จิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม

    บทที่ 51.1: รัศมีราชันมังกรแปดหาง และการจำแลงกายสยบบุปผา

    ภายใต้ความเงียบสงัดของรัตติกาลที่ปกคลุมไปทั่วขุนเขา ภายในห้องโถงศิลาอันโอ่อ่าของคฤหาสน์ลับที่ถูกซ่อนเร้นจากสายตาชาวโลก บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มที่แฝงไปด้วยความคาดหวังอันแรงกล้า หลินเฟิงที่เพิ่งกลับมาจากการหลอมรวมกับสองแฝดตระกูลซุนได้ส่งสัญญาณเรียกเหล่าบุปผาทั้ง 12 นางมาพร้อมกันในยามค่ำคืนนี้ ร่างกายของเขายังคงแผ่ซ่านไปด้วยพลังงานมหาศาลที่เพิ่งได้รับจากการหลอมรวมหยินหยางขั้นสูงสุด

     

    ม่านพลังมนตราจิ้งจอกสีม่วงเข้มที่หลินเฟิงกางไว้หนาแน่นจนอากาศภายในดูเหมือนจะหยุดนิ่ง แสงเทียนจากเชิงเทียนทองคำนับร้อยเล่มสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านของเหล่าสตรีทั้ง 12 นางที่มารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง พวกนางต่างรู้ดีว่าคืนนี้จะไม่ใช่การพบปะธรรมดา เพราะกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากหลินเฟิงนั้นเข้มข้นและทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่เพียงแค่กลิ่นอายของจิ้งจอกเจ็ดหางอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่สูงส่งและน่าเกรงขามกว่านั้นมาก

     

    เปลวเทียนที่ริบหรี่ส่องแสงไปตามผนังหินอ่อนที่แกะสลักลวดลายมังกรและนกฟีนิกซ์อย่างวิจิตรบรรจง เงาของเหล่าสตรีที่งดงามเต้นระบำไปตามแสงเทียนที่สั่นไหว สร้างบรรยากาศที่ลึกลับและเร้าใจ กลิ่นหอมของธูปหายากและน้ำหอมจากดอกไม้นานาชนิดอบอวลไปทั่วห้องโถง ผสมปนเปกับกลิ่นอายของความปรารถนาที่เริ่มลุกโชนขึ้นในใจของเหล่าสตรี

     

    กลิ่นอายของมวลบุปผาหลากหลายสายพันธุ์อบอวลไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นหอมที่เกิดจากการผสมผสานของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์และทรงพลัง หูเม่ย จิ้งจอกสาวผู้ซื่อสัตย์ยืนสงบนิ่งอยู่แถวหน้าสุด ผิวพรรณของนางแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายปีศาจที่เย้ายวน ดวงตาสีทองของนางจ้องมองไปยังแท่นประทับด้วยความเคารพและความโหยหาที่ปิดบังไม่ได้ หางจิ้งจอกสีเงินที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ในฐานะปีศาจจิ้งจอกเช่นเดียวกัน นางสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในพลังของหลินเฟิงได้ชัดเจนที่สุด ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นและความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้

     

    ข้างกายคือนางกระต่ายน้อย ไป๋เอ๋อร์ ที่บัดนี้ดูเติบโตขึ้นและมีความเป็นสตรีเต็มตัว ดวงตากลมโตของนางสั่นไหวด้วยความตื่นเต้น หูกระต่ายเล็กๆ ตั้งชันขึ้นเมื่อรู้สึกถึงพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปของนายท่าน ร่างกายเล็กๆ ของนางสั่นเทาด้วยความคาดหวังที่จะได้สัมผัสพลังใหม่นี้ แม้จะเป็นเพียงปีศาจกระต่ายระดับต่ำ แต่สัญชาตญาณของนางก็บอกได้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของนางไปตลอดกาล ดวงตาใสซื่อของนางเต็มไปด้วยความไว้วางใจอย่างสมบูรณ์ต่อหลินเฟิง

     

    ถัดมาคือ หลี่ซู หญิงสาวชาวบ้านผู้มีเสน่ห์แบบธรรมชาติที่หลินเฟิงหลงใหล นางยืนอยู่ด้วยท่าทีที่เรียบง่ายแต่งดงาม ผิวพรรณที่ขาวใสและรอยยิ้มอ่อนโยนทำให้นางดูโดดเด่นท่ามกลางเหล่าสตรีที่มีพื้นเพมาจากตระกูลใหญ่ แม้จะเป็นเพียงสาวชาวบ้าน แต่ความบริสุทธิ์และความจริงใจของนางกลับเป็นสิ่งที่หลินเฟิงให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ดวงตาใสซื่อของนางเต็มไปด้วยความไว้วางใจและความรักที่บริสุทธิ์ ไม่มีความคิดคำนวณหรือความปรารถนาในอำนาจใดๆ เพียงแค่ความรักที่แท้จริงต่อชายคนที่นางมอบหัวใจให้

     

    ในอีกมุมหนึ่ง กลุ่มสตรีจากตระกูลซุนยืนเรียงรายกันอย่างสง่างามประหนึ่งดอกโบตั๋นที่บานสะพรั่งในสามฤดูกาล ฮูหยินซุน ผู้เป็นมารดายังคงความงดงามที่เปี่ยมไปด้วยวุฒิภาวะและเสน่ห์ของสตรีวัยสะพรั่ง ผิวพรรณที่ยังคงเนียนนุ่มและรูปร่างที่สมส่วนทำให้นางดูเหมือนพี่สาวของลูกสาวมากกว่าแม่ ริมฝีปากอิ่มเอิบของนางเผยรอยยิ้มลึกลับที่แฝงไปด้วยความปรารถนา ดวงตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในเรื่องของชายหญิงทำให้นางดูเซ็กซี่และน่าหลงใหลอย่างยิ่ง

     

    ขนาบข้างด้วยลูกสาวทั้งสอง ซุนซือซือ และ ซุนเหมยเหมย ที่มีความงามโดดเด่นไม่แพ้กัน ซือซือที่เป็นพี่สาวมีท่าทีที่เซ็กซี่และมั่นใจ ร่างกายที่เต็มเปี่ยมและเส้นสายที่เย้ายวนทำให้นางดูเป็นผู้หญิงเต็มตัว ส่วนเหมยเหมยกลับดูอ่อนหวานและน่าเอ็นดู ความบริสุทธิ์ที่ยังคงอยู่ในดวงตาของนางผสมกับความงามที่เริ่มบานสะพรั่งทำให้นางมีเสน่ห์แบบเฉพาะตัว ทั้งสามแม่ลูกต่างมีกลิ่นอายที่เปี่ยมไปด้วยความสง่างามของตระกูลใหญ่ แต่ในดวงตาของพวกนางกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาที่มีต่อชายคนเดียวกัน

     

    ฝั่งผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอย่าง มู่หรงชิง จอมยุทธ์หญิงผู้หยิ่งผยองยืนกอดอกด้วยท่าทีที่พยายามรักษาความเยือกเย็น แต่ดวงตาของนางกลับเผยความโหยหาออกมาอย่างปิดไม่มิด ใบหน้าที่เคร่งขรึมและท่าทางที่แข็งกร้าวไม่อาจปกปิดความรู้สึกลึกๆ ที่มีต่อหลินเฟิงได้ ร่างกายที่แกร่งกล้าจากการฝึกยุทธ์สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่พยายามระงับ ในฐานะจอมยุทธ์ขั้นสูง นางสามารถรับรู้ถึงพลังที่น่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมาจากหลินเฟิงได้อย่างชัดเจน และมันทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าที่จะกลัว

     

    เช่นเดียวกับ ชิงเย่ว และ หลินหลาน สองศิษย์พี่ศิษย์น้องที่บัดนี้ยอมสละความถือตัวเพื่อชายเพียงคนเดียว ทั้งสองนางยืนเคียงข้างกันด้วยท่าทีที่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เหลือร่องรอยของความเย่อหยิ่งที่เคยมี ชิงเย่วที่เป็นพี่สาวมีสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหล ดวงตาของนางติดตามทุกการเคลื่อนไหวของหลินเฟิงอย่างไม่วางตา ส่วนหลินหลานกลับดูขี้อายแต่เต็มไปด้วยความคาดหวัง นางมักจะก้มหน้าลงเมื่อรู้สึกว่าหลินเฟิงมองมา แต่แล้วก็แอบเหลือบมองกลับด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

     

    ที่โดดเด่นที่สุดในยามนี้คือ หานซี และ หานรั่ว สองพี่น้องฝาแฝดที่เพิ่งผ่านการหลอมรวมพลังมังกรหงส์มาหมาดๆ รัศมีรอบกายของพวกนางดูสูงส่งและทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวพรรณที่เคยขาวใสบัดนี้กลับมีประกายแวววาวเหมือนไข่มุกที่ถูกขัดเงา ดวงตาที่เคยใสซื่อบัดนี้กลับมีประกายลึกลับที่แฝงไปด้วยพลังงานมหาศาล ผมยาวสีดำที่เคยธรรมดาบัดนี้กลับมีประกายสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นเป็นระยะ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เหล่าสตรีคนอื่นๆ มองพวกนางด้วยสายตาที่ผสมปนเประหว่างความอิจฉาและความอยากรู้

     

    หานซีที่เป็นพี่สาวยืนด้วยท่าทีที่มั่นใจและเซ็กซี่ขึ้น ร่างกายของนางดูเต็มเปี่ยมและมีเสน่ห์มากขึ้น ทุกการเคลื่อนไหวของนางแผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายของผู้หญิงที่ได้รับการหล่อหลอมจากรสกามขั้นสูง ส่วนหานรั่วกลับดูอ่อนหวานแต่มีเสน่ห์ที่ลึกลับขึ้น ความบริสุทธิ์ที่เคยมีผสมกับประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับทำให้นางมีเสน่ห์แบบเฉพาะตัวที่น่าหลงใหล ทั้งสองพี่น้องต่างมีรอยยิ้มลึกลับบนริมฝีปาก ราวกับกำลังแบ่งปันความลับที่เพียงพวกนางเท่านั้นที่รู้

     

    และสุดท้ายคือ ชิงชิง ปีศาจงูสาวที่ขดกายอยู่อย่างสงบในมุมมืด ร่างกายที่ยาวเรียวและเกล็ดงูที่แวววาวใต้แสงเทียนทำให้นางดูลึกลับและน่าเกรงขาม ดวงตาสีอำพันของนางจ้องมองไปยังแท่นประทับด้วยความกระหายในพลังและรสกามที่นางรู้ดีว่ากำลังจะเกิดขึ้น ลิ้นสองแฉกแลบออกมาเป็นระยะเพื่อรับรู้กลิ่นอายที่เปลี่ยนแปลงไปของหลินเฟิง ร่างกายงูที่ยาวเหยียดสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นที่กดไม่อยู่ ในฐานะปีศาจงูขั้นสูง นางสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในสายเลือดของหลินเฟิงได้อย่างชัดเจน และมันทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

     

    บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยความเงียบสงัดที่หนักอึ้ง เสียงหายใจของเหล่าสตรีทั้ง 12 นางดังชัดเจนในความเงียบ หัวใจของพวกนางเต้นรัวแรงด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น กลิ่นหอมจากร่างกายของพวกนางผสมปนเปกันจนกลายเป็นกลิ่นอายที่เย้ายวนและเร้าใจ อากาศในห้องโถงหนาแน่นไปด้วยความตึงเครียดและความปรารถนาที่เริ่มลุกโชนขึ้น

     

    เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ราวกับกำลังรอคอยสิ่งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น เสียงเทียนที่แผดเผาและเสียงลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างเป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังขึ้นในความเงียบ เหล่าสตรีทุกคนต่างรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในอากาศรอบข้าง มันเต็มไปด้วยพลังงานที่ทรงพลังและน่าเกรงขาม

     

    ทันใดนั้น ความเงียบสงัดก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงสั่นสะเทือนของมิติที่ดังสนั่นประหนึ่งเสียงฟ้าคำราม พลังปราณมหาศาลสีม่วงทองระเบิดออกเป็นวงกว้างจากใจกลางห้องโถง คลื่นพลังงานที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจราชันและกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นพุ่งเข้าปะทะร่างของหญิงสาวทุกคนอย่างรุนแรง แรงกดดันมหาศาลทำให้พวกนางรู้สึกเหมือนถูกภูเขาทั้งลูกกดทับจนต้องทรุดกายลงคุกเข่าหมอบกราบกับพื้นศิลาที่เย็นเฉียบ ร่างกายของพวกนางสั่นสะท้านด้วยความยำเกรงและลุ่มหลงในเวลาเดียวกัน

     

    "อ๊ะ... พลังนี้..." หูเม่ยกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือ ในฐานะปีศาจจิ้งจอกเช่นเดียวกัน นางสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ได้ชัดเจนที่สุด "นี่คือ... พลังแปดหาง!"

     

    "ไม่อาจเป็นไปได้..." มู่หรงชิงพึมพำด้วยความตกตะลึง แม้จะเป็นจอมยุทธ์ขั้นสูง แต่พลังที่แผ่ซ่านออกมานี้ก็ทำให้นางรู้สึกเล็กเหมือนมดตัวหนึ่ง

     

    "ท่านหลิน... ท่านได้ก้าวข้ามไปสู่ระดับใหม่แล้ว..." ไป๋เอ๋อร์ครางเสียงเบาด้วยความหลงใหลและความเกรงขาม

     

    เหล่าสตรีทุกคนต่างรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ ร่างกายของพวกนางสั่นสะท้านไม่เพียงแต่ด้วยความกลัว แต่ยังด้วยความตื่นเต้นและความปรารถนาที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล พลังที่แผ่ซ่านออกมานั้นไม่เพียงแต่ทรงอำนาจ แต่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ไม่อาจต้านทานได้

     

    ท่ามกลางแสงสว่างเจิดจ้าที่ค่อยๆ จางลง ร่างสูงโปร่งของหลินเฟิงปรากฏกายออกมาอย่างสง่างามเหนือแท่นประทับ รูปลักษณ์ของเขาในยามนี้ช่างดูอลังการและทรงอำนาจจนยากจะหาคำบรรยายใดมาเปรียบเปรย หางสีทองอร่ามทั้งแปดพริ้วไหวอยู่เบื้องหลังประหนึ่งรัศมีแห่งเทพเจ้าจิ้งจอกบรรพกาลที่จุติลงมายังโลกมนุษย์ แต่ละหางแฝงไปด้วยพลังงานชีวิตที่มหาศาลและพลังทำลายล้างที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสรรพสิ่ง หางที่แปดซึ่งเป็นหางใหม่ที่เพิ่งงอกออกมานั้นดูใหญ่โตและทรงพลังกว่าหางอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

     

    ที่หางตาและหลังมือแกร่งของเขาปรากฏเกล็ดมังกรสีทองจางๆ ที่สะท้อนแสงเทียนอย่างงดงามประหนึ่งอัญมณีล้ำค่าที่ถูกเจียระไนมาอย่างดี เกล็ดเหล่านี้คือสัญลักษณ์ของการวิวัฒนาการสู่สายเลือดมังกรที่สูงส่ง แสดงให้เห็นว่าเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของปีศาจจิ้งจอกธรรมดาไปแล้ว ดวงตาที่เคยขี้เล่นและเจ้าเล่ห์บัดนี้กลับเต็มไปด้วยอำนาจการปกครองที่เยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนดุจเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง

     

    ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบัดนี้กลับดูสง่างามและทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้กลับมีกล้ามเนื้อที่กระชับและสมส่วนยิ่งขึ้น ผิวพรรณที่เคยขาวใสบัดนี้กลับมีประกายทองจางๆ ที่แผ่ซ่านออกมาประหนึ่งแสงอรุณ

     

    เสน่ห์ของราชันปีศาจจิ้งจอก (มังกร) ขั้นปลายแผ่กระจายออกไปครอบงำจิตใจของหญิงสาวทุกคนในพริบตา เพียงแค่เขากวาดสายตามองผ่าน พวกนางก็รู้สึกเหมือนร่างกายถูกเปลื้องผ้าออกด้วยสายตาคู่นั้น ความร้อนรุ่มพุ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย และมดลูกของพวกนางก็สั่นระริกด้วยความต้องการที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป

     

    "อื้อออ..." หลี่ซูครางเสียงเบาด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความปรารถนาที่พุ่งทะยานขึ้นอย่างกะทันหัน

     

    "ท่านหลิน... ท่านช่างงดงามเหลือเกิน..." ฮูหยินซุนกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ลุกโชนขึ้น

     

    เหล่าสตรีทุกคนต่างมองหลินเฟิงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหลงใหลและความปรารถนา พวกนางรู้สึกเหมือนถูกสะกดด้วยมนตราที่ไม่อาจต้านทานได้ ร่างกายของพวกนางร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ และความต้องการที่ฝังลึกในใจก็เริ่มปรากฏออกมาอย่างชัดเจน

     

    หลินเฟิงก้าวเดินลงจากแท่นประทับอย่างช้าๆ ท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยความสง่างามและน่าเกรงขามประหนึ่งพญามังกรที่กำลังตรวจตราอาณาจักรของตน เสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นศิลาดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด แต่ละก้าวที่เขาเดินทำให้อากาศรอบข้างสั่นไหวเล็กน้อยด้วยพลังที่แผ่ซ่านออกมา

     

    เขาหยุดยืนอยู่ใจกลางวงล้อมของเหล่าบุปผาที่งดงามทั้ง 12 นาง กวาดสายตามองพวกนางด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาที่จะครอบครอง สายตาของเขาเลื่อนไปจากหน้าหนึ่งไปยังอีกหน้าหนึ่งอย่างช้าๆ ราวกับกำลังประเมินสมบัติล้ำค่าของตน

     

    "ยอดรักของข้าทุกคน..." เสียงทุ้มต่ำที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังของเขาดังก้องไปทั่วห้องโถง ทำให้หัวใจของเหล่าสตรีเต้นรัวแรงขึ้น "วันนี้ข้าเรียกพวกเจ้ามา ไม่ใช่เพียงเพื่อการร่วมรักธรรมดาอย่างที่เคยเป็นมา..."

     

    เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง ปล่อยให้คำพูดของเขาซึมซับเข้าไปในจิตใจของพวกนาง เหล่าสตรีทุกคนต่างรอคอยด้วยลมหายใจที่ติดขัด

     

    "แต่เพื่อมอบของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ข้าเคยมี..." หลินเฟิงยกมือขึ้น หางทั้งแปดพริ้วไหวขึ้นอย่างสง่างาม "พลังแห่งแปดหางมังกรที่ข้าเพิ่งบรรลุถึงขีดสุด จะถูกถ่ายทอดให้แก่พวกเจ้าทุกคนผ่านการหลอมรวมหยินหยางขั้นสูงสุด..."

     

    เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นจากเหล่าสตรีหลายคน พวกนางรู้ดีว่าสิ่งที่หลินเฟิงกำลังเสนอนั้นมีค่ายิ่งกว่าทองคำและอัญมณีใดๆ ในโลก

     

    "เพื่อยกระดับรากฐานพลังและเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจสำคัญในพระราชวังที่กำลังจะมาถึง" หลินเฟิงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

     

    เขากางแขนออกกว้าง รัศมีสีทองแผ่ซ่านออกมาจากร่างประหนึ่งคลื่นพลังงานที่ไร้ขอบเขต หางทั้งแปดเปล่งประกายสว่างไสวจนแสบตา

     

    "ข้าสัญญาว่า คืนนี้ไม่มีใครจะถูกทอดทิ้ง และไม่มีใครจะได้รับน้อยไปกว่ากัน..." เสียงของเขาดังขึ้นและเต็มไปด้วยอำนาจ "ข้าจะเติมเต็มพวกเจ้าทุกคนด้วยตัวตนของข้า... พร้อมกันในยามนี้!"

