บทที่ 24 ค่ำคืนอันโหดร้าย (รีไรท์)
หลิวไป๋ฮวาร้องไห้ออกมาหนักขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งได้ยินชื่อของเพื่อนสนิทตัวเองหลุดออกมาจากปากอันแสนสกปรกของเลขาธิการพรรคหมู่บ้าน ก็ยิ่งนึกผิดหวังและร้องไห้ออกมาหนักกว่าครั้งไหน ๆ ด้วยความที่เธอเองก็ไม่คาดคิดว่าจ้าวหนิงเซี่ยจะกระทำเช่นนี้ ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะเกลียดชังกันถึงขนาดนั้น
เสียงร้องไห้ของหลิวไป๋ฮวาที่แทบหลั่งออกมาเป็นสายเลือดไม่มีใครได้ยินเลยแม้สักคนเดียว ด้านในงานยังคงบรรเลงดนตรีกันด้วยความสนุกสนาน เสียงร้องเพลงดังกึกก้องมาจนถึงขุมนรกที่เธอกำลังเผชิญอยู่ ร่างกายยิ่งสั่นเทาจนยากที่จะควบคุม เมื่อรับรู้ได้ถึงปลายจมูกที่กดลงมาบนพวงแก้มนี้
เสียงสูดดมเอากลิ่นกายหอมคล้ายดอกเถาฮวาที่กำลังเบ่งบานเข้าปอดนั้น ดังขึ้นด้วยความหื่นกระหาย หลิวไป๋ฮวาในตอนนั้นรู้สึกสะอิดสะเอียนต่อสัมผัสนี้เต็มทนแล้ว อยากที่จะหลุดพ้น และไปจากสถานที่ตรงนี้ ปลายนิ้วโป้งสากแตะสัมผัสไปตามกลีบปากอวบอิ่มที่แตกแห้ง ดวงตาคู่สวยสั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนแทบจะบ้าคลั่ง
‘ปล่อย ฮึก ฮือ ปะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ อึก หากคุณต้องการสิ่งใด ฉันจะหามาให้’
ทว่าเลขาธิการพรรคหมู่บ้านกลับมองว่าเป็นเรื่องที่ช่างน่าขำขันยิ่งนัก
‘ฉะ…ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร อึก จะไม่มีใครรู้ ได้โปรด’ ร่างบางพยายามเค้นเสียงที่แสนจะแผ่วเบาอย่างคนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงนี้ออกมา เพื่อขอร้องให้อีกฝ่ายเห็นใจ
‘พูดจาอะไรน่าขันเช่นนั้นกันเล่า งามขนาดนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร’ ไม่พูดเปล่าแต่ยังโน้มหน้าลงมาใกล้ ใช้ปลายจมูกแตะลงข้างกกหูเล็ก สูดดมกลิ่นหอมของเด็กสาววัยแรกแย้มเข้าปอดอีกครั้งอย่างกระหาย
‘เด็กผู้หญิงในหมู่บ้านที่ฉันต้องการ ไม่มีใครหลุดมือฉันไปได้สักคน’
‘คงจะมีเพียงคุณที่หลุดมือมานานเช่นนี้ แต่ก็ต้องขอบคุณหนิงเซี่ยที่ช่างหาหญิงสาวมาได้ถูกใจฉันเหลือเกิน’
‘ฮือ มะ ไม่ ขะ ขอร้อง ได้โปรด’ หลิวไป๋ฮวากรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเลขาธิการพรรคที่แสนเลวทรามและมีจิตใจโสมมนั่น ฉีกกระชากเสื้อแพรไหมจากจีนที่เธอตั้งใจสวมใส่เพื่อมาเที่ยวงานชิวอิกนี้โดยเฉพาะ ผิวขาวเนียนราวกับหิมะในตอนนี้แดงเถือกจากการถูกเสื้อผ้าเสียดสี ดวงตาคู่นี้ของหลิวไป๋ฮวากลายเป็นดวงตาหม่นแสงและดูสิ้นหวัง เคลือบไว้ด้วยม่านน้ำตา โดยที่เธอไม่เอ่ยร้องขอให้สัตว์นรกผู้นี้หยุดการกระทำอีกต่อไป
…
หลังจากที่เลขาธิการพรรคหมู่บ้านคนนั้นได้กระทำในสิ่งที่เลวร้ายที่เธอไม่อาจรับไหว ร่างกายบอบช้ำอย่างหนักจากการที่ถูกทุบตีและใช้กำลัง ในตอนที่เธอพยายามขัดขืน และต่อต้าน ก็มักจะได้รับการกระทำที่แสนรุนแรงนั้นตอบโต้กลับมา จนร่างกายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเจ็บช้ำอย่างหนัก ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้นั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา อีกทั้งยังเต็มไปด้วยรอยช้ำจากการใช้กำลังบีบบังคับเพื่อให้เธอจำยอม นั่นช่างเป็นการกระทำที่ไม่ต่างจากสัตว์ร้ายเลยแม้แต่น้อย
เสียงร้องไห้ยังคงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ เป็นเวลานานนับชั่วโมงที่ร่างกายของเธอนั้นถูกกระทำด้วยความทารุณจนไม่อาจจะรับไหว ร่างกายของหลิวไป๋ฮวาในตอนนี้แน่นิ่ง คล้ายคนที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณเข้าไปในทุกขณะ ดวงตาเหม่อลอย ทว่าหางตาก็ยังคงมีน้ำสีใสไหลซึมลงมา เคียงข้างกันมีร่างกายของเลขาธิการพรรค ที่ผุดยิ้มราวคนจิตไม่ปกติ สวมเสื้อผ้าเข้าปกคลุมร่างกายของตนโดยที่ทิ้งหญิงสาวอีกคนเอาไว้เช่นนั้น
เสียงดนตรีภายในงานเงียบลงแล้ว ตอนนี้สิ่งที่หลิวไป๋ฮวาผู้ชอกช้ำได้ยินคือเสียงหัวเราะในลำคอที่ดังแผ่วออกมา ก่อนที่สายตาของเลขาธิการพรรคจะลากมามองผลงานของตัวเอง เขาใช้เวลาเนิ่นนานในการเสพสมร่างกายนี้ จนกว่าตัวเขาจะพึงพอใจ
‘เป็นอะไรไปล่ะ หื้ม?’ เอ่ยถามหญิงสาวที่คล้ายบุคคลไร้ซึ่งสติเข้าไปทุกทีด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
‘ไม่มีความสุขเลยหรืออย่างไรกัน?’
‘ปกติ หญิงสาวคนไหนที่ฉันได้ไปแล้วก็จะไม่ใช้ซ้ำ แต่สำหรับเธอฉันอาจจะต้องพิจารณาใหม่’ เลขาธิการพรรคยังคงพร่ำเพ้ออย่างคนจิตหลุด สีหน้าและแววตาเปี่ยมไปด้วยความคิดที่แสนสกปรก และเลวทราม
‘ไม่ดีใจหรืออย่างไร ที่ชีวิตเธอจะได้สุขสบายกว่าที่เป็นอยู่ มีเงินทองให้ใช้ไม่ขาดมือ หรือหากต้องการสิ่งใดเพียงแค่เอาร่างกายมาแลก ฉันก็หามาให้ได้ตามที่เธอปรารถนา’ ปลายจมูกกดลงไปบนพวงแก้มของหลิวไป๋ฮวาอีกครั้ง สูดดมกลิ่นกายหอมติดจมูกที่ทำให้เลขาธิการพรรคหมู่บ้านติดใจในตั้งแต่คราแรกที่ได้สัมผัส
‘อย่าเศร้าไปเลย ใช้ชีวิตสุขสบายเช่นนี้ไม่ดีหรืออย่างไร หื้ม’
‘มาเป็นเมีย…’
ปัง!
เหตุการณ์ทุกอย่างกลับไปไกลกว่าที่หญิงสาวคาดคิด เมื่อประตูนรกที่เคยปิดอยู่ก่อนหน้ากลับเปิดออกมา ดวงตาหม่นแสงของหลิวไป๋ฮวากลับมามีความหวังอีกครั้ง เธอจะได้ออกไปจากสถานที่ที่เป็นขุมนรกแห่งนี้ได้เสียที เธอจะได้ไม่ต้องใช้ลมหายใจร่วมกับสัตว์ร้ายตัวนี้
‘ไฉ่หง!’ ทว่าสถานการณ์กลับย่ำแย่เกินกว่าที่หลิวไป๋ฮวาผู้นี้จะนึกได้ เธอในตอนนั้นยังคงเต็มไปด้วยความใสซื่อไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมและแผนการชั่วร้ายของจ้าวหนิงเซี่ยที่กระทำต่อเธออย่างไร้ศีลธรรม
‘ภะ…ภรรยา!’ เลขาธิการพรรคที่กำลังจะกดปลายจมูกลงบนพวงแก้มของหลิวไป๋ฮวาเพื่อสูดดมกลิ่นกายหอมระคนหื่นกระหายนั้นชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นภรรยาของตนอีกทั้งชาวบ้านที่มารุมดูเหตุการณ์นี้ แม้แต่เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าภรรยาของตนจะล่วงรู้เรื่องนี้ จนตามมาถึงที่นี่ได้ เล่ห์เหลี่ยมสัตว์ร้ายของจางไฉ่หงช่างมีมากมายนัก เขาแสร้งเป็นผู้ถูกกระทำ สีหน้าที่แสดงออกมาตกใจจนค่อนไปในทางหวาดกลัว ลากมองหลิวไป๋ฮวาที่นอนแน่นิ่ง ไร้ซึ่งแรงที่จะคว้าเสื้อผ้าที่ถูกกระจายมาปิดบังเรือนร่างของเธอได้
‘ผมไม่ได้ทำนะลี่เหว่ย! ผู้หญิงคนนี้มันแพศยา อยากร่ำรวยทางลัด อยากใช้ชีวิตที่สุขสบายอยู่บนกองเงินกองทองจนถึงขั้นต้องวางยาผม’
‘คะ คุณต้องเชื่อผมนะลี่เหว่ย ผมจงรักภักดีต่อคุณ ผมรักคุณ รักคุณเพียงคนเดียว ผมไม่มีทางที่จะทำสิ่งที่มันเลวทรามเช่นนี้แน่!” จางไฉ่หงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงร้อนรน อีกทั้งรีบวิ่งเข้าไปคุกเข่าลงกอดขาภรรยาของตนเองเอาไว้อย่างแนบแน่น
‘ผมไม่มีวันนอกใจคุณ คุณก็รู้ ผู้หญิงคนนี้แพศยานัก!’
สิ่งที่เลขาธิการพรรคหมู่บ้านเอ่ยออกไป ล้วนไม่มีความจริงอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย แม้หลิวไป๋ฮวาจะรับรู้แต่กลับไม่มีปัญญาเอ่ยปฏิเสธในสิ่งที่เธอไม่ได้กระทำ ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะขยับตัว ทำได้เพียงแค่ปลดปล่อยน้ำตาออกมา มองดูสายตาของชาวบ้านที่เต็มไปด้วยความสมเพช หลงเชื่อคำลวงของชายเลวทรามผู้นี้โดยที่ไม่ฉุกคิดสิ่งใด เพียงแค่อีกฝ่ายเป็นถึงเลขาธิการพรรคหมู่บ้าน ที่ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพียงแค่นั้นแต่กลับหลงเชื่อได้ง่าย
นัยน์ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่บัดนี้คลอเคล้าไปด้วยม่านน้ำตาสีใสสั่นระริก ด้วยความตื่นกลัว เธออายุเพียงเท่านี้ แต่ทำไมถึงได้มาเผชิญกับความเลวร้ายเช่นนั้นกัน?
เงาสะท้อนในดวงตาที่สั่นไหวคือภาพของภรรยาเลขาธิการพรรคหมู่บ้านที่สะบัดขาเตะผู้เป็นสามีให้หลุดออกจากการเกาะกุมจนล้มลงไปกองกับพื้น แววตาที่เลขาธิการพรรคหมู่บ้านมองมายังเธอนั้น ไม่ได้มีความรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย ทว่าเป็นดวงตาของความเสียดาย ของงดงามเช่นนี้หากโดนมือโดนเท้าภรรยาของเขา ความงดงามที่มีก็คงจะหมดสิ้น
เพียงแค่คิดก็แสนเสียดาย หากเขาพบเจอก่อนหน้านี้อีกหน่อย ก็คงจะได้กินอิ่มหนำจนเบื่อไปแล้ว หลังจากนี้เขาจะหาหญิงสาวที่งดงามเช่นนี้ได้อีกที่ไหนกัน
“อึก” ใบหน้าของหลิวไปฮวาที่ยังคงมีรอยช้ำจาง ๆ ปรากฏให้เห็น อีกทั้งมุมปากที่มีสีแดงช้ำจากการถูกตี รอยฟกช้ำตามแขนเล็ก รวมถึงรอยนิ้วที่มาจากแรงบีบเองก็มีให้เห็นเช่นกัน ทว่าความฟกช้ำจากร่างกายไม่เท่าความบอบช้ำจากจิตใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่สั่นไหวราวระลอกคลื่น สะท้อนเงาของภรรยาเลขาธิการพรรคหมู่บ้านที่ยืนมาหยุดอยู่ตรงหน้า เหนือหลิวไป๋ฮวาที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนพื้นที่แสนสกปรกนั้น
ดวงตาของอีกฝ่ายที่มองมายังเธอนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ยิ่งมองเข้าไปภายในดวงตาแข็งกร้าวก็ยิ่งเห็นคล้ายเปลวเพลิงแห่งความชิงชังที่กำลังโหมลุกกระหน่ำ พลันทำให้ร่างบอบบางของหลิวไป๋ฮวาในตอนนั้นที่เป็นเพียงหญิงสาวใสซื่อคนหนึ่งสั่นผวา พยายามลากมือที่แสนอ่อนแรงขึ้นมาตรงหน้าอก ผิวกายถูไถลงบนดินที่เต็มไปด้วยความสกปรก และดวงตาพร่ามัวที่ช้อนมองบุคคลตรงหน้าคล้ายกำลังอ้อนวอนขอชีวิตด้วยความน่าสมเพช เวทนาในสายตาของชาวบ้านที่ต่างมามุงดูเหตุการณ์ในครั้งนี้
‘ขอ…’ ยังไม่ทันที่จะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่พยายามเค้นออกมาด้วยความยากลำบากนั้นออกไป กลุ่มผมสีดำขลับที่ยาวไปจนถึงบั้นเอวก็ถูกกระชากขึ้นมาด้วยความรุนแรง กระทั่งร่างทั้งร่างลอยขึ้นเหนือพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าสวยของหลิวไป๋ฮวาเหยเก อีกทั้งหยดน้ำตารินไหลลงมาไม่ขาดสาย เพียงแค่เห็นว่าสายตาของชาวบ้านที่เคยมองดูเธอด้วยความเอ็นดูนั้น ในตอนนี้แปรเปลี่ยนไป จนทำให้จิตใจจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิด