ตอนที่ 15 อัพสักที
ชิงฉางไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาทำนั้น ทำให้หลี่นาถึงขั้นพูดไม่ออก หลี่นาที่เป็จอมเวทย์น้ำขั้นแปดคนนั้นแหละ
ในทวีปคาร์คนั้น จอมเวทย์จะแบ่งออกได้สิบขั้น โดยในสามขั้นแรกจะถือว่าจอมเวทย์ฝึกหัดส่วนขั้นที่สี่และห้า จัดว่าเป็จอมเวทย์ขั้นต้นส่วนระดับหก และเจ็ดคือจอมเวทย์ขั้นกลางส่วนระดับแปดและเก้า ซึ่งหาได้ยากนั้น จัดเป็จอมเวทย์ขั้นสูง ซึ่งระดับสุดท้ายเป็เพียงเื่เล่าขานในตำนานเท่านั้นผู้ซึ่งมีพลังระดับพระเ้า หรือเื่อีกชื่อว่า มหาจอมเวทย์
แต่การจะเป็จอมเวทย์นั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย เพราะขั้นแรกผู้เรียนต้องมีพร์ของจอมเวทย์มาั้แ่เกิดนอกจากนี้ยังต้องสามารถที่จะปลุกพลังให้ตื่นขึ้นมาได้ด้วย นอกจากนี้ในจอมเวทย์สิบคนจะมีห้าคนที่จะเป็ได้แค่จอมเวทย์ฝึกหัดไปตลอดชีวิต ส่วนสามในห้าคนที่เหลือจะสามารถเป็จอมเวทย์ขั้นต้น ส่วนอีกสองคนที่เหลือถึงจะได้ชื่อว่าเป็จอมเวทย์ขั้นกลางก่อนที่เขาจะหยุดอยู่เพียงแค่นั้น เพราะมีเพียงหนึ่งในร้อยคนเท่านั้นที่จะมีพร์มากพอที่จะได้กลายเป็จอมเวทย์ขั้นสูง ซึ่งถ้าหากเทียบจำนวนคนที่ได้จอมเวทย์กับจำนวนคนที่มีพร์ของจอมเวทย์แล้วอัตราะส่วนนั้นก็ยังสูงถึงหนึ่งต่อหนึ่งหมื่นคน ซึ่งเป็อัตราส่วนที่น่าใมาก
ดังนั้นจอมเวทย์ในทวีปที่ว่ามีน้อยแล้ว จอมเวทย์ขั้นกลางมีน้อยยิ่งกว่า ซึ่งสำหรับหลี่นาที่เป็จอมเวทย์ขั้นแปด ซึ่งเป็จอมเวทย์ขั้นสูง จัดได้ว่าเป็แขกผู้มีเกียรติในทุกประเทศ แต่อย่างไรก็ตามทั้งหลี่นา และฟางนั้นเกิดในตระกูลเฉินอู้ในหัวใจของพวกเขานั้นมีความหวังเดียวคือการกอบกู้ตระกูล ซึ่งนี่ก็เป็อีกเหตุผลหนึ่งว่าทำไมกษัตริย์ของจักรวรรดิอู้ซาไม่กำจัดคนของตระกูลเฉินอู้จนหมดสิ้นแต่เพียงแค่ขับไล่ออกไป
ซึ่งจอมเวทย์ขั้นสูงอย่างหลี่นาจะได้ััถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังเวทย์โดยรอบได้อย่างว่องไว ตราบใดที่มีคนใช้เวทย์ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร พวกเขาจะรับรู้ได้ถึงพลังเวทย์ที่อยู่ใกล้ๆ ได้
ซึ่งในทวีปคาร์คนั้นมีเวทย์อย่างหนึ่งที่จะสามารถใช้เก็บสิ่งของได้ นั่นคือเวทย์มิติ ถ้าหากมีคนหนึ่งในหนึ่งหมื่นคนสามารถเรียนเวทย์มนตร์ได้ แต่ก็จะมีเพียงหนึ่งในล้านคนที่สามารถเรียนเวทย์มิติได้ ในทวีปตอนนี้นั้นมีจอมเวทย์มิติเพียงไม่กี่คน นอกจากนี้พวกเขายังเป็จอมเวทย์ที่มีระดับไม่สูงมากนักทำให้ไม่สามารถที่จะสร้างมิติเป็ของตัวเองได้
แม้ว่าในปัจจุบันในทวีปคาร์คนั้น จะสามารถสร้างอุปกรณ์มิติที่ใช้ในการเก็บสิ่งของต่างๆ ได้ แต่ก็จำเป็ต้องใช้จอมเวทย์มิติในการสร้าง โดยใช้พลังของจอมเวทย์มิติในการสร้างมิติ จากนั้นต้องใช้วัสดุขั้นสูงรวมทั้งเวทย์ต่างๆ อีกมากมายเพื่อที่จะผนึกเข้ากับสิ่งของนั้น เพียงเพื่อที่จะสร้างอุปกรณ์มิติหนึ่งชิ้น ซึ่งต้องใช้จอมเวทย์ขั้นกลางขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะสามารถสร้างอุปกรณ์มิติได้และโดยมากแล้วจอมเวทย์พวกนี้จะสามารถสร้างอุปกรณ์มิติได้มากสุด ห้าชิ้นใน่ชีวิตของเขา ทำให้อุปกรณ์มิตินั้นมีความพิเศษ และถือได้ว่าเป็สิ่งล้ำค่าอย่างมากในโลกนี้
นอกจากนี้หลี่นายังแน่ใจด้วยว่าในตระกูลนั้นไม่มีอุปกรณ์มิติ ซึ่งพูดได้ว่านี่คือความสามารถของชิงฉาง เพราะชิงฉางได้ดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่าซึ่งทำให้เขาใช้พลังเวทย์ และพลังฉีได้ ซึ่งทำให้รู้ว่าชิงฉางนั้นไม่มีทางเป็จอมเวทย์มิติได้รวมกับการที่หลี่นานั้นไม่สามารถตรวจจับการใช้เวทย์ได้เลยแม้แต่น้อยแต่บอลน้ำที่เธอสร้างขึ้นกลับหายไปได้
ซึ่งหากเป็สถานการณ์ปกติ มันจะมีสองกรณีคือหนึ่งชิงฉางนั้นมีพลังเวทย์ที่สูงกว่าหลี่นาส่วนอีกอย่างคือชิงฉางมีความสามารถในการปกปิดเวทย์ของตัวเอง แต่ความเป็ไปได้นั้นใช้กับชิงฉางที่ดื่มน้ำแห่งความว่างเปล่าไม่ได้แค่ใช้พลังเวทย์ก็ยังไม่ได้เลย
เมื่อชิงฉางมองไปยังหลี่นา และเห็นสีหน้าของเธอทำให้เขาอดขำไม่ได้ก่อนที่จะบอกว่า “ย่าหลี่นาไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นก็ได้อีกไม่กี่วันผมจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น นี่เป็พลังที่์นั้นมอบให้กับผม”
หลี่นาทำได้เพียงแค่พยักหน้า และไม่ถามอะไรอีกตราบเท่าที่มันไม่มีอันตรายต่อชิงฉาง นอกจากนี้ความสามารถนี้มีแต่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ชิงฉาง
เมื่อชิงฉางได้มาเห็นพื้นที่ทั้งหมดแล้ว เมื่อเขาเดินดูจนหมดและคิดว่าไม่มีอะไรแล้ว เขาจึงบอกกับย่าหลี่นาว่า “ย่าหลี่นา พวกเรากลับกันเถอะ เมื่อปู่ฟางกลับมา เราจะได้เริ่มงานตามแผนกัน”
หลี่นาพยักหน้าก่อนตอบกลับ “นายน้อยได้โปรดกลับไปก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวฉัน และจางลี่จะเป็คนดูแลเอง”
ชิงฉางยิ้ม และกล่าวว่า “งั้นไม่เป็ไร ย่าหลี่นาคุณไม่ควรจะหักโหมมากนัก ปล่อยให้ทาสจัดการเื่นี้เองเถอะ ย่า และจางลี่ไม่ต้องช่วยทำก็ได้ อย่างไรก็ตามเื่นี้ยังไม่ใช่เื่ที่ต้องรีบร้อนมากเพราะเรามีเวลาทำความสะอาดได้นานจนกว่าปู่ฟางจะกลับมา”
หลี่นาขานรับ “นายน้อยคุณเป็ผู้ใหญ่ขึ้นจนพร้อมที่จะดูแลคนอื่นแล้ว นายน้อยไม่ต้องเป็ห่วง ย่าแก่ ๆ คนนี้ยังไหวอยู่ นายน้อยโปรดกลับไปยังปราสาทก่อน เถอะ เดี๋ยวฉันจะตามไปเตรียมอาหารให้นายน้อย”
ชิงฉางยิ้ม “ได้ครับ ถ้าอย่างงั้นผมขอตัวกลับก่อน” เมื่อพูดเสร็จเขาก็เดินจากไปพร้อมกับ กัง และคุนที่ติดตามอย่างใกล้ชิดไม่ไปไหนเลย
หลี่นามองไปที่ชิงฉางที่กำลังเดินไป “นายท่านใหญ่โปรดอวยพรให้ตระกูลของเราด้วย ฉันไม่เคยเชื่อเลยว่านายน้อยจะมีความสามารถขนาดนี้ตระกูลเฉินอู้ยังมีความหวังที่จะฟื้นฟูตระกูล”
ชิงฉางกับสองพี่น้อง เมื่อกลับมายังปราสาทก็เข้าไปในห้องของตัวเองทันทีเพื่อที่จะตรวจสอบดินดำจากแดนทมิฬ และน้ำจากอุโมงค์
เมื่ออยู่ในห้องพัก ชิงฉางพูดว่า “กัง และคุนพวกเ้าไม่ต้องตามข้ามาคอยอยู่ตรงนี้ ถ้าย่าหลี่นากลับมาพวกเ้าก็บอกว่าข้ากำลังพักผ่อนเข้าใจไหม”
ชิงฉาง้าจะทดสอบว่าคราวนี้ทั้งสองจะเชื่อฟังคำสั่งเขาหรือไม่ เพราะเมื่อเขาพาทั้งสองไปยังมิติฟาร์มแล้วเขารู้สึกว่าทัศนคติของพวกเขาเปลี่ยนไปมาก และปฏิบัติตัวกับเขาด้วยความเคารพ นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่าทั้งสองนั้นเชื่อฟังเขาอย่างมากแต่เขาก็้าจะทดสอบเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าพวกเขาจะรออยู่ตรงนี้หรือไม่
ซึ่งมันน่าเหลือเชื่อมากที่พวกเขาไม่ลังเลเลย แม้แต่น้อย ทั้งสองคำนับก่อนจะพูดว่า“ได้ครับนายน้อย” ทั้งสองนั้นเดินออกไปแล้วปิดประตูก่อนที่จะทำหน้าที่เป็ยามเฝ้าประตูอย่างแข็งขัน
ชิงฉางไม่เคยคิดเลยว่า พวกเขาจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาจึงไปยังมิติฟาร์มในทันที
เมื่อเข้าไปในฟาร์ม ชิงฉางก็คิดถึงดินดำที่เก็บมาจากนั้นมันก็ปรากฎขึ้นมาต่อหน้าเขาโดยที่เขาไม่จำเป็ต้องพูดอะไรเลย ก่อนที่จะมีการแจ้งเตือนขึ้นมา“ค้นพบวัตถุชนิดใหม่ ดินดำ ตัวดินประกอบไปด้วยสารอันตรายจำนวนมาก สามารถใช้ดินมิติหรือน้ำมิติในการปรับปรุงคุณภาพได้โดยแต่ละวันสามารถปรับปรุงได้สิบไร่ จากการค้นพบนี้ ทำให้ฟาร์มเลเวลอัพเป็เลเวลสามของขวัญจากระบบ ถุงเมล็ดข้าวโพดสองถุง แต่ละถุงปลูกได้หนึ่งไร่สามารถนำออกไปยังนอกมิติได้ เนื่องจากพบดินชนิดใหม่ ดินมิติมีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็เลเวลสองแล้วช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของพืชเพิ่มขึ้นเป็สิบเอ็ดเท่า”
ชิงฉางตะลึงไป่ขณะก่อนที่จะรู้สึกดีใจ เขาไม่เคยคิดเลยว่าเลเวลของฟาร์มจะเพิ่มขึ้นแบบนี้ ซึ่งมันดีมากที่ได้เมล็ดข้าวโพดมาปลูกฟรี ๆ ถึงสองไร่ ข้าวโพดนั้นจัดได้ว่าเป็พืชที่มีผลผลิตที่สูง ซึ่งหากเขาใช้พื้นที่ทั้งหมดในมิติเขาจะสามารถกำจัดปัญหาเื่การขาดแคลนอาหารได้ในทันที แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือดินดำนั้นสามารถที่จะปรับปรุงได้โดยดินจากมิติ และน้ำมิติซึ่งเป็ข่าวที่ดีมาก
ถึงแม้ว่ามันจะสามารถปรับปรุงพื้นที่ได้แค่สิบไร่ต่อวัน แต่ก็ดีกว่าไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าตอนนี้มิติฟาร์มจะเพิ่มมาจนถึงเลเวลสามแล้ว แต่ก็ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มให้ ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเองก็มีการแจ้งเตือนขึ้นมาใหม่“คุณ้าพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นหรือไม่? การขยายพื้นที่นั้นจำเป็ต้องมีเลเวลสามและเงินจำนวนสองร้อยเหรียญทอง ขยายได้สองไร่ ความ้าขั้นถัดไปในการขยายพื้นที่คือเลเวลห้าและมีเงินจำนวนห้าร้อยเหรียญทอง”
ชิงฉางรู้สึกดีใจที่สามารถขยายพื้นที่ได้แต่มันก็สร้างความหนักใจใหม่ให้ เพราะถ้าหากเขาเลือกที่จะขยายพื้นที่แล้วเขาก็จะไม่มีเงินไว้สำหรับซื้อเมล็ดพืชได้ แต่ถ้าหากจะให้เขาขายหัวไชเท้าเขาก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก และถ้าหากเขาปลูกข้าวโพด และขายให้กับร้านค้ามิติเองก็ดูเหมือนว่าจะไม่คุ้มนัก ซึ่งคำถามคือจะทำอย่างไรดี
ชิงฉางยังไม่ได้ขยายพื้นที่ในทันที แต่เขาเลือกที่จะหยิบถุงเมล็ดข้าวโพดออกมา ชิงฉางค่อย ๆ เปิดถุงออกอย่างระมัดระวังก่อนที่จะเทมันลงบนฝ่ามือ ซึ่งเป็เมล็ดสีทองขนาดใหญ่ แค่มองแว่วเดียวเขาก็บอกได้เลยว่าเป็เมล็ดพืชคุณภาพสูง ซึ่งหากมันไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ละก็มันคงจะมีรสอร่อยมาก
ทันใดนั้นชิงฉางก็ตีหัวของตัวเองก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า “ใช่แล้วเราลืมไปได้ยังไง ว่าพืชทุกชนิดนั้นสามารถขยายพันธุ์ได้เองแม้กระทั่งหัวไชเท้า ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าหัวไชเท้าของมิติสามารถสร้างเมล็ดพันธุ์ด้วยตัวเองได้หรือเปล่า? ถ้าเป็อย่างนั้นได้ ข้าก็ไม่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์อีกต่อไป ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
ชิงฉางจึงเก็บเมล็ดข้าวโพดของเขาโดยที่ยังไม่ปลูกมัน แต่มองไปยังหัวไชเท้าที่อยู่ในไร่ เขาไม่รู้ว่าพืชที่อยู่ในมิติสามารถมีเมล็ดพันธุ์ได้เองหรือเปล่าเพราะถ้าเป็ในเกมส์ มันไม่สามารถทำได้ซึ่งนั้นจะเป็ปัญหาสำหรับเขา ดังนั้นเขาเลือกที่จะรอก่อนซักพัก จนกระทั่งหัวไชเท้านั้นโตเต็มที่ซึ่งถ้าหากมันสามารถสร้างเมล็ดได้เขาก็จะขยายพื้นที่ทันที แต่ถ้าไม่ได้ เขาก็ต้องมานั่งวางแผนกันใหม่
ชิงฉางไม่ได้รีบร้อนที่จะขยายพื้นที่ แต่กลับเรียกบอลน้ำออกมา เมื่อบอลน้ำออกมันยังคงรูปร่างของมันไว้เหมือนเดิม นี่ก็เป็ความสามารถอย่างหนึ่งของชิงฉาง ซึ่งเขาไม่สามารถทำอย่างนี้ได้นอกมิติฟาร์มแห่งนี้
เมื่อบอลน้ำออกมาก็มีการแจ้งเตือนขึ้นมา “ค้นพบวัตถุชนิดใหม่น้ำจากทะเลสาบใต้ดิน เป็น้ำจากธรรมชาติ สามารถใช้น้ำมิติเพิ่มสารอาหารได้” จากการค้นพบนี้ทำให้ฟาร์มเลเวลอัพ ปัจจุบันตอนนี้มิติเลเวลสี่แล้ว รางวัลจากระบบถุงเมล็ดข้าวสาลีสองถุงแต่ละถุงปลูกได้หนึ่งไร่ วัตถุชนิดใหม่เป็น้ำ น้ำมิติเลเวลเพิ่มขึ้นเป็เลเวลสองช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของพืชเป็สิบเอ็ดเท่า”
เมื่อชิงฉางได้ยินการแจ้งเตือนแบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมาดังลั่น ช่างโชคดีจริง ๆ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่เอาสองสิ่งนี้เข้ามาในมิติจะทำให้มิติฟาร์มนั้นเลเวลอัพถึงสองครั้ง แถมยังได้เมล็ดพืชสี่ถุง และยังเพิ่มเลเวลให้ทั้งดินมิติ และน้ำมิตินี้มันโคตรน่าเหลือเชื่อเลยจริงๆ
จบตอนแล้วนะครับผม ฝากติดตามพวกเราได้ที่เพจ Mysterybox ด้วยนะครับ
มหาจอมเวทย์กับฟาร์มลึกลับลงสอง่เวลา 10:30น. และ 14:00น. นะครับ
ติดตามพวกเราได้ที่เพจ: https://www.facebook.com/profile.php?id=100088594190101