บทที่ 28 ศักดิ์ศรีของสัตว์ภูตกลายพันธุ์
หลังเจียงผิงอันอึ้งไป เขาก็ประหลาดใจไม่ต่างกัน
สัตว์ภูตตัวนี้ไม่ได้มีระดับสูงอะไร แต่ความเร็วของมันกลับน่ากลัวมาก
หากปล่อยให้สัตว์ภูตตัวนี้เติบโต ในอนาคตมันจะทรงพลังเพียงใดกัน?
ถ้าทำให้มันยอมจำนนได้ เขาจะสามารถหลบหนีได้ไวกว่าคนอื่น!
คติประจำใจของเจียงผิงอันนั้นเหมือนกับชื่อของเขาทุกประการ นั่นคือทุกอย่างมีไว้เพื่อสันติภาพ
เมื่อเห็นว่าสัตว์ภูตนั้นทรงพลังเพียงใด จึงยิ่งเป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะยอมแพ้
“เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย เ้ารีบลงไปซะ”
เจียงผิงอันก้มศีรษะลงเตือนเมิ่งจิงที่ยังเกาะหนึบอยู่บนหลังเขา
“ไม่! เ้าไม่กลัวอันตราย แน่นอนว่าข้าเองก็ไม่กลัวเช่นกัน!”
แม้เมิ่งจิงจะบอกว่านางไม่กลัว แต่ร่างกายของนางกลับรัดอีกฝ่ายแน่นกว่าเดิม
ทันใดนั้นนางก็สังเกตเห็นบางสิ่งจึงะโลั่น “มีผาหินอยู่ข้างหน้า!”
เจียงผิงอันลืมตาขึ้นและเห็นผาหินสูงชันอยู่ตรงหน้า ซึ่งสูงถึงสามสิบจั้ง
เมื่อสัตว์ภูตสีขาวเห็นผาหินนั้น ไม่เพียงแต่มันจะไม่หยุด มันกลับเร่งความเร็วขึ้นอีก
หัวใจของเจียงผิงอันดำดิ่งลงเรื่อย ๆ
สัตว์ภูตตัวนี้กำลังวางแผนที่จะตายพร้อมกับพวกเขางั้นหรือ?
หากชนเข้ากับผาหินด้วยความเร็วระดับนี้ แม้ไม่ตายก็ต้องพิการ!
เจียงผิงอันเผลอนึกอยากจะยอมแพ้สัตว์ภูตตัวนี้และะโหนีลงไป แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ไปและตัดสินใจลองดูก่อน
แม้ว่าสัตว์ภูตตัวนี้จะมีอารมณ์ไม่ดีนัก แต่มันก็ไม่น่าโง่ถึงขั้นรนหาที่ตายง่าย ๆ
และถึงอีกฝ่ายอยากจะตายด้วยกันจริง ๆ แต่ด้วยสภาพร่างกายของเขาในปัจจุบัน โอกาสรอดก็ค่อนข้างสูง
ขณะที่พวกเขาเข้าใกล้ผาหินมากขึ้นเรื่อย ๆ เมิ่งจิงก็ตื่นตระหนก “รีบลงไปเร็วเข้า! ไม่งั้นเราจะตายด้วยกันหมด!”
ดวงตาของเจียงผิงอันฉายประกายมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เขาเปิดใช้งานเคล็ดปราณโลหิตเพื่อเตรียมพร้อมต้านการปะทะ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีความตั้งใจที่จะลงไป เมิ่งจิงจึงะโเสียงดัง “เ้าโง่นี่! ถ้าข้าได้รับาเ็ เ้าต้องดูแลข้าไปชั่วชีวิตนะ!”
หลังสาปแช่งเสร็จ นางก็รีบหลับตาและรอรับแรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัว
ผ่านไปนาน นางก็ยังไม่รู้สึกถึงความเ็ปใด ๆ เพียงรู้สึกว่าร่างกายของนางเอนหลังและมีแรงบางอย่างดึงนางลง
“เกิดอะไรขึ้น?”
เมิ่งจิงลืมตาขึ้นด้วยความสับสน ก่อนจะได้เห็นภาพอันน่าตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
สัตว์ภูตสีขาวที่ดูเหมือนม้าตัวนี้กำลังวิ่งไต่ขึ้นไปบนหน้าผาสูงอย่างบ้าคลั่ง!
นี่คือหน้าผาที่เกือบจะตั้งฉากกับพื้นนะ!
สัตว์ภูตตัวนี้กลับเดินเหมือนพื้นราบ!
นี่คือสัตว์ภูตชนิดใดกัน?
แม้ว่าเมิ่งจิงจะมีความรู้อยู่บ้าง แต่นางไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน
ขณะอยู่ห่างจากยอดหน้าผาเพียงไม่กี่จั้ง สัตว์ภูตสีขาวก็พลันะโขึ้นไปทันที
ชั่วขณะนี้ แสงจันทร์และสัตว์ภูตสีขาวต่างสะท้อนซึ่งกันและกัน ก่อเกิดเป็ภาพที่งดงามยิ่ง
เจียงผิงอันจับคอของสัตว์ภูตไว้แน่น ทางเมิ่งจิงก็กอดเจียงผิงอันไว้แน่นอีกที
ฟึ่บ
สัตว์ภูตตกลงบนหน้าผาและวิ่งทะยานไปด้วยความเร็วสูงสุด
ทหารประจำการของอำเภอผิงสุ่ยที่กำลังปลดเบานายหนึ่งก้มศีรษะลงมองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเห็นเงาสีขาวลอยเฉียดไปจนสะดุ้งโหยง
ครั้นเขาเงยหน้าขึ้นมองกลับไม่พบอะไรเลย
เขาจึงหันกลับไปหาทหารขี้เมาอีกคนแล้วะโว่า “เหล่าจ้าว! เมื่อครู่นี้มีเงาสีขาวโผล่ขึ้นมา เ้าเห็นบ้างหรือไม่?”
“บัดซบ เ้าดื่มมากเกินไปแล้ว รีบฉี่เร็ว ๆ แล้วมาดื่มต่อซะ” เหล่าจ้าวเร่งเร้าขณะถือไหสุรายืนโงนเงน
“อืม? ข้าอาจจะมองผิดไป”
ร่างทหารคนนั้นสั่น ก่อนเขาจะดึงกางเกงขึ้นแล้วกลับไปดื่มต่อ
หน้าผาแห่งนี้เป็หนึ่งในจุดเชื่อมต่อระหว่างอำเภอเหลียนซานและอำเภอผิงสุ่ย
เพราะมันชันเกินกว่าจะโจมตีจากฝั่งนี้ การป้องกันที่นี่จึงไม่เข้มงวดนัก และมีทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียงไม่กี่นายเท่านั้น
อีกด้าน เงาสีขาวที่เพิ่งผ่านไปคือสัตว์ภูตสีขาวที่เจียงผิงอันขี่อยู่
เมิ่งจิงกอดเจียงผิงอันแน่น ใบหน้าของนางซีดเผือด “เจียงผิงอัน ดูเหมือนพวกเราจะมาถึงอำเภอผิงสุ่ยแล้ว”
เจียงผิงอันไม่ตอบสนอง เขายังคงมองดูม้าที่ตนควบอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหลงใหล
ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ปลอบใจนางหรือตอบโต้ใด ๆ เมิ่งจิงก็โกรธจัดจนกัดคอของเจียงผิงอันแก้โมโห
“เ้าท่อนไม้น่าตาย ชาตินี้เ้าไม่มีวันหาภรรยาได้แน่!”
เจียงผิงอันเพิกเฉยต่ออีกฝ่าย เป็ดังที่ผู้เฒ่าหลี่กล่าวไว้จริง ๆ เด็กสาวมักชอบโมโหอย่างไร้เหตุผล
ผู้เฒ่าหลี่บอกว่าในเวลานี้เขาควรเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย แต่เจียงผิงอันไม่คิดว่านี่ถูกต้อง
การโมโหอย่างไร้หตุผลเป็เื่ของอีกฝ่าย แล้วทำไมบุรุษอย่างเขาต้องเกลี้ยกล่อมนางด้วย?
สัตว์ภูตตัวนี้แข็งแกร่งมาก เขาต้องปราบมันมาให้ได้!
ภายในจวนแม่ทัพอำเภอเหลียนซาน
เมิ่งโค่วแตะแผลเป็บนใบหน้าของตนพลางจ้องมองแผนที่เพื่อศึกษาแผนการต่อสู้ในฤดูหนาว
“ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ!”
จู่ ๆ ก็มีทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
เมิ่งโค่วสั่งสอนทหารนายนั้นเสียงเข้ม “ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เ้าเยือกเย็นเข้าไว้ เหตุใดเ้าถึงยังลนลานเพียงนี้ได้อีก?”
“คุณหนูหายตัวไปแล้วขอรับ!” ทหารรีบะโรายงาน
“อะไรนะ! เกิดอะไรขึ้น! หายไปไหน?”
เมิ่งโค่วลืมสิ่งที่ตนพูดเมื่อครู่ไปสนิท ทั้งสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมหันต์
“ไม่เพียงเท่านั้นขอรับ นายกองเจียง... นายกองเจียงเองก็หายตัวไปเช่นกัน!” ทหารกล่าวด้วยความตื่นตระหนก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งโค่วซึ่งเดิมทีเป็กังวลก็ตะลึงไปชั่วอึดใจ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เอาละ ไม่ต้องกังวลไป สองคนนั้นไม่ได้หายไปไหนหรอก คนหนุ่มสาวมักชอบหายตัวไปตอนกลางคืนอยู่แล้ว ดังนั้นเ้ากลับไปเถอะ”
เมิ่งโค่วพูดอย่างแฝงความนัย
บุตรสาวของข้าโตแล้วสินะ
เ้าเด็กเจียงผิงอันคนนั้นก็ไม่เลว เขามีพร์ที่ดี ทั้งฝึกฝนอย่างจริงจัง และไม่ได้มีนิสัยที่ไม่ดีอะไร ดังนั้น เขาจึงเหมาะที่จะเป็ลูกเขยยิ่ง
ทางสัตว์ภูตสีขาววิ่งอย่างบ้าคลั่งจนถึงเช้า ในที่สุดมันก็หมดแรงและล้มลงข้างสระน้ำ
เจียงผิงอันยังคงกอดคอของมันไม่ปล่อย ด้วยกลัวว่ามันจะแสร้งทำเป็หมดแรงแล้ววิ่งหนีเมื่อเขาเผลอปล่อยมือ
ด้วยความเร็วของสัตว์ภูตตัวนี้ เขาคงไล่ตามไม่ทันแน่
“มาเป็สัตว์พาหนะของข้าเป็อย่างไร?” เจียงผิงอันถาม
สัตว์ภูตล้วนมีสติปัญญา ทั้งสัตว์ภูตตัวนี้ดูเหมือนจะฉลาดกว่าตัวอื่น ๆ และสามารถเข้าใจคำพูดของมนุษย์ได้
สัตว์ภูตหลับตาลง มันหอบอย่างหนักไม่สนใจอีกฝ่าย
เจียงผิงอันหยิบโอสถรวมปราณออกมาแล้วยัดใส่ปากของสัตว์ภูต
สัตว์ภูตอยากจะคายมันออกมา แต่ด้วยรู้สึกถึงพลังจึงฝืนกลืนมันลงไป
“ตามข้ามาสิ แล้วข้าจะให้โอสถรวมปราณแก่เ้าทุกวัน” เจียงผิงอันกล่าว
“โอสถรวมปราณ! เ้าให้โอสถรวมปราณแก่มันงั้นหรือ? เสียของจริง ๆ!” จู่ ๆ เมิ่งจิงก็โพล่งขึ้น
อนึ่ง โอสถรวมปราณหนึ่งเม็ดนั้นเทียบเท่ากับหินิญญาสามสิบถึงสี่สิบก้อน ทั้งยังมีผลในการเร่งการฝึกตนอีกด้วย
แม้ว่าสัตว์ภูตตัวนี้จะทรงพลังมาก แต่ก็ยังสิ้นเปลืองเกินไปอยู่ดี
โอสถรวมปราณหนึ่งเม็ดมีมูลค่าเทียบเท่ากับโอสถปราณโลหิตสามสิบถึงสี่สิบเม็ด
แม้ว่าจะเป็จวนแม่ทัพ หากคิดเลี้ยงสัตว์ภูตตัวนี้ด้วยโอสถรวมปราณทุกวันก็ยังยากไปสักหน่อย
หรือเจียงผิงอันกำลังหลอกล่อสัตว์ภูตตัวนี้?
เมิ่งจิงไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะมีทรัพยากรมากเพียงนั้น นางจึงเชื่อว่าอีกฝ่ายกำลังหลอกสัตว์ภูตอยู่
“เอาเป็สองเม็ด เป็อย่างไร?” เจียงผิงอันพูดอีกครั้ง
สัตว์ภูตสีขาวจ้องมองด้วยสายตาหยามเหยียดอย่างเห็นได้ชัด
“สามเม็ด"
"สี่เม็ด"
เจียงผิงอันยังคงขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง
เมิ่งจิงถอนหายใจออกมาและพูดว่า "อย่าเสียแรงเปล่าเลย สัตว์ภูตตัวนี้ไม่ใช่สัตว์ภูตธรรมดา มันมีความภาคภูมิในตัวเองและไม่เชื่องง่าย ๆ เหมือนกับสัตว์ภูตตัวอื่นหรอก"
นางสามารถบอกได้ว่าสัตว์ภูตตัวนี้ไม่ธรรมดาเลย มันอยู่เพียงขอบเขตก่อปราณขั้นห้าเท่านั้น แต่ความเร็วเกือบจะแซงหน้าผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว
นี่น่าจะเป็สัตว์ภูตกลายพันธุ์ชนิดหนึ่ง
สัตว์ภูตกลายพันธุ์ล้วนมีความผยองเช่นเดียวกับผู้ฝึกตน ยิ่งมีพร์มากเท่าไร ความเย่อหยิ่งในใจก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
เ้าสามารถฆ่าอัจฉริยะได้ แต่ก็ยากที่จะทำให้อัจฉริยะก้มศีรษะลง
“เพิ่มราคาขึ้นครั้งสุดท้ายเป็โอสถรวมปราณห้าเม็ดต่อวัน ถ้ายังไม่ยอมก็ช่างเถอะ” เจียงผิงอันกล่าว
“ข้าบอกเ้าแล้ว อย่าเสียแรงเปล่าเลย นี่คือสัตว์…”
ก่อนที่เมิ่งจิงจะพูดจบ เสียงของนางก็หยุดไปกะทันหัน ก่อนปากของนางจะอ้าค้างด้วยความประหลาดใจ
เพราะนางเห็นว่าสัตว์ภูตกลายพันธุ์ซึ่งเมื่อครู่นี้เย่อหยิ่งมาก จู่ ๆ ก็หันหัวมาพร้อมเปิดปากออก
เมิ่งจิง "..."
น่ารังเกียจ ช่างไร้ยางอายเสียจริง เ้าเป็พวกกลายพันธุ์เชียวนะ! มายอมจำนนแบบนี้ได้อย่างไร!
แล้วความภาคภูมิใจของเ้าเล่า? ศักดิ์ศรีของเ้าอยู่ที่ใดกัน?