล่านักรบต่างแดนจำนวนหลายพันคนบริเวณใกล้เคียงตายไปกับเขาด้วย
มีคนกล่าวว่า่เวลาสุดท้ายของมนุษย์ดูเหมือนจะเป็นิรันดร์ เขาคิดได้ว่าที่กล่าวมาไม่เป็ความจริง!
หวังชงยิ้มอย่างเศร้าสลด โดยที่ภายในใจรู้สึกสงบ
ในที่สุดเขาก็หลุดพ้นจากพันธะหน้าที่นี้เสียที แม้มันจะผ่านมานานหลายปี แต่ในส่วนลึกของจิตใจเขาก็ยังคงเ็ป ในขณะนั้นหวังชงนึกถึง ท่านปู่ ท่านลุงใหญ่ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง ลูกพี่ลูกน้อง และ...
ถ้าหากเขาไม่ดื้อรั้น!!
ถ้าหากเขาได้สติคิดถึงความเป็จริง ลุกขึ้นยืนหยัดและปกป้องครอบครัวและบ้านเกิดเขาด้วยความสามารถทางทหารของเขาที่มี! ทุกอย่างคงไม่จบลงเช่นนี้
แต่มันก็สายเกินการ!
ทุกคนที่รักเขาและสิ่งที่เขารักได้จากเขาไปหมดแล้ว
ถ้าหากเขาสามารถกลับไปแก้ไขมันได้อีกครั้ง เขาจะทำให้ดียิ่งกว่าที่เป็ อย่างไรก็ตามมันก็สายเกินไป!
นับจากนี้ที่แผ่นดินใหญ่จะกลายเป็พื้นที่ทุ่งหญ้าล่าสัตว์ของพวกชนต่างแดน หลายพันปีต่อมาจะไม่มีใครรู้ว่ามีประเทศที่แข็งแกร่ง ที่เรียกว่าจีนหรือราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ที่เรียกว่าต้าถังอยู่ในโลก
หวังชง รู้สึกเศร้าเสียใจแต่สุดท้ายแล้วทุกคนในครอบครัวก็ได้จากเขาไป
"ไม่ มันไม่ควรจะเป็เช่นนี้! "
น้ำตาหวังชงไหลออกมาเพราะความเสียใจ ถ้าชีวิตของเขาสามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ เขาจะยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขายินดีที่จะยอมสละทุกอย่าง!
บูม!
เมื่อหวังชงเกิดความคิดเช่นนี้แวบเข้ามาในหัว เหนือท้องฟ้า้าก็เริ่มได้ยินเสียงกระหึ่มของฟ้าผ่า เมื่อแสงสุดท้ายในชีวิตของเขากำลังจะมอดดับ ทุกอย่างมืดมน หวังชงก็มองเห็นอุกกาบาต
นี่ไม่ใช่ ...อุกกาบาตที่พาเขามาสู่โลกใบนี้หรอกหรือ?
[ท่านได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น กระตุ้นพลังแห่งโชคชะตา!]
เขาได้ยิน มันเหมือนเสียงของหุ่นยนต์ซึ่งพูดโดยปราศจากอารมณ์ความรู้สึกใดๆ
"บุตรแห่งโชคชะตา! เขาเป็บุตรแห่งโชคชะตา! หยุดเขา! "
ในความมืดมิด เสียงหวีดร้องที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของนักรบม้าจากต่างแดนต่างแดนนับไม่ถ้วนก็สะท้อนออกมาอย่างฉับพลัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้ชาวต่างแดนซึ่งไม่กลัวตายเหล่านี้ เกิดความสะพรึงกลัว!
อย่างไรก็ตามหวังชงไม่รู้เื่เหล่านี้ ยังคงจมดิ่งอยู่ในนั้น
……….
"ทำไมท่านเรียกตัวเองว่านักเดินทางท่องกาลเวลา? "
มันอาจจะเป็่เวลาอันยาวนาน แต่หวังชงก็ถูกปลุกด้วยน้ำเสียงที่อยากรู้อยากเห็นดังอยู่ข้างหู เสียงนั้นดูเหมือนดังมาจากที่ไกลๆ แต่แจ่มใสราวกับระฆังกังวาน สีสันของความไร้เดียงสาและความเยาว์วัยนั้น
มีเสียงที่ชัดเจน มันเหมือนเสียงของก้อนหินหล่นลงไปในสระน้ำ ความรู้สึกของหวังชงก็สั่นคลอนเหมือนคลื่น
มันคือใคร? เสียงของใคร?
มีคนได้กล่าวว่า คนที่กำลังจะตายจะคล้ายกับดวงไฟ จิติญญาจะค่อยๆ ล่องลอยออกไป? ทำไมข้าได้ยินเสียงเ่าั้? หรือนี่เป็ภาพหลอน?
เมื่อหวังชงกำลังคิดเช่นนี้ เขาได้ยินเสียงคล้ายคนไม่พอใจ หวังชงไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วเขาก็ััถึงอะไรบางอย่าง นิ้ว? มันเป็นิ้ว! หวังชงมีปฏิกิริยาได้ทันที
ถ้าข้าตายข้าจะยังมีความรู้สึกเหมือนกับว่ามีร่างกายได้อย่างไร? เป็ไปได้ไหมว่าข้ายังไม่ตาย!
ขณะที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา มันก็ทำให้จิตใจหวังชงสั่นไหวราวกับถูกคลื่นถาโถมใส่ ด้วยความพยายาม หวังชงลืมตาขึ้นมา ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างสาดใส่ดวงตา
เมื่อเขาหันหน้าไปมองตามแสง วิสัยทัศน์ของเขาค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น ห่างไปไม่ไกลจากที่เขายืน หวังชง มองเห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ อายุประมาณ 10 ขวบ ทำหน้าตาบูดบึ้งและจ้องมองเขา
"ข้าบอกว่าอย่าทำเมินใส่ข้าอย่างไรล่ะ! "
เด็กหญิงตัวเล็กๆ เอานิ้วจิ้มหวังชงอีกครั้ง
"น้องเล็ก! "
หวังชงมองหน้านางด้วยท่าทีประหลาดใจ เด็กหญิงตัวเล็กๆ ผู้นี้มีคิ้วโค้งโก่งเหมือนคันศร ดวงตาสดใส ผิวสีดอกกุหลาบและสวมกางเกงหนังสีแดง ดูเหมือนว่านางเป็ผลงานชิ้นเอกที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาให้สอดคล้องกับคำว่างดงาม
นางดูมีความซุกซนตามธรรมชาติสมวัย นี่อาจจะเป็คนอื่นซึ่งไม่ใช่น้องสาวคนเล็กของเขาก็ได้?
อย่างไรก็ตาม นางไม่น่าจะใช่น้องเล็ก ...
หวังชง จ้องมองนางอย่างตะลึง
ข้าตายแล้วหรือยัง? เขาจำได้อย่างชัดเจน ในนาทีสุดท้ายเพื่อที่จะฆ่าอันหยาลู่ซาน เขาถูกเรียกเข้าร่วมกองทัพเพื่อสู้รบกับชนต่างแดนมามากมาย ดังนั้นเขาจะเห็นน้องสาวคนเล็กของเขาอยู่ตรงหน้าเขาได้อย่างไร?
เด็กหญิงตัวเล็กมาก เห็นได้ชัดว่า นางเหมือนมีอายุเพียงแค่ 10 ขวบ เขาอายุมากกว่าน้องสาว 5 ปี ถ้านางอายุ 10 ขวบ แล้วไม่ใช่เขา...
หวังชงยกแขนขึ้น เขาเห็นแขนทั้งสองข้างของเขาผอมบางและมีผิวละเอียดอ่อน นี่เป็ภาพที่แตกต่างเมื่อเทียบกับความทรงจำของเขา
หวังชง พูดอะไรไม่ออก นี่ข้าเกิดใหม่จริงๆ หรือ? หวังชง รู้สึกประหลาดใจและสับสน
"น้องเล็ก เ้าช่วยหยิกข้าหน่อย"
หวังชง กล่าวขึ้น
ในขณะที่เขาพูด หวังชง ก็เห็นมือเล็กๆ ที่ละเอียดอ่อนยื่นเข้าหา ก่อนความรู้สึกเจ็บจะโถมใส่
"พลังต้นกำเนิดระดับ 9! "
หวังชงดึงแขนกลับ คลื่นพลังเหล่านี้เป็สัญลักษณ์ของพลังต้นกำเนิดระดับ 9 เขาลืมไปได้อย่างไรว่าน้องสาวคนเล็กของเขามีพร์ตามธรรมชาติที่มี "มหาพละกำลัง" ที่หาตัวจับยาก
แต่เขากลับขอร้องให้นางหยิกเขา เขาโง่หรือเปล่า! "น้องเล็ก อย่า.. "
หวังชงเปลี่ยนท่าทาง ในขณะที่เขาพยายามจะหยุดนาง แต่มันก็สายเกินไป เมื่อได้ยินเสียงดังขึ้น หวังชง รู้สึกเหมือนกับว่ากระดูกกำลังจะหัก
"ปล่อยได้แล้ว น้องเล็ก" เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของหวังชง เด็กหญิงตัวเล็กๆ เดาะลิ้นจึปากของนางออกมาด้วยความรู้สึกอายและดึงนิ้วมือออก
"พี่สาม อย่าโทษข้าสิ พี่สามเป็คนบอกให้ข้าทำแบบนั้นเองนะ" เด็กหญิงตัวน้อยพูดโดยไม่มีเจตนาที่จะขอโทษ
หวังชงหัวเราะอย่างขมขื่น นี่เป็น้องสาวคนเล็กจากความทรงจำของเขา ซึ่งมีพร์และสามารถยกของหนักได้หลายเท่าตัว ความแข็งแกร่งของนางไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามารถทำได้
ถึงแม้แขนของเขาจะเ็ปมาก แต่หวังชงก็รู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง รู้สึกถึงเ็ป ความสามารถในการมองเห็น ... ทั้งหมดนี้หมายความว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตา
เขามีชีวิตอยู่จริงๆ! เขายังไม่ตาย
"พระเ้าทรงได้ยินความปรารถนาของข้างั้นหรือ? "
ตอนนี้หวังชงเกิดอารมณ์ซับซ้อนที่หลากหลาย
"ข้าเกลียดเ้านั้น จึงจำเป็ต้องบอกให้ ท่านพี่เลิกคบค้าสมาคมกับคนเลวๆ พรรค์นั้น หม่าโจว เขาทำให้พี่ถูกท่านพ่อลงโทษ และกล่าวหาว่าท่านพี่ย่ำยีสตรีหญิงสาว อย่างพี่สามของข้าจำเป็ต้องย่ำยีหญิงสาวด้วยหรือ? ไอ้คนสารเลวนั้น! ครั้งต่อไปถ้าข้าเห็นเขาอีก ข้าจะสั่งสอนเขาให้หลาบจำ ข้าจะทุบตีเขาทุกครั้งที่เห็นเขา"
เด็กหญิงตัวเล็กๆ ดูเหมือนกำลังนึกถึงบางสิ่งบางอย่าง และจู่ๆ นางก็ขยับแขนขึ้น ใช้มือทั้งสองข้างเท้าเอวและพูดเสียงดังออกมา ด้วยอารมณ์โกรธ
"น้องเล็ก"
หวังชงกอดนางไว้ในอ้อมแขนของเขา
นี่คือน้องสาวคนเล็กในความทรงจำของเขา น้องเล็กที่รักเขามาก แต่น่าเสียดายที่เขาเคยเป็อันธพาลมาก่อน เขาไม่เคยตระหนักถึงเื่นี้จนกระทั่งทุกอย่างมันสายเกินไป พระเ้าทรงมอบโอกาสครั้งที่ 2 ให้เขามีชีวิตอีกครั้ง เขาจะไม่มีวันปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นกับน้องสาวคนเล็กของเขาอีกแน่นอน
"ขอบใจ น้องเล็ก แต่ไม่จำเป็ พี่สามารถจัดการกับพวกนั้นได้ด้วยตัวเอง" หวังชงกล่าวอย่างอ่อนโยน
หวังเสี่ยวเหยาใ นางเงยหน้าขึ้นมองหวังชงด้วยความประหลาดใจ พี่สามของนางวันนี้ดูเปลี่ยนไปจากเดิมมาก
เขามักจะทำตัวเหลวไหลและมักอยู่กับเหล่าอันธพาล เป็เื่ผิดปกติที่เขาจะพูดเช่นนี้
"โอ้ พี่สาม พี่ยังไม่ได้บอกข้าเลยว่านักเดินทางท่องกาลเวลามันคืออะไร? ความหมายของนักเดินทางท่องกาลเวลาคืออะไร? ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินเื่นี้? "
หวังเสี่ยวเหยาถามและจ้องไปที่หวังชงด้วยดวงตากลมโตด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของนางอยู่ที่คำตอบ
นางไม่ค่อยสบอารมณ์ที่ตนไม่รู้ว่านักเดินทางท่องกาลเวลาคืออะไร?
"ที่…"
หลังจากฟังคำพูดของน้องสาวคนเล็กแล้ว เขาเอามือลูบจมูกของเขาด้วยท่าทางที่อับจน
คำว่า "นักเดินทางท่องกาลเวลา" นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาในโลกนี้จากภพชาติเดิมของเขา ในเวลานั้นเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาไม่รู้จักใครและรู้สึกอึดอัดกับสภาพแวดล้อมใหม่ เขารู้สึกราวกับว่าเขาเป็นักท่องเที่ยวในโลกภาพลวงตานี้
จากนั้นเขาก็เห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่น่ารักเข้ามาหาเขาและเรียกเขาว่า "พี่สาม" ดังนั้นเขาจึงล้อเลียนนาง และบอกให้นางเรียกเขาว่า "นักเดินทางท่องกาลเวลา"
อย่างไรก็ตามน้องสาวคนเล็กได้ถือเื่ตลกนี้เป็เื่ที่จริงจัง นางมักจะถามเขาถึงความหมายของ "นักเดินทางท่องกาลเวลา" อยู่เสมอ
พอคิดถึงสถานการณ์เช่นนี้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจ
"อืม นักเดินทางท่องกาลเวลา ... เป็อีกคำหนึ่งที่สำหรับเรียกบุรุษผู้หล่อเหลา"
"บุรุษผู้หล่อเหลา? " ตาของน้องสาวคนเล็กแสดงถึงความรู้สึกสับสน
"หมายถึงมีเสน่ห์งั้นหรอ! "
หวังชง หัวเราะ
"พี่สามห้ามโกหกข้า! "
น้องสาวเริ่มมีโทสะ แม้ว่านางจะอายุน้อยกว่า แต่นางไม่ยอมให้เขาโกหกนางได้ง่ายๆ
"เสี่ยวเหยา พี่กำลังนึกอะไรบางอย่าง ท่านพ่ออาจจะกลับบ้านเร็วๆ นี้ พี่ว่าเราควรรีบกลับบ้านดีกว่า เดี๋ยวท่านพ่อจะว่าเอา"
หวังชงที่หลั่งเหงื่อ รีบเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็ว หวังเสี่ยวเหยาเองก็เชื่อเขา แต่ถ้านางรู้ว่าเขาโกหกนาง เขาจะต้องสยดสยองกับพละกำลังของนาง
"เฮ้ออ! "
หวังเสี่ยวเหยาพ่นลมหายใจออกมา นางโกรธมาก แม้ว่านางอายุน้อยกว่า แต่นางไม่ได้เป็คนที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ นางคิดว่าหวังชงไม่ได้บอกความจริงกับนาง
หวังชงสามารถชักชวนให้นางกลับบ้าน แต่นางก็ยังโกรธและไม่พอใจ
"เร็วๆ นี้ท่านแม่นัดทานอาหารมื้อค่ำที่ห้องโถงใหญ่ "
หวังเสี่ยวเหยาพูดออกมาอย่างขุ่นเคืองแง่งอน ก่อนเปิดประตู
"บูม! "
เมื่อได้ยินเสียงนี้ หวังชง ก็ใกลัว
หวังชงเหงื่อไหลออกจากหน้าผาก พลางขบคิดว่านางแอบเข้ามาโดยไม่มีใครเห็น นางหลุดรอดท่านพ่อมาได้ แต่นางไม่สามารถหนีรอดจากสายตาของท่านแม่ได้
แต่ก็ยังไม่แปลกใจ ด้วยความสามารถของน้องสาวคนเล็กของเขา เขาสามารถหนีรอดเงื้อมมือของท่านแม่ได้ หลังจากที่หวังเสี่ยวเหยาออกไป หวังชงก็ปิดประตู เอาหลังพิงกำแพง เขาเงยศีรษะจ้องมองหลังคาสูง การแสดงออกของเขาค่อยๆ ดูสงบ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้นับเป็เื่ผิดปกติ เขา้าเวลาในการเรียงลำดับเหตุการณ์ความคิด
ฉากที่ถูกต้องก่อนที่ความตายของเขาจะมาเยือนตรงหน้า ภาพของอุกกาบาตดิ่งช้าลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ความทรงจำที่ห่างไกล ซึ่งดูเหมือนจะถูกลืมไปได้กลายเป็ที่ชัดเจนขึ้นมา
หวังชงจำได้อย่างชัดเจนว่าในปี พ.ศ. 2565 บนโลกยุคปัจจุบัน สถานที่แห่งหนึ่งในวันหยุดฤดูร้อน เขากำลังเดินอยู่บนถนน แต่เมื่ออุกกาบาตตกลงมาจากฟากฟ้าพุ่งใส่เขา ทำให้เขากลับไปสู่อีกมิติหนึ่ง
ในตอนแรกเขามาถึงที่นี่เขาคิดว่าจะมี "ผลประโยชน์ของนักเดินทางท่องกาลเวลา" บ้าง แต่ความเป็จริงทุกอย่างมันช่างแสนธรรมดา ถึงแม้ว่า่เวลาของ "ความตาย" นอกจากสถานะของเขาในฐานะลูกชายของแม่ทัพ เขาไม่ต่างจากคนธรรมดาคนอื่นๆ
อุกกาบาตลึกลับนั้นไม่ได้นำปาฏิหาริย์อื่นใดมา นอกจากพาเขามาสู่โลกที่แตกต่างนี้
เขาไม่เคยเดาว่าอุกกาบาตจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้นอีกครั้ง ใน่ที่เขากำลังจะจบชีวิต
"หรือเป็เพราะความไม่ยินยอมของข้าในวาระสุดท้าย? "
หวังชงสับสนกับความคิดของเขา
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บัดนี้เขาก็เกิดใหม่แล้ว เขาได้ย้อนกลับมาเมื่อสามสิบปีก่อน! ตอนเขาที่มีอายุ 15 ปี และมีน้องสาวอายุ 10 ขวบ!
่นี้เป็่เวลาที่แผ่นดินต้าถังมีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็รัฐฉินหรือต้าฮั่น ก็ไม่มีราชวงศ์ใดที่สามารถขยายอาณาเขตของตนได้เท่าที่ต้าถังได้สร้างไว้ ที่ปกครองคาบสมุทรบูรพา ูเาประจิม แผ่นดินตอนใต้ เทือกเขาตอนเหนือ ทั้งหมดล้วนตกอยู่ใต้อาณัติเขตปกครอง
ด้วยกองกำลัง 600,000 คน ต้าถังหยั่งรากฝังลึกและปราบปรามบรรดาแว่นแคว้นชนเผ่าข้างเคียง กองทัพเต็มไปด้วยผู้บัญชาการที่มีพร์ชำนาญศึก ด้วยเหตุนี้ชนเผ่าหูจึงยอมจำนนต่อความกล้าแข็ง ในเวลาเพียงไม่กี่ทศวรรษแผ่นดินก็ได้ขยายออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน
ทำให้ ต้าถัง สมควรที่จะถูกเรียกว่าศูนย์กลางของโลก
นี่เป็่เวลาที่แข็งแกร่งที่สุดของต้าถัง ผู้ปกครองถูกเรียกว่าจักรพรรดิผู้ปราดเปรื่องเนื่องจากความแข็งแกร่งและอำนาจของอาณาจักร ทุกคนในที่อยู่ในแผ่นดินต้าถัง รู้สึกอิ่มเอมและภาคภูมิใจในศักยภาพของอาณาจักรตน
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากหวังชง ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ความเกรียงไกร อาณาจักรที่รุ่งเรืองนี้กำลังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งหายนะ
ภายใต้ภาพลวงตาของความเจริญรุ่งเรือง วิกฤตหลายอย่างถูกปิดซ่อนอยู่มากมาย
ต้าถังตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออก ชาวซีซางก็ซ่องสุมกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจนเริ่มที่จะมีบทบาทอำนาจ ห่างออกไปทางทิศตะวันตก พวกเปอเซียอาหรับที่อดอยากแร้นแค้น แทนที่มันจะตกต่ำแต่มันกลับแข็งแกร่งสุดในยุคสมัยประวัติศาสตร์
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีกองกำลังนักรบบนหลังม้า และทางทิศใต้ก็เริ่มมีคลื่นใต้น้ำ
วิกฤตการณ์ทั้งหมดเหล่านี้พร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุก่เวลา