     

    เหล่าสตรีทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและความตื่นเต้น พวกนางไม่เคยคิดว่าจะได้รับเกียรติเช่นนี้ การที่จะได้รับพลังจากราชันปีศาจจิ้งจอกแปดหางนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกนี้

     

    สิ้นเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยอำนาจการสั่งการ หลินเฟิงก็ประสานอินด้วยมือแกร่งอย่างรวดเร็วและมั่นคง นิ้วทั้งสิบเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วในการสร้างเครื่องหมายลึกลับที่ซับซ้อน ทันใดนั้น พลังปราณแปดหางที่อยู่เบื้องหลังก็ส่องแสงเจิดจ้าจนแสบตาและเริ่มแยกตัวออกจากร่างหลัก

     

    แสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานห้องโถงก่อนจะค่อยๆ ก่อตัวเป็นร่างจำแลงของหลินเฟิงเพิ่มขึ้นมาอีก 7 ร่าง รวมเป็น 8 ร่างที่เหมือนกันทุกประการ ทั้งรูปร่าง หน้าตา และกลิ่นอายที่เปี่ยมไปด้วยกำหนัดอันแรงกล้า ร่างจำแลงแต่ละร่างมีหางหนึ่งหางที่ทรงพลังพริ้วไหวอยู่เบื้องหลังประหนึ่งอาวุธลับที่พร้อมจะรุกรานและสยบทุกสรรพสิ่ง

     

    "อ๊ะ... นี่คือ..." หูเม่ยกระซิบด้วยความตกตะลึง

     

    "วิชาแยกกาย... แต่สมบูรณ์แบบเกินกว่าที่เคยเห็นมา..." มู่หรงชิงพึมพำด้วยความประหลาดใจ

     

    เหล่าสตรีทั้ง 12 นางต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและหลงใหลในอำนาจที่อยู่เหนือจินตนาการนี้ พวกนางไม่เคยเห็นวิชาแยกกายที่สมบูรณ์แบบและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่รุนแรงเช่นนี้มาก่อน ร่างจำแลงทั้ง 8 ของหลินเฟิงยืนเรียงรายกันอย่างสง่างามประหนึ่งกองทัพเทพบุตรที่พร้อมจะเข้าจู่โจมหัวใจของพวกนาง

     

    แต่ละร่างจำแลงต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเล็กน้อย ร่างหลักยังคงความสง่างามและอำนาจเหนือกว่า ร่างที่สองดูดุดันและเร่าร้อน ร่างที่สามมีสายตาที่เย้ายวนและลึกลับ ร่างที่สี่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความหลงใหล ร่างที่ห้าดูแข็งแกร่งและทรงพลัง ร่างที่หกมีเสน่ห์ที่ลึกลับและน่าค้นหา ร่างที่เจ็ดเต็มไปด้วยความเซ็กซี่และเย้ายวน และร่างที่แปดดูสงบแต่แฝงไปด้วยพลังที่น่าเกรงขาม

     

    บรรยากาศในห้องโถงบัดนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นถึงขีดสุด อากาศหนาแน่นไปด้วยพลังงานและความปรารถนาที่พุ่งพล่าน เหล่าสตรีทุกคนต่างรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตนเอง ความร้อนรุ่มที่เพิ่มขึ้น การเต้นของหัวใจที่รัวแรง และความต้องการที่ไม่อาจปฏิเสธได้

     

    "เตรียมตัวเถิด... ยอดรักของข้าทุกคน..." หลินเฟิงร่างหลักกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความปรารถนา "พายุแห่งความพิศวาสกำลังจะเริ่มต้นขึ้น..."

     

    ร่างจำแลงทั้ง 8 เริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เข้าใกล้เหล่าสตรีที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น แต่ละร่างเลือกเป้าหมายของตนอย่างระมัดระวัง เหล่าสตรีทุกคนต่างรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองตนด้วยความปรารถนาและความรัก

     

    ก่อนที่พายุแห่งความพิศวาสจะอุบัติขึ้นอย่างเป็นทางการ...

     

    ท่ามกลางแสงสีม่วงทองที่สว่างไสวไปทั่วห้องโถง ร่างจำแลงทั้ง 8 ของหลินเฟิงเริ่มเคลื่อนไหวประหนึ่งเงาพรายที่เปี่ยมไปด้วยกำหนัด ร่างกายของเหล่าสตรีทั้ง 12 นางสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ บทรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการสลัดทิ้งซึ่งอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายจนเผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่งดงามราวกับสรวงสวรรค์

     

    หลินเฟิงร่างหลักก้าวเข้าหาฮูหยินซุนที่นอนทอดกายอย่างเอียงอายอยู่บนพรมหนา โดยมีซือซือและเหมยเหมยคอยปรนนิบัติอยู่ขนาบข้าง ดวงตาของฮูหยินซุนเต็มไปด้วยความหลงใหลและความปรารถนาที่ลุกโชน ริมฝีปากอิ่มเอิบของนางเผยรอยยิ้มเย้ายวนที่เชื้อเชิญ

     

    "ท่านหลิน... ข้ารอคอยวันนี้มานานแล้ว..." ฮูหยินซุนกระซิบด้วยเสียงที่เซ็กซี่และเร้าใจ

     

    เขาใช้ท่อนเนื้อแกร่งที่ร้อนระอุประหนึ่งเหล็กเผาไฟกดแทรกเข้าไปในร่องรักที่ฉ่ำเยิ้มของฮูหยินซุนในคราเดียว ความใหญ่โตและความร้อนระอุทำให้นางต้องแอ่นหลังขึ้นรับ

     

    "อ๊าาาาา!" ฮูหยินซุนกรีดร้องออกมาด้วยความจุกเสียดและสุขสม เสียงครางที่หวานล้ำดังก้องไปทั่วห้องโถง พลังมังกรแปดหางไหลทะลักเข้าสู่มดลูกของนางประหนึ่งลาวาร้อน ทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยพบมาก่อน

     

    ในขณะเดียวกัน หลินเฟิงก็ใช้มือทั้งสองข้างบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่มของสองพี่น้องซือซือและเหมยเหมยอย่างดุดัน นิ้วแกร่งบดขยี้ปลายยอดปทุมถันที่แข็งเป็นไตจนทั้งสองสาวต้องครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน

     

    "อื้มมม... ท่านหลิน... มือท่านช่างเชี่ยวชาญ..." ซือซือครางด้วยเสียงที่สั่นเครือ

     

    "อ๊ะ... แรงกว่านี้อีกเจ้าค่ะ..." เหมยเหมยร้องขอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

     

    ก่อนจะใช้หางทองคำลูบไล้ไปตามจุดอ่อนเร้นลับของพวกนางจนทั้งสามแม่ลูกต้องบิดกายเร่าด้วยความรัญจวนใจที่ทับซ้อนกัน หางที่นุ่มนวลแต่ทรงพลังเลื่อนไปตามร่องรักที่เปียกชื้นของทั้งสองสาว ทำให้พวกนางต้องกระตุกเกร็งด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุขีดจำกัด

     

    ร่างจำแลงที่สองเข้าจู่โจมจิ้งจอกสาวและกระต่ายน้อยอย่างรวดเร็ว เขาจัดท่าทางให้หูเม่ยและไป๋เอ๋อร์นอนกอดจูบกันเองในขณะที่เขาเข้าแทรกกลาง หางจิ้งจอกสีเงินของหูเม่ยพริ้วไหวด้วยความตื่นเต้น ส่วนหูกระต่ายของไป๋เอ๋อร์ก็ตั้งชันขึ้นด้วยความเร้าใจ

     

    "หูเม่ย... เจ้าช่างงดงาม..." ร่างจำแลงกระซิบในหูของนางด้วยเสียงที่เร้าใจ

     

    "ไป๋เอ๋อร์... เจ้าโตขึ้นแล้ว... และเซ็กซี่ขึ้นด้วย..." เขาเอ่ยกับกระต่ายน้อยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

     

    หางจิ้งจอกที่ทรงพลังพันรอบเอวของพวกนางไว้แน่น ร่างจำแลงเริ่มซอยเอวเข้าใส่หูเม่ยอย่างรัวเร็วในขณะที่ใช้ลิ้นเลียไปตามยอดอกของไป๋เอ๋อร์ ลิ้นที่ร้อนระอุและเปียกชื้นทำให้กระต่ายน้อยต้องสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน

     

    "อื้อออ... ท่านหลิน... ลิ้นท่าน... มันร้อนเหลือเกิน..." ไป๋เอ๋อร์ครางด้วยเสียงที่หวานใส

     

    "อ๊ะ... อ๊าาา... ลึกเกินไป... แต่ข้าชอบ..." หูเม่ยครางลั่นขณะที่ร่างกายถูกกระแทกไปข้างหน้าทุกครั้ง

     

    พลังปีศาจจิ้งจอกแปดหางที่บริสุทธิ์ถูกถ่ายทอดผ่านน้ำรักที่เริ่มหลั่งซึมออกมา ทำให้หูเม่ยถึงกับตาพร่ามัวและไป๋เอ๋อร์กระตุกเกร็งด้วยความเสียวซ่านที่เหนือกว่าทุกครั้งที่เคยได้รับ ร่างกายของทั้งสองสาวเริ่มแผ่ซ่านไปด้วยรัศมีจางๆ ที่แสดงถึงการได้รับพลังใหม่

     

    จอมยุทธ์หญิงผู้หยิ่งผยองถูกร่างจำแลงที่สามกดร่างลงกับผนังศิลาในท่าที่น่าอับอาย ขาเรียวยาวของนางถูกยกขึ้นพาดบ่าแกร่ง ท่าทางนี้ทำให้ร่องรักของนางเปิดกว้างรับการรุกราน

     

    "ข้าเป็นจอมยุทธ์... ข้าจะไม่ยอม..." มู่หรงชิงพยายามต่อต้านด้วยเสียงที่สั่นเครือ

     

    แต่ร่างจำแลงกลับยิ้มอย่างเย้ายวน "เจ้าปากว่าไม่ยอม แต่ร่างกายของเจ้ากลับซื่อสัตย์เหลือเกิน..."

     

    เขาชี้ไปที่ร่องรักที่เปียกชื้นและพร้อมรับ ทำให้มู่หรงชิงต้องหน้าแดงด้วยความอับอาย

     

    ร่างจำแลงกระแทกกระทั้นเข้าหานางอย่างป่าเถื่อนประหนึ่งพญามังกรที่กำลังสยบพยัคฆ์ ความแข็งแกร่งของร่างกายที่ฝึกยุทธ์มาทำให้นางสามารถรับการรุกรานที่รุนแรงได้

     

    "อื้อออ! หลินเฟิง... แรงอีก... ข้าต้องการพลังของท่าน!" มู่หรงชิงครางกระเส่า ความเย่อหยิ่งที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่แรงกล้า

     

    ผิวพรรณของนางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อเมื่อพลังมังกรเริ่มหลอมรวมเข้ากับรากฐานพลังของนาง ทำให้ความแข็งแกร่งของนางพุ่งทะยานขึ้นในทุกจังหวะการสอดใส่ กล้ามเนื้อที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้กลับกระชับและเซ็กซี่ขึ้น

     

    สองศิษย์พี่ศิษย์น้องถูกมนตราจิ้งจอกสะกดจนลืมสิ้นซึ่งความอาย พวกนางผลัดกันปรนนิบัติร่างจำแลงที่สี่ด้วยปากและมืออย่างบ้าคลั่ง ชิงเย่วใช้ริมฝีปากอิ่มเอิบอมท่อนเนื้อที่แข็งขืน ส่วนหลินหลานใช้ลิ้นเล็กๆ เลียไปตามความไวของส่วนปลาย

     

    "อื้มมม... หวานจัง..." ชิงเย่วครางด้วยความหลงใหล

     

    "ข้าอยากได้มากกว่านี้..." หลินหลานกระซิบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

     

    ร่างจำแลงใช้หางที่แปดเล้าโลมจุดอ่อนของพวกนางพร้อมกัน หางที่นุ่มนวลแต่ทรงพลังเลื่อนไปตามร่องรักที่เปียกชื้น ทำให้ทั้งสองสาวต้องสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน

     

    พลังหยินหยางหมุนวนรอบกายพวกนางประหนึ่งพายุหมุน ทุกครั้งที่หลินเฟิงกระแทกกายเข้าหาคนใดคนหนึ่ง อีกคนจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกนั้นผ่านม่านพลังที่เชื่อมต่อกัน ทำให้พวกนางถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างกายแทบจะแตกสลาย

     

    ร่างจำแลงที่ห้าใช้ "หางท่อนเนื้อ" ที่เนรมิตขึ้นใหม่ร่วมกับท่อนเนื้อจริง รุกรานสองพี่น้องพร้อมกันในท่ากอดจูบเสียดสีกันเอง หานซีและหานรั่วที่เพิ่งผ่านการหลอมรวมมาเมื่อไม่นานนี้ ร่างกายของพวกนางยังคงเก็บกักพลังมังกรหงส์ไว้อย่างเข้มข้น

     

    "อื้อออ... ท่านหลิน... พลังในร่างของข้า... มันกำลังสั่นสะเทือน..." หานซีครางด้วยเสียงที่สั่นเครือ

     

    "ท่านพี่... ข้ารู้สึกถึงพลังของท่านด้วย... มันทำให้ข้าตื่นเต้นเหลือเกิน..." หานรั่วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหล

     

    พลังมังกรหงส์ในร่างของพวกนางถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด เกล็ดมังกรจางๆ เริ่มปรากฏขึ้นตามร่างกายของพวงนางประหนึ่งการตอบรับพลังของหลินเฟิง เกล็ดสีทองจางๆ ที่ปรากฏบนผิวหนังทำให้พวกนางดูสง่างามและทรงพลังยิ่งขึ้น

     

    ร่างจำแลงกระแทกเข้าใส่ทั้งสองสาวอย่างสลับกันเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่เขาส่งกายเข้าหาหานซี หานรั่วจะรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนผ่านพันธะแฝด และเมื่อเขาหันไปรุกรานหานรั่ว หานซีก็จะได้รับความรู้สึกเดียวกัน

     

    "อ๊ะ... อ๊าาา... พร้อมกัน... เขากระแทกเราพร้อมกัน..." สองแฝดครางประสานเสียงกันอย่างต่อเนื่องยาวนานเมื่อพลังงานมหาศาลถูกฉีดพุ่งเข้าสู่ร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน

     

    ปีศาจงูสาวถูกร่างจำแลงที่หกพันธนาการด้วยหางจิ้งจอกที่รัดรึงประหนึ่งงูรัดเหยื่อ ร่างกายงูที่ยาวเหยียดของชิงชิงถูกพันรอบด้วยหางทองคำจนไม่อาจขยับไปไหน

     

    "อื้อออ... ท่านหลิน... ข้าเป็นงู... แต่กลับถูกพันด้วยหาง... มันช่างน่าอับอาย..." ชิงชิงครางด้วยเสียงที่เซ็กซี่และเร้าใจ

     

    "เจ้าชอบการถูกพันธนาการใช่ไหม... งูน้อย..." ร่างจำแลงกระซิบในหูของนางด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

     

    ร่างจำแลงใช้ความว่องไวระดับราชันปีศาจเข้าจู่โจมร่องรักของนางอย่างรัวเร็วและลึกซึ้ง ชิงชิงบิดกายไปมาประหนึ่งงูที่กำลังลอกคราบ ร่างกายงูที่ยืดหยุ่นทำให้นางสามารถรับการรุกรานที่รุนแรงได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

     

    "อ๊ะ... อ๊าาา... ลึกจนถึงท้องของข้าแล้ว... อื้อออ!" ชิงชิงกรีดร้องด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุขีดจำกัด

     

    พลังปีศาจจิ้งจอกแปดหางช่วยยกระดับสายเลือดงูของนางให้สูงส่งขึ้น เกล็ดงูที่เคยสีเขียวธรรมดาบัดนี้กลับมีประกายทองจางๆ ปรากฏขึ้น ความรู้สึกเสียวซ่านที่ได้รับนั้นรุนแรงจนนางต้องแลบลิ้นสองแฉกออกมาด้วยความกระสันอยากที่พุ่งทะยาน

     

    หลี่ซู หญิงสาวชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากร่างจำแลงที่เจ็ด เขาอุ้มนางขึ้นมาในท่าเจ้าหญิงก่อนจะวางลงบนเตียงนุ่มที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ

     

    "หลี่ซู... เจ้าคือดอกไม้ที่บริสุทธิ์ที่สุดของข้า..." ร่างจำแลงกระซิบด้วยเสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก

     

    "ท่านหลิน... ข้าไว้วางใจท่านอย่างสมบูรณ์..." หลี่ซูตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจและความรัก

     

    ร่างจำแลงใช้เวลาในการเล้าโลมนางอย่างทะนุถนอม จูบไปตามใบหน้า ลำคอ และทรวงอกอย่างอ่อนโยน ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความรักและความเอาใจใส่

     

    "อื้มมม... ท่านหลิน... ข้ารู้สึกถึงความรักของท่าน..." หลี่ซูครางเสียงหวานด้วยความสุขสม

     

    เมื่อร่างกายของนางพร้อมแล้ว ร่างจำแลงจึงค่อยๆ แทรกเข้าไปอย่างระมัดระวัง ความใหญ่โตทำให้หลี่ซูต้องกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บปวดผสมความเสียวซ่าน

     

    "อ๊ะ... ใหญ่เกินไป... แต่ข้าอยากได้..." หลี่ซูกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือ

     

    ร่างกายของหญิงสาวชาวบ้านถูกหลอมรวมด้วยพลังมังกรจนดูผุดผ่องและทรงพลังขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ผิวพรรณที่เคยธรรมดาบัดนี้กลับมีประกายแวววาวเหมือนไข่มุก

     

    ร่างจำแลงที่แปดทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและช่วยเหลือ เขาเคลื่อนไหวไปมาระหว่างกลุ่มต่างๆ เพื่อช่วยเสริมในจุดที่หญิงสาวเริ่มอ่อนแรง ใช้หางและมือเล้าโลมจุดอ่อนของเหล่าสตรีที่กำลังถูกรุกรานโดยร่างจำแลงอื่นๆ

     

    "ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครขาดแคลน..." ร่างจำแลงที่แปดกล่าวด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

     

    เขาใช้พลังพิเศษในการกระจายพลังงานให้ทั่วถึง ทำให้เหล่าสตรีทุกคนได้รับพลังมังกรอย่างเท่าเทียมกัน

     

    เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวประสานกับเสียงครางที่ดังระงมไปทั่วห้องโถงประหนึ่งบทเพลงแห่งกามรมณ์ที่ไม่มีวันจบสิ้น บรรยากาศในห้องโถงร้อนระอุจนกลายเป็นไอสีชมพูที่หนาแน่น

     

    "ปึก! ปึก! ปึก!" เสียงการกระแทกที่หนักแน่นจากทุกทิศทุกทาง

     

    "แฉะ... แฉะ... แฉะ..." เสียงน้ำรักที่กระฉอกล้นจากร่องรักทั้ง 12 แห่ง

     

    "อ๊ะ... อ๊ะ... อ๊ะ..." เสียงครางสั้นๆ ของหานซี

     

    "อื้ม... อื้ม... อื้มมม..." เสียงครางยาวของหานรั่ว

     

    "อ๊าาาาา!" เสียงกรีดร้องของฮูหยินซุน

     

    "อื้อออ... แรงอีก!" เสียงร้องขอของมู่หรงชิง

     

    เสียงครางหวานล้ำของเหล่าสตรีทั้ง 12 นางประสานกันเป็นเสียงเดียวที่ไพเราะและเร้าใจ แต่ละเสียงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับกลายเป็นบทเพลงแห่งความสุขสมที่สมบูรณ์แบบ

     

    หลินเฟิงในทุกร่างจำแลงต่างเร่งจังหวะการรุกรานให้รุนแรงยิ่งขึ้น พลังแปดหางมังกรถูกถ่ายทอดผ่านบทรักที่ดุดันและพิสดาร ทำให้หญิงสาวทุกคนเข้าสู่สภาวะกึ่งฝันกึ่งตื่น ร่างกายของพวกนางกระตุกเกร็งและหลั่งน้ำรักออกมาอย่างต่อเนื่องประหนึ่งสายน้ำที่ไม่มีวันเหือดแห้ง

     

    พลังงานมหาศาลที่หมุนวนอยู่ภายในห้องโถงเริ่มควบแน่นจนกลายเป็นหมอกสีชมพูจางๆ ที่ช่วยกระตุ้นกำหนัดให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก หมอกนี้เต็มไปด้วยพลังหยินบริสุทธิ์ที่หลั่งไหลออกมาจากเหล่าสตรี ผสมปนเปกับพลังหยางที่ทรงพลังของหลินเฟิง

    คล้ายกับเรื่องจิ้งจอกเก้าหางข้ามภพ ระบบเติมแต้มสุขสม ที่คุณอ่าน