ระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 มหาเซียนกระดูกขาวปรากฏตัว ซูฉางเซิงจีบสาว ลู่ชิงฉานใจสั่นไหว

            ตูม!

            พลังกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวปะทุขึ้นราวกับกระบี่เทพศักดิ์สิทธิ์เล่มหนึ่งพาดผ่านฟ้าดิน พลังปราณพลุ่งพล่าน เกิดเป็นอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวดุจมังกรคำราม

            ฟ้าดินสั่นสะเทือน

            เมืองโบราณตระกูลหวังทั้งหมดรวมถึงผืนแผ่นดินนับหมื่นลี้ ถูกปกคลุมไปด้วยคมกระบี่อันเหนือชั้น พลังปราณนั้นพวยพุ่งเข้าใส่เหล่าผู้แข็งแกร่งจากสามสำนัก!

            “อ๊าาา...”

            “เพล้ง...”

            มิต่างกับการชำระล้างครั้งใหญ่เหล่าผู้แข็งแกร่งของทั้งสามสำนัก ตั้งแต่ผู้ฝึกตนระดับกึ่งเซียนนักบุญ หรือกระทั่งเซียนระดับอนัตตาธรรมดาล้วนร้องโหยหวนและระเบิดออก ร่างวิญญาณแตกสลายเป็นชิ้นๆ

            ไม่อาจต้านทานได้เลย

            นี่คือราชานักบุญผู้เลิศล้ำผู้หนึ่งที่บรรลุขั้นเซียนด้วยวิถีกระบี่พลังต่อสู้แข็งกร้าวจนต่อกรกับราชานักบุญกึ่งมหาเซียนได้

            ครั้นพลังปราณของผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ปะทุขึ้นอย่างเต็มที่โดยไม่ยับยั้งมันสามารถทำให้แผ่นดินนับล้านลี้พังทลาย และสังหารเหล่าผู้แข็งแกร่งที่ไม่ใช่เซียนได้มหาศาล

            เหล่าผู้แข็งแกร่งของสามสำนักที่อยู่ตรงหน้าคือตัวอย่างที่ดีที่สุดผู้แข็งแกร่งหลายพันหลายหมื่นคนถูกทำลายล้างจนสิ้น

            แน่นอนว่าลู่ชิงฉานควบคุมอานุภาพเอาไว้โดยเล็งเป้าหมายไปยังเหล่าผู้แข็งแกร่งของสามสำนักเท่านั้นและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผืนแผ่นดินโดยรอบ

            ยิ่งไปกว่านั้นภายในเมืองโบราณ ค่ายกลต่างๆ ได้ฟื้นคืนชีพ อักขระสัญลักษณ์มากมายปรากฏขึ้น แสงสว่างสาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้าร่วมกันต้านทานคลื่นพลังที่หลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย

            “เพล้งๆๆ...”

            ส่วนเหล่าเซียนของสามสำนักในขณะนี้พวกเขาไม่มีเวลาแม้แต่จะโกรธ ภายใต้การกวาดล้างของพลังปราณอันน่าสะพรึงนั้นพวกเขาก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน

            สังขารเซียนที่แข็งแกร่งสั่นสะท้านและยังมีบาดแผลเล็กๆ ปรากฏขึ้นมากมาย

            นั่นคือบาดแผลจากกระบี่อัคคีที่มองไม่เห็น

            “ราชานักบุญวิถีกระบี่อย่างนั้นรึ!”

            “เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดตระกูลหวังถึงมีผู้แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่ด้วย”

            “เดี๋ยวก่อน ท่านคือเซียนกระบี่เฟยอวี่ ราชานักบุญเฟยอวี่แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เฉินเซียวใช่หรือไม่!”

            เหล่าเซียนของสามสำนักต่างร้องอุทานด้วยความตกใจ

            จากนั้นพวกเขาราวกับค้นพบสิ่งใดบางอย่างดวงตาเป็นประกายเบิกกว้างจ้องมองลู่ชิงฉาน จิตสำนึกสั่นไหวรุนแรง

            โดยเฉพาะเซียนของสำนักเทพโลหิตและตระกูลหลิงพวกเขายิ่งหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ อยากจะหันหลังกลับและหนีไปให้ไกล

            เซียนกระบี่เฟยอวี่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เฉินเซียว!

            ที่มาของนางนั้นน่ากลัวยิ่งกว่านางพญากระดูกขาวเสียอีก

            นางพญากระดูกขาวเป็นเพียงฮูหยินของมหาเซียนกระดูกขาวแม้ว่าจะได้รับความโปรดปราน ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่มหาเซียน

            ส่วนเซียนกระบี่เฟยอวี่นั้นเป็นตัวแทนของแดนศักดิ์สิทธิ์เฉินเซียวอันน่าเกรงขาม และมหาเซียนอีกหลายคนที่อยู่เบื้องหลัง

            เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งเช่นนี้อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่มหาเซียนกระดูกขาวมาเองก็ต้องให้เกียรติถึงสามส่วน

            “นางคือเซียนกระบี่เฟยอวี่!”

            ใจของนางพญากระดูกขาวเต้นตึกตักเห็นได้ชัดว่านางจำลู่ชิงฉานได้ ความริษยาในใจพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างมิอาจระงับ

            ทว่านางก็รู้ดีว่าแม้แต่มหาเซียนกระดูกขาวก็จะไม่ยั่วยุแดนศักดิ์สิทธิ์เฉินเซียวโดยง่าย

            ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงก้มหัวจำยอม

            “ท่านผู้อาวุโส ข้าเป็นฮูหยินของมหาเซียนกระดูกขาว ไม่ทราบว่าตระกูลหวังเป็นสำนักที่ท่านอุปถัมภ์ ข้าขอให้ท่านอภัยให้ด้วย พวกเราจะถอยทัพเดี๋ยวนี้!”

            พลังปราณในร่างของนางพญากระดูกขาวพลุ่งพล่านนางต่อต้านพลังกดดันอย่างสุดกำลัง ในขณะเดียวกันก็ฝืนยิ้มพูดกับลู่ชิงฉาน

            “ขอให้ท่านผู้อาวุโสเฟยอวี่อภัยให้ด้วย พวกเราจะถอยทัพเดี๋ยวนี้ และจะไม่ล่วงเกินตระกูลหวังอีกต่อไป!”

            “ใช่ๆ พวกเราสามสำนักยังสามารถชดเชยให้ท่านได้ โปรดอภัยให้พวกเราด้วย ท่านผู้อาวุโสเฟยอวี่!”

            “ท่านผู้อาวุโส...”

            เหล่าเซียนของสามสำนักพูดขึ้นทีละคนด้วยสีหน้าหวาดๆพวกเขากลัวว่าเซียนกระบี่เฟยอวี่จะฟาดฟันพวกเขาทั้งหมดด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว

            “ดี!”

            “สะใจจริงๆ!”

            “แข็งแกร่งเกินไป นี่แหละคือผู้แข็งแกร่งแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เฉินเซียว คาดไม่ถึงว่าเยวี่ยเอ๋อร์จะกราบไหว้ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้เป็นอาจารย์ได้!”

            เบื้องหลังของเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลหวังรวมถึงผู้นำตระกูลล้วนมีสีหน้าแดงก่ำ ตื่นเต้นและดีใจอย่างมาก พวกเขาอยากจะตะโกนก้องสวรรค์

            นับตั้งแต่สามสำนักร่วมมือกันพวกเขาก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากความอับอายและกังวล พวกเขามักจะกลัวอยู่เสมอว่าตระกูลหวังจะถูกทำลายและเมื่อไม่นานมานี้ก็ถูกตีจนถอยร่นกลับมายังดินแดนของตระกูล

            หากไม่ใช่เพราะพวกเขาอาศัยอำนาจของซูฉางเซิงตระกูลคงถูกทำลายไปแล้ว

            บัดนี้เมื่อได้เห็นเหล่าเซียนของสามสำนักที่เคยโอหังหยิ่งผยองบัดนี้กลับหวาดกลัวจนแทบจะคุกเข่าขอความเมตตา

            พวกเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

            “ตูม!”

            อย่างไรก็ตามเมื่อเผชิญกับการขอความเมตตาของเซียนสามสำนัก สีหน้าลู่ชิงฉานกลับเรียบเฉย พลังปราณน่ากลัวที่ไม่ลดลงกลับเพิ่มขึ้นพุ่งทะยานไปไกลนับหมื่นลี้

            รอบๆตัวของนาง แสงสว่างนับพันสาดส่องจนดูประหนึ่งเซียน

            ไร้ซึ่งความโศกเศร้าหรือยินดี

            ดวงตาเย็นชาเหลือบมองลงมากวาดมองทุกผู้ทุกคน

            ไม่ว่าจะเป็นเซียนของตระกูลหลิงหรือเซียนของสำนักเทพโลหิตกระทั่งมหาเซียนกระดูกขาวที่อยู่เบื้องหลังนางพญากระดูกขาว ในสายตาของลู่ชิงฉานล้วนเหมือนกัน

            ฟันด้วยกระบี่เดียว

            ความอับอายและความโกรธในใจของนางจำต้องระบายออก

            เหล่าเซียนของสามสำนักตรงหน้าคือเป้าหมายการระบายที่ดีที่สุด

            “ชิ้ง!”

            ลู่ชิงฉานชักกระบี่ออกมาแสงกระบี่เจิดจรัส กระบี่อัคคีพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ในชั่วพริบตาก็ฟาดฟันดวงดาวหลายดวงจนแตกเป็นเสี่ยงๆ

            “ฟึด!”

            ภาพนี้ทำให้เหล่าเซียนหลายคนสูดลมหายใจเข้าลึกศีรษะชา หัวใจสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

            นี่คือพลังวิถีกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวเพียงใดเพียงคลื่นพลังที่หลงเหลือจากกระบี่อัคคีก็สามารถฟันดวงดาวบนท้องฟ้าให้แตกเป็นเสี่ยงๆได้ หากโดนกระบี่เข้าไปเต็มๆ จะมีทางรอดได้อย่างไร

            “ร่วมมือกัน สู้กับนาง!”

            “ได้ เราต้องใช้พลังทั้งหมด ใช้ไพ่ตายทั้งหมด มิฉะนั้นเราจะไม่รอด!”

            “ฆ่า!”

            เหล่าเซียนของสามสำนักมองหน้ากันและคำรามลั่นพวกเขารู้ว่าลู่ชิงฉานตั้งใจแน่วแน่ที่จะฆ่าพวกเขาทั้งหมด

            อย่างไรเป็นตามพวกเขาในฐานะเซียนล้วนผ่านสมรภูมิที่เต็มไปด้วยศพและโลหิตมานับครั้งไม่ถ้วน แม้ว่าลู่ชิงฉานจะแข็งแกร่งเพียงใดพวกเขาก็ต้องต่อสู้อย่างเต็มที่

            ตูม!ตูม! ตูม!

            เซียนทั้งห้าคนรวมถึงนางพญากระดูกขาวล้วนลงมือพร้อมกันในขณะนี้พวกเขาไม่กล้าเก็บงำพลังอีกต่อไป วิถีแห่งเต๋าของพวกเขาปรากฏขึ้นอย่างเต็มที่แสงสว่างอันไร้ขอบเขตพุ่งทะยานขึ้นสู่นภา

            ดวงอาทิตย์ห้าดวงส่องแสงวิถีแห่งเต๋าของพวกเขาดูราวกับโลกใบเล็กๆ มากมาย กฎเกณฑ์ต่างๆ ปรากฏขึ้น แสงสว่างนับพันแม้แต่แสงศักดิ์สิทธิ์เพียงเล็กน้อยก็สามารถผ่าแผ่นดินได้นับหมื่นลี้

            ตูม!

            ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังเรียกใช้อาวุธศักดิ์สิทธิ์และไพ่ตายต่างๆ ปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่ ดูดซับพลังอันกว้างใหญ่ไพศาลระหว่างสวรรค์และพิภพและร่วมกันโจมตีด้วยพลังทำลายล้างเหนือชั้น

            แสงสว่างอันเจิดจรัสนั้นมากพอที่จะกลืนกินทุกสิ่งทำให้แม้แต่เซียนขั้นเก้ายังต้องสะท้าน

            อย่างน้อยเซียนของตระกูลหวังก็ตกตะลึงจนศีรษะชาและสีหน้าซีดเผือด

            หากเขาเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้โดยตรงเขาจะต้องถูกสังหารในทันทีแน่

            “ตูม!”

            ลู่ชิงฉานยังคงสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งความโศกเศร้าหรือยินดียินร้าย นางเพียงฟาดฟันกระบี่ออกไป กระบี่อัคคีอันเหนือชั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าขนาดใหญ่โตมโหฬารและใหญ่กว่าบรรพตนับไม่ถ้วน

            ด้วยการฟาดฟันเพียงครั้งเดียวไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกันของเหล่าเซียนหรือการโจมตีอันเหนือชั้น ล้วนถูกกวาดล้างไปจนสิ้นและมันก็ฟาดลงมาใส่เหล่าเซียนของสามสำนัก พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นอยู่หลายหนเซียนสองคนถูกทำลายฉับพลัน

            แม้แต่ร่างวิญญาณก็ไม่มีโอกาสหลบหนีแตกสลายเป็นชิ้นๆ ทันทีภายใต้กระบี่อัคคี

            “อ๊าาา...”

            อย่างไรก็ตามยังมีผู้โชคดีที่รอดชีวิตมาได้สามคน คือเซียนของสำนักเทพโลหิต นางพญากระดูกขาว และเซียนลึกลับที่ปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำ

            ในขณะนี้เซียนลึกลับผู้นั้นเผยร่างจริงออกมา ซึ่งก็คือโครงกระดูกไร้ศีรษะขนาดใหญ่หนึ่งจั้งมีสีทองเข้ม มีกลิ่นอายของพุทธะแผ่ซ่านออกมา

            มีพลังปราณเซียนขั้นเก้าแผ่ออกมาจากร่างของเขา

            อย่างไรก็ตามภายใต้กระบี่ของลู่ชิงฉาน โครงกระดูกนี้กลับพาดไปด้วยรอยแผลเป็นจากกระบี่น่าพรั่นพรึง

            ส่วนเซียนอีกคนของสำนักเทพโลหิตแม้ว่าจะรอดชีวิตมาได้ ทว่าในความเป็นจริงแล้วก็ใกล้จะตายเต็มที ดวงหน้าหวาดกลัวยิ่งเขาตะโกนลั่น ร่างกายระเบิดออก ร่างวิญญาณแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ นับไม่ถ้วนและหนีไปทุกทิศทุกทาง

            “สละร่าง ใช้เวทลับ และหวังที่จะให้ร่างวิญญาณเพียงเล็กน้อยหลบหนีไปได้รึ ช่างโง่เขลาเสียจริง!”

            ใบหน้าลู่ชิงฉานเย็นเยียบนางกางนิ้วทั้งห้าออก ชี้ไปยังอากาศเบาๆ แสงกระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกไปทันใด ฝ่าทะลวงและทำลายร่างวิญญาณทั้งหมด

            “เพล้ง!”

            อีกด้านหนึ่งนางพญากระดูกขาวก็อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่เช่นกัน อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ชำรุดทรุดโทรมปกป้องนางเอาไว้มันคือเจดีย์ แม้ว่าจะชำรุด ทว่าก็ยังคงแผ่อานุภาพของมหาเซียนออกมา ปกป้องนางจากการโจมตีรุนแรง

            “อาวุธต้องห้ามของมหาเซียน แม้ว่าจะชำรุด ทว่ายังป้องกันการโจมตีที่รุนแรงของผู้ที่ต่ำกว่าระดับราชานักบุญได้หลายหนดูเหมือนว่าเจ้าจะได้รับความโปรดปรานจากมหาเซียนกระดูกขาวผู้นั้นมาก”

            ลู่ชิงฉานมองเพียงแวบเดียวก็เข้าใจนางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            สิ่งที่เรียกว่าอาวุธต้องห้ามของราชานักบุญนั้นแตกต่างจากอาวุธของราชานักบุญ เพียงกระตุ้นเล็กน้อยก็สามารถแผ่พลังของราชานักบุญออกมาได้มันเป็นอาวุธที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

            แม้จะเป็นเช่นนั้นมันก็ยังคงมีค่ามาก โดยปกติแล้วแม้แต่มหาเซียนก็มีไม่มากนัก

            บัดนี้คาดไม่ถึงว่ามหาเซียนกระดูกขาวที่มอบสิ่งของหนึ่งชิ้นให้นางพญากระดูกขาวแม้ว่าจะชำรุด ทว่าก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงฐานะของนางได้

            “นังสารเลวนี่ เจ้าช่างกล้า เจ้ากล้าที่จะลงมือกับข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!”

            ในระยะไกลใบหน้านางพญากระดูกขาวบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด นางบาดเจ็บทั่วร่าง ใบหน้าอันงดงามก็มีบาดแผลกระบี่อัคคีพลุ่งพล่าน ทำให้นางไม่อาจรักษาบาดแผลได้ ใบหน้าของนางในยามนี้จึงดูน่าเกลียดยิ่ง

            แม้ว่าจะมีอาวุธต้องห้ามของมหาเซียนทว่าสุดท้ายก็ชำรุดเสียแล้ว ไม่อาจเทียบกับอาวุธที่สมบูรณ์ได้ ไม่อาจปกป้องนางได้อย่างสมบูรณ์จึงได้รับบาดเจ็บจากกระบี่อัคคีที่กระจัดกระจายอยู่บ้าง

            ความเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนี้

            นางรู้สึกอับอายยิ่งนักกระทั่งคลุ้มคลั่ง และจ้องมองไปยังลู่ชิงฉานด้วยความเกลียดชัง

            “ฆ่านังสารเลวนั่นให้ข้า!”

            นางพญากระดูกขาวกรีดร้องนางสูญเสียสติและสั่งให้ร่างไร้ศีรษะขนาดใหญ่โจมตีนาง

            ตูม!

            ร่างไร้ศีรษะขนาดใหญ่เคลื่อนไหวแม้ว่าจะเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่าร่างกายสีทองขนาดหนึ่งจั้งก็เคลื่อนไหว พลังเป็นอมตะที่พร้อมบดขยี้ทุกสิ่งแผ่ซ่านออกมา

            ฝ่ามือขนาดใหญ่ฟาดลงมาราวกับจะบดขยี้ฟ้าดิน

            “โครงกระดูกของพระพุทธองค์ผู้หนึ่ง ฝึกฝนกายาอรหันต์ น่าเสียดาย หากเจ้ากลายเป็นราชานักบุญขั้นสูงสุดเจ้าก็อาจจะประมือกับข้าได้อย่างสูสี!”

            ลู่ชิงฉานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยนางจำที่มาของโครงกระดูกนี้ได้ และถอนหายใจเบาๆ

            ตูม!

            ในพริบตาต่อมานางดีดนิ้วออกไป แสงกระบี่พุ่งทะยานขึ้นฟ้า กลายเป็นกระบี่อัคคี ตวัดโครงกระดูกไร้ศีรษะจนระเบิดออกและแตกสลายไปทันใด

            โครงกระดูกธรรมดาๆเพียงหนึ่ง มีพลังเพียงระดับเซียนขั้นสูงสุด และบัดนี้ยังมีพลังไม่ถึงครึ่งของตอนที่ยังมีชีวิตอยู่จะต้านทานนางได้อย่างไร

            เหตุผลที่มันรอดชีวิตจากกระบี่ของนางก่อนหน้านี้ก็เป็นเพราะนางไม่ได้ใช้พลังมากนัก เพียงฟาดฟันกระบี่ไปอย่างไร้จุดหมายเท่านั้น

            “แข็งแกร่ง... แข็งแกร่งเกินไป!”

            เบื้องหลังเซียนของตระกูลหวังเบิกตากว้างตะลึงงัน

            เหล่าเซียนทั้งห้าที่เคยทำให้เขากลัวจนสิ้นหวังบัดนี้กลับถูกสังหารราวกับผักปลาเสียอย่างนั้น

            “เหลือเพียงเจ้าแล้ว!”

            ลู่ชิงฉานมองไปยังนางพญากระดูกขาวด้วยสายตาเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหาร

            นางเป็นคนแค้นฝังหุ่นมาก

            นางพญากระดูกขาวกล้าเรียกนางว่าสารเลวนางได้ยินอย่างชัดเจน และจะไม่ปล่อยนางไปแน่นอน

            “อ๊า!”

            นางพญากระดูกขาวสัมผัสได้ถึงรังสีสังหารอันน่าสะพรึงกลัวนี้จึงอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่ง

            “ท่านช่วยข้าด้วย!”

            ตูม!

            ลู่ชิงฉานไม่สนใจนางฟาดฟันกระบี่ออกไปโดยตรง กระบี่นี้ใช้อานุภาพที่แท้จริง พลังปราณสั่นสะเทือนไปทั่วทวีปเจินเซิ่ง

            ด้วยกระบี่นี้แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีอาวุธต้องห้ามของมหาเซียนก็มิอาจปัดป้องได้ สุดท้ายแล้วมันก็ชำรุดลง

            “กึ๊ง...”

            ทว่าในวินาทีต่อมาเจดีย์นั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แตกสลาย จากนั้นก็ระเบิดออก ร่างกระดูกสีขาวปรากฏออกมาจากภายในแผ่อานุภาพอันไร้ขอบเขตของราชานักบุญออกมา

            มหาเซียนกระดูกขาวอย่างนั้นรึ!

            เมื่อเห็นภาพนี้ดวงตาของลู่ชิงฉานเบิกกว้าง ใบหน้าฉายแววตกตะลึง

            เป็นไปได้อย่างไรมหาเซียนมาคุ้มครองด้วยตนเองหรือ

            “โป๊ะ!”

            ขณะที่ลู่ชิงฉานยังคงตกใจอยู่ร่างกระดูกสีขาวก็ก้มลง เพียงแค่ใช้นิ้วชี้ไป กระบี่อัคคีอันเจิดจรัสก็แตกสลายหายไปในพริบตา

            “น่าสนใจ เซียนกระบี่เฟยอวี่แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เฉินเซียว สมกับเป็นอัจฉริยะที่ก้าวขึ้นสู่ระดับราชานักบุญตั้งแต่อายุยังน้อยพลังเช่นนี้ช่างน่าเกรงขามเสียจริง!”

            ร่างกระดูกสีขาวหัวเราะเบาๆ

            ร่างกายของมันสูงประมาณสามสิบจั้งทั้งร่างเป็นกระดูกขนาดใหญ่ ภายในกะโหลกศีรษะมีเปลวไฟแห่งร่างวิญญาณลุกโชน แผ่พลังคลื่นแห่งร่างวิญญาณน่าสะพรึงออกมา

            “เข้าใจแล้ว นี่คือร่างแยก เซียนนักบุญเพียงหนึ่ง กลับทำให้เจ้าให้ความสำคัญถึงเพียงนี้ถึงกับส่งร่างแยกมาคุ้มกันเลยรึ!” ลู่ชิงฉานจ้องมองอย่างตั้งใจครู่หนึ่งดวงตาเป็นประกาย นางจำสถานะของอีกฝ่ายได้และถอนหายใจเบาๆ

            สิ่งที่เรียกว่าร่างแยกนั้นคือสิ่งที่เซียนนักบุญสร้างขึ้นด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง ใช้วัสดุสวรรค์และพิภพมากมายแบ่งร่างวิญญาณส่วนหนึ่งออกมาเพื่อควบแน่น มีพลังต่อสู้เทียบเท่าสามในสิบของร่างจริง

            ร่างแยกมีค่ามากหากถูกทำลายก็จะไม่สามารถฟื้นฟูได้ และจะส่งผลกระทบต่อร่างวิญญาณของร่างจริง

            ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วผู้แข็งแกร่งจะไม่สร้างร่างแยก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้มันเพื่อปกป้องฮูหยิน

            “ถูกต้อง อวี่เอ๋อร์สำคัญมากสำหรับข้า โปรดไว้ชีวิตนางด้วย เซียนกระบี่เฟยอวี่ให้เกียรติข้าเถิด”

            มหาเซียนกระดูกขาวยิ้มใจเย็น

            “ท่าน...”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้นางพญากระดูกขาวก็ซาบซึ้งใจ นางมองไปยังมหาเซียนกระดูกขาวด้วยน้ำตานองหน้า

            “เป็นไปไม่ได้!”

            ลู่ชิงฉานเผยสีหน้าเย็นชานางปฏิเสธโดยไม่ลังเล

            หากเป็นตัวนางเองแม้ว่านางพญากระดูกขาวจะดูถูกนาง ทว่าเพื่อเห็นแก่มหาเซียนกระดูกขาว ลู่ชิงฉานก็ปล่อยนางพญากระดูกขาวไปได้

            ทว่าการสังขารเซียนของสามสำนักเป็นภารกิจที่ซูฉางเซิงมอบหมายให้กับนาง

            แม้ว่าลู่ชิงฉานจะไม่ชอบซูฉางเซิงทว่านางไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง

            เช่นนั้นแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับมหาเซียน นางก็ต้องทำภารกิจให้ลุล่วง

            “เฮ้อ ดูเหมือนว่าวันนี้ข้าต้องสังหารอัจฉริยะผู้มีศักยภาพที่หาได้ยากเสียแล้ว!”

            มหาเซียนกระดูกขาวถอนหายใจเบาๆ

            ตูม!

            ทันทีที่สิ้นเสียงกรงเล็บกระดูกที่ปกคลุมท้องฟ้าก็หวดลงมาโดยไม่ลังเล ไม่ได้ใช้วิถีแห่งเต๋าหรือเวทมนตร์ใดๆ มีเพียงพลังอันไร้ขอบเขตที่บริสุทธิ์ที่สุด

            แม้จะเป็นเช่นนั้นพลังนั้นก็ยังคงเหนือกว่าราชานักบุญกึ่งมหาเซียนมาก

            “กระบี่เซียนเหิน!”

            เมื่อเห็นเช่นนี้สีหน้าของลู่ชิงฉานก็เคร่งขรึมขึ้น นางร้องเสียงแหลม กระบี่เทพในมือเปล่งประกายอานุภาพเหนือชั้นกระบี่อัคคีอันเหนือชั้นที่เคยปะทุขึ้นในการต่อสู้กับซูฉางเซิง บัดนี้ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง

            ตูม!

            กระบี่อัคคีอันเหนือชั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแสงเซียนนับพันพลุ่งพล่าน ราวกับเซียนเหินเวหา พร้อมกับกระบี่อัคคีอันน่ากลัวที่ฟาดฟันดวงดาวกวาดล้างทุกสิ่ง จนสามารถตัดกรงเล็บกระดูกของมหาเซียนกระดูกขาวออกไปข้างหนึ่งและบดขยี้มัน

            หากเรื่องนี้แพร่ออกไปมันจะสร้างความตกตะลึงไปทั่วทุกสารทิศ

            นี่คือร่างแยกของมหาเซียนกระดูกขาวแม้ว่าจะมีพลังเพียงสามในสิบ ทว่าด้วยการบำเพ็ญเพียรของมหาเซียนกระดูกขาว แม้ว่าจะเป็นเพียงสามในสิบก็เทียบเท่ากับมหาเซียนทั่วไป

            กล่าวอีกนัยหนึ่งลู่ชิงฉานได้ต่อสู้แบบตัวต่อตัวและตัดมือของราชานักบุญด้วยกระบี่เพียงเล่มเดียว

            “เก่งกาจ แม้แต่ผู้เยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่น่ากลัวเท่าเจ้า!”

            เปลวไฟแห่งร่างวิญญาณในกะโหลกศีรษะของมหาเซียนกระดูกขาวสั่นสะเทือนรุนแรงเห็นได้ชัดว่าตกตะลึงและประหลาดใจอย่างมาก

            “ทว่าน่าเสียดาย เจ้าไม่มีโอกาสโจมตีครั้งที่สองแล้ว!”

            เมื่อพูดจบมหาเซียนกระดูกขาวก็ใช้มืออีกข้างฟาดออกไป ในครานี้เขาใช้วิชาเทพ

            “โลกากระดูกขาว!”

            กรงเล็บกระดูกขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วบดบังท้องฟ้า ระหว่างนิ้วมือมีกลิ่นอายแห่งความตายมากมาย ภายในมีโลกแห่งความตายก่อตัวขึ้นปรากฏโครงกระดูกนับไม่ถ้วน

            พลังปราณนี้ช่างน่ากลัวเกินไปมันพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ดวงดาวนับพันสะเทือนเลือนลั่น ผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลหวั่นสะท้านเหล่าผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนในทวีปเจินเซิ่งตกตะลึง

            ตูม!

            เมื่อฝ่ามือฟาดลงมาเหล่าผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนในเมืองโบราณตระกูลหวังล้วนหวาดกลัวและสิ้นหวัง

            ลู่ชิงฉานกัดฟันแน่นนางต้องการฟาดฟันกระบี่อีกครั้ง ทว่าการโจมตีครั้งก่อนใช้พลังไปมากเกินไป นางจึงไม่สามารถใช้มันได้อีกในระยะเวลาอันสั้น

            นอกจากนี้การโจมตีครั้งนี้ของมหาเซียนกระดูกขาวยังเหนือกว่าครั้งก่อนมาก มันคืออานุภาพที่แท้จริงของมหาเซียน

            เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้หากนางไม่หนีก็มีแต่ต้องสิ้นชีวี

            “ข้าได้เห็นพลังเช่นนั้นมาแล้ว ข้าจะหนีต่อหน้าเจ้าได้อย่างไร!”

            ลู่ชิงฉานกัดฟันแน่นนางปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากกระบี่ในมือ เตรียมจะต้านทานอย่างเต็มที่

            “เจ้าหัวแข็ง ในสถานการณ์เช่นนี้ยังคิดที่จะรับมือโดยตรงอีกหรือ นี่ไม่ใช่การรนหาที่ตายหรอกรึ!”

            เสียงถอนหายใจดังขึ้น

            ตูม!

            ในห้วงอากาศนิ้วมือปรากฏขึ้น

            เพียงใช้นิ้วชี้ไปโลกกระดูกขาวที่ฟาดฟันลงมาก็แตกสลายอย่างรวดเร็ว โครงกระดูกนับไม่ถ้วนแตกสลาย รวมถึงมือกระดูกขนาดใหญ่ด้วย

            “เจ้ากล้าที่จะแตะต้องสตรีของข้า วันนี้ร่างกระดูกของเจ้าต้องแหลกสลาย แม้แต่ร่างจริงของเจ้าก็ต้องตามไปเช่นกัน!”

            ท่ามกลางดวงตาที่สั่นเทาของมหาเซียนกระดูกขาวร่างที่สวมชุดคลุมดาวปรากฏขึ้น รูปงามหาที่เปรียบมิได้ มันผู้นั้นคือซูฉางเซิง

            “เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”

            ลู่ชิงฉานจ้องมองภาพนี้ด้วยความตะลึงหัวใจเต้นระรัว

            เขาพูดว่ากระไรนะสตรีของเขารึ แต่นางไม่ใช่แค่สาวใช้หรือ

            เดี๋ยวก่อนลู่ชิงฉาน เหตุใดเจ้าถึงยอมรับว่าเจ้าเป็นสตรีของเขาแล้วเล่า

    คล้ายกับเรื่องระบบตระกูลท้าปฐพีย่ำสวรรค์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852