ตอนที่ 15 ชีวิตในโลกจริง
....................................................................................................................................
หลังจากรับทรัพย์ฟงอวิ๋นก็เดินทางกลับมาที่กระท่อมหลังน้อยของตนก่อนที่จะล๊อคเอ๊าออกจากเกมส์ เพราะเวลานี้เป็ตอนเช้าวันจันทร์ในโลกจริงเขาต้องเดินทางไปทำงานตามปกตินั่นเอง
คลึกๆๆ..ฟู่ๆๆ...ปี๊บๆๆ....เสียงเครื่อง Nerve Gear ที่กำลังทำงาน
“อ้า...เช้าวันใหม่ในโลกแห่งความเป็จริง”แม็กค่อยๆปรับความรู้สึกของตนเองอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงนอน
การเล่นเกมส์เสมือนจริงนั้นก็เหมือนกับการที่คนเรานอนหลับแล้วฝันไปเพียงแต่การเล่นเกมส์นั้นจะทำให้เราฝันเป็เื่เป็ราวและเราจะจดจำรายละเอียดต่างๆได้หมดไม่เหมือนความฝันจริงๆที่แทบจะจดจำอะไรไม่ได้เลย
หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแม็กก็เดินทางไปทำงานด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเหมือนเช่นเคย
อ้า!...ชีวิตเดิมๆรปภ.ต๊อกต๋อย!
“อ๊ะ..จริงสิ ตอนอยู่ในเกมส์เราโอนเงินเข้าบัญชีตั้ง300,000 บาทนี่นา ลองตรวจสอบบัญชีดูหน่อยดีกว่า”แม็กคิดในใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดแอปของธนาคารกรุงไทยเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชี
“301,000 บาท”แม็กมองดูตัวเลขในบัญชีของตนเองด้วยความตื่นเต้น
ตอนที่อยู่ในเกมส์แม็กตัดสินใจโอนเงินเก็บที่มีในบัญชีธนาคารกรุงไทยของเขาเข้าไปในบัญชีธนาคารของเกมส์จำนวน30,000 บาทตอนนั้นเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารกรุงไทยของเขา เหลืออยู่เพียง 1,000 บาทเท่านั้น
สาเหตุที่แม็กต้องทำเช่นนั้นก็เพื่อให้เขาสามารถเข้าร่วมการประมูลไอเทมในเกมส์ได้แต่หลังจากที่เขาขายสมุนไพรทั้ง 5 ต้นเสร็จเขาก็ได้รับเงินจำนวน 396,800 โกลด์(ค่าของเงินในเกมส์)่เวลานั้นเองที่เขาตัดสินใจโอนเงินกลับเข้าบัญชีในโลกจริง จำนวน 300,000 โกลด์ ส่วนที่เหลือเขาจะเก็บเอาไว้เพื่อซื้อไอเทมที่จำเป็ต้องใช้ในการพัฒนาตัวละครของเขา
“ว้าว!..เงินเข้าบัญชีจริงๆแฮะ!”แม็กรู้สึกตื่นเต้นเงินแสนสำหนับเขามันมากเสียจนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกได้ั้แ่เล็กจนโตเงินจำนวนมากที่สุดที่เขาเคยจับก็คือหลักหมื่นเท่านั้นเอง
มันคือเงินเดือนของเขาเองนั่นแหละ!
ได้จับเงินหมื่นใน่ต้นเดือนและจากนั้นก็จะกระจายหายไปกับค่าใช้จ่ายต่างๆจนเหลือเพียงหลักร้อยใน่ปลายเดือน
เงินสามหมื่นกว่าที่มีในบัญชีกรุงไทยคือเงินเก็บทั้งชีวิตของเขาเองเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว
แต่ในยุคปัจจุบันที่อาหารจานเดียว ราคาจานละ 100 บาทวันๆหนึ่งเฉพาะค่าอาหารก็ปาเข้าไปกว่า 300-500 บาท ค่าน้ำค่าไฟเดือนละพันกว่าค่าห้องเช่าเดือนละกว่า 5,000 บาท นี่ยังไม่รวมค่าโน่น นี่นั่นอื่นๆอีกจิปาถะ ยามต๊อกต๋อยเงินเดือน 20,000กว่าบาทอย่างแม็กจะทำอะไรได้บ้าง นอกจากประหยัดเต็มสปิด...ก็เท่านั้น
เงินจำนวน 300,000 บาท..นี่มันถูกลอตเตอรี่ชัดๆ
“แม็กๆ”เสียงคนเรียกอยู่ใกล้ทำให้แม็กเริ่มรู้สึกตัวเขาละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์และหันไปมองคนที่เรียกชื่อของตนเอง
ด้านหน้าของเขาเป็สตรีสาวสวย ที่แต่งตัวด้วยชุดทันสมัยเธอช่างเปรียวจี๊ดด้วยชุดสีแดงสดใส มองดูใบหน้าเรียวรูปไข่ไร้สิวฝ้า ผิวขาวราวหิมะรูปร่างสูงโปร่ง เธอคือขวัญใจของผู้ชายหลายๆคน ทุกครั้งที่เดินผ่านเธอมักจะทำให้ผู้ชายหลายๆคนต้องหันกลับไปมองหลายๆครั้ง
“คุณดาว”แม็กกระซิบชื่อของหญิงสาวสวยด้วยเสียงแ่เบา เขาเองก็เป็คนหนึ่งในกลุ่มเ้าหน้าที่ผู้ชายหลายๆคนในบริษัทที่แอบชอบเธออยู่เช่นกัน!
แต่แอบชอบก็คือแอบชอบ ใครจะกล้าพูดหรือแสดงกิริยาให้คนอื่นๆรู้!
เพราะเขาและเธอนั้นช่างห่างไกลกันดั่งดอกฟ้ากับหมาวัด!
คุณดาวที่แม็กเรียก ก็คือ นางสาวปรียา เวชยานนท์เลขาสาวสวยของท่านประธานบริษัท เธอเป็สาวสวยอันดับหนึ่งของบริษัท
สตรีผู้สูงส่งดั่งนางหงส์ผู้สูงศักดิ์!
อ้า...นางฟ้ามาเยือน!
“คะ..คุณดาวเชิญนั่งครับ”แม็กรีบลุกขึ้นเพื่อให้คุณดาวหญิงสาวแสนสวยนั่งแทนที่ของตนเองเขาคิดว่าคุณดาวน่าจะกำลังขึ้นที่สถานีรถไฟฟ้าที่เพิ่งผ่านมาเมื่อสักครู่คุณดาวเองก็ไม่เกรงใจ เธอรีบนั่งลงแทนที่แม็กทันที
“ขอบคุณจ๊ะ”คุณดาวพูดกับแม็ก
แต่..ทำไมคุณดาวถึงมาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินแบบนี้ได้! ปกติคุณดาวขับรถส่วนตัวนี่นา?
“ไม่เป็ไรครับ อ้อ!...รถคุณดาวเสียรึเปล่าครับถึงมาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินแบบนี้”แม็กถามด้วยความสงสัย
“ใช่จ๊ะ เพิ่งเสียเมื่อเช้านี้เอง แย่จัง! ทำให้ดาวต้องไปทำงานสายแน่ๆเลยวันนี้ ไม่รู้ว่าท่านประธานจะดุรึเปล่า”คุณดาวพูดด้วยน้ำเสียงหวานๆแฝงความกังวลเล็กน้อย
“คงไม่เป็ไรมั้งครับ ท่านประธานเป็คนใจดี อีกอย่าง! เดี๋ยว พอถึงสถานีข้างหน้าก็จะถึงบริษัทแล้วนี่ครับ”แม็กกล่าวเพื่อทำให้คุณดาวสบายใจขึ้น
“จ๊ะ ขอบคุณนะที่ช่วยพูดให้สบายใจขึ้น”คุณดาวพูดกับแม็ก จากนั้นทั้งสองต่างคนก็ต่างเงียบจนรถไฟฟ้าเคลื่อนที่ไปจนถึงสถานีเป้าหมาย คุณดาวจึงรีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้แม็กมองตามด้วยความสุขเล็กๆน้อยๆนี่แหละความสุขของคนที่แอบชอบคนอื่น!
จากนั้นแม็กก็ก้าวเดินออกจากรถไฟฟ้าเขาเดินตามร่างของคุณดาวที่ตอนนี้เดินเข้าประตูบริษัทเพื่อขึ้นไปที่ชั้นบนสุดหน้าห้องท่านประธานบริษัท
ส่วนแม็กก็ก้าวเดินเข้าประตูบริษัทแล้วก้าวเดินผ่านไปทางด้านหลังห้องทำงานของเ้าหน้าที่รักษาความปรอดภัย นั่นเอง
..........................................................................................................................................
ห้องทำงานของเ้าหน้าที่รักษาความปรอดภัย
ภายในห้องขณะที่แม็กกำลังสวมใส่เสื้อแขนยาวที่เป็ชุดทำงานของเ้าหน้าที่รักษาความปรอดภัยอยู่ จู่ๆก็มีเสียงพูดดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“เฮ้! ไอ้แม็กได้ข่าวว่าเมื่อเช้าเอ็งควงคุณดาวนางฟ้าประจำบริษัทขึ้นรถไฟฟ้ามาด้วยกันใช่รึเปล่าว่ะ” คนที่ส่งเสียงพูดกับแม็กเป็ชายรูปร่างสูงใหญ่ ในหน้าสี่เหลี่ยม ผิวดำแดง ซึ่งสวมใส่ชุดเ้าหน้าที่รักษาความปรอดภัยเหมือนกับแม็ก
“อ้า..ไม่ใช่ครับพี่”แม็กตอบด้วยน้ำเสียงใ
“เฮ้ย!..มึงนี่โชคดีแต่เช้าเลยนะเจอนางฟ้าแต่เช้า มิหนำซ้ำยังได้ควงมาที่ทำงานอีกสงสัยวันนี้จะทำงานราบรื่นแน่ๆเลยว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า เฮ้ย!หรือว่ากิ่งฟ้าจะโน้มลงมาหาหมาวัดอ้า! ข่าวใหญ่ โว้ย! ข่าวใหญ่”ชายผู้นั้นพูดแซวแม็กเพราะรู้ว่าแม็ก แอบชอบคุณดาวอยู่ห่างๆ
“โธ่! พี่บอยอย่าพูดแบบนั้นสิครับรถคุณดาวเธอเสีย คุณดาวเลยต้องมาขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วก็เผอิญเจอกับผมก็เท่านั้นเอง ใครมันจะมาสนใจยามจนๆแบบผมกันล่ะครับ”แม็กรีบอธิบายให้พี่บอย หรือนายสมาน ใจนักบุญ เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
“เฮ้ย! ไม่รู้โว้ย! รู้แต่ว่าปกติคุณดาวขี่รถส่วนตัวมาทำงานประจำแล้วจู่ๆก็เกิดอยากขึ้นรถไฟฟ้าขึ้นมา แล้วยังนั่งรถมาพร้อมกับเอ็ง ลงรถพร้อมกันกะหนุงกะหนิงกันในรถ ไม่ให้คิดมากก็ไม่ได้โว้ย! คนที่เห็นเหตุการณ์มีเยอะนะมึงไอ้แม็ก ไอ้เ้าเสน่ห์”บอยยังไม่ยอมหยุดแซวแม็ก
“โธ่! พี่อย่าพูดนินทากันไปนะครับเดี๋ยวคุณดาวเธอจะเสียหาย เดี๋ยวคุณดาวเธอจะพาลโกรธผม เพราะคิดว่าผมไปให้ข่าวทำให้เธอเสียหาย”แม็กพูดด้วยเสียงละห้อยเขารู้สึกใจไม่ค่อยดี เขาค่อนข้างเป็ห่วงชื่อเสียงของคุณดาว
“เออ! พี่รู้หรอกน่าแค่พูเดหยอกล้อเอ็งเล่นๆนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง จะเครียดอะไรนักหนาวะ”พี่บอยพูดกับแม็กเพื่อให้เขาสบายใจ เมื่อเห็นว่าแม็กเริ่มใจคอไม่ดี
“ขอบคุณครับพี่”แม็กพูดกับบอย
“อือ! ไม่เป็ไร เอ้อ! ว่าแต่่วันเสาร์-อาทิตย์นี่ไปทำอะไรที่ไหนล่ะ ไม่เห็นมาเที่ยวที่บ้านพี่เหมือนเคยเลย หลานๆมันถามหาเอ็งใหญ่เลยสงสัยอยากได้ของฝากจากอาแม็ก วะฮ่าฮ่าฮ่า”บอยพูดกับแม็ก
แม็กและบอยต่างก็รักกันเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมาเพราะทั้งสองคนต่างก็เป็เด็กกำพร้าพวกเขาทั้งสองเติบโตมาด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าย่านปากเกร็ดอาชีพเ้าหน้าที่รักษาความปรอดภัยที่แม็กทำงานอยู่นี้ก็เป็บอยเองที่ฝากฝังให้แม็กได้ทำงาน
ปัจจุบัน นายสมาน ใจนักบุญหรือบอยแต่งงานมีครอบครัวแล้วภรรยาของบอยชื่อพี่จันทร์ บอยและภรรยามีลูกชายด้วยกันสองคน โดยคนโตอายุ 16ปีและคนเล็กอายุ 12 ปี เด็กๆต่างก็รักและสนิทกับแม็กมาก เพราะทุก่วันหยุด เช่นวันเสาร์-อาทิตย์ แม็กมักจะไปขลุกอยู่กับบอยและครอบครัวเป็ประจำจนบางคนคิดว่าแม็กเป็น้องชายของบอยที่เกิดจากพ่อ-แม่เดียวกันจริงๆ
“เมื่อวานพี่โทรไปหาก็ไม่รับสาย”บอยบ่นด้วยความเป็ห่วงนิดๆ
“ขอโทษครับพี่ พอดีเล่นเกมส์อยู่น่ะเลยปิดโทรศัพย์เอาไว้”แม็กอธิบายให้บอยฟัง
“เออ! อย่าเล่นให้มันมากนักเดี๋ยวก็ไม่ต้องทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวกันซักที แล้วก็อย่าเอาเงินเก็บไปเล่นเกมส์เสียหมดนะเอ็งอายุก็ปาเข้าไปยี่สิบกว่าๆแล้วยังเก็บเงินสร้างตัวไม่ได้ เดี๋ยวนางฟ้าประจำบริษัทก็เมินหรอกมึง”บอยสอนแม็กด้วยความเป็ห่วงก่อนจะแซวเล่นเล็กน้อย
“โธ่! พี่บอกว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรสิครับ คนจนอย่างผมคงไม่มีใครสนหรอกครับ”แม็กพูดเหมือนประชดตัวเอง
“เออ!ๆ เอาไว้ค่อยคุยกันต่อไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวเ้านายก็ด่าหรอกมึง หัวหน้างานยิ่งโหดๆอยู่”บอยหมายถึงหัวหน้าชุดรักษาความปรอดภัยของบริษัทที่ค่อนข้างจะตรงต่อเวลาและเป็คนที่ซื่อตรงต่อหน้าที่มากๆเลยค่อนข้างจะเ้าระเบียบและชอบดุลูกน้องบ่อยๆ
จากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายกันไปประจำจุดตรวจเวรยามประจำของตนกิจวัตรประจำวันอันแสนน่าเบื่อ แต่ก็ต้องทำนั่นคือ..ชีวิตของคนทำงาน