อย่างไรก็ตามในต้าถัง ทุกคนถูกกล่อมเกลาให้ตกอยู่ภาพลวงตาของความรุ่งเรืองนี้ โดยไม่รู้ถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ ซ้ำร้ายภายในยังมีนิกายลัทธิที่ขยับขยายเติบโตขึ้น และเริ่มแผ่ขยายอิทธิพลเข้าสู่ทวีปตอนกลาง มีนักปราชญ์คอยแห่งความเชื่อใหม่ๆ โดยให้ใช้หลักความคิดเหตุผล บีบบังคับให้ราชสำนักยกเลิกระบบกองทัพ อ้างหลักคุณธรรม ใช้เหตุผลแทนกำลัง เพื่อสร้างสันติภาพระยะยาวให้ระหว่างชนเผ่าต่างๆ กับแผ่นดิน
ความคิดเช่นนี้มันไม่เคยมีมาก่อน บอกให้บั่นทอนกำลังของตัวเอง คล้ายบอกให้พยัคฆ์ถอดกรงเล็บ หมาป่าถอดเขี้ยว กลายเป็อสรพิษที่ไร้พิษสง
สี่ปีต่อมา เมื่อถึงคราวหายนะบังเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็ ภัยจากทางตะวันออกเฉียงใต้ หายนะจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แผ่นดินใหญ่ อาณาจักรที่เกรียงไกรคงพินาศไม่เหลือ
แผ่นดินที่รักยิ่งของเขาได้เริ่มตกต่ำลงใน่สี่ปีมานี่ แตกแยกออกเป็เสี่ยงๆ สักวันคงถูกทำลายลง ตระกูลแม่ทัพที่เคยได้รับการยกย่องได้แต่จมสู่ปลักโคลน
เขาซึ่งมีชีวิตอยู่ในก่อนหน้านี้ ย่อมได้สติตื่นตัว หากมันผ่านมาแล้วทุกอย่างย่อมไม่อาจแก้ไขได้ แต่ในชีวิตนี้ ด้วยความทรงจำและประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาจะไม่ยอมให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ในชีวิตที่ผ่านมาของเขาก่อนหน้านี้ เขาเคยนึกถึงเหตุผลที่ว่าทำไมอาณาจักรขนาดใหญ่แห่งนี้จึงได้พบกับความพินาศใน่เวลาสั้นๆ ถ้าเขาสามารถใช้แผนการที่เขาสร้างขึ้นใน "สามสิบปีต่อมา" ได้แล้ว ราชวงศ์ถังที่เสื่อมโทรมก็ยังพลิกฟื้นขึ้นมาได้
แต่ทั้งหมดนี้เขาจำเป็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่มีผลกระทบขึ้นกับครอบครัว พี่ใหญ่ พ่อแม่ และคนตระกูลหวังทั้งหมด ทุกคนจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นตระกูลหวังทั้งหมดจะค่อยๆ ตกต่ำลงและไม่สามารถฟื้นคืนกลับมาได้อีก
หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น บรรดาผู้ที่รักเขาและคนที่เขารักต้องจากเขาไป
และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่เขามาถึงในโลกนี้
แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจกับมัน อย่างไรก็ตามครั้งนี้เขาจะเปลี่ยนแปลงมัน!
เขาจะอยู่ต่อไปอย่างไรหากบ้านช่องของเขาถูกทำลาย ถ้าเขาไม่สามารถช่วยเหลือคนในครอบครัวของเขาให้รอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ได้ แล้วเขาจะสามารถช่วยโลกได้อย่างไร?
เขาต้องป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น!
หวังชงเปิดประตูและเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับความคิดนี้ เมื่อเห็นทัศนียภาพที่คุ้นเคย หวังชง ตระหนักได้ดีว่าเื่ต่อไปนี้เป็สิ่งที่สำคัญต่อตัวเขาเป็อย่างมาก
จบตอน