ตอนที่7 กำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่2
โครมๆ!
รอบกายของเฟิงอี้ส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์สีทองก็มิปานแต่ผิวกายของเขาดำไหม้ฝนตกลงมาเทอาบร่ายกายของเขาในมิช้าคราบไหม้ดำก็ราวกับหลุดลอกออกมาเผยิัชั้นใหม่ที่กำลังฟื้นฟูและเปล่งประกาย
พลังรักษานี้ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนักเนื่องจากว่าเฟิงอี้ได้ฝึกฝนวิชาบ่มเพาะอัสนีะเื์พลานุภาพของมันนั้นมีความอัศจรรย์มากมายหนึ่งในพลานุภาพที่น่าอัศจรรย์นี้ก็คือพลังการรักษาที่ยอดเยี่ยมโดยพื้นฐานของวิชาอัสนีะเื์นี้แล้วมิได้มีพลังรักษาแต่ทว่าเฟิงอี้ได้ขัดเกลาและแก้ไขมันใหม่จนมีพลังรักษาขึ้นมา
นอกจากการดูซับพลัง์ที่ยอดเยี่ยมมันยังดึงพลังชีวิตแห่งสรรพสิ่งมาด้วยเรียกได้ว่าหากมิถูกสังหารให้ตายสิ้นภายในกระบวนท่าเดียวเฟิงอี้มิมีทางตกตาย
อายุขัยของเฟิงอี้ในตอนรุ่งโรจน์นั้นเรียกได้ว่าเป็ะ!
โดยปกติทั่วไปแล้วเหล่าผู้ฝึกตนขั้นสูงจักยิ่งอายุขัยยืนยาวแต่ทว่ามันก็มิได้หมายความว่าเป็ะดั่งเช่นเทพทั่วไปในระดับขั้นที่ 5 - 6 ก็มีอายุหลายสิบล้านปีเท่านั้นมิได้มีอายุขัยตลอดกาลแต่อย่างใด
เทพขั้นที่7 - 8 ก็มีอายุขัยราวๆหมื่นล้านปีเท่านั้น
ในตอนนี้เฟิงอี้คือผู้ฝึกตนกำเนิดชีพจรขั้นที่2แต่ทว่าหากนับอายุขัยของเฟิงอี้แล้วในตอนนี้คาดว่าจักอยู่ได้ราว หนึ่งพันกว่าปี!
ซึ่งเื่นี้มันเป็ไปมิได้สำหรับผู้ฝึกตนในระดับชั้นนี้อย่างแน่นอนโดยทั่วไปผู้ฝึกตนกำเนิดชีพจรขั้นที่2 จักมีอายุขัยมากกว่ามนุษย์ธรรมดาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นอาจักราวๆ ร้อยยี่สิบปีหรือสามสิบปีเท่านั้น
ดังนั้นแล้วเฟิงอี้สามารถฝึกฝนอย่างสุขสบายได้อย่างมิต้องห่วงว่าอายุขัยจักหมดลงก่อนเลยแต่อย่างใดและยิ่งน่าหวาดผวายิ่งกว่านั้นก็คือยิ่งพลังฝึกตนของเฟิงอี้ก้าวหน้ามากเท่าไหร่อายุขัยก็ยิ่งเพิ่มขึ้น!
เรียกได้ว่าวิชานี้ของเฟิงอี้หากมีผู้ได้รับรู้ถึงความอัศจรรย์ของมันคงมีการแย่งชิงกันเกิดขึ้นทั้ง์!
ยังดีที่เหล่าศัตรูของเฟิงอี้ในยามรุ่งโรจน์มิรับรู้ถึงข้อนี้!
“เหอะ! หากว่าข้ามิได้ถูกตราผลาญชีวิตผนึกพลังเอาไว้ในตอนนั้นมิมีผู้ใดสังหารข้าได้!”ร่างกายของเฟิงอี้ฟื้นฟูดั่งงูหรืออสรพิษลอกคราบเขาลืมตาขึ้นพร้อมกับเอื้อนเอ่ยอย่างมิพอใจขึ้นมา
ว่าก็ว่าช่างเจ็บแค้นแม้พวกมันจักมิรู้ว่าวิชาอัสนีะเื์น่าอัศจรรย์แต่ทว่ามันก็ได้วางแผนมากันอย่างดิบดีจึงสังหารเขาลงได้
เป็เพราะในยามรุ่งโรจน์ตอนนั้นกายของเฟิงอี้คือกายขั้นที่2ซึ่งมีพลังมหาศาลและแข็งแกร่งจึงได้ถูกจับจุดได้อย่างมิตั้งใจในการใช้ตราผลาญชีวิตมาบั่นทอนพลังกายฟื้นฟูเอาไว้หลายส่วน
แม้ว่าวิชาอัสนีะเื์จักมีพลังฟื้นฟูที่น่าอัศจรรย์บวกกับกายขั้นที่สองก็ยังคงพ่ายแพ้เพราะในตอนนั้นเฟิงอี้กลั่นพลังได้ผิดวิธีเขาละโมบเกินไปจนเกิดผลเสียมิอาจแสดงพลังที่แท้จริงของวิชาอัสนีะเื์ออกมาได้
ถ้าหากว่าเฟิงอี้สามารถแสดงพลังที่แท้จริงของเคล็ดวิชาอัสนีะเื์ออกมาได้คาดว่าคงมองข้ามลูกเล่นสกปรกอย่างตราผลาญชีวิตได้อย่างสิ้นเชิง!
“ตอนนี้กายเนื้อของข้าได้แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาหาศาลแล้วด้วยการชำระล้างของอัสนีธรรมชาติ”
ฟูม! ฟูม!
พลังงานมหาศาลได้ถูกดูดซับเข้าไปในร่างกายของเฟิงอี้อย่างบ้าคลั่งแต่ทว่าเฟิงอี้ก็มิได้รับมันเข้าไปหมดในทีเดียวเขากลั่นกรองมันอย่างเคร่งครัด
กลั่นจนได้พลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุดก่อนจักนำมาเพิ่มพูนให้กับขอบเขตพลังของตนและมินานทันใดเส้นชีพจรเส้นที่สองก็ปรากฏแจ่มชัด
กำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่2!
เส้นชีพจรนี้มิได้ผ่านการขัดเกลาอย่างโง่งมแต่อย่างใดมันผ่านการขัดเกลาอย่างใส่ใจยิ่งนักทุกการดูดซับเฟิงอี้ตรวจสอบขัดเกลามันอย่างดิบดีมิให้ขาดตกบกพร่อง!
“ย๊าห์!”เฟิงอี้ปลดปล่อยหมัดออกไปกลางอากาศทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงโครมครามของสายลมที่ถูกตัดผ่านทั้งยังมีเสียงของพันปักษาดังขึ้น
โครม!
แกร๊วๆ!
หมัดที่เฟิงอี้ปลดปล่อยส่งกลิ่นอายทำลายล้างออกมารอบๆแขนและหมัดมีเส้นสายอัสนีปรากฏขึ้นอย่างเลือนลาง
นี่คือกายเคลื่อนไหวอัสนีขานรับ!
เป็การเข้าถึงศาสตร์อัสนีที่ลึกซึ้งเฟิงอี้กล้ากล่าวว่าตนเป็ผู้ที่เชี่ยวชาญศาสตร์อัสนีที่ยอดเยี่ยมกว่าคนนับล้านได้อย่างมิอายใครเลยแม้แต่น้อย
...
หลังจากที่เข้าถึงระดับกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่2แล้วเฟิงอี้ก็มองไปยังพยัคฆ์ขาวอัสนีหรือแมวน้อยของเขาในตอนนี้มันได้มีร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปมันสูงใหญ่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีกกลิ่นอายของมันก็มิธรรมดาแล้วในตอนนี้ความกดดันแห่งพลังทำลายล้างน่าหวาดผวายิ่งขึ้นมิรู้ตั้งกี่เท่า
เฟิงอี้จึงพยักหน้าอย่างพอใจมิเสียทีที่มันคือแมวน้อยของคนอย่างเขา...(คนอะไรยอตัวเองเก่ง.....)
“ตามข้ามา”เฟิงอี้เปิดปากเอ่ยขึ้นก่อนที่จักหันหลังเดินนำทางพยัคฆ์ขาวอัสนี
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์อสูรก็ได้เดินตามกันไปอย่างเงียบๆท่ามกลางสายฝนที่เทลงมามิหยุด
โปรดติดตามตอนต่อไป....
ผิดพลาดประการใดผมต้องขออภัยด้วยนะครับ.
# ระวังเป็หวัดนะเฟิงอี้และเ้าแมวน้อย.
หวังว่านักอ่านทุกท่านจะมีความสุขที่ได้อ่านXD.