“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันน่ะเป็นปลา...คนที่ฉลาดที่สุดแล้ว” อวี๋จิ่นลี่เกือบหลุดปากเปิดเผยฐานะแท้จริงของตนเอง โชคดีที่ได้สติเร็วเลยปกปิดไว้ทัน
แม้เขาจะคิดว่าอาเซิ่งเป็นภูตปีศาจเหมือนกัน แต่ศิษย์พี่กับอาจารย์เคยกำชับเขาอย่างเข้มงวด ห้ามเปิดเผยฐานะภูตปีศาจของตนต่อหน้าใคร ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นภูตปีศาจเหมือนกันก็ไม่ได้ มิเช่นนั้นจะเป็นอันตรายมาก
สมัยนี้ไม่เพียงแต่มนุษย์ที่อันตราย ภูตบางตนก็อันตรายมาก แม้อวี๋จิ่นลี่จะไว้ใจเจียงม่อเซิ่งมาโดยตลอด แต่ก็ไม่อยากขัดคำสั่งของอาจารย์และศิษย์พี่
“อาเซิ่ง วิธีนี้เป็นวิธีที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษของฉัน ฉันถ่ายทอดให้นายได้ แบบนี้ต่อไปนายก็จะสามารถถอนพิษเองได้ แต่ก่อนจะถ่ายทอดให้นาย นายต้องสาบาน ว่าในอนาคตห้ามเอามาทำร้ายฉัน” อวี๋จิ่นลี่มองเจียงม่อเซิ่งด้วยท่าทีจริงจังพลางกล่าว
ตระกูลเจียงเป็นตระกูลที่มีบุญบารมีสูงส่ง มีแสงสีทองแห่งบารมีปกปักรักษา โดยทั่วไปคนในตระกูลเช่นนี้ล้วนเป็นคนใจบุญสุนทาน ไม่ฆ่าผู้บริสุทธิ์โดยไร้เหตุผล อวี๋จิ่นลี่ยังคงเชื่อใจพวกเขาอย่างยิ่ง
แต่เหตุผลที่ให้เจียงม่อเซิ่งสาบาน ยังคงเป็นเพราะอาจารย์และศิษย์พี่กำชับสั่งสอน ว่ากันไว้ดีกว่าแก้ อย่างไรเสียมนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอารมณ์ความรู้สึกซับซ้อน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจรับประกันได้ว่ามนุษย์จะรักษาคำมั่นสัญญาตั้งแต่ต้นจนจบ
ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิด อาจารย์ของอวี๋จิ่นลี่เคยกำชับเขา เมื่อเขาจะถ่ายทอดวิชาบำเพ็ญเพียรให้ผู้อื่นก็ต้องให้ฝ่ายนั้นสาบาน เลี่ยงไม่ให้ถูกอีกฝ่ายแว้งกัดในภายหน้า
การทำการสาบานประเภทนี้ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ระหว่างมนุษย์ และไม่มีการส่งผลใด แต่การสาบานของภูตปีศาจกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อสาบานแล้ว คำสาบานจะถูกกฎธรรมชาติผูกมัด หากฝ่ายหนึ่งฝ่าฝืน จะต้องถูกกฎธรรมชาติลงทัณฑ์
และนี่ยังเป็นการปกป้องความปลอดภัยระดับสูงของภูตปีศาจที่ถ่ายทอดวิชานี้ด้วย
เป็นครั้งแรกที่เจียงม่อเซิ่งเห็นอวี๋จิ่นลี่มีท่าทางจริงจังเช่นนี้ก็รู้ทันทีว่าวิธีที่อีกฝ่ายพูดจะต้องล้ำค่ามากแน่ และสิ่งที่ล้ำค่าเช่นนี้เขากลับนำออกมาให้ตนใช้ ทำให้ในใจเขาหวานชื่นยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
เขาไม่ชอบกินหวานแท้ๆ ทว่าวันนี้หัวใจกลับเปี่ยมไปด้วยความหวานชุ่มฉ่ำ
“เกาลัดน้อย นายไม่ต้องเสียสละขนาดนี้ก็ได้ ในเมื่อเป็นของสืบทอดของตระกูลก็เก็บไว้เองเถอะ ฉันรู้สึกว่าร่างกายตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ฉันเชื่อว่านายจะถอนพิษให้ฉันได้” เจียงม่อเซิ่งกล่าวยิ้มอย่างอ่อนโยน
อวี๋จิ่นลี่กล่าวอย่างสับสนเล็กน้อย “แต่รอฉันถอนพิษให้นายต้องใช้เวลานานมากๆ ไม่เหมือนกับที่นายบำเพ็ญเพียรด้วยตัวเอง นายจะต้องบำเพ็ญเพียรเร็วกว่าฉันแน่นอน ถึงตอนนั้นก็ถอนพิษได้รวดเร็วแล้ว”
“บำเพ็ญเพียรเหรอ” เจียงม่อเซิ่งจับใจความสำคัญในประโยคนี้ได้ คล้ายแตกต่างจากที่เขาคิดไว้ในตอนแรก เขายังคิดว่าวิธีถอนพิษคือของล้ำค่าบางอย่างที่ตกทอดในตระกูล
“อืม ขอแค่นายบำเพ็ญเพียรได้ ไม่เพียงแต่จะถอนพิษได้ เน่ยตานก็ฟื้นตัวได้เช่นกัน” อวี๋จิ่นลี่ยิ้มเอ่ย
เน่ยตานฟื้นตัวอะไรนั่น เจียงม่อเซิ่งไม่เข้าใจ แต่การถอนพิษเขาเข้าใจดี ไม่พูดไม่ได้ว่า นี่เป็นเรื่องที่ล่อตาล่อใจอย่างยิ่ง
แม้ตอนนี้ตระกูลเจียงจะยังเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของสหพันธรัฐ แต่เมื่อเขาบาดเจ็บ พ่อปลดเกษียณ เช่นนั้นฐานะตระกูลเจียงในสหพันธรัฐก็จะร่วงลงทันที กระทั่งเป็นไปได้ว่าจะสาบสูญไปจากดาราหลวง รากฐานพันปีของตระกูลเจียงก็จะพังทลายด้วยมือเขา
เขาไม่ได้สนใจชื่อเสียงอันจอมปลอมเหล่านี้ แต่ก็ไม่อาจเมินเฉยชีวิตของคนจำนวนมากในตระกูลเจียงได้ หากมีวิธีถอนพิษในร่างเขาได้ ทำให้เขากลับมาแข็งแรง เช่นนั้นตระกูลเจียงก็ไม่มีวันตกต่ำ และไม่มีใครกล้าฉวยโอกาสกลั่นแกล้งตระกูลเจียงได้
“ต้องสาบานยังไง” เจียงม่อเซิ่งเอ่ยถาม
เขาจะต้องหายดีให้ได้ แบบนี้จึงจะสามารถปกป้องตระกูลเจียง และปกป้อง...หนุ่มน้อยคนนี้ได